"ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องกังหลงไปดื่มกินกันที่ตระกูลข้า พักที่ตระกูลข้าสักหลายวันดื่มสุราให้เมามายกันอีกครา"
"พี่เหมี่ยวเซี๊ยะไปพูดคุยกันที่บ้านข้า ข้าอยากทราบว่าท่านมาอยู่กับคุณชายกังหลงได้อย่างไร ?"
"ข้ามีเจตนาจะมายังตระกูลหยางตั้งนานแล้ว รายละเอียดนั้นค่อยไปคุยกันที่ บ้านท่านลุงหยางเถอะ ดูท่าที่นี่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยดี มิทราบหลังจากที่เจ้าพี่ใหญ่ของราชันย์ทั้งสี่ที่ข้าสังหารไปส่งสัญญาณแจ้งข่าว จะเกิดเหตุการณ์ใดอีกบ้าง"
กังหลงบอกล่าวกับหยางไป่หู่ เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น หยางไป่หู่ หยางเช็งซีและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ จึงพากันเดินทางไปยังตระกูลหยางในทันที ผู้คนที่เฝ้าชมเหตุการณ์ ต่างก็แยกย้ายกันไป บางคนถึงกับปิดร้านตั้งแต่หัววัน ด้วยเกรงกลัวว่าจะต้องพลอยเดือดร้อนกับการปะทะระหว่างกลุ่มของตระกูลหยางและกลุ่มพยัคฆ์โลหิต
............................................................................................................................
หมู่ตึกตระกูลหยางช่างดูยิ่งใหญ่ภูมิฐานไม่ธรรมดาสมกับเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเนตรอสูร แต่บัดนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ปกติเพราะต่างเต็มไปด้วยยามและนักสู้ประจำตามตำแหน่งต่าง ๆ อย่างแน่นหนา ทันทีที่ทั้งทั้งหมดได้ไปถึงหน้าประตู พลันได้ยินหวีดสัญญาณดังขึ้นหนึ่งครั้ง เพียงชั่วครู่ได้ปรากฎเสียงผู้คนเคลื่อนไหวมากมาย กังหลงสัมผัสได้ว่ามีนักสู้ประมาณยี่สิบคน ผู้มีระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ถึงห้าคน ผู้มีระดับปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้นถึงเจ็ดคนและผู้มีระดับปราณขุนพลระดับห้าขั้นสุดถึงแปดคน ตระกูลหยางมียอดฝีมือมากมายถึงปานนี้ มิน่าตระกูลหยางจึงได้เป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเนตรอสูร
ประตูตระกูลถูกเปิดออก ทันทีที่เห็นผู้มา นักสู้ทั้งหมดทำการคารวะพร้อมกล่าวพร้อมกัน หยางไป่หู่เห็นตระกูลมีการคุ้มกันแน่นหนาและผู้มาต้อนรับกลับเป็นยอดฝีมือเกือบทั้งหมดของตระกูล
"คารวะผู้นำตระกูล การไปทดสอบด้านโอสถของคุณหนูเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ?"
"ยินดีที่ท่านผู้นำตระกูลคุณหนูคุณชายกลับมาอย่างปลอดภัย ..!!"
