หลูโจวลิ่ว หรือคนในครอบครัวเรียกว่าน้องเสาร์น้อย กำลังตื่นตะลึงกับไก่และต้นไม้ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไหนจะนิ้วมือที่มีสายฟ้าแล่บออกมานี่อีก
เมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็หายใจเข้าออกอย่างเป็จังหวะเพื่อควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองให้ลดลง และเธอ้าที่จะยืนยันอะไรบางอย่างให้แน่ชัดมากขึ้นกับเื่ที่น่าในี้
“เอาล่ะ พร้อมแล้วเราจะค่อยๆเป็ ค่อยๆไป”เสาร์น้อย ยกมือขึ้นมาทั้งสองข้างตั้งฉากอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้น…..!!
“น้องเสาร์น้อย น้องอยู่ไหน น้องเสาร์น้อย ฮึก…ฮึก….”พี่สาวโจวหวู่
“น้องเสาร์น้อย น้องอยู่ที่ไหน ได้ยินเสียงที่พี่ใหญ่เรียกน้องหรือไม่ น้องเสาร์น้อย”พี่ใหญ่โจวซาน
“น้องเสาร์น้อย น้องอยู่ไหน”พี่รองโจวซื่อ
“ไอ๊หยา….ทำตอนนี้ไม่ได้แล้วสิคงจะต้องตอบกลับไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเป็เื่ใหญ่แน่ๆถ้าพวกพี่ๆของเด็กคนนี้หาน้องสาวไม่เจอน่ะ เฮ้อ……”เสาร์น้อย ลดมือลงและหันไปทิศทางที่ได้ยินเสียงพี่ๆของเด็กคนนี้
“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาว เสาร์น้อยอยู่ทางนี้จ้ะ”เสาร์น้อย ส่งเสียงตอบรับกลับไปหาพวกพี่ๆ
“นั่นเสียงน้องเสาร์น้อยนี่พี่ใหญ่ พี่รอง ทางด้านโน้น”พี่สาวโจวหวู่ เอ่ยขึ้นมาอย่างดีใจ
“ใช่จริงๆด้วยพี่ใหญ่เสียงน้องเสาร์น้อยล่ะ”พี่รองโจวซื่อ
“งั้นพวกเราไปหาน้องเสาร์น้อยกัน เร็วเข้า”พี่ใหญ่โจวซาน
พวกพี่ๆทั้งสามคนวิ่งอ้อมหินก้อนใหญ่ที่บังทางไว้ และก็เจอน้องเสาร์น้อยที่กำลังนั่งพิงต้นไม้อยู่
“น้องเสาร์น้อย ทำไมน้องออกมาไม่บอกพี่สาวก่อน พี่นึกว่าน้องหายไปแล้ว”พี่สาวโจวหวู่ พอมาถึงก็เข้ามากอดมาหอมน้องเสาร์น้อยอย่างโหยหา
“ขอโทษพวกพี่ๆด้วย เสาร์น้อยง่วงนอนเลยมาหาที่นอนจ้ะ ห๊าาาวววววว…..”เสาร์น้อย
“โธ่ น้องเสาร์น้อยง่วงนอนนี่เอง แต่อย่างไรก็ต้องบอกพวกพี่ก่อนเข้าใจไหมเพราะที่นี่ก็ยังคงเป็เขตป่าอยู่ดี ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ชายป่าก็ตามนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“เสาร์น้อยขอโทษจ้ะ”เสาร์น้อย
เมื่อสอบถามความเป็ไปกันว่าน้องหายไปไหนมากันแล้ว พวกพี่ๆก็เตรียมตัวจะพาน้องเสาร์น้อยกลับบ้านกันเลย เพราะว่าเก็บผักป่าไปทำอาหารมื้อเย็นได้แล้ว
แต่ก่อนจะกลับบ้านนั้นแน่นอนว่า เสาร์น้อยย่อมไม่ทิ้งเ้าไก่ดวงหดตัวนี้ไว้หรอก เธอจะนำมันกลับไปทำเป็อาหารมื้อเย็นให้คนในครอบครัวได้มีอาหารจานเนื้อกินเสียบ้างเลยแกล้งทำเป็ว่าใเหมือนพึ่งเคยเห็นเ้าไก่ั์ตัวนี้
