หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า

    บทที่ 176 ตำแหน่งผู้นำตระกูล

    บทที่ 176 ตำแหน่งผู้นำตระกูล

     

    “เจ้าเด็กอวดดีผู้นั้นจะไม่เห็นหัวหงอกหัวดำกันแล้ว! ถ้าวันนี้พวกเราไม่สามารถทำให้เขารู้ว่าในฐานะผู้นำตระกูล ก็ควรที่จะต้องเคารพกฎระเบียบธรรมเนียมของตระกูลบ้าง อย่างนั้นต่อไป...พวกเราก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วในฐานะผู้อาวุโส!”

     

    “จริงด้วย ทุกรุ่นที่ผ่านมา ผู้อาวุโสของตระกูลอย่างพวกเราได้รับความเคารพจากทุกคน รวมถึงผู้นำตระกูลก็ต้องฟังพวกเราบ้างเวลามีการทักท้วง แต่เด็กคนนี้เกินไปแล้วจริงๆ ต่อให้มีฝีมือ ต่อให้เก่งกาจ แต่ในการบริหารจัดการตระกูลหวง เขาจะมีประสบการณ์มากได้อย่างไร เพียงไม่กี่วันมานี้ ข้าก็ได้ยินผู้คนบ่นเกี่ยวกับการจัดการของเขามากมายแล้ว”

     

    “ใช่ เอาเงินมากมายไปโปรยแจกในงานแต่ง การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยนั้นจะทำให้ตระกูลหวงลำบากในอนาคตอย่างแน่นอน”

     

    “เพียงแค่ที่พวกท่านกล่าวมาเช่นนี้ ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าคนมีความผิด หากไม่ใช่ว่าพวกเราเห็นว่าเขายังอายุน้อยและไม่มีประสบการณ์ เช่นนี้คงจะถูกถอดถอนให้ลงจากตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้ว!”

     

    “เฮ้อ ข้าดูแลผู้นำตระกูลมาสองสามรุ่น ไม่เคยเจอคนหัวรั้นเช่นนี้เลย ไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ แถมใช้อำนาจโดยมิชอบด้วย”

     

    “นั่นน่ะสิ การแต่งงานด้วยสมรสพระราชทานกล่าวอ้างว่าปฏิเสธไม่ได้ก็แล้วไป นี่กลับทำเสียยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ใช้เงินใช้ทองไปมากมายเท่าไร เห็นว่าสินสอดการแต่งงานแทบจะหมดคลังสกุลหวงด้วยซ้ำ”

     

    “โอ้ จริงหรือ? เช่นนี้ยิ่งต้องตรวจสอบให้ดี หากเขาใช้เงินทั้งหมดในคลังของตระกูลจริงๆ อย่างนั้นก็ต้องชดใช้กลับคืนมา!”

                

    ทุกคนต่างก็แสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่เกรงกลัว เสียงของพวกเขาดังมากจนน่ารำคาญ ซึ่งเมื่อหวงซีเฉิงมาถึงที่เรือนรับรอง ยังเห็นสายตาไม่ชอบใจและอวดดีของพวกเขาอยู่

                

    กระนั้น ในฐานะคนเป็นผู้นำตระกูล เขาไม่ได้หวาดกลัวอะไรกับท่าทางวางอำนาจเช่นนั้น เพียงแค่เดินเข้ามาและนั่งในตำแหน่งของผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด ปล่อยให้คนอื่นๆนั่งอยู่โต๊ะด้านล่างราวกับจักรพรรดิและขุนนาง

               

     เมื่อเห็นท่าทางไม่เคารพนอบน้อมของเขา ผู้อาวุโสหลายคนก็ยิ่งมีสีหน้าไม่ดีมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก เขารู้สึกเหมือนกับถูกเด็กรุ่นหลังตบหน้าอย่างไรอย่างนั้น แทนที่จะให้คนจัดที่นั่งเป็นแถวในระดับที่เท่าเทียมกัน อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ชั้นสูงกว่าเสียอย่างนั้น

     

    “มีอะไรก็พูดมา” หวงซีเฉิงกวาดสายตามองไปรอบๆครั้งหนึ่ง ออร่าความกดดันของเขาทำเอาทุกคนกลั้นหายใจไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายแล้ววันนี้พวกเขาก็รวบรวมความกล้ามากพอที่จะมาจัดการแล้ว หาไม่คงจะไม่มาพร้อมกันที่นี่เวลานี้หรอก!

