เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 152 เปิดเรียน (3)

            หอพักทรุดโทรม

            ห้องพักประหลาดหมายเลข 438

            บวกกับคนที่อยู่เตียงชั้นล่างที่ไม่น่าคบค้าสมาคมสักเท่าไร

            แต่อีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องของคุณหนูอวี๋ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนและอยู่ในอาคารที่สะดวกสบายมีรูมเมตเป็นเพื่อนสนิทของเธอ

            มีอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว ทำไมเธอต้องอดทนกับอะไรที่ลำบากแบบนั้นด้วย

            เธอเข้าเรียนที่นี่ในฐานะนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่งซูอินรู้ดีว่าตนเองคงได้รับความสนใจจากผู้คนไม่น้อยทุกอย่างที่เริ่มต้นใหม่เธอจะทำมันให้ดี ตั้งใจเรียน ไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจนั่นคือเหตุผลที่เธอเลือกที่จะอยู่หอพักนักเรียน

            แต่ในตอนนี้มีคนช่วยเธอหาเหตุผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ในห้องนอนที่ไม่ใหญ่นักหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวดียังคงพล่ามไม่หยุด “นี่เธอ…จะพูดยังไงดีล่ะตัวเองไม่รักษาสุขอนามัย แล้วยังไม่ยอมให้คนอื่นวิจารณ์อีกหรือ”

            ผู้ปกครองของเด็กสาวอีกสองคนเริ่มเอ่ยปากเพื่อเกลี้ยกล่อมแน่นอนว่าพวกเขาพูดเพื่อช่วยเหลือซูอินแต่การพยายามโน้มน้าวด้วยความอ่อนโยนนั้นกลับไม่เป็นผลและยิ่งทำให้หญิงสาวคนนั้นแสดงท่าทีหยิ่งผยองมากขึ้นเรื่อยๆ

            เธอเชิดคางมองสองสามีภรรยาตระกูลซู “คนแบบนี้หากนอนชั้นบนของลูกสาวฉันจะมีเหาตกลงมาใส่หรือเปล่าเนี่ย”

            “เกิดอะไรขึ้น”

            หวังเหวินชิงครูที่ปรึกษาซึ่งกำลังเดินตรวจตราหอพักนักเรียนได้ยินเสียงเหตุการณ์ตรงนี้จึงรีบเดินเข้ามาดูเมื่อเห็นซูอินแววตาที่อยู่หลังกรอบแว่นสีดำของเธอก็อ่อนโยนมากขึ้น

            ท่าทีเช่นนี้ของเธอไม่ใช่เพราะผลการเรียนที่ดีของซูอินนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ตอนที่ซูอินพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหวังเหวินชิงได้เดินทางไปเยี่ยมพร้อมกับหลินซิ่วตอนนั้นซูอินหยิบหนังสือของชั้นมัธยมปลายปีที่ 4 ซึ่งยืมมาจากลูกพี่ลูกน้องซูผิงมาอ่านและได้ขอให้หวังเหวินชิงช่วยสอนอยู่หลายข้อ

            มิน่าล่ะเธอถึงสอบได้อันดับหนึ่ง

            ทั้งๆ ที่สอบได้คะแนนสูงที่สุดแล้ว ปิดเทอมก็ยังตั้งใจเรียนอีก

            สิ่งสำคัญคือเด็กสาวคนนี้ยังเป็นคนหน้าตาดีใครเห็นก็รู้สึกมีความสุข

            เด็กนักเรียนเช่นนี้ คนเป็นครูคนไหนจะไม่ชอบต่อให้หวังเหวินชิงที่มีนิสัยเย็นชาได้เจอแบบนี้เธออดไม่ได้ที่จะชื่นชอบเด็กนักเรียนที่เก่งและขยันคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ

            อย่าว่าแต่ตอนนี้เลย เธอสามารถแยกแยะถูกผิดได้อย่างรวดเร็ว

            “นักเรียนคนนี้ เธอชื่ออะไร”

            เด็กสาวที่แต่งตัวอย่างประณีตยืดอกตอบ “คุณครูคะหนูชื่อเจี่ยงหมิงเถียนค่ะ”

            ในหัวของซูอินผุดชื่อหนึ่งขึ้นมา “เจี่ยงชางตงคือพ่อของเธอหรือ”

            เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของสองแม่ลูกตระกูลเจี่ยงซูอินก็ยังคงไม่เข้าใจ

            “มิน่าล่ะ พ่อของเธอรับผิดชอบดูแลธุรกิจในเขตหนึ่งของหลิงกวงที่แท้ก็กินข้าวของตระกูลหลิงนี่เอง”

