ณ ที่พักของฮารานในหมู่บ้าน ออสทริล (ostrill) หมู่บ้านที่ฮารานรับภารกิจปราบปรามัที่อาละวาด
ฮารานได้ถามเหตุผลที่ซุนยองติดต่อผ่านมา ซึ่งก็ได้ความว่าที่สำนักเกิดเื่เพราะว่าเมื่อวานได้มีการประชุม 7 สำนัก และได้ถกเถียงเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเื่ในคุก ซึ่งก็ได้ความว่าเ้าสำนักไท่กวนิมีความผิดส่วนหนึ่งเพราะวันที่เกิดเื่เป็วันเดียวกันที่เธอขังลูกศิษย์ด้วยความโกรธแค้นเล็กน้อยๆ นั่นจึงเป็สาเหตุที่เ้าสำนักโดนขังคุกและได้มีการเรียกตัวของห่าวหลานกลับมาบอกความจริงในวันนั้นว่ารอดได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นในคุก
แต่ปัจจุบันทุกคนได้รู้แล้วว่าฮารานได้ทำภารกิจลอบสังหารอาเธอร์และเอทีน่า
ฮารานที่รู้เื่นี้ เขาก็มีความคิดที่จะตอบแทนสิ่งที่สำนักเล็กให้เขามา
แต่ฮารานก็ต้องทำทุกอย่างไปตามแผนเขาจึงต้องถามเหตุผลของแม่รันก่อน แต่ถ้าไม่รู้จักชื่อของกันและกันมันจะดูเสียมารยาท
ฮารานจึงถามชื่อและเหตุผลที่ต้องอาละวาดไป
เธอชื่อจิฮารุ เหตุผลก็แค่ตามหาลูกและไม่มีไปแล้ว
พอซุนยองได้ยินแบบนั้นก็เลยคิดว่าจะพาไปอยู่ด้วยเพราะว่าเป็สัตว์อษูรเหมือนกัน
ซึ่งเธอก็ปฏิเสธเพราะว่าเธอจะฟังแค่คนที่แข็งแกร่งเท่านั้น พอฮารานเห็นว่าเธอเป็แบบนั้น ก็เลยพาทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นเข้ามิติทันที
พอมาถึงมิติลู่กับฮยองซูก็มีการถามไถ่เกี่ยวกับเื่ลูกของห่าวหลานเช่นเดิม แต่คราวนี้เขามากับแม่ตัวจริงของรัน และยังไงเธอก็จะอธิบายความจริง
แต่สิ่งที่ฮารานคิดกลับสวนทาง เพราะเธอได้บอกไปว่าห่าวหลานเป็พ่อเลี้ยงของรันเท่านั้น
ทุกอย่างที่เริ่มจะผิดแผนมันทำให้ฮารานดูโง่ในสายตาของตัวเขาเอง เขาจึงเปลี่ยนเื่และพาทุกคนรวมถึงวาร์ปมาเรียที่ถูกทิ้งมาดูการประลองด้วย การประลองนี้มีผู้ชมอยู่ 5 คน และคนที่สู้อยู่ 2 คน หรือจะเรียกให้ถูกก็ 2 ตัว
รันเป็คนที่ให้สัญญาณในการเริ่มและสัญญาณก็ถูกปล่อยออกมานั่นคือไฟของัตัวน้อยที่ปล่อยขึ้นฟ้า
พอสัญญาณที่ถูกปล่อยลงพื้นนั้นนั่นก็หมายถึงการเริ่มต้นการต่อสู้
ทั้งสองคนนั้นเริ่มด้วยการพุ่งตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนฮารานและอีก 4 คนไม่สามารถมองเห็นได้ ความเร็วที่ฮารานไม่สามารถทำได้ถึงแม้จะใช้ปราณเวทย์เสริมกำลัง
ทั้ง 2 คน ต่อสู้กันด้วยสันชาติตญาณของัและนกเพลิง ซึ่งเป็เผ่าพันธุ์ตำนานทั้งคู่
จิฮารุที่เห็นว่าตัวเองเริ่มเสียเปรียบเธอจึงใช้พลังับางส่วนคือการนำปีกและเขาออกมาและใช้ท่า "ลำแสงัศักดิ์สิทธิ์"
ทันใดนั้นเมฆที่ถูกฮารานสร้างในมิตินี้ก็หายไปจนหมด และปรากฏวงเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งมันได้ปล่อยลำแสงที่ทำลายูเาและป่าไม้เกือบทั้งหมดไป
ด้วยร่างที่ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่นั่นจึงทำให้พลังที่ปล่อยออกมาไม่ได้เต็มประสิทธิภาพแต่นั่นก็คงพอแล้วเพราะท่านี้ถึงจะใช้มานาเยอะมาก ถึงแม้จะใช้พลังเต็มที่ก็กินพลังไปมากกว่าเดิม