                

    ก่อนหน้านี้ทุกคนถูกรังแกด้วยการขับออกจากจวนใหญ่ไปแล้ว ด้วยข้ออ้างว่าจวนใหญ่แห่งนี้ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีกฎว่าต้องมีคนอื่นอาศัยอยู่ด้วย มีเพียงบัญญัติเอาไว้ว่าให้คน “ตระกูลหลัก” อาศัยเท่านั้น ในขณะที่เวลานี้...ไม่มีสายเลือดตระกูลหลักเลยนอกจากเขา

                

    โดยเขาเป็นตัวแทนของบิดาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้ แต่เขายังไม่มีบุตรชายคนอื่นๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพวกผู้อาวุโสที่ตีเนียนอยู่ในจวนหลักมาตลอดหลายปี รวมถึงพวกอนุภรรยา ฮูหยินคนอื่นๆของบิดา และลูกๆหลานๆที่ไม่ได้เป็น “สายเลือดหลัก” ของผู้นำตระกูลหวงอีกต่อไปย่อมต้องถูกขับไล่

                

    จวนแห่งนี้จึงเหลือเพียงเขาและชิงหมินเท่านั้น จนกว่าเขาจะแต่งงานใหม่หรือมีบุตรนั่นแหละ สมาชิกจึงจะเพิ่มขึ้น

                

    แน่นอนว่าพวกผู้อาวุโสไม่ได้จะยินยอมตั้งแต่แรก แต่ไม่อาจทำอะไรได้ ถึงพวกเขาจะประท้วงด้วยการตีมึน แต่สุดท้ายก็ยิ่งเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับพวกเขาแทนเสียอย่างนั้น บางคนฝันร้าย บางคนเกิดเรื่องขึ้นกับครอบครัวตนเอง บางคนก็หนักที่สุด เห็นวิญญาณตามมาหลอกหลอน 

                

    ทุกคนรู้ดีว่าเป็นฝีมือของใคร แต่เมื่อไตร่ถามกับหวงซีเฉิงที่เป็นผู้นำตระกูล เขากลับบอกว่าที่นี่เป็นอาณาเขตของวิญญาณที่เขาดูแลแล้ว เมื่อไม่มีคำสั่งอะไรก็ปล่อยให้พวกมันเล่นตามใจชอบ คนที่ไม่ได้อยู่ในที่ของตนเองต่างหากที่ต้องรับมือกับผลลัพธ์นี้

                

    นานวันเข้า พวกเขาก็ทนไม่ไหว ประกอบกับมีเอกสารบางอย่างค่อยๆส่งมาที่เรือนของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานในการยักยอกทรัพย์ เอกสารลับของบางคนที่เลี้ยงดูสตรีเอาไว้นอกจวน และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งนี้ทำให้ผู้อาวุโสค่อยๆถอนตัวออกไปทีละคนสองคน พวกเขาไม่กล้าที่จะอยู่ในจวนที่มีสัตว์ร้ายเช่นนี้อยู่จริงๆ

                

    ทว่า...หลังจากการแต่งงานที่ผ่านมา ในฐานะผู้อาวุโสแล้ว พวกเขาแทบจะไม่มีความสำคัญเลย ทุกคนยังคิดว่าหลังแต่งงานแล้วจะต้องหาทางสั่งสอนอีกฝ่ายบ้าง หรือถ้าสั่งสอนไม่ได้ก็จะไปลงที่ฮูหยินของเจ้าตัวแทน แต่....ผ่านไป 3 วันแล้ว ก็ยังไม่เห็นเงาของทั้งสองคนเลย