“โอ๊ะ…!!!”เสาร์น้อย ทำตาโต เอามือแนบแก้มทั้งสองข้าง
“น้องเสาร์น้อย ของพี่สาวเป็อะไรไป”พี่สาวโจวหวู่
“นั่นๆ เ้าไก่ตัวใหญ่มันเดินมาแล้วก็ล้มหงายท้องตึงไปเลย พวกพี่ๆดูสิ ตรงนั้นไง”เสาร์น้อย รีบชี้มือไปทางไก่ั์ตัวนั้น และนึกขึ้นได้ว่าเ้าแสงสายฟ้าแล่บจะโผล่ออกจากนิ้วอีกหรือเปล่าเลยรีบกำนิ้วมือเป็กำปั้นแทนอย่างรวดเร็ว
“ไก่??”พวกพี่ๆ
"ไก่ที่ไหนงั้นเหรอน้องเสาร์น้อย"??"พี่ใหญ่โจวซาน
พวกพี่ๆพอหันไปตามที่น้องสาวชี้บอก ก็ต้องตกตะลึงกันไปหมดเพราะไก่ที่น้องเสาร์น้อยบอกว่ามันเดินมา แล้วก็หงายท้องลงมันตัวใหญ่มากๆ ใหญ่จริงๆ ใหญ่แบบไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีิวิตนี้
“ไก่ตัวั์..!!”พวกพี่ๆ
“ไก่ตัวนี้มันมาได้อย่างไรกัน น้องๆระวังตัวเอาไว้ก่อนนะเพราะที่ตัวมันใหญ่ผิดปกติแบบนี้ไม่แน่ว่ามันอาจจะทำอันตรายพวกเราได้ ให้แน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆก่อนนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“แล้วเราจะทำยังไงถึงจะรู้ว่าเ้าไก่ตัวใหญ่ั์ตัวนี้มันตายจริงหรือไม่ล่ะพี่ใหญ่”พี่รองโจวซื่อ
“อือ….เดี๋ยวพี่ขว้างหินใส่มันเองนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ป๊อก……ป๊อก…..ป๊อก…….”พี่ใหญ่โยนหินเขวี้ยงไปทางมันถึงสามรอบ เ้าไก่ั์ตัวนี้ก็ไม่ขยับเขยื้อนตัวสักนิดเดียว
พี่น้องทั้งสี่คนจึงค่อยๆออกมาจากหลังต้นไม้และย่องไปหาเ้าไก่ั์กัน
“มันตายแล้วจริงๆ เ้าไก่ั์ตัวนี้มันตายแล้ว”พี่ใหญ่โจวซาน
“แบบนี้เราก็มีไก่กินกันแล้วใช่ไหมพี่ใหญ่”พี่รองโจวซื่อ
“เนื้อ พวกเราจะมีเนื้อกินแล้วนะน้องเสาร์น้อย ดีใจไหม”พี่สาวโจวหวู่
“ดีใจสิพี่สาว นั่นเนื้อเชียวนะแถมเนื้อเยอะแยะเลย”เสาร์น้อย
“เ้าไก่ั์ตัวนี้ทำให้พวกเรา ปู่ย่า ตายาย อาๆน้าๆ พี่ๆน้องๆของพวกเราได้กินกันอิ่มแน่นอนเลย”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่”พี่รองโจวซื่อ
“แต่ว่าพวกเราจะเอามันกลับบ้านไหวเหรอพี่ใหญ่ พี่รอง”พี่สาวโจวหวู่
“นั่นน่ะสิ ตัวมันเท่าวัวเลยแบบนี้พวกเราจะแบกมันกลับได้ยังไงล่ะพี่ใหญ่”พี่รองโจวซื่อ
“พวกเราเอามันกลับบ้านไม่ไหวแน่นอน เอาอย่างงี้นะน้องรองวิ่งไปตาม พ่อ อา และน้าชายมาที่นี่ด่วนเลยนะ เดี๋ยวก่อนอย่าลืมว่าต้องไม่เอะอะไปนะ พี่ใหญ่กับน้องสาวสองคนจะรออยู่ที่นี่”พี่ใหญ่โจวซาน
“ตกลงพี่ใหญ่ ผมไปล่ะแล้วจะรีบมานะ”พี่รองโจวซื่อ รีบเร่งฝีเท้าวิ่งไปให้เร็วที่สุดเพื่อจะไปตามพ่อ น้องชายของพ่อ น้องชายของแม่ มาช่วยขนเ้าไก่ั์ตัวนี้