            ในเวลานั้นทุกคนต่างเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะมองสองแม่ลูกตระกูลเจี่ยงด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

            หวังเหวินชิงตอบสนองอย่างรวดเร็วแต่ประเด็นที่เธอสนใจกลับไม่ใช่สิ่งนั้น “เจี่ยงหมิงเถียนหรือเหมือนว่าเธอจะไม่ใช่นักเรียนห้องหนึ่ง  ถูกแบ่งให้เข้าพักที่หอพักหรือ”

            นักเรียนหลายคนมีบ้านอยู่ในเมืองโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งไม่ได้บังคับให้อยู่หอพักหากเป็นนักเรียนที่มีฐานะก็จะเลือกเดินทางไปกลับแทน

            อย่างมากนักเรียนจะพักห้องละสามคนเตียงที่ว่างหนึ่งหลังมักจะเป็นนักเรียนจากห้องอื่นที่ถูกเพิ่มเข้ามา

            “คุณครูคะ หนูอยู่ห้องสองค่ะ”

            ห้องสอง…หวังเหวินชิงชะงักเล็กน้อยก่อนจะสั่งเด็กสาวที่อยู่ด้านข้าง “นักเรียน เธอไปห้องข้างๆที่อยู่ถัดไปสองสามห้อง ไปเรียกคุณครูอู๋มา”

            เด็กนักเรียนที่ได้รับคำสั่งคือเด็กสาวมีลักยิ้มที่มอบเนื้อหมักซอสให้ซูอินพยักหน้าเดินออกจากห้องพักไปไม่ถึงครึ่งนาทีเธอก็ตามคุณครูอู๋ที่อยู่ห้องถัดไปไม่กี่ห้องมาได้

            คุณครูอู๋อยู่ในวัยขึ้นเลขสามเช่นเดียวกับหวังเหวินชิง

            เธอเป็นครูที่ปรึกษาของห้องสองแน่นอนว่าเธอต้องได้เจอนักเรียนในห้องของตนเอง แต่เมื่อเธอได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจึงมองสองสามีภรรยาตระกูลซูที่แต่งตัวเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านและพบว่าไม่มีจุดไหนที่เธอจะปกป้องนักเรียนของตนเองได้เลยเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นความผิดของนักเรียนของเธอเอง

            “โรงเรียนเป็นสถานที่สำหรับเรียนหนังสือ ไม่ใช่มาชิงดีชิงเด่นพวกเธอเป็นเพื่อนนักเรียนกัน ถูกให้มาอยู่ห้องพักเดียวกันนั่นคือเรื่องของโชคชะตาควรปฏิบัติต่อกันด้วยดี นักเรียนเจี่ยง เธอขอโทษซูอินและผู้ปกครองซะ”

            คำพูดของครูที่ปรึกษา แน่นอนว่าเจี่ยงหมิงเถียนต้องเชื่อฟัง

            แม้จะรู้สึกไม่พอใจแต่เธอก็ยอมก้มศีรษะและเดินไปยังเบื้องหน้าของซูอินใบหน้าของเธอแดงเพราะความโกรธก่อนจะกัดฟันพูดสามคำ “ฉันขอโทษ”

            ซูอินได้แต่ส่ายหน้า

            อวี๋ฉิงที่อยู่ข้างๆ เธอหัวเราะ

            “การขอโทษของเธอไม่มีความจริงจังสักนิด อินอินเจอกันวันแรกก็เป็นแบบนี้แล้ว สามปีต่อจากนี้ต้องเจอปัญหามากมายนับไม่ถ้วนแน่คุณครูก็พูดแล้วว่าพวกเรามาที่นี่เพื่อเรียนหนังสือหากแต่ละวันต้องมานั่งคิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จะมีกะจิตกะใจเรียนได้ยังไงเธอมาอยู่กับฉันเถอะ ที่นั่นอยู่ไกลกว่าหอพักนักเรียนแค่ไม่เท่าไรเอง”

            อันที่จริงก่อนที่ครูจะมาถึง ซูอินได้ตัดสินใจแล้ว

            ครั้งนี้เธอไม่ปฏิเสธอีก แต่หันไปมองครูที่ปรึกษา “คุณครูหวังคะตอนนี้หากหนูขอยื่นทำเรื่องไปกลับ ไม่อยู่หอพักนักเรียนยังทันไหมคะ”

            หวังเหวิงชิงรีบตอบด้วยความยินดี “ที่โรงเรียนไม่บังคับเรื่องไปกลับหรืออยู่หอพักตอนนี้เธอยังไม่ได้จ่ายค่าหอพัก จึงตัดปัญหาเรื่องนี้ไปได้เลย”

