หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 17

    หลงเฟยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะรับเงินจำนวนนี้ไว้ และยังเอ่ยกล่าวขอบพระทัยองค์ราชาด้วยอาการประหม่าอยู่เล็กน้อย พร้อมทั้งยังตบปากรับคำ เรื่องการทำอาหารให้กับองค์ราชา องค์ราชินี และองค์หญิงน้อย เป็นเวลาอีก 30 วัน และจะเลี้ยงอาหารกลางวันประชาชนของพระองค์อีกเป็นเวลา 10 วัน หลงเฟยให้เหตุผลว่า เงินจำนวนนี้สามารถเลี้ยงอาหารกลางวันได้ราวๆ 10 วัน เนื่องจากวัตถุดิบเขาได้สั่งมาจากต่างแดนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงในส่วนของค่าการเดินทาง หรือก็คือค่าขนส่ง ซึ่งองค์ราชาก็เข้าใจดี อีกทั้งหลงเฟยยังได้รับคำชมจากองค์ราชินีอีกด้วยว่าเขามีจิตใจที่ดี  ในตอนแรกองค์ราชาต้องการที่จะเพิ่มเงินให้กับหลงเฟยอีก เพียงแต่เป็นหลงเฟยเองที่ไม่รับเงินก้อนที่สองนี้ ซึ่งมันทำให้พระองค์ยิ่งมองว่าหลงเฟยเป็นคนดีมากขึ้นไปอีก  “หากค่าใช้จ่ายไปเพียงพอ เจ้าสามารถบอกกับเราได้ทันที ไม่ต้องเกรงใจ เข้าใจหรือไม่” องค์ราชากำชับ ก่อนจะเดินทางกลับพระราชวัง“อย่าลืมเครื่องดื่มของเราในวันพรุ่งนี้ด้วย” องค์หญิงน้อยเองก็ไม่ลืมกล่าวกำชับเช่นกัน“พะยะค่ะ” “นี่ซินะที่เรียกว่า ‘การค้าเกินควร’ แค่อ้างเรื่องการเดินทางเพื่อขนส่งสินค้า ก็ฟันกำไรมาเพียบ” หลงเฟยกล่าวอย่างอารมณ์ดี พลางโยนถุงเงินที่ใส่เหรียญทองที่องค์ราชามอบให้ในมือเล่น หลงเฟยยอมรับว่า เขาก็ไม่ใช่คนดีเด่นอะไร ถ้ามีโอกาสในการฟันกำไรได้อย่างนี้ เขาจะทิ้งโอกาสงามๆ ไปได้ยังไงกัน โลกของเขาในปัจจุบันมันถือว่ามีให้เห็นกันอยู่อย่างมากมาย ‘การค้ามันคือความพึ่งใจของทั้งสองคู่ค้า ถ้าข้อเสนอไม่ได้เป็นที่น่าพอใจก็แค่ไม่ตกลงร่วมงานกันก็เท่านั้น’ ในเมื่อองค์ราชาพึงพอใจกับข้อเสนอนี้ ก็ถือผิดอะไรเขาไม่ได้ แม้ลึกๆ แล้ว หลงเฟยอดจะคิดไม่ได้ว่าถ้าพระองค์มารู้ความจริงทีหลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นต้องเงียบไว้จะดีที่สุด หลงเฟยเดินกลับมาที่ร้านเพื่อค้าขายอาหารต่อ และด้วยความช่วยเหลือจากพวกลีมูน ในเวลาไม่นานของที่เตรียมมาก็ถูกทอด ปิ้ง และขายออกไปจนหมด พวกเขาทั้ง 5 คน เหนื่อยหอบกันอย่างหมดแรง ถึงขนาดบางคนนั่งลงกับพื้นโดยไม่กลัวความสกปรกเลย “ไม่คิดเลยว่าอาชีพคนครัวมันจะเหนื่อยขนาดนี้” การินบ่นออกมาพร้อมกับหงายหลังนอนลงไป“แต่ข้าว่ามันก็สนุกดีนะ อีกอย่าง ถ้าข้าได้กินเจ้าไก่ทอดนี้ทุกวัน ข้าก็ยอมทำเช่นนี้ทุกวันเลย” อารีนพูดเสริมออกมา ก่อนจะหงายหลังลงไปนอนบ้าง เพราะเธอต้องพบกับผู้คนจำนวนมากในวันนี้ และเธอเองก็เป็นอีกคนที่ไม่ได้นั่งพักเลย ลีมูนกับคนอื่นก็หัวเราะออกมาในสภาพที่ทุกๆ คนนอนราบไปกับพื้นดินกันอยู่สักพักหนึ่ง “จริงซิหลงเฟย แล้วองค์ราชาทรงพูดคุยอะไรกับเจ้าบ้างรึ” ลีมูนที่ลุกขึ้นมานั่งเป็นคนแรก เอ่ยถามขึ้นมา“เรื่องอาหารกลางวันที่ผมจะแจกให้กับชาวบ้านน่ะครับ องค์ราชาต้องการเป็นเจ้าภาพ ทรงออกค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงประชาชนของพระองค์ถึง 10 วัน ตามที่ผมได้รับปากกับพระองค์ไว้ พระองค์จึงทรงให้งบมาด้วยนิดๆ หน่อยๆ...”