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องรบกวนพวกท่านแล้ว วันนี้มีสหายมาเยี่ยมเยียนด้วย ไป ๆ มีเรื่องราวใดค่อยพูดคุยกันด้านใน .. ผู้อาวุโสสูงสุดท่านเรียกประชุมผู้อาวุโสทุกท่านและผู้ดูแลทุกท่านให้ไปประชุมพร้อมกันที่ห้องประชุมใหญ่ตระกูลในอีกครึ่งชั่วยาม ถือโอกาสนี้เลี้ยงต้อนรับสหายน้อยที่มาเยือนและประชุมพูดคุยกัน"
ทั้งหมดเดินทางเข้าสู่ห้องประชุมใหญ่ตระกูล กังหลงมองสภาพอาณาบริเวณบ้านเรือนห้องหับของตระกูลหยางช่างใหญ่โตโออ่าสวยงาม สมกับเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองเนตรอสูร เมื่อเข้าสู่ห้องโถงพบเห็นมีผู้คนนั่งรออยู่มากหน้าหลายตา ต่างแย้มยิ้มทักทายกันตามมารยาท
"ข้าหยางไป่หู่ กลับมาครานี้นับเป็นวาสนาที่ได้มาพบเจอสหายน้อยกังหลงและแม่นางเหมี่ยวเซี๊ยะ ในเขตพื้นที่ตระกูลหยางของเรา ข้าในนามของพี่น้องตระกูลหยางต้องขอบคุณที่ท่านทั้งสองได้ช่วยกำจัดสมาชิกส่วนหนึ่งของกลุ่มพยัคฆ์โลหิตไป ขอให้ทุกคนคารวะขอบคุณสหายทั้งสองท่านนี้ด้วย"
หยางไปหู่กล่าวขึ้น พร้อมแนะนำทั้งสองต่อสมาชิกในตระกูล เหล่าผุ้อาวุโสและทุกผู้คนก่อนหน้านี้เมื่อพบเจอทั้งสองที่ผู้นำตระกูลนำพามาด้วย เพียงคิดว่าเป็นผู้เยาว์ที่บังเอิญมาเยื่ยมเยียนหรือเป็นสหายของนายน้อยและคุณหนูของพวกตน เพียงเพราะสำรวจพบว่าเป็นผู้เยาวว์ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดและปราณขุนพลระดับห้าขั้นสุดเท่านั้น เนื่องจากกังหลงนั้นได้ใส่สร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรปิดบังพลังปราณที่แท้จริงไว้ด้วยความเคยชิน ส่วนนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะเมื่อเห็นกังหลงปิดบังพลังปราณไว้ย่อมต้องมีเหตุผลที่จำเป็นนางมิได้ซักถามถึงสาเหตุ นางเพียงใช้กำไลปิดบังชีพจรที่ตกทอดมาจากโบราณปิดบังลมปราณที่แท้จริงไว้เช่นกัน ทำให้ทั้งสองในสายตาของผู้อื่นดูช่างอ่อนแอเสียนี่กระไร แต่เมื่อเหล่าผู้อาวุโสและผู้คนในห้องโถงได้ฟังผู้นำตระกูลบอกกล่าวว่าผู้เยาวว์นี้ได้กำจัดสมาชิกส่วนหนึ่งของกลุ่มพยัคฆ์โลหิตไป ถึงกับตกตะลึงต้องเปลี่ยนสายตามองคนทั้งสองใหม่อีกครั้ง
"ท่านลุงมิต้องมากพิธีให้ผู้หลานลำบากใจเลย อันที่จริงนั้น ข้ามีเจตนาที่จะมาพบท่านลุงตามคำสั่งของบิดาข้ากังหยางผู้นำตระกูลกัง ซึ่งบิดาบอกกล่าวว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันกับท่าน แต่ข้ามิเคยเห็นหน้าท่าน ตอนพบเจอกันที่เมืองเหอหนาน จึงมิอาจทราบว่าผู้ที่บิดามอบหมายให้มากราบคารวะเป็นท่าน ..ผู้หลานต้องขออภัยไว้ด้วยที่เสียมารยาท "