            “ถ้าอย่างนั้นคุณครูหวังคะ หนูขอเลือกเดินทางไปกลับดีกว่าค่ะ”

            “ได้สิ”

            เรื่องราวในครั้งนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คนในหอพักที่ยังคงตกอยู่ในความงุนงงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

            มีเพียงคุณหนูอวี๋ที่ส่งเสียงด้วยความดีใจ “ฉันบอกแล้วว่าให้เธอมาอยู่กับฉันกินข้าวหรืออาบน้ำก็สะดวกสบาย ยังพอมีเวลาเปลี่ยนไปใส่เครื่องแบบฝึกทหารพวกเรารีบไปกันเถอะ แม่ของฉันเก็บของรออยู่ที่นั่นแล้ว”

            กระเป๋าเดินทางของเธอยังไม่ได้ถูกเปิดหากต้องการไปจากที่นี่ตอนนี้ก็สะดวกมาก

            จนเมื่อคนอื่นๆ มีปฏิกิริยาตอบสนอง ตระกูลซูทั้งสี่คน อวี๋ฉิงและคนขับรถรวมหกคนก็เดินกลับไปยังทางเดิม เหลือไว้เพียงเงา

            ผู้ปกครองของนักเรียนอีกสองคน : …

            “ไปแบบนี้เลยหรือ”

            พวกเรายังอยากให้บุตรสาวของตนเองได้เรียนหนังสือร่วมกับนักเรียนอันดับหนึ่งนี่นา

            เหตุการณ์ก่อนหน้านี้กลายเป็นเรื่องใหญ่มากพวกเขาเคยกังวลว่าซูอินจะมีปัญหาไหม แต่อย่างไรเสียตบมือข้างเดียวคงไม่ดังทว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ การกระทำของซูอินขจัดความสงสัยจนหมด สิ่งต่างๆล้วนเกิดจากจิตใจเด็กที่ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับได้รับสายลมเย็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้น่าจะไม่มีปัญหาแน่นอน

            บุตรสาวของพวกเขาอยู่ห้องพักเดียวกับซูอินเหมือนกับได้โบนัส

            แต่เพียงพริบตาเดียวโบนัสก้อนนั้นก็หลุดลอยจากมือ

            น่าเสียใจจริงๆ!

            ผู้ปกครองของทั้งสองครอบครัวเหลือบมองสองแม่ลูกตระกูลเจี่ยงจากนั้นหันไปขอความช่วยเหลือจากหวังเหวินชิง

            “คุณครูครับ ลูกสาวของพวกเราเปลี่ยนห้องได้ไหมครับ…”

            “เปลี่ยนห้องดีกว่าค่ะ ลูกสาวของเราสนใจเรื่องเรียนมาตั้งแต่เด็กพวกเราหวังว่าสามปีจากนี้เธอจะได้ตั้งใจเรียนอย่างสงบสุข”

            เมื่อถูกทุกคนแสดงท่าทีรังเกียจสีหน้าของสองแม่ลูกตระกูลเจี่ยงก็หม่นหมองลงทันที

            พวกเขารู้ดีว่าเกิดจากสิ่งใด มารดาตระกูลเจี่ยงลูบผ้าคลุมไหล่ราคาแพงเธอรู้สึกหดหู่ใจ แต่ทำได้เพียงข่มความรู้สึกและยิ้มกลับไป

            หากตัดผลประโยชน์ออกไปเธอก็คาดหวังให้บุตรสาวได้อยู่ร่วมกับนักเรียนห้องโอลิมปิก

            ซูอินไม่ได้รับรู้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหอพัก

            เมื่อออกมาจากตึกหอพัก พวกเธอกลับไปยังหน้าประตูโรงเรียนมีเด็กสาวเดินผ่านพวกเธอไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “เห็นหรือเปล่า หล่อมากเลย”

            “ทำไมครูฝึกปีนี้หล่อขนาดนี้!”

            “โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้า ดูดีกว่าดาราเสียอีก”

            “ฉันว่าคนที่อยู่ข้างหลังเขาหล่อกว่าเหมือนจิ้งจอกเก้าหางที่หลุดออกมาจากการ์ตูน”

            “เป็นรับแน่ๆ ถ้างั้นคนข้างหน้าก็ต้องเป็นรุกแน่นอน”

            ซูอิน : …

            ตายแล้ว สาววายนี่นา

            แม้ว่าเด็กสาวจะตื่นเต้น แต่เธอไม่ใส่ใจอะไรมาก เธอปรายตามองในโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งเต็มไปด้วยนักเรียนอ่อนเยาว์ที่หน้าเป็นสิวและสวมเครื่องแบบนักเรียนที่ดูหม่นหมอง

