ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 ขอยืมข้าวสาลี

            หูหลันเยวี่ยได้ยินถิงถิงบอกว่าจะมาเรียนทำอาหารกับเธอก็รีบหยุดมือที่กำลังหวีผมอยู่ทันที “ถิงถิงฝีมือทำอาหารของเธอก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนี่นา จะต้องให้พี่สอนอะไรอีก”

            “แต่หนูทำอร่อยสู้พี่ไม่ได้นี่นา แถมยังทำได้ไม่หลากหลายด้วย!” ถิงถิงไม่คิดว่าฝีมือทำอาหารของตนดีแล้ว “อย่างเช่นเต้าหู้น่ะหนูทำได้แค่เอาไปตุ๋น ไม่ก็คลุกกับต้นหอมซอยหรือยอดอ่อนเซียงชุนแต่พี่ทำเต้าหู้ได้ตั้งหลายอย่าง แถมแต่ละอย่างก็ทั้งอร่อยแล้วก็น่ากินด้วย”

            หูหลันเยวี่ยมองตาถิงถิงอย่างจริงจังแล้วพูดว่า“ที่พี่ทำได้หลากหลายก็เพราะพี่เคยกินหรือเคยเห็นอาหารพวกนั้นมาก่อนทั้งนั้น ถ้าเธอได้กินอาหารหลายๆ อย่างเหมือนพี่เธอก็จะคิดสูตรอาหารได้เยอะขึ้นเอง ถิงถิง ฝีมือเธอก็ดีอยู่แล้วนะโดยเฉพาะพวกอาหารที่ทำจากแป้งเนี่ย เกี๊ยวที่เธอห่อ หรือโรตีต้นหอมที่เธอทอด มันอร่อยเอามากๆนะ”

            หูหลันเยวี่ยเริ่มจากการชมฝีมือของถิงถิงก่อนแล้วค่อยชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง “แต่ถ้าต่อไปเธอทำอาหารหรือปรุงส่วนผสมได้สัดส่วนที่พอดีกว่านี้ คุมอุณหภูมิของน้ำมันกับไฟให้ได้ที่พี่รับประกันเลยว่าอาหารที่เธอทำจะอร่อยกว่านี้เยอะการทำอาหารให้อร่อยก็มีแค่เรื่องไฟ อุณหภูมิน้ำมันแล้วก็สัดส่วนของวัตถุดิบกับเครื่องปรุงเท่านั้นแหละ”

            “อะไรคือสัดส่วนที่ว่าเหรอคะ?” ถิงถิงถามเสียงค่อย

            หูหลันเยวี่ยไม่ได้อธิบายเรื่องสัดส่วนให้ถิงถิงฟังตรงๆแต่ยกตัวอย่างเรื่องการต้มยาจีนให้ฟังแทน

            “เธอเคยเห็นเขาต้มยาจีนใช่ไหม ปกติแล้วยาหนึ่งชุดจะต้องใส่น้ำสามชามถ้าลดปริมาณยาลงครึ่งหนึ่งแล้วยังใส่น้ำสามชามเท่าเดิม มันก็ไม่เหมาะสมใช่ไหมล่ะถ้าปริมาณยาลดลงครึ่งหนึ่ง ปริมาณน้ำที่ใส่ก็ต้องลดลงครึ่งหนึ่งด้วย ถ้าไม่ลดยามันก็จะจืด ถ้าลดน้อยไป ยามันก็จะเข้มข้นเกินไปไม่ว่าจะเข้มข้นเกินไปหรือจืดเกินไป มันก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”

            ถิงถิงเคยเห็นการต้มยาจีนเธอตั้งใจนั่งฟังหูหลันเยวี่ยยกตัวอย่าง ก็ดูเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง

            ถิงถิงพูด“พี่คะ ที่พี่พูดถึงเรื่องสัดส่วนหมายความว่าถ้าเราผัดผักหนึ่งกระทะ เราต้องใส่น้ำมันกับเกลือสองช้อนถ้าใส่มากไปหรือน้อยไป มันก็อาจจะส่งผลต่อรสชาติของผัก ใช่หรือเปล่าคะ?”