“ขออย่าให้มีใครผ่านมาเดินผ่าตอนนี้เลยนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ไม่มีหรอกพี่ใหญ่ เพราะป่าแถบนี้อยู่ทางใกล้บ้านเรานะ นานๆครั้งถึงจะมีคนเดินมาถึงที่นี่ และนี่ก็ใกล้จะเย็นมากแล้วด้วยยิ่งไม่มีทางเลย ไม่ต้องกังวลนะ”พี่สาวโจวหวู่
“อือ…”พี่ใหญ่โจวซาน
“ต้องยกความดี ความโชคดีนี้ให้น้องเสาร์น้อยเลย ที่แอบพวกพี่มานอนตรงนี้เลยทำให้เจอเ้าไก่ั์ดวงไม่ดีตัวนี้เข้าน่ะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่ น้องเสาร์น้อยดวงดีมาก”พี่สาวโจวหวู่
เสาร์น้อยได้แต่ส่งยิ้มไปให้พวกพี่ๆ ระหว่างรอพวกผู้ใหญ่มาหามเ้าไก่ั์ตัวนี้กลับบ้าน พวกพี่ๆก็พากันมองทางซ้ายที ทางขวาที เพื่อระแวดระวังมิให้ผู้อื่นได้เห็นเ้าไก่ั์นี้ตัว
ทางด้านพี่รองโจวซื่อที่วิ่งหน้าตั้งมาทางสวนมันเทศ และส่งเสียงะโร้องเรียกพ่อ ดังมากๆจนพวกผู้ใหญ่ที่ตอนนี้มาช่วยกันทำงานที่สวนต้องหันมามองตามๆกัน เพราะท่าทีและสีหน้าของพี่รองนั้นทำให้พวกท่านอดเป็กังวลไม่ได้
“น้องชายโจวซื่อดูแปลกๆนะ เหมือนจะรีบร้อนอะไรสักอย่างเลย”พี่ซานเยวี่ย ลูกของน้องชายพ่อ
“จริงด้วย แต่เดี๋ยวนะน้องโจวซื่ออยู่กับพี่น้องคนอื่นๆไม่ใช่เหรอ ไหนว่าจะไปเก็บผักกันที่ชายป่าหลังบ้านอย่างไรล่ะ”พี่หว่านช่าง ลูกของน้องชายแม่
“หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกน้องสาวสองคนหรือเปล่าครับ”พี่ซื่อเยวี่ย ลูกของน้องชายพ่อ
“ไม่ดีแล้วล่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะนะครับจะได้รู้เื่กัน”พี่หว่านหว่าน ลูกของน้องชายแม่
ลูกพี่ลูกน้องที่เป็ผู้ชายทั้งหมดทั้ง 4 คนที่เป็ญาติทางฝ่ายแม่ และญาติทางฝ่ายพ่อ รีบวิ่งตรงไปหาพี่รองโจวซื่ออย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะว่าวันนี้เป็ทางพี่น้องของเสาร์น้อยทั้งสี่คนเองที่อาสาไปหาผักป่ามาทำอาหารกินตอนเย็น พวกเขาที่เหลือเลยขออยู่ช่วยงานที่ไร่กันก่อนจนจบ
“แม่ฮะ พ่อฮะ พวกเรา……แฮ่ก….แฮ่ก….”พี่รองโจวซื่อ
“มีอะไรรึเปล่าลูกทำไมทำหน้าตาตื่นใถึงขนาดนี้ ค่อยๆพูดนะลูก”แม่
“ใช่ลูกมีอะไรกัน แล้วนี่พี่ใหญ่กับน้องสาวของลูกล่ะอยู่ที่บ้านแล้วเหรอ??”พ่อ
“ไม่ใช่ครับ พี่ใหญ่กับน้องสาวสองคนยังรออยู่ที่ชายป่าอยู่น่ะครับพ่อ”พี่รองโจวซื่อ
“รออยู่ที่ชายป่า มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าลูกบอกแม่มา”แม่ เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วที่จู่ๆลูกชายคนรองก็วิ่งมาหน้าตาตื่นตระหนกใแบบนี้ แถมยังบอกว่าพี่น้องคนอื่นๆยังคงอยู่ชายป่ายังไม่ได้กลับมาด้วยกัน
“เกิดอะไรกันขึ้น”
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ทำไมถึง….”