            หากต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้นานๆ เมื่อเห็นพี่ๆทหารตัวสูงโปร่งกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงนั้นก็คงรู้สึกว่าหล่อจนไม่มีอะไรมาเทียบได้

            แต่ว่าการเป็นทหาร มันก็ดูเท่กว่าดาราจริงๆ นั่นแหละ

            ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มแวบขึ้นมาในหัวทำให้เธอรีบส่ายหน้าเธอเคยได้ยินคำยืนยันจากหลินเฉวียนว่า ฉินหล่างปลดประจำการทางทหารแล้วไม่มีวันถูกส่งมาเป็นครูฝึกของพวกเธอแน่ๆ

            เธอส่ายหัวสลัดความคิดนั้นทิ้งก่อนจะให้ความสนใจไปที่เมิ่งเถียนเฟิน

            เมื่อครู่เธอถูกสองแม่ลูกตระกูลเจี่ยงแสดงท่าทีรังเกียจ ความสุขที่เคยอยู่บนหน้าของเมิ่งเถียนเฟินหายไปอย่างสิ้นเชิงและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกไม่พอใจในตนเอง

            “แม่คะ ไม่ต้องไปสนใจคำพูดพวกนั้นหรอกค่ะ”

            อวี๋ฉิงช่วยโน้มน้าว “ใช่ค่ะ คำพูดพวกนั้นก็เป็นแค่ฉี่หนูไม่แน่ว่าคงได้ผลประโยชน์จากตระกูลหลิง จงใจมาทำให้อินอินลำบากใจ คุณป้าเมิ่งคะไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกค่ะ”

            เมิ่งเถียนเฟินรีบพยักหน้า และพยายามดึงสติกลับมา “ฉันไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ จริงๆ”

            แม้จะพูดออกไปเช่นนั้น แต่อันที่จริงในใจเธอยังคงหงุดหงิด

             

            เมื่อพิจารณาถึงแก่นแท้แล้วสาเหตุมันมาจากที่ครอบครัวของพวกเธอยากจน

            ถึงแม้อินอินจะมีเงินแต่เธอและเจี้ยนจวินตกลงเป็นเอกฉันท์แล้วว่าจะไม่ใช้เงินของบุตรสาวแค่พวกเขาไม่เคยเลี้ยงดูบุตรสาวก็รู้สึกลำบากใจอยู่แล้วพวกเขาไม่สามารถทำตัวเป็นปลิงสูบเลือดสูบเนื้อเอาเปรียบบุตรสาวได้

            พวกเขาต้องหาวิธีหาเงิน ช่วงปิดเทอมอินอินเคยพูดถึงเรื่องทำธุรกิจเปิดร้านอาหารขนาดเล็กต่างๆ

            ไม่ใช่แค่เมิ่งเถียนเฟินซูเจี้ยนจวินก็กำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ สองสามีภรรยาสบตากันต่างก็เห็นความหนักใจในแววตาของกันและกัน

            ถึงแม้ว่าโลกด้านนอกจะอันตราย แต่บุตรของพวกเขาเติบโตขึ้นทุกวันหลังจากนี้ต้องใช้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเป็นผู้ปกครองต้องมีการเปลี่ยนแปลงต้องมีความสามารถถึงจะชูท้องฟ้าไว้ให้ลูกหลานหลบฝนได้

            บัดนี้เมล็ดพันธุ์ที่ซูอินได้เพาะปลูกไว้ในจิตใจของพวกเขาได้เกิดเป็นต้นอ่อนแล้ว

            เมื่อเดินผ่านถนนก็มาถึงห้องพักของตระกูลอวี๋ซึ่งอยู่ในพื้นที่คอนโดมิเนียมที่คุณครูพักในเวลานี้สองสามีภรรยาตระกูลซูครุ่นคิดจนเข้าใจทุกอย่างสีหน้าของพวกเขาไม่หนักใจเหมือนก่อนหน้านี้

            ตระกูลอวี๋ซื้อคอนโดมิเนียมห้องนี้ก็เพื่อให้อวี๋ฉิงได้พักระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่ตำแหน่งของห้องนี้ดีมาก เดินจากปากทางไม่ไกล ห้องอยู่ที่ชั้นสามไม่สกปรกเหมือนชั้นหนึ่ง และไม่เดินจนเหนื่อยเหมือนชั้นสี่ชั้นห้า