            หูหลันเยวี่ยยิ้มแล้วพยักหน้า“ใช่แล้ว ต่อไปถ้าเธอผัดผักแล้วจำเคล็ดลับที่พี่บอกได้ทั้งหมดฝีมือของเธอจะต้องพัฒนาขึ้นแน่นอน”

            สองพี่น้องคุยกันต่ออีกสักพักแล้วก็ล้มตัวลงนอน

            วันรุ่งขึ้นหลังจากกินข้าวเช้าแล้ว หูหลันเยวี่ยก็ไปบ้านข้างๆ ตามที่นัดไว้เพื่อไปตัดเย็บเสื้อผ้าให้ย่าหลิน

            หูหลันเยวี่ยเป็นแขกประจำของบ้านสกุลหลินไปแล้วเจ้าหมาด่างก็เลยกระดิกหางอย่างกระตือรือร้นเป็นการต้อนรับเธอ

            พอย่าหลินเห็นหูหลันเยวี่ยมาหาถึงบ้านสีหน้าของเธอก็มีรอยยิ้มเมตตาขึ้นมา “เยวี่ยเยวี่ยมาแต่เช้าเลยนะ กินข้าวมาหรือยัง”

            “ย่าใหญ่ หนูกินมาแล้วค่ะ ย่าล่ะกินหรือยังคะ?” หูหลันเยวี่ยทักทายย่าหลินแล้วก้มลงเล่นกับเจ้าหมาด่างที่เดินเข้ามาคลอเคลีย

            ย่าหลินเห็นว่าหูหลันเยวี่ยก็ชอบหมาเหมือนกันเธอเลยยิ้มแล้วพูดว่า “เยวี่ยเยวี่ยดูท่าทางหนูก็ชอบหมานะ ลองเลี้ยงสักตัวสิ”

            หูหลันเยวี่ยหัวเราะแล้วตอบว่า“ถ้าหนูหาหมาที่สวยและว่าง่ายเหมือนเจ้าด่างได้หนูจะรีบอุ้มกลับมาเลี้ยงที่บ้านเลยค่ะ ว่าแต่ย่าใหญ่คะเจ้าด่างนี่ไปเอามาจากไหนเหรอคะ?”

            ย่าหลินพูด“เจ้าด่างนี่ พี่ซือหย่วนของหนูเก็บมาจากข้างถนนน่ะ ตอนที่เก็บมาตัวมันเล็กเท่าก้อนซาลาเปา แถมยังดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงนึกว่าจะเลี้ยงไม่รอดเสียอีก”

            “ย่าใหญ่คะ หนูมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่เห็นหลินซือหย่วนเลยล่ะ? เขายังไม่ตื่นนอนหรือเปล่าคะ?” หูหลันเยวี่ยแอบชำเลืองมองไปยังห้องที่หลินซือหย่วนนอนอยู่

            ย่าหลินรีบพูดว่า“พี่ซือหย่วนของหนูเขาไปตัวอำเภอแล้ว คงจะกลับมาตอนบ่ายๆ นู่นแหละ”

            หูหลันเยวี่ยแค่ตอบอืมในลำคอแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง

            ในขณะที่หูหลันเยวี่ยกำลังจะนั่งลงเพื่อเริ่มตัดเย็บเสื้อผ้าก็มีแขกมาที่บ้านสกุลหลิน

            คนที่มาเยือนก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็นป้าใหญ่ของหลินซือหย่วน จางกุ้ยเฟินนั่นเอง

            คนยังไม่ทันก้าวเท้าเข้ามาในรั้วบ้านก็ส่งเสียงเรียก‘คุณป้าคะ คุณป้าคะ’ ดังลั่นแล้ว

            พอได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอกอารมณ์ที่สดใสของย่าหลินก็หม่นหมองลงในทันที

            “เยวี่ยเยวี่ย หนูทำงานของหนูไปเถอะ คนที่มาคือป้าของหย่วนจื่อเดี๋ยวย่าออกไปรับหน้าเอง” ย่าหลินหาด้ายที่จะใช้เย็บเสื้อผ้าออกมาวางไว้บนจักรแล้วก็เดินออกไป

            ประตูห้องโถงไม่ได้ปิดจางกุ้ยเฟินจึงเดินฉิวเข้ามาข้างในเลย

            ตอนนี้ย่าหลินก็เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องที่เอาไว้วางจักรเย็บผ้า

            “กุ้ยเฟิน มาแล้วเหรอ นั่งก่อนสิ” ถึงแม้ในใจจะไม่ชอบจางกุ้ยเฟินแต่ย่าหลินก็ยังแสดงท่าทีที่ควรจะมีออกมา

            จางกุ้ยเฟินทิ้งตัวนั่งลงตรงหน้าโต๊ะพอเห็นว่าบนโต๊ะมีขนมเถาซูที่เปิดห่อแล้ววางอยู่ เธอก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงหยิบขนมเถาซูออกจากห่อแล้วส่งเข้าปากทันที

            “กุ้ยเฟิน ตอนนี้ยังไม่กินข้าวเช้าอีกเหรอ?” ย่าหลินเห็นว่าจางกุ้ยเฟินหยิบขนมเถาซูไปกินโดยไม่บอกกล่าวอะไรก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