                

    ในฐานะผู้อาวุโส ถูกมองข้ามหัวไปเช่นนี้ยังจะอยู่เฉยได้อีกหรือ? ดังนั้นพวกเขาจึงไปรวมตัวกัน พูดคุยกันไม่กี่คำก็ตัดสินใจพากันมาที่นี่ ขาดก็แค่ 4 คนที่เป็นพวกขี้ขลาดก็เท่านั้น

                

    อ้างว่าไม่ต้องการมีปัญหาอะไร บางคนบอกว่าสุขภาพไม่ดี บางคนก็บอกว่าไม่เห็นว่าการกระทำพวกนี้เป็นเรื่องใหญ่ เหอ เหอ เหอ ไอ้พวกขี้ขลาดเหล่านั้น...อีกไม่นาน เห็นทีว่าจะต้องมีการลงความเห็นควรให้ถูกปลดจากตำแหน่งผู้อาวุโสเสียแล้ว!!

     

    “ผู้นำตระกูล ในฐานะที่เพิ่งขึ้นเป็นผู้นำตระกูล กฎบางอย่างเจ้าอาจจะไม่รู้ แต่ในตระกูลหวงของพวกเรามีธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของจวนไม่น้อยเลย พวกเรามาที่นี่เพื่อให้เจ้าได้เรียนรู้มากขึ้น” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด ราวกับว่าเรื่องที่เขาเพิ่งกล่าวนั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

     

    “ใช่แล้ว อย่างแรก...ข้ามีความคิดว่าการแสดงออกของเจ้าต่อผู้อาวุโสของตระกูล ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของตระกูลหวงมาตลอดนั้นไม่ค่อยดีเอาเสียเลย ต่อให้กลายเป็นผู้นำตระกูลแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกถอดออกไม่ได้หรอกนะ”

     

    “ในตระกูลหวงมีกฎเอาไว้ว่า หากผู้อาวุโสอย่างพวกเราลงความเห็นให้ปลดผู้นำตระกูลหวงออกจากตำแหน่งก็ย่อมทำได้ แม้ครั้งนี้พวกเราจะเมตตา แต่ในครั้งหน้า...อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้”

                

    พูดจบ เขาก็เชิดหน้าสูงราวกับว่าอำนาจในมือของพวกเขานั้นล้นเหลืออย่างไรอย่างนั้น เอาตำแหน่งผู้นำตระกูลหวงมาข่มขู่ เป็นเช่นนี้ย่อมทำให้ทุกคนกลัวเกรงอยู่บ้าง อย่างไรที่ผ่านมา...ก็ไม่มีใครกล้าต่อกรกับผู้อาวุโสของตระกูลทั้งหมดเช่นนี้

                

    อย่างไรก็ตาม นอกจากจะไม่แสดงออกถึงความกังวลแล้ว หวงซีเฉิงยังนั่งเท้าคางมองการแสดงของพวกผู้อาวุโสราวกับมองละครปาหี่ที่แสนจะน่าเบื่อด้วย

     

    “พวกเจ้ามาที่นี่ รบกวนข้าอยู่กับภรรยาด้วยเรื่องแค่นี้หรือ?” เขาเอ่ยถามด้วยความเบื่อหน่าย

     

    “ผู้นำตระกูล!!”

     

    “อยากทำอะไรก็ไปทำเสีย แล้วก็ไม่ต้องมาหาข้าเพื่อพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก” หวงซีเฉิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก ท่าทางเฉยชาของเขาเป็นธรรมชาติไม่ได้แกล้งทำ แต่มันยิ่งกระตุ้นโทสะของผู้อื่นมากกว่าเดิม

     

    “นี่ นี่เจ้า!!”

