แคว้นหวง ตั้งขนาบด้วยเขาน้อยใหญ่บนชัยภูมิที่เป็ต่อทางการรบ พื้นดินอุดมสมบูรณ์ด้วยแม่น้ำสายใหญ่คอยหล่อเลี้ยงราษฎร แม้มิได้ติดทางออกทะเลอันเป็หัวใจของการค้าแต่ยังคงเป็แคว้นขนาดใหญ่ที่ตั้งตัวได้ด้วยทรัพย์สินเกินประเมินค่า พวกเขาร่ำรวยมั่นคั่งด้วยการขายอัญมณีและใบชาไม่ว่ามองไปทางใดล้วนเห็นภาพของความมั่งมีไม่ขัดสน
‘เหมืองหลวง’ ซึ่งสร้างเงินถุงเงินถังให้แคว้นอยู่ในการของฮ่องเต้ นับเป็โชคของพวกเขาที่ไม่ว่าจะขุดลงส่วนใดของแผ่นดินก็มีแต่จะงอกเงย ถึงอย่างนั้นอำนาจและเงินตราตามมาด้วยความโลภเสมอ บัลลังก์ัที่ส่งต่อกันมาจึงอาบย้อมด้วยเืของเหล่าบรรพชนแซ่หวงมานับไม่ถ้วน
หวงลู่จื้อ ครองราชมานานกว่า 30 ปี ไร้ฏต่อกร มิใช่เพราะเปี่ยมเมตตา หากแต่แม้เสียงเห่าใดเข้าหูเขาก็สามารถสั่งตัดหัวสุนัขตัวนั้นได้ง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือ การเลี้ยงคนด้วยความกดขี่ช่วยสอนให้คนเ่าั้รู้ซึ้งว่าสิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควร
‘เ้าจะบงการได้แค่ศพของข้าเท่านั้น’ เขาประกาศเมื่อได้นั่งยังบัลลังก์ในฐานะฮ่องเต้คนใหม่ ทำให้เสียงจอแจของเหล่าขุนนางเงียบสนิทไปในทันที ไม่ว่ารัชสมัยใดผู้นั่งบนเก้าอี้ร้อนสีทองอร่ามล้วนถูกชักใยยึดโยงโดยขุมอำนาจของบรรดาขุนนางเ้าเล่ห์ทั้งสิ้น ซึ่งเขาไม่มีทางเป็เช่นนั้น
ชีวิตในวังหลวงนั้นมิได้สุขสบาย ด้วยการแก่งแย่งอำนาจกันในราชสำนักหวงลู่จื้อในวัยเยาว์ถูกบงการไม่ต่างกับสิ่งของดังเช่นองค์ชายพระองค์ก่อนๆ ขุนนางน้อยใหญ่ไว้ชีวิตเขาเพียงเพราะยังพอมีประโยชน์จึงไม่จัดการไปั้แ่เล็กและนั่นเป็ทางเลือกที่กลายเป็ดาบซึ่งหันกลับมาบั่นคอพวกมันเอง
ั้แ่เกิดมาทุกสิ่งของเขาถูกเตรียมไว้เสร็จสรรพั้แ่ชื่อ การศึกษา รวมถึงภรรยา พระชายาแซ่ฟางถูกหมั้นหมายทางการเมืองกันั้แ่เล็ก ฟางไฉ่หง นางเป็หญิงสาวที่ไม่ต่างกับตุ๊กตาแก้วงดงามล้ำค่าแต่ไร้ชีวิตจิตใจเพราะเกิดในตระกูลใหญ่ที่เื่ผลประโยชน์มาก่อนความรู้สึกไม่ต่างกับตระกูลอื่น บิดาของนางนามฟางไห่ฉิน มีบรรดาศักดิ์เป็ถึงเสนาบดีมีอำนาจควบคุมคนกว่าครึ่งราชสำนัก ไม่ว่าจะกระทำสิ่งใดต่อให้ผิดพลาดมากแค่ไหนก็ยังมีคนออกหน้ารับแทนทำให้จิ้งจอกหนุ่มตนนี้กำแหงหนักข้อขึ้นทุกวัน
ไม่กี่ปีหลังจากส่งบุตรสาวให้สมรสกับองค์ชายรัชทายาทลู่จื้อ ฮ่องเต้มีอาการประชวรอย่างหนักจนต้องจากไปก่อนวัยอันควร หมอหลวงที่ทำการรักษาก็ถูกโจรบุกชิงทรัพย์สังหารสิ้นทั้งตระกูล นางกำนัลในตำหนักที่ถวายการดูแลก็หายไปจนไม่มีใครได้พบพวกนางอีก เหตุการณ์บังเอิญเหล่านี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันจนคิดไปได้ต่างๆ นานา น่าแปลกที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปสืบถึงการเสียชีวิตอันเป็ปริศนาเ่าั้เลย