คำถามสารพัดคำถามจากปู่ย่า ตายาย อาๆน้าๆ สอบถามกันออกมาอย่างเป็กังวล จนพี่รองไม่รู้ว่าจะตอบคำถามใครก่อนดี
“ทุกๆคน ใจเย็นๆก่อนนะครับ ผมจะเล่าให้ฟังแต่ทุกๆคนอย่าใกันนะครับ”พี่รองโจวซื่อ
“ตกลง”ทุกๆคนรับปาก
“น้องเสาร์น้อย เจอไก่ตัวใหญ่ั์นอนตายอยู่ที่ชายป่าครับ ตัวมันขนาดเท่าวัวเลย”พี่รองโจวซื่อ
“เจอไก่ตัวใหญ่ั์..!!”ทุกๆคน
“ไก่ตัวเท่าวัว..!!”ทุกๆคน
แต่ละคนก็ฟังคำพูดที่น่าใของพี่รองโจวซื่ออย่างไม่อยากเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อแล้วในตอนนี้เพราะพี่รองที่เป็คนวิ่งมาบอกข่าวกับทุกๆคน และยังมีพี่ใหญ่กับน้องสาวเฝ้าไก่ั์ตัวนั้นไว้อีก
“เร็วเข้าเถอะครับพ่อ พี่ใหญ่กับน้องสาวกำลังเฝ้าเ้าไก่ตัวใหญ่ั์นั้นอยู่ พวกเรากลัวว่าจะมีคนมาเห็นเข้าน่ะครับ รีบไปกันเถอะครับ”พี่รองโจวซื่อ
“เอ้า…เ้าใหญ่ตัวแต่ใอยู่นั่นแหละรีบพาน้องชายวิ่งตามหลานชายพ่อไปสิ เร็วเข้าป่านนี้หลานสาวสองคนจะตื่นตระหนกแค่ไหนก็ไม่รู้”ปู่
“ครับ…ครับพ่อ….”พ่อ
“ไปอีเยวี่ย เซี้ยอู่”พ่อ
“ครับพี่ใหญ่” “ครับพี่เขย” อา และน้า
“พวกเราไปด้วยครับ”พวกลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่คน
พ่อ อา น้า พี่รอง ลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่คน พากันวิ่งตามกันไปเพื่อให้ถึงชายป่าให้เร็วที่สุดก่อน
“พวกเราหยุดงานกันแค่นี้ก่อน และรีบตามไปกัน”ตา
“ค่ะ”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้
กลุ่มแรกเมื่อไปถึงก็ต้องยืนมองกันตาค้างกันไปเลยเมื่อเห็นขนาดเ้าไก่ั์นี้ที่ตัวเท่าวัวจริงๆ
พ่อ อา และน้าชาย ต่างช่วยกันตัดไม้ไผ่ท่อนใหญ่มาทำไม้หาม และหาเถาวัลย์มาผูกโยงไก่ั์ตัวนี้พากันหามกลับบ้าน โดยมีพวกพี่ชายช่วยกันดูตนทางด้านหน้าว่าทางไหนสะดวกที่จะขนไก่ั์นี้ไม่ให้ผู้อื่นเห็นเพราะจะทำให้เื่มันจะยิ่งวุ่นวายหนักเข้าไปกันใหญ่ที่จู่ๆก็มีไก่ตัวขนาดเท่าวัวแบบนี้หลงมาที่ชายป่าได้อย่างไร
กลุ่มที่สอง ปู่ย่า ตายาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ที่รออยู่ตรงบริเวณบ้าน และเตรียมจัดสถานที่รอชำแหละไก่ั์ตัวนี้ ปู่กับตาเตรียมมีดและสถานที่
ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ตระเตรียมพวกเครื่องปรุง วัตถุดิบที่จะทำอาหารจากไก่ั์ตัวนี้
ในเวลานี้แต่ละคนมีสีหน้าที่มีความสุขมากที่สุด เมื่อนึกถึงอาหารมื้อเย็นที่ทำมาจากเนื้อไก่อย่างแน่นอน
“พี่ใหญ่ เสาร์น้อยเดินเองได้นะ”เสาร์น้อย ที่พี่ชายอุ้มั้แ่ออกมาแล้วจวนจะถึงบ้านแล้วด้วย
“ไม่เป็ไร พี่ใหญ่ไม่อยากให้น้องเสาร์น้อยเดินเหนื่อยนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
พี่ใหญ่อุ้มเสาร์น้อย พี่รองอุ้มพี่สาวโจวหวู่ เป็น้องเล็กของบ้านนี่ก็ดีเหมือนกันมีแต่คนเอาอกเอาใจ และก็ตามใจมากเสียด้วย
