ตอนที่ 31 นอกจากเมียจะบอกให้เปลี่ยนนิสัย
เพียงแต่...
เขาไม่ได้รู้จักเฉินข่าย อีกฝ่ายถูกใส่ร้ายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขากัน
กัวเทียนไม่ได้คิดจะคืนความยุติธรรมให้ใคร
ฟางขุยไม่รู้ว่าคนที่ผลักกัวเทียนเมื่อครู่นี้กระซิบกระซาบอะไรไป คนคนนั้นพูดรัวเร็วเบาๆ และมีท่าทีระมัดระวังเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่มีใครทันสังเกตการกระทำเล็กๆ นั้น
เขาส่งสายตาไปหาบอดี้การ์ดข้างกาย อีกฝ่ายเข้าใจทันทีและหมุนตัวเดินจากไป
ไปเอาเงินงั้นเหรอ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ! ต้องไปตามคนมาช่วยอยู่แล้ว! เงินที่เข้ากระเป๋าของเถ้าแก่แล้ว ใครก็เอาคืนไปไม่ได้ทั้งนั้น!
หลังจากคนคนนั้นออกไปก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหลายครั้ง เรียกคนมาไม่น้อย แบบนี้เจ้าหมอนั่นไม่มีทางรอดแน่นอน
จนกระทั่งคนที่เรียกมากันแล้ว เขาจึงเดินนำกลุ่มคนเหล่านั้นกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง
แต่เมื่อพวกเขาพุ่งเข้าไปด้วยท่าทีดุดันก็เห็นเพียงคนที่ล้มลงกับพื้น ซึ่งมีแต่คนของพวกเขาทั้งนั้น เถ้าแก่ของพวกเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนเจ้าหนุ่มที่พวกเขาประกาศกร้าวว่าจะตีให้ขาหักกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เถ้า...เถ้าแก่ครับ เจ้าหมอนั่นล่ะ” คนคนนั้นรีบวิ่งเข้ามาหาฟางขุยแล้วถาม
ฟางขุยเงื้อหมัดขึ้น ปากก็ร้องด้วยความโกรธเคือง “ก็ใครใช้ให้แกไปนานขนาดนั้นล่ะฮะ!!! มันหนีไปแล้ว!”
คนที่โดนตีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ที่จริงเขาไม่ได้ไปนานเลย ใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ แต่เจ้าหมอนั่นกลับล้มเหล่าบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ในห้องภายในระยะเวลาสั้นๆ แล้วยังปล้นเถ้าแก่ของเขาไปด้วย เพราะเขาเห็นกระเป๋าสตางค์ของฟางขุยตกอยู่ที่พื้น โดยที่ข้างในไม่เหลือเงินสดอยู่แม้แต่น้อย
“ยืนเซ่ออยู่ทำไมล่ะวะ!!! ไปตามหามันสิ! ไปเอาตัวไอ้หมอนั่นมา!! โธ่เว้ย! กล้ามาหาเรื่องกันได้ จะจัดการไม่ให้เหลือซากเลยคอยดู!!!” ฟางขุยเอ่ยอย่างเดือดดาล
...
หลังออกมาจากที่ของฟางขุยแล้ว กัวเทียนก็เรียกรถหนีออกไป
หากเขารอให้หมอนั่นกลับมาก็คงโง่เต็มที เห็นชัดว่าฟางขุยไม่ยอมให้เงินเขาง่ายๆ ถ้ารอให้คนของอีกฝ่ายกลับมาก็เท่ากับว่าปล่อยให้ไปเรียกกำลังเสริมมาไม่ใช่เหรอ
หากเขารอจริง ตอนนี้คงถูกคนพวกนั้นล้อมไว้แล้ว
ดังนั้นพอคนคนนั้นไปแล้ว เขาจึงจัดการบอดี้การ์ดที่เหลือในห้องจนราบคาบจากนั้นก็ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ของฟางขุยออกมา ด้านในมีเงินอยู่แค่สามพันหยวน แต่บ่อนใหญ่ขนาดนี้เจ้าของย่อมพกเงินสดติดตัว เพราะจะมีคนมาขอยืมอยู่เสมอ ดังนั้นเจ้าหมอนี่ต้องมีเงินสดอยู่แน่
เขาจึงจ่อปืนไปที่ฟางขุย บีบบังคับให้ส่งเงินที่เหลือมา
ฟางขุยเองก็เป็นคนรักตัวกลัวตายคนหนึ่ง เขารีบเปิดลิ้นชักแล้วหยิบเงินสามปึกส่งให้กัวเทียน
กัวเทียนหยิบเงินมาสามหมื่นหยวน จากนั้นก็ซัดฟางขุยจนสลบแล้วค่อยจากไป
บนรถกัวเทียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาเพื่อนรักอย่างป๋ายอัน “สั่งสอนฟางขุยแล้วก็ยึดบ่อนของมันด้วย จะทุบทิ้งหรือให้คนอื่นดูแลแทนก็ได้”
“โอ้โห พี่ชาย ไปกินรังแตนที่ไหนมา เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ บอกให้เพื่อนฟังไม่ได้เลยเหรอ” ป๋ายอันได้ยินน้ำเสียงของกัวเทียนก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก ผลลัพธ์ของความโกรธคือต้องมีใครสักคนดวงซวยเสมอ และฟางขุยเป็นผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น
“ถ้ายังพูดมากอีก ต่อไปไม่ติดต่อไปแล้ว”
“ได้ๆๆ ไอ้หมอนี่ เมื่อไรจะเปลี่ยนนิสัยสักที”
ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าคนอย่างกัวเทียนเป็นคนมีคุณธรรม ทั้งยังมีน้ำใจกับเพื่อนฝูงสุดๆ ด้วยนิสัยเสียแบบนี้ ใครเขาอยากคบกัน
“แก้ไม่ได้หรอก นอกจากเมียจะบอกให้เปลี่ยน”
“ปัดโธ่! พูดแบบนี้อีกแล้ว! แม่งเอ๊ย ฉันขอแช่งให้นายเป็นทาสเมีย กระดิกตัวไปไหนไม่ได้ไปทั้งชีวิต!” ป๋ายอันเอ่ยอย่างเคียดแค้น
มุมปากของกัวเทียนเหยียดยกขึ้น เผยรอยยิ้มน้อยๆ
“เอาละ ไม่เปลืองน้ำลายกับนายแล้ว จำที่พูดไว้เมื่อกี้ด้วยล่ะ รบกวนด้วย”
“ได้สิ จะเกรงใจทำไม แล้วนายจะกลับเมื่อไร” ป๋ายอันถาม
“ยังไม่รู้ อาจจะ...อีกนานเลย” กัวเทียนไม่ได้บอกชัดเจน ว่าเขาจะไม่กลับไปจนกว่าจะไปถึงเป้าหมายที่เขาตั้งไว้