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หยางไป่หู่ถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่ และหัวเราะลั่นออกมาอย่างสำราญใจ ทั้งหยางเช็งซี และหยางเสี่ยงเอ๋อร์ก็ตื่นเต้นตกใจไปเช่นกัน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นับว่าสวรรค์มีเมตตาจริง ๆ ที่แท้นับเป็นคนกันเอง เจ้าถึงกับเป็นทายาทของกังหยางพี่น้องร่วมสาบานที่ไม่ได้พบเจอกันมาเกือบยี่สิบปีแล้ว บิดาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่ ข้าก็รู้สึกเหมือนคุ้นเคยอะไรตอนมองดูเจ้า ครุ่นคิดว่าเจ้าคล้ายใครคนหนึ่งแต่ก็นึกไม่ออกเมื่อตอนเจอกันคราแรก ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!! "
หยางไป่หู่หัวร่ออย่างมีความสุขก้มหยิบของบางอย่างออกมาจากในแหวนมิติพร้อมกล่าวขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
"นี่เป็นโอสถโสฬสที่ข้าได้บังเอิญประมูลได้ที่เมืองเหอหนานเมื่อมีผู้นำมาประมูลข้าได้นึกถึงสหายเก่าบิดาของเจ้าผู้เป็นน้องร่วมสาบานจึงคิดจะเอาโอสถนี้มอบให้ทายาทของน้องร่วมสาบานเนื่องจากหลังแยกจากกันเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ข้ากับน้องกังหยางมิมีโอกาสได้พบเจอกันอันเป็นเพราะต่างคนต่างมีภาระของตระกูลจนมิอาจปลีกตัวไปมาหาสู่กันได้แต่ข้าหยางไป่หู่ผู้นี้ยังมิเคยลืมเลือนพี่น้องร่วมสาบานไปไม่..ช่างบังเอิญที่ทายาทของน้องร่วมสาบานมาพบเจอกันพอดีข้าจะถือโอกาสนี้มอบโอสถโสฬสนี้ให้แก่เจ้าเลย เจ้าหนูเจ้าเรียกว่ากังหลงเป็นบุตรคนแรกของกังหยางใช่รึไม่ ?"
กังหลงครั้นได้ฟังเจตนาการประมูลโอสถของหยางไป่หู่ที่แท้หยางไป่หู่ต้องการจะนำโอสถไปมอบให้ทายาทของน้องร่วมสาบานซึ่งคือตนถึงกับตื้นตันจนน้ำตาซึม ตนไม่คิดว่าผู้เป็นพี่ร่วมสาบานของผู้เป็นบิดาแท้จริงยังไม่เคยลืมเลือนบิดาของตนเลยแม้แต่น้อย จึงกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
"ท่านลุง..ข้าตื้นตันใจในความเมตตานี้ยิ่งนักข้าเป็นบุตรคนโตของบิดา ข้ายังมีน้องสาวอีกหนึ่งคน บิดาสบายดีครานี้ข้าขออนุญาตบิดาเพื่อออกมาหาประสบการณ์ทางภายนอก บิดาจึงให้ข้ามากราบคารวะเยี่ยมเยือนท่านและโอสถโสฬสนี้เป็นผู้เยาว์ได้ปรุงขึ้นเองวัตถุประสงค์เพียงต้องการที่จะหาเงินทองมาใช้จ่ายข้ารับเงินค่าประมูลของท่านลุงมาแล้ว ข้ามิอาจรับโอสถนี้ได้อีกข้าละอายใจยิ่งที่ต้องมาขายโอสถให้ท่านลุง "
"ท่านพ่อ..ที่แท้ท่านประมูลโอสถนั้นเพื่อบุตรของน้องร่วมสาบานของท่าน!!"
หยางเสี่ยวเอ๋อร์กล่าวหลังจากนึกขึ้นได้ถึงเจตนาการประมูลโอสถของบิดา
"น้องกังหยาง สั่งการอื่นใดมากับเจ้าอีกหรือไม่ ..? แม้นบิดาเจ้าไม่สั่งความใดมาแต่ข้าผู้พี่ร่วมสาบานก็มิเคยลืมเลือนและยังยึดมั่นในคำสัญญายิ่ง..ตอนนี้เจ้าอายุเท่าไรแล้ว ?"
หยางไป่หู่กล่าวถามด้วยสีหน้าจริงจังกังหลงได้ยินเสียงพูดอย่างจริงจังของหยางไป่หู่มิทราบถึงเหตุผลกลใดได้แต่รีบตอบออกไปตามความเป็นจริง