“องค์ราชาก็อย่างนี้แหละ ทรงเป็นห่วงประชาชนของพระองค์อยู่เสมอ” การินกล่าวขัด โดยที่หลงเฟยยังพูดไม่ทันจบพวกลีมูนได้ฟังที่เพื่อนพูดก็พยักหน้าเห็นด้วยตามๆ กัน องค์ราชาของพวกเขาชั่งเป็นกษัตริย์ที่ดีจริงๆ แต่ด้วยความสงสัยของอารีน เธอจึงคิดจะเอ่ยถามกับหลงเฟยในเรื่องการคำนวณค่าใช้จ่าย เพราะนอกจากเธอจะเป็นนักเวทย์รักษาประจำกลุ่มแล้ว เธอยังเป็นคนดูแลเงินส่วนกลางให้กับป้อมสังเกตการณ์หน้าเมืองแห่งนี้อีกด้วย เธอกลัวว่าหลงเฟยจะใช้จ่ายอย่างเดียวไม่ทำบัญชีการเงินไว้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันอาจจะทำให้น้องคนเล็กประจำกลุ่มต้องยอมควักเนื้อของตัวเองไปจ่ายเพิ่มได้ “แล้วองค์ราชาให้งบมาเท่าไหร่ล่ะ เผื่อข้าจะช่วยเจ้าเรื่องการคำนวณค่าใช้จ่ายได้ ข้ากลัวว่าเจ้าจะคำนวณไม่เป็นจนทำให้เจ้าต้องขาดทุน” อารีนลุกขึ้นมานั่งแล้วก็เอ่ยถาม “เรื่องนั้นน่าจะสบายใจได้ในระดับหนึ่งเลยล่ะครับ เพราะงบที่พระองค์ให้มานั้นมันมากถึง 100 เหรียญทองเลยนะครับ” หลงเฟยเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆเขาไม่ได้คิดหนักเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายนี้อยู่แล้ว เรื่องที่ต้องคิดหนักจริงๆ คงจะเป็นเรื่องเมนูที่จะต้องทำตลอด 10 วันนี้มากกว่า“ห๊ะ!! อะไรนะ 100 เหรียญทอง!!” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยกเว้นหลงเฟยตัวเด้งขึ้นมายืนด้วยอาการที่ดูตกอกตกใจเป็นอย่างมาก  พวกเขาต่างก็รู้กันดีว่า องค์ราชานั้นพระทัยดี ทรงเป็นห่วงประชาชนของพระองค์อยู่เสมอ แต่ไม่คิดว่าพระองค์จะยอมจ่าย 100 เหรียญทอง เพื่อเลี้ยงอาหารประชาชนแบบนี้ นั่นมันเป็นจำนวนเงินมหาศาลมาก มากพอที่จะสามารถใช้ได้อย่างไม่มีจำกัดจนตลอดทั้งชีวิตของพวกเขาเลยทีเดียว หลงเฟยลุกขึ้นมายืนตามคนอื่นๆ แล้วล้วงหยิบเอาเหรียญทองจากถุงเก็บเหรียญออกมาทั้งหมด 4 เหรียญ เขายื่นมันให้กับพวกลีมูนคนละหนึ่งเหรียญ และยังคืนหนี้ให้กับลีมูนไปอีก 3 เหรียญเงินด้วย “หลังจากนี้ คงต้องรบกวนพวกพี่ๆ มาช่วยผม ตอนกลางวัน ตลอด 10 วันนี้แล้วล่ะ”  พวกลีมูนหันมามองหน้ากัน ก่อนจะมองไปยังเหรียญทองบนมือของพวกเขา ก่อนจะตบปากรับคำว่าจะช่วยน้องเล็กคนนี้ให้เต็มทีอย่างว่าง่าย จากนั้นพวกเขาจึงพูดคุยวางแผนงานกกันต่ออีกเล็กน้อย ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน และจะกลับมารวมตัว เพื่อช่วยงานหลงเฟยในช่วงสิบเอ็ดโมงตรง หลังจากแยกย้ายกัน หลงเฟยก็มาเข้ารับการฝึกต่อที่ค่ายทหาร แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะไปขออนุญาตกับ ‘มาร์’ ที่เป็นนายทะเบียนทหาร เกี่ยวกับภารกิจทำอาหารที่ได้รับจากองค์ราชา “คุณมาร์ครับ ผมได้รับมอบหมายจากองค์ราชา ให้ทำอาหารกลางวัน แจกประชาชนของพระองค์ เป็นเวลา 10 วัน จึงมาขออนุญาตออกจากค่ายก่อนเวลา และเข้ามาฝึกช่วงบ่ายช้าหน่อยนะครับ” หลงเฟยรายงาน“ได้ แต่ถ้าเสร็จแล้วก็รีบกลับมาฝึกด้วย อย่าให้ผู้อื่นเอาไปนินทาได้ ว่า เหตุใดเจ้าจึงได้รับอภิสิทธิ์อยู่ผู้เดียว” แม้มาร์จะอนุญาต แต่ก็ยังไม่วายกำชับอย่างเข็มงวด“ครับผม ..เอ่อ แล้วไม่ทราบว่า คุณมาร์พอจะช่วยผมกระจายข่าวเรื่องการแจกอาหารนี้ให้กับทหารในค่ายหน่อยได้ไหมครับ”“แจกที่ไหน”“ร้านขายอาหารที่อยู่ตรงข้างๆ ป้อมสังเกตการณ์หน้าเมืองครับ”“ได้ แล้วข้าจะให้เหล่าหัวหน้าทหารไปแจ้งแก่ลูกหน่วยของตนให้ เจ้าไปฝึกต่อได้แล้ว” มาร์รับปากพร้อมกับไล่หลงให้กลับไปฝึกต่อ