     

    “หวงซีเฉิง! ข้าขอบอกเอาไว้เลยว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากเจ้ายังกล้าพูดอวดดีอีกครั้งเดียว ข้าจะไปรวบรวมชื่อของผู้อาวุโสที่เห็นด้วยกับการปลดเจ้าออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูลเดี๋ยวนี้!!”

     

    “เจ้าจะยอมหักไม่ยอมงอหรือ? ตำแหน่งผู้นำตระกูลหวงยังคิดจะเอามาล้อเล่นหรือ? เจ้าไม่เห็นตระกูลหวงในสายตาเลยหรืออย่างไร!!” เหล่าผู้อาวุโสโกรธจัด เห็นได้ชัดจากใบหน้าที่แดงก่ำของพวกเขา

                

    เดิมทีคิดว่าเอาตำแหน่งผู้นำตระกูลมาข่มขู่เช่นนี้ย่อมต้องทำให้คนหวาดกลัวจนอาจจะรีบลงมาขอขมาตนเอง คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กอวดดีคนนี้จะไม่รู้ความมากกว่าที่คิด ถึงกับท้าทายให้พวกเขาไปทำเรื่องปลดออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูล เห็นทีว่าหลังจากนี้คงจะพูดกันดีๆไม่ได้เสียแล้ว!!

     

    “แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเซินจะนามสกุลหวงหรือนามสกุลหลี่ก็ได้ทั้งนั้น ในเมื่อข้าแต่งภรรยาแล้ว...จะออกจากสกุลหวงไปสกุลหลี่ก็ไม่ต่างกัน” หวงซีเฉิงยักไหล่

              

    เขาไม่ได้คิดมากเรื่อง “ชื่อ” หรือ “นามสกุล” อยู่แล้ว เมื่อตอนที่แกล้งความจำเสื่อม ชื่อบิดามารดามอบให้ก็ต้องละทิ้งไป ใช้ชื่อเฉิงเซี่ยเพื่อดำเนินการ หลบหนีพวกสารเลว และสืบข่าวจนสามารถรวบรวมพลพรรคกลับมาได้ 

                

    บิดาของเขาเองก็ไม่เคยยึดมั่นเรื่อง “สกุล” ขนาดนั้น เพียงแค่รำคาญพวกคนแก่หัวโบราณที่ต้องการจะกลายเป็นคนมีอำนาจทั้งๆที่ในความเป็นจริงไม่เคยมี เขาเองก็คงจะได้เรียนรู้มาจากท่านพ่อนั่นแหละ แน่นอนว่าถ้าเป็นท่านปู่ อีกฝ่ายคงจะมีความคิดที่คร่ำครึมากกว่านี้

                

    ทางนั้นต้องการทำเพื่ออาณาจักรเซิน พร้อมกับทำเพื่อตระกูลหวงให้ยิ่งใหญ่ด้วย ต่างจากหวงซีเฉิงและบิดาที่ต้องการทำเพื่ออาณาจักรเซิน โดยที่เขาเพิ่มความต้องการของตนเองมาเป็นอันดับหนึ่งหลังจากที่ได้เจอกับชิงหมินด้วย

                

    ก่อนหน้านี้เขาก็เหมือนบิดา คนอื่นจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่รำคาญ ปล่อยให้ทำให้จัดการไป เขาเอาเวลาไปอยู่ในกองทัพ วางแผนกลยุทธ์ในการขยายพื้นที่ของอาณาจักรเซิน จัดการกบฏ จับกุมโจรร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ความคิดของเขามีเพียงเท่านี้ ไม่เคยคิดว่าตนเองก็ควรจะต้องมีความสุขด้วย

                

    จนได้เจอกับชิงหมิน ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าความสุขของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสุขของชิงหมิน ดังนั้นถ้าคนแก่เหล่านี้กำลังจะสร้างปัญหาให้ชิงหมินในอนาคต เขาก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้!