            สองสามีภรรยาตระกูลอวี๋ใช้ชีวิตสุขสบาย พวกเขาย่อมไม่ทำให้บุตรสาวลำบากอย่างแน่นอนถึงแม้จะเป็นห้องเก่า แต่ด้านในมีการตกแต่งใหม่ ประตู หน้าต่างกำแพงกันเสียงล้วนทำใหม่ทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์ก็เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดสไตล์เรียบง่ายแบบที่อวี๋ฉิงชอบ

            ซูอิน…ก็ชอบเช่นกัน

            ถึงแม้ในใจเธอจะชื่นชอบห้องสีชมพูเหมือนห้องเจ้าหญิงแต่เธอก็ชื่นชอบสไตล์เรียบง่ายเช่นนี้เหมือนกัน

            เมื่อพวกเขาทั้งหกคนเดินทางมาถึงหรงชิวกำลังอยู่ในห้องช่วยจัดข้าวของของอวี๋ฉิงอยู่กับแม่บ้านอีกคนหนึ่ง

            เธอไม่เหมือนกับบางคนที่มองคนที่เงินเธอเต็มใจต้อนรับสองสามีภรรยาตระกูลซูแก้วน้ำเป็นถ้วยกระเบื้องพอร์ซเลนซึ่งทำด้วยมืออย่างประณีตแทนที่จะใช้แก้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งซึ่งวางอยู่ใต้โต๊ะกลาง

            “ฉิงฉิงคอยบอกตลอดว่าให้อินอินมาอยู่ด้วยกัน แต่เด็กคนนี้ก็ทำตัวห่างเหินสาวน้อยสองคนอยู่ด้วยกันจะได้ช่วยเหลือดูแลกันเรื่องการเรียนก็จะได้คอยสนับสนุนกัน ดีจะตายไปนะคะ”

            เมิ่งเถียนเฟินถือถ้วยชา สีหน้าแสดงความลำบากใจเล็กน้อย “ไม่ได้ทำตัวห่างเหินหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้ที่อินอินต้องนอนโรงพยาบาลก็รบกวนพวกคุณมากแล้วตอนนี้เข้าเรียนมัธยมปลาย ไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวัน หากไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือกพวกเราก็ไม่อยาก…แบบนี้มันรบกวนพวกคุณมากเกินไปแล้วค่ะ”

            จากสิ่งที่ยังพูดไม่จบนั้น หรงชิวสามารถรับรู้ถึงบางอย่าง “เกิดอะไรขึ้นหรือคะ”

            อวี๋ฉิงรวบยอดสรุปให้เธอฟัง “ก็พวกสุนัขรับใช้ของตระกูลหลิงน่ะสิคะบังเอิญถูกแบ่งมาอยู่ห้องเดียวกับอินอิน เหน็บแนมถากถางด้วยคำพูดต่างๆแต่ก็ดีที่พวกเขาทำแบบนั้น ถ้าไม่อย่างนั้นอินอินก็คงไม่ออกมาอยู่กับหนู”

            หรงชิวพยักหน้า “ไม่ว่าที่ใดก็มีคนแบบนี้ พวกคุณอยากพูดอะไรก็พูดออกไปเลย บอกไปต่อหน้าหลังจากนี้ก็ไม่ต้องเก็บมาคิดอีก”

            หรงชิวซึ่งให้กำเนิดอวี๋ฉิงเป็นคุณหนูที่ไม่เคยสนใจกับคำว่า “อดกลั้น”

            ซูอินพยักหน้าเห็นด้วย “คุณป้าหรงพูดมีเหตุผลมากค่ะ ใช่แล้ว ห้องของพวกคุณตกแต่งสวยมากหนูไม่อยากอยู่ฟรีๆ ให้หนูจ่ายค่าเช่าเถอะค่ะ”

            แววตาของเมิ่งเถียนเฟินเป็นประกาย “ใช่ค่ะ ให้อยู่เฉยๆ ไม่ได้ พวกเราจะจ่ายค่าเช่าค่ะ”

            เธอเอ่ยพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงวันนี้ต้องจ่ายค่าเทอม เธอจึงเตรียมเงินมาด้วยไม่น้อย

            อวี๋ฉิงรีบห้ามมือของเธอ “จ่ายค่าเช่าทำไมคะ”

            ในเวลาเดียวกันเธอมองซูอินอย่างไม่สบอารมณ์ “พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันกับฉันก็ยังจะคิดแบบนี้หรือ”

            หรงชิวก็ไม่เห็นด้วยกับการเก็บค่าเช่าห้อง “ใช่แล้วครูที่สอนพิเศษข้างนอกก็มีการเก็บค่าสอนเป็นรายชั่วโมง หากตอนไหนอินอินว่างสอนการบ้านฉิงฉิงแทนค่าเช่าห้องก