หวงลู่จื้อขึ้นครองราชย์ด้วยวัยเพียง 18 ปี ข้างกันคือพระชายาแซ่ฟางที่กลายมาเป็ฮองเฮาด้วยวัยเพียง 16 ปี ว่ากันว่าชีวิตรักของฮ่องเต้หนุ่มและฮองเฮาเต็มไปด้วยความเ็าแม้อาหารสักมื้อก็ไม่เคยได้เสวยร่วมกันจนนางกำนัล บ่าวไพร่ ต่างเรียกขานตำหนักฮองเฮาว่าเป็ตำหนักเย็น
หญิงสาวจำนวนไม่น้อยถูกถวายตัวเข้ามาเป็สนมต่างไม่เคยถูกเรียกปรนนิบัติ ยกเว้นเพียงพระสนมเสียนเฟย นามสวีเลี่ยงเฟิ่ง หญิงสาวที่สนิมสนมกับฝ่าามาั้แ่ทรงเยาว์วัยซึ่งถูกตระกูลของนางถวายตัวเข้ามาในฐานะพระสนมเช่นเดียวกับตระกูลอื่น นางเป็เพียงคนเดียวที่ถูกพระองค์ไปมาหาสู่แต่ก็มิเคยสักครั้งที่พวกเขาจะร่วมเตียงกัน
ผ่านไปหลายปีฮ่องเต้ยังคงไร้วี่แววมีพระราชโอรส จนเมื่อหญิงสาวนางหนึ่งปรากฏกาย นางมีนามว่า หม่าเหมยลี่ บุตรีของเ้ากรมพิธีการ ทั้งที่มาจากบ้านเคร่งครัดเื่มารยาทแต่หญิงสาวแตกต่างจากพระสนมองค์อื่น นางสดใสเป็ธรรมชาติแม้จะซุกซนจนขัดกับขนบธรรมเนียมมากมาย สร้างชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียงเรียกได้ว่าใต้เท้าหม่าฝากตัวป่วนเข้าวังมาให้เสียมากกว่าจะเป็พระสนมผู้เพียบพร้อมคำสั่งแรกที่นางสมควรจะได้รับคงมิพ้นการขับออกจากวัง ต่อให้เป็เช่นนั้นนางกลับทำลายกำแพงน้ำแข็งของฮ่องเต้หนุ่มลงไปได้…
ความรักของพวกเขาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นชายหนุ่มทะนุถนอมและใช้ค่ำคืนแรกร่วมไปกับนาง ไม่ถึงปีหม่าเหมยลี่ก็ขึ้นมาเป็หนึ่งในพระสนมขั้นเฟย หากไม่ติดว่ามีฮองเฮาอยู่แล้วนางก็คงได้ยืนเคียงข้างฝ่าาในฐานะสตรีอันดับหนึ่งของแผ่นดิน
คืนหนึ่งในยามวสันต์ที่หยาดฝนสาดเทลงมาไม่หยุด สองสามีภรรยานั่งตรงกันข้ามจ้องมองด้วยสายตาเฉยชา ตำหนักฮองเฮาที่ชายหนุ่มไม่ได้มานานดูไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ จะมีก็แต่เพียงตัวเ้าของซึ่งดูจะเปลี่ยนแปลงไป นางเข้าสู่วัยสาวมีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้น แต่กลับเศร้าหมองลงยิ่งกว่าเก่า
“ฝ่าาเสด็จมาหาหม่อมฉันถึงตำหนักมีเื่อันใดหรือเพคะ” นางเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ข้ามาด้วยเื่ของเหมยลี่” แก้วชาที่ถูกยกขึ้นมาจรดริมฝีปากหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนชาอุ่นจะถูกวางยังที่เก่า