                

    หากชิงหมินได้รู้ความคิดนี้ของหวงซีเฉิง เขาอาจจะเข้าใจมากขึ้นก็ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เส้นเรื่องทั้งหมดเปลี่ยนไป จากที่ “ฮูหยินสกุลหวง” จะต้องเจอกับบททดสอบมากมาย บัดนี้เขาในฐานะฮูหยินหวงกลับไม่ต้องรับมืออะไรเลย แท้จริงแล้วเป็นเพราะในเส้นเรื่องเดิมนั้น หวงซีเฉิงไม่ได้ใส่ใจที่จะทำเพื่อคนอื่น เขามองเรื่องในจวนเป็นเรื่องน่ารำคาญ ในขณะที่เขาให้ความสนใจไปกับการดูแลอาณาจักรเซินเท่านั้น

                

    หลังจากที่ชายชราทั้ง 8 ได้ยินคำกล่าวของหวงซีเฉิง พวกเขาก็เกือบจะกระอักเลือดออกมาคำโต บางคนถึงกับมือสั่นเทา โกรธจนปากเบี้ยว บางคนยังอ้าปากค้างเพราะไม่รู้ว่าจะต้องด่าทออย่างไรดี ท่าทางที่น่าขันของพวกเขาทำให้หวงซีเฉิงแค่นหัวเราะออกมา เขาพูดต่ออีกประโยคเพื่อยืนยันคำนี้

     

    “หลี่ชิงหมินแต่งเข้ามาหาข้ายังต้องเปลี่ยนนามสกุล ข้าเองก็ไม่ต่างจากเขา...หากตระกูลหวงไม่ต้องการ อย่างนั้นก็แค่ไปที่ตระกูลหลี่ มีค่าเท่ากัน...”

     

    “ทะ เท่ากัน!! เท่ากันได้อย่างไร!!”

     

    “เจ้า!! เจ้าเด็กเมื่อวานซืน!! เจ้าจะไปอยู่ตระกูลหลี่ได้อย่างไร”

     

    “เจ้าเป็นคนสกุลหวง สารเลวนักที่คิดจะไปอยู่ตระกูลอื่น!!”

     

    “เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เจ้าไม่ได้เป็นผู้นำตระกูลหวง เจ้าก็ไม่สามารถออกจากตระกูลหวงได้!!”

     

    “เกิดเป็นคนสกุลหวง ตายก็ต้องตายในฐานะสกุลหวงเท่านั้น!!” ทุกคนแทบจะพ่นเลือดออกมาอยู่แล้ว หากแม่ทัพใหญ่สกุลหวงออกไปอยู่สกุลหลี่ ไม่เท่ากับว่ายกอำนาจทั้งหมดของตระกูลหวงให้ผู้อื่นหรอกหรือ?

                

    มีแต่คนปัญญาอ่อนเท่านั้นที่คิดได้! และไอ้คนปัญญาอ่อนที่ว่าก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของพวกเขาตอนนี้!!

                

    ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดกลับตาลปัตร จากที่จะมาเป็นคนข่มขู่ให้ผู้อื่นรนราน สุดท้ายเป็นฝ่ายตนเองที่ต้องรนราน รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังต่อยลงไปแล้วถูกสวนกลับมาทันควัน โดยที่เป้าหมายไม่ได้ยุบลงหรือร้องโอดโอยด้วยซ้ำ ใบหน้าของพวกเขาเจ็บจนชาไปหมดแล้ว!