            จางกุ้ยเฟินไม่รู้สึกว่าคนอื่นกำลังไม่พอใจ“กินมาแล้วค่ะ แต่มันอดไม่ได้นี่นา พอเห็นของอร่อยๆ เข้าหน่อยปากมันก็อยากกินขึ้นมาเอง”

            กินไปหนึ่งชิ้นจางกุ้ยเฟินก็หยิบอีกชิ้นจากในห่อมากินอีก

            หลังจากกินขนมเถาซูไปสองชิ้นจางกุ้ยเฟินก็รู้สึกว่าคอแห้ง เธอก็เลยรินน้ำดื่มเอง

            หลังจากดื่มน้ำไปหนึ่งชามใหญ่จางกุ้ยเฟินก็บอกถึงจุดประสงค์ที่มา “ป้าคะว่าที่ลูกสะใภ้ของบ้านที่ต้าเผิงไปดูตัวไว้อีกสองวันพ่อแม่ของฝั่งนั้นจะมาดูบ้านหนูน่ะค่ะหนูได้ยินจากแม่สื่อว่าพ่อแม่ของฝ่ายหญิงกลัวว่าลูกสาวจะมาลำบากก็เลยจะต้องเปิดโอ่งเปิดไหดูว่าบ้านฝ่ายชายมีข้าวสารอาหารแห้งเก็บไว้เยอะแค่ไหนก่อนจะตกลงปลงใจ”

            ในยุคนั้นตามชนบททั่วไป ถุงใส่ของต่างๆ ยังค่อนข้างหายากทุกคนก็จะใส่ข้าวสารอาหารแห้งไว้ในโอ่งหรือไม่ก็ไห

            ดังนั้นทุกบ้านก็จะมีโอ่งหรือไหขนาดเล็กใหญ่เอาไว้ใส่ข้าวสารอาหารแห้งอย่างน้อยก็บ้านละหนึ่งใบ

            ในยุคนั้นถ้าบ้านไหนมีข้าวสารอาหารแห้งเก็บไว้หลายโอ่งหลายไห ก็ถือว่าบ้านนั้นมีฐานะดี

            เมื่อคราวก่อนจางกุ้ยเฟินมาขอยืมเสื้อผ้าของหลินซือหย่วนให้ลูกชายใส่ไปดูตัวต้าเผิงดูตัวสำเร็จแล้วก็ยังไม่เอาเสื้อผ้ามาคืน

            ไม่เอาเสื้อผ้ามาคืนก็ไม่ได้ว่าอะไรยังจะมาขอยืมข้าวสารอาหารแห้งอีก

            ย่าหลินเข้าใจจุดประสงค์ที่จางกุ้ยเฟินมาเยือนก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน“กุ้ยเฟิน จะมาขอยืมข้าวสารอาหารแห้งบ้านฉันเหรอ? บ้านฉันมีกันแค่สองคน ข้าวสารอาหารแห้งที่ฉันกับหย่วนจื่อกินกันอยู่รวมกับที่ต้องส่งให้ส่วนกลางแล้ว มันก็แทบไม่เหลืออะไรให้ยืมแล้วนะไปขอยืมบ้านอื่นเถอะ”

            ยังไม่ทันที่ตัวเองจะได้เอ่ยปากขอยืมเลยแม่เฒ่าก็พูดตัดบทเสียแล้ว สีหน้าของจางกุ้ยเฟินก็ไม่สู้ดีขึ้นมาทันที

            “คุณป้าคะ ข้าวสาลีที่บ้านป้าเก็บเกี่ยวปีนี้ได้ผลผลิตดีนี่นาช่วยแบ่งให้พวกเรายืมไปใช้แก้ขัดก่อนก็แล้วกันนะหลังจากผ่านด่านพ่อแม่ของฝ่ายหญิงไปแล้วพวกเราค่อยเอาข้าวสาลีที่ยืมไปมาคืนให้ก็เท่านั้นเอง”

            ไม่รอให้ย่าหลินได้พูดอะไรจางกุ้ยเฟินก็พูดต่อ “ตอนที่หนูมาคราวก่อนหนูเปิดไหที่บ้านคุณป้าดูแล้วข้าวสาลีเก่าของปีก่อนก็ยังมีเหลืออยู่ตั้งครึ่งไหเลยนี่นาจะให้พวกหนูยืมข้าวสาลีเก่าพวกนั้นก็ได้นะคะ!”

            พูดจบจางกุ้ยเฟินก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องเล็กที่วางจักรเย็บผ้าไว้

            ไหใส่ข้าวสาลีวางอยู่ในห้องนั้น

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405