“ถึงบ้านแล้ว พวกเรา”พวกพี่ชาย
“เย้…เย้…เย้…”พวกพี่ชาย ต่างะโะโโลดเต้นกันยกใหญ่ว่าในที่สุดก็แบกเ้าไก่ั์ใหญ่ตัวนี้ถึงที่บ้านเสียที ตลอดทางพวกเขาต่างเกร็ง และกังวลมากๆ
“ตัวมันใหญ่มากจริงๆ”ตา
“ั้แ่เกิดมาจนอายุขนาดนี้แล้วไม่เคยเห็นไก่อะไรมันตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน”ปู่
“เอาล่ะ พวกเรารีบจัดการเ้าไก่ตัวใหญ่ั์ตัวนี้ก่อนดีกว่านะ อย่างน้อยๆก็ทำให้มันตัวเล็กลงก่อนล่ะ”ตา
“ครับ” พ่อ อา น้าชาย
ปู่ ตา พ่อ อา น้าชาย ต่างถือมีดกันคนละด้ามแบ่งหน้าที่กันชำแหละเ้าไก่ตัวใหญ่ั์ตัวนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนี่เป็ครั้งแรกจริงๆที่ต้องชำแหละไก่ตัวขนาดเท่าวัวนี้
“มันใหญ่ทุกส่วนของร่างกายของมันจริงๆเลยนะครับเนี่ย เหลือเชื่อมากๆ”พ่อ
“ใช่ครับพี่ใหญ่ถ้าผมไม่เห็นหรือััมันตอนนี้ ใครมาพูดมาเล่าให้ฟัง มันยากที่จะเชื่อได้จริงๆว่ามันจะมีจริงๆ”อา
“จริงครับ มันพูดไม่ออกเลยตอนเห็นมันครั้งแรกน่ะ น่าใมากจริงๆ”น้าชาย
พวกเด็กๆ ก็คอยมองอยู่ไม่ไกลนักเพราะด้วยความที่ตื่นเต้นกันจนไม่ไปไหนนั่งคอยดูพวกพ่อชำแหละไก่ไปด้วยความเพลิดเพลิน
ส่วนเสาร์น้อยน่ะเหรอในขณะที่ทุกๆคนตื่นเต้นกับเ้าไก่ตัวั์นี้ เธอเองก็แอบสำรวจบ้าน และคนในครอบครัวนี้ไปด้วย ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไร จะว่าปานกลางก็ไม่ใช่ ออกจะจนเสียด้วยซ้ำไป แต่พวกเขามีความรักและเอื้ออาทรต่อกันเป็อย่างมาก
แต่ตอนนี้มีสิ่งที่รบกวนจิตใจเธอมากที่สุดก็ตรงที่ได้กลิ่นไก่ย่างนี่แหละ ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ฟืด……ฟืด……ฟืด….”
“เด็กๆ มากินไก่ย่างกันก่อนมา”ย่า
“ค่ะ” “ครับ” พวกหลานๆต่างรีบตอบรับและพากันวิ่งมาหาย่าและยายทันที
“ว้าว……ไก่ย่าง….”พวกเด็กๆ
“มาลองชิมกันก่อนนะ เอาไว้รออาหารมื้อเย็นนี้ค่อยกินกันให้เต็มที่เลยนะหลานๆ”ยาย
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ พากันยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับได้ไก่ย่างมาคนละชิ้น เพื่อกินรองเท้าก่อนถึงอาหารมื้อเย็นของวันนี้กัน
“หอมมากๆเลย”พี่สาวโจวหวู่
“หง่ำ….หง่ำ……เนื้อนิ่มมาก เครื่องเทศหมักก็กลิ่นหอมมากด้วย”เสาร์น้อย
“อร่อยไหมหลานๆ”ยาย
“อร่อยค่ะ” “อร่อยครับ” พวกเด็กๆ ตอบรับกันอย่างเสียงดัง ปากแก้มมันเยิ้มไปด้วยรอยไก่ย่าง
แทบจะบอกได้ว่ามือที่กำลังถือไก่ย่างชิ้นนี้ สะอาดหมดจดกันหมดทุกคน เพราะเลียจนแทบจะไม่ต้องล้างมือกันเลยทีเดียว
************
น้องเสาร์น้อย ที่จู่ๆก็ได้ไก่ตัวใหญ่ั์มากินอย่างงงๆ และแน่นอนว่าเสาร์น้อยจะต้องลองใช้เ้านิ้วที่มีสายฟ้าแล่บออกมาอีกครั้งอย่างแน่นอน แต่ว่าเสาร์น้อยจะลองกับของอะไรกัน??? หรือว่าจะเป็อาหารกันนะ??? ลองเดากันดูจ้า