     

    “ไร้สาระ” หวงซีเฉิงโบกมือ เขาไม่สนใจท่าทางของคนเหล่านั้นเลยสักนิด กล้ามาหาปัญหากับเขา อย่างนั้นก็ต้องยอมรับปัญหาที่ตนเองก่อขึ้นด้วย

                

    ทันทีที่คนเหล่านั้นยื่นเรื่องปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูลหวง เขาก็จะไปอยู่กับตระกูลหลี่ ไม่สิ! ถ้าไปอยู่ตระกูลหลี่แล้วทำให้พ่อตาไม่สบายใจจนชิงหมินร้อนใจไปด้วย อย่างนั้นเขาก็จะตั้งตระกูล “หวง” ขึ้นมาใหม่เสียเองเลย เชื่อเถอะว่าจะมีผู้ติดตามเขามาอยู่ตระกูล “หวงใหม่” มากมายแน่

                

    ก็นะ...ตระกูลหวงที่เหลือแต่เปลือก อาศัยอยู่ใต้อำนาจของแม่ทัพใหญ่จนเคยตัว พวกมันจะเป็นตระกูลหวงระดับสูงอยู่ได้นานขนาดไหนกันเชียว

                

    นอกจากนี้ที่เขาตรวจสอบพบ ไส้ในของตระกูลหวงเวลานี้ก็กลวงโบ๋ แม้แต่คลังของตระกูลก็เหลือเพียงหยิบมือ ดังนั้นตอนที่เขาแต่งภรรยา...หวงซีเฉิงไม่แตะต้องของในคลังตระกูลหวงแม้เพียงชิ้นเดียว เขารู้สึกว่าของเหล่านั้นเป็นแค่เศษขยะ ในขณะที่ชิงหมินของเขาจะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ไม่น่าแปลกใจที่เขาต้องใช้เวลาเตรียมการนานกว่าปกติ

     

    “ผู้นำตระกูลหวง ข้าจะไม่พูดเรื่องที่ท่านไร้มารยาทกับพวกเราก็ได้ เจ้าอาจจะคิดว่าพวกเราเรื่องมากเกินไปในส่วนนั้น แต่ว่าบางอย่างที่เจ้าจะต้องรับผิดชอบและเอากลับคืนให้ตระกูลหวง นั่นก็คือ...สินสอดและเงินทองที่ใช้ไปในการแต่งงานที่ผ่านมา นี่ต่างหากคือจุดประสงค์สำคัญที่พวกเราต้องมาสั่งสอนในวันนี้”

     

    “จะ จริงด้วย! นี่เป็นความผิดที่ยอมไม่ได้จริงๆ ในช่วงยุคลหลังสงครามเช่นนี้ กลับใช้เงินทองของตระกูลมากมายเพื่อแต่งภรรยา ข้าไม่คิดว่านี่เป็นการกระทำของคนที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำตระกูล”

     

    “ของที่ใช้จ่ายไปจากคลังก็ต้องเติมเอากลับคืนมา วันนี้พวกเราในฐานะผู้อาวุโส มีสิทธิมีเสียงในการตรวจสอบเต็มที่ ขอให้เจ้านำบันทึกการใช้จ่ายทรัพยากรของตระกูลหวงออกมาด้วย”

                

    ในเมื่อพวกเขาต้องการใช้อำนาจกดข่มแบบธรรมดาๆไม่ประสบความสำเร็จแล้ว อย่างนั้น...ทุกคนก็เปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่องจริงจังแทน

                

    เรื่องเงินทอง ต่อให้พูดง่ายๆว่าจะออกจากตระกูลหวงก็ไม่อาจทำได้แล้ว ก่อนออกไป เขาจะต้องคืนเงินทุกเหรียญมาให้ก่อน ด้วยจำนวนเงินที่มากขนาดนั้น ต่อให้ต้องทำสัญญาชำระนี้กันเอาไว้ก็ต้องบังคับให้ทำ!!

                

    ทุกคนโล่งใจที่มีทางออกอื่น หลายคนมองหน้าหวงซีเฉิงอย่างต้องการเอาเรื่อง แต่ก็ถูกมองด้วยหางตากลับมาแทน...

     

    …………………………………

    คล้ายกับเรื่องหลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808