“ฝ่าามีอะไรก็ว่ามาเถิดเพคะ” แม้จะไม่ได้แสดงวาจาชิงชังแต่สีหน้าของนางตอบแล้วทุกสิ่ง หากมาพบนางเพียงเพราะเื่ของสตรีนางอื่นก็ไม่จำเป็ต้องมากความ ฟางไฉ่หงอยากรีบให้เขากลับไปเสียเดี๋ยวนี้
“นางตั้งครรภ์” ประโยคนั้นทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง
“หม่อมฉันต้องแสดงความยินดีด้วยหรือเพคะ” เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ หญิงสาวไม่อาจทนเข็มแข็งเหมือนดังเช่นทุกวันได้อีก นางมาก่อน...พบเขาก่อน...ั้แ่เกิดมาร่างกายและจิตใจของนางเป็ของเขาเพียงผู้เดียว ไฉ่หงเกิดมาเพื่อเป็ฮองเฮาเป็คนที่จะเคียงข้างบุรุษตรงหน้านาง เหตุใดทุกสิ่งถึงเป็เช่นนี้ในใจของนางร้อนรุ่มไปด้วยโทสะและความเสียใจทั้งคับแน่นอยู่เต็มอกรอวันแตกออก
“ข้ามาเพื่อบอกเ้าด้วยตัวเอง มันคงจะดีกว่าการที่ปล่อยให้เ้าได้ยินจากคนอื่น” บุรุษสูงศักดิ์เอ่ยต่อแม้จะเห็นท่าทางของสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาเอก
“ฝ่าารู้สึกผิดหรือเพคะคิดว่าเื่นี้การได้ยินจากพระสวามีของตนทำให้หม่อมฉันรู้สึกเสียใจน้อยลงรึ” มือบางกำชายอาภรณ์แน่นด้วยความคับข้องใจ
“…” ไร้การตอบรับจากฮ่องเต้หนุ่ม มันก็คงจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด
“ถ้าไม่ได้รักหม่อมฉัน ทำไมไม่ปฎิเสธการสมรสไป ฝ่าาเห็นแก่ตัวยิ่งนัก…การมีหม่อมฉันข้างกายเพื่อไม่ให้ถูกใครทำร้าย ใช้หม่อมฉันเป็ทั้งเกราะและโล่คอยปกป้องให้พระองค์มีชีวิตดั่งใจ้า ทั้งที่ไม่เคยสนใจดูแลมอบความสำคัญให้หม่อนฉันเลยสักนิด” ทุกวันนี้การมีชีวิตอยู่ในวังที่สุขกายแต่ไม่เคยสุขใจไม่ว่าเดินไปทางไหนมีเพียงเสียงนินทา คำเยาะเย้ย ถูกตราหน้าเป็สตรีหุ่นเชิดก็ยังไม่เจ็บใจเท่าถูกสามีทำเหมือนเป็เพียงเครื่องประดับ หน้าที่ของนางหมดลงั้แ่ตอนฮ่องเต้ได้ขึ้นครองราชย์ ในวันที่หญิงสาวกลายเป็สตรีอันดับหนึ่งของแผ่นดินเคียงข้างชายที่นางเฝ้าฝันถึงมาตลอดกลับกลายเป็วันได้รับรู้ว่าเขาไม่เคยคิดอยากจะจับมือของนางเลยสักครั้ง
“เ้าคิดว่าข้าได้มีชีวิตตามที่้าทุกอย่างรึ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นถาม
“เช่นนั้นที่เราเป็แบบนี้ก็ถือเป็เวรกรรมที่หม่อมฉันเลี่ยงไม่ได้เลยหรือเพคะ” ฟางไฉ่หงเป็สตรีเข้มแข็งมากนางหนึ่ง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นนางเสียน้ำตา
.........................................................
ย้อนความสัมพันธ์ของรุ่นพ่อแม่ขององค์ชายรองและรัชทายาทกันสักนิดนะคะ
ในเื่นี้ทุกตัวละครค่อนข้างโยงใยกันวุ่นวาย ปมหยุบหยับมาก