นั่นจะทำให้แพ้ทันทีถ้าใช้มานาหมดในรอบเดียว
ควันที่ออกมาทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย จิฮารุคิดว่าตัวเองทำเกินไปจึงว่าจะไปช่วย
แต่ทันใดนั้นตัวของเธอก็ติดเปลวไฟสีส้มตามตัว
"เพลิงผสานหวนกลับ"
พอสิ้นเสียงแสงแดดรอบๆ ก็หายไปรวมถึงดวงอาทิตย์จำลองของฮารานก็เริ่มจะดับลงไปด้วย
แสงทั้งหมดได้ถูกดูดไปบริเวณบนนิ้วชี้ของซุนยองพอควันเริ่มหายไปทุกคนก็เห็นว่าซุนยองไม่มีาแเลย
แล้วพอซุนยองได้ปล่อยแสงใส่จิฮารุ เธอก็เริ่มกรีดร้องออกมาพร้อมกับดวงตาที่เริ่มบอดและทั้งตัวที่เริ่มมีเปลวไฟลุกโชน
เธอได้แปลงร่างเป็ัเต็มตัวที่มีขนาดตัวใหญ่ประมาณครึ่งเกาะของฮาราน
เธอใช้เกล็ดัของเธอป้องกันเอาไว้ แต่ว่าเกล็ดันั้นก็เริ่มถูกละลายอย่างช้าๆ
ถึงแม้แสงแดดธรรมดาจะไม่สามารถทำร้ายคนได้ แต่แสงที่ถูกรวบรวมโดยนกเพลิงสีชาดทลายะนั้นสามารถฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย
ไม่นานนักเธอก็เริ่มทนกับความร้อนไม่ไหวและขอยอมแพ้ไป
การประลองครั้งนี้ซุนยองชนะ
จิฮารุที่พ่ายแพ้ไปเธอก็ยอมรับซุนยองอย่างหมดหัวใจ แบบหมดหัวใจจริงๆ
ฮารานกับคนอื่นที่ดูัผู้ไร้พ่ายพ่ายแพ้ในวันนี้ก็ถือเป็โชคดีสำหรับทุกคน
แต่หลังจากนั้นฮารานที่ว่าจะไปจัดการทำลายอาณาจักรตามแผน แต่ก็ติดอยู่ที่ฮารานต้องไปช่วยเ้าสำนัก ฮารานเริ่มสับสนความคิดของตนเอง
่แรกในการเดินทางเขามีความคิดที่จะทิ้งทุกอย่าง ความรู้สึกเป็ห่วง การแก้แค้น การให้อภัย การสร้างมิตรภาพ
ฮารานล้วนมีความรู้สึกพวกนี้ทั้งหมด
ฮารานมีความคิดที่จะเดินไปตามเส้นทางใหม่ที่ทับกับเส้นทางเก่า ซึ่งมันไม่ยาก
ณ ลานสอบสวนในสำนักกวนิ
พื้นที่นี้เป็รูปแบบของสนามประลองขนาดใหญ่ที่จุผู้เข้าชมได้ประมาณ 15 ล้าน คน ความใหญ่ของสนามมีมากกว่า 500 ลี้
บริเวณตรงกลางก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นเคยนั่นคือไท่กวนิ เธอมีหน้าตาที่โศกเศร้าและมีกุญแจมือสวมไว้เหมือนนักโทษ
เ้าสำนักทุกคนและศิษย์เกือบทุกคนของทุกนิกายได้รวมตัวเพื่อสอบสวนเื่ที่คุกถูกทำลายและก็มีชายคนสองคนเดินมาจากประตูข้างหลังที่นั่งที่อยู่สูงที่สุด คนหนึ่งมีหน้าตาที่ชราผมขาวและดูเหมือนอำนาจจะท่วมท้น
ชายแก่คนนั้นชื่อกวนิชิงกัง
เขาเป็ผู้นำของทั้ง 7 สำนัก และเป็ปู่แท้ๆ ของไท่กวนิ
อีกคนเป็ชายหนุ่มผมขาวครึ่งหนึ่งและดำครึ่งหนึ่งและดูท่าทางจะต่ำต้อยแต่ทุกคนก็ให้ความเคารพ
ชายคนนั้นชื่อชิชง
เขาเป็คนจากหอการค้าเฉียนหลง และยังเป็ฝ่ายบริหารอีกด้วย ซึ่งพวกเขาจะจนใจแค่กำไรและทุกอย่างที่มีผลประโยชน์แก่พวกเขาและครั้งนี้ทั้ง 6 สำนักก็ได้เสนอสมุนไพร ใบเพลิงสุริยันระดับ 7 จากอาณาจักรทางฝั่งผู้ใช้เวทมนตร์แก่พวกเขา ซึ่งทางหอการค้าเฉียนหลงก็พอใจเป็อย่างมาก
ทุกคนที่อยู่ในบริเวณในสนามนั้นต่างก็อยากรู้ความจริง
ชิชงไม่รอช้า เขาเดินเข้าไปยังกลางสนามไปที่บริเวณของไท่กวนิอยู่ พวกเขาได้พูดคุยกันเล็กน้อยเกี่ยวกับวัยเด็กของพวกเขา
