ตอนที่ 20 – เมืองที่ได้ยินเสียงเดียวกัน
สามวันหลังจากเหตุการณ์ในโรงเรียนดนตรีร้าง
เมืองทั้งเมืองเริ่มมีอาการแปลกประหลาด
มีรายงานจากชาวบ้านหลายแห่ง
“กลางดึกมีเสียงเปียโนดังจากบ้านว่าง”
“บางคนได้ยินเด็กหัวเราะในโทรศัพท์ แม้ปลายสายวางไปแล้ว”
และที่น่ากลัวที่สุด —
มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกพบหมดสติอยู่กลางถนน พร้อมกระดาษโน้ตเพลงขาดครึ่งหนึ่งในมือ
ในห้องทำงานของเมฆา
วรุฒถือกาแฟสั่น ๆ มาวาง “พี่ครับ ผมว่าเมืองนี้เริ่มไม่ปกติแน่แล้ว”
“ทำไมล่ะ” เมฆายังนั่งนิ่งหน้าคอมพิวเตอร์
“ก็เมื่อคืนผมกลับห้อง เห็นเพื่อนบ้านผมกำลังดีดอูคูเลเล่ ทั้งที่เขาหูหนวกตั้งแต่ปีที่แล้วครับ!”
“ดีดเพราะไหม”
“พี่! ผมพูดจริงนะ!”
เมฆาหันมาพูดเรียบ ๆ “ถ้าเขายังมีจังหวะ นั่นแปลว่าสมองเขายังรับคลื่นได้”
“งั้น...แปลว่าไม่ใช่แค่ได้ยินใช่ไหมครับ แต่สมองคนกำลัง เล่นกลับ คลื่นออกมาเอง?”
“ถูกต้อง” เมฆาพยักหน้า “เหมือนเมืองนี้กำลังกลายเป็นเครื่องขยายเสียงขนาดยักษ์”
จิตราเปิดแท็บเล็ตที่มีแผนที่ของเมือง “คลื่นความถี่ต่ำ 19Hz เริ่มแผ่ไปถึงฝั่งตะวันออกแล้วค่ะ”
“ศูนย์กลางน่าจะอยู่แถวโรงเรียนดนตรีเดิม...แต่มีจุดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย”
“ที่ไหน?” เมฆาถาม
“หอแสดงดนตรีเก่า ที่ปิดไปสิบปีแล้ว...”
คืนนั้น ทั้งสามมุ่งหน้าไปยัง “หอศิลป์เสียงหลอน” — ชื่อที่คนในย่านเรียกกันติดปาก
อาคารนั้นสูงสามชั้น ผนังแตกร้าว มีป้ายเหล็กเขียนว่า “Kamolwan Concert Hall”
ไฟถนนส่องถึงแค่ครึ่งอาคาร อีกครึ่งหนึ่งจมอยู่ในเงาดำ
“พี่...” จิตรากระซิบ “เสียงมันมาจากข้างในแน่เลยค่ะ ฟังสิ เหมือนคนกำลังซ้อมเพลง”
วรุฒพึมพำ “ผีมีคอนเสิร์ตส่วนตัวแบบนี้ด้วยเหรอครับ...”
“มีสิ” เมฆาว่า “แต่ไม่แน่...เราอาจเป็นแขกคนสุดท้ายของเขา”
เมื่อทั้งสามเข้าไปข้างใน
เวทีใหญ่ถูกปกคลุมด้วยผ้าขาดเก่า ๆ
แสงจากไฟฉายสะท้อนบนแป้นเปียโนและเครื่องทองเหลืองเก่า ๆ ที่เรียงรายเต็มห้อง
บนเก้าอี้แถวหน้า
มีผู้คนหลายสิบคนนั่งนิ่ง เหมือนคนกำลังชมการแสดง
แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ — พวกเขา ไม่หายใจ
วรุฒอุทาน “พี่เมฆา! นี่มันคนจริง ๆ เลยนี่ครับ!”
เมฆาก้มลงตรวจชีพจร “หัวใจหยุดเต้น...แต่สมองยังทำงาน”
“พี่พูดจริงเหรอครับ!?”
“ดูนี่สิ” เมฆาชี้ไปที่ขมับของศพ
ใต้ผิวหนังมีเส้นเลือดเต้นเป็นจังหวะ — เหมือนกำลัง “ฟังเพลง”
ทันใดนั้น ไฟบนเวทีก็ติดขึ้นเอง
และเสียงเด็กหญิงที่เคยได้ยินก่อนหน้านั้นดังขึ้นจากทุกลำโพง
“ขอบคุณที่มา...ทุกคนจะได้ฟังเพลงเดียวกัน...”
ทุกศพเริ่มยกหัวขึ้นช้า ๆ
แววตาเหมือนคนฝันกลางวัน
และในหูของพวกเขา — มีเสียงไวโอลินดังขึ้นโดยไม่มีใครเล่น
จิตราหน้าซีด “พี่...นี่มันคอนเสิร์ตผีชัด ๆ!”
“ไม่ใช่ผี” เมฆาพูดนิ่ง “แต่เป็นคลื่นความจำที่กำลังใช้สมองคนเป็นตัวขยายเสียง”
เมฆารีบเปิดเครื่องยับยั้งคลื่นเสียง
จังหวะเดียวกับที่วรุฒยกมือไหว้กลางอากาศ “ขอเถอะครับ ใครจะเล่นก็เล่นคนเดียวเถอะ อย่าชวนผมเลย ผมตีฉิ่งไม่เป็น!”
คลื่นเสียงเริ่มสั่นแรงจนพื้นเวทีสั่นสะเทือน
แผ่นไม้ร่วงลงมาจากเพดาน
เสียงทั้งหมดเริ่มกรีดร้องซ้อนกันจนกลายเป็นเสียงเดียว — เสียงของเด็กหญิงร้องไห้
เมฆากระซิบ “เธอยังไม่ไปไหน...เธอกลัวคนจะลืมเสียงของเธอ”
แล้วเขาก็พูดเบา ๆ ต่อหน้าทุกศพ
“ไม่มีใครลืมหรอก...เธอเล่นได้ไพเราะที่สุดแล้ว”
เสียงทั้งหมดค่อย ๆ จางหาย
แสงไฟดับลง
และเมื่อเปิดอีกครั้ง — คนที่นั่งอยู่ทั้งหมดก็ทรุดลงพร้อมกัน เหมือนถูกปลดปล่อยจากบางสิ่ง
ภายนอก หอศิลป์เงียบสนิทอีกครั้ง
เพียงแค่ลมพัดผ่านทุ้ม ๆ เหมือนเสียงสายไวโอลินสุดท้าย
วรุฒหอบหายใจ “พี่ครับ ผมขอพูดตรง ๆ เลยนะ ถ้ามีงานผีคอนเสิร์ตอีก ผมจะลา!”
“ลาอะไร” เมฆาหัวเราะ “นายยังไม่ได้เซ็นสัญญาเลย”
“พี่!”
จิตราหัวเราะทั้งน้ำตา “อย่าบอกนะว่าพี่กำลังคิดจะเก็บค่าบัตรจากผี”
“เปล่า” เมฆาว่า “แต่ถ้าผียังมีแฟนคลับ เราก็ต้องจัดการประชาสัมพันธ์ให้ดี”
จบตอนที่ 20 – เมืองที่ได้ยินเสียงเดียวกัน
Next ตอนที่ 21 – เสียงที่หายไป
หลังจากเหตุการณ์คลื่นเสียงถูกหยุด เมฆากลับพบว่า “มีบางอย่าง” หายไปจากหัวเขา — เสียงของตัวเอง... และมันอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