ในตอนนั้นชิชงได้ถูกสัตว์อษูรมายาลึกลับไล่ตามแต่ว่าไท่กวนิก็ได้มาช่วยไล่สัตว์อษูรตัวนั้นไว้ทันและในเวลานั้นชิชงก็ให้สัญญากับไท่กวนิว่าจะช่วยเหลือในวันที่เดือดร้อน
เวลานั้นตระกูลกวนิเริ่มมีอำนาจแพร่หลายและได้เริ่มแทรกแซงสำนักหลายสำนักและเนื่องด้วยตระกูลกวนิมีอำนาจมากพวกเขาจึงต้องรักษาอำนาจ เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ทำให้ตระกูลด่างพร้อย ผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต
ตัดมาที่ปัจจุบัน ชิชงได้ตรวจสอบความทรงจำตามที่ได้รับมอบหมาย
เขาก็ได้เจอสิ่งที่ผิดปกติในวันที่คุกถูกทำลาย ในวันนั้นเป็วันรับศิษย์พอดี 'ตอนที่มีคนไม่ไปที่ป่าหมอก 18 คน ฉันรู้สึกว่ามันจะเป็ปีที่ยุ่งยากอีกปี เพราะผู้สมัครดูแล้วจะมีแต่พวกอวดดีแต่พอฉันเห็นเด็ก 2 คนประลองก็รู้ได้เลยว่า 2 คนนั้นมีความสามารถ ฉันจึงอยากจะทดสอบพวกเขาโดยใช้พลังที่มีคำสาปสูงสุดที่ฉันทำได้ใส่ลงในผ้าสีแดงไม่ให้พวกเขาถอดได้นอกจากจะมีคนอื่นถอดให้ แต่หนึ่งในนั้นก็สามารถถอดได้อย่างง่ายดายทั้งๆ ที่เป็เพียงผู้ฝึกลมปราณแท้ๆ และอีกคนก็หลบหนีจากทุกผู้สมัครทุกคนได้อย่างง่ายดายราวกับว่าพลังฉีของเขาไร่ขีดจำกัด ในขณะที่ฉันกำลังเลี้ยงเด็กนั้นฉันก็ใช้สมาธิจดจ่อกับมันเป็อย่างมากแต่ว่าเด็กที่ใช้พลังมิติก็โผล่มา ฉันที่ใและโกรธแค้นเขาเป็อย่างมาก ฉันจึง้าจะสั่งสอนเขาโดยการนำเขาเข้าไปยังเรือนำกักขังปีศาจโดยไม่ได้บอกใคร แต่พอไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนั้นฉันก็ได้รับรายงานว่าเรือนจำะเิ ฉันจึงรีบมุ่งไปแต่ก็ไม่เจออะไรศพของเขาฉันจึงแต่งตั้งเขาให้เป็ศิษย์อันดับ 1 เพื่อให้ทุกคนในสำนักคิดถึงเขาแต่ 1 เดือนต่อจากนั้น เขาก็โผล่ออกมาแล้วบอกว่าคนที่คอยฝึกสอนได้มาเสียสละตัวเองทำให้เขารอดมา จากนั้นเขาก็ทิ้งจดหมายในห้องซึ่งข้างในเขียนว่าจะไปทำภารกิจที่ยากมากๆ พอเสร็จจะกลับมาจากนั้นฉันก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย'
ชิชงที่ได้เห็นความทรงทั้งหมดของไท่กวนิเขาก็ได้รายงานทั้งหมดไปตามตรงโดยที่ไม่ได้โกหกอะไรเลยไท่กวนิที่เห็นชิชงไม่ช่วยอะไรเธอเลย เธอจึงมีน้ำตาออกมาเล็กน้อย ทุกคนได้ยินคำพูดคนที่ของคนจากค้าเฉียนหลงหรืออีกชื่อชิชง ทุกคนที่อยู่ในลานประลองนั้นจึงเชื่ออย่างสนิทใจ ซึ่งเ้าสำนักทั้ง 6 คนก็เริ่มคุยถึงความผิด 2 กระทง คือใช้อารมณ์ตัดสินและขังศิษย์ตัวเองไว้ในคุก
เ้าสำนักทั้ง 6 คน รวมถึงปู่ของเธอ ก็ได้เห็นว่าโทษของเธอยังไม่มากพอที่จะถูกปะา พวกเขาจึงตัดสินให้เธออยู่ถูกขังในถ้ำหยกเยือกแข็งหลังสำนักกวนิ ที่มีความเย็นจนไปถึงกระดูก 2 ปี
ส่วนเื่ห่าวหลานทุกคนจะรอจนเขากลับมาแล้วค่อยตรวจสอบความทรงจำ
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกลับไปยังที่ของตนเอง
แล้วในระหว่างที่ไท่กวนิกำลังเดินทางไปรับโทษที่ถ้ำหยกเยือกแข็งเธอก็เหมือนเห็นห่าวหลานอยู่ข้างหน้าเธอ แต่พอเธอกะพริบตาห่าวหลานก็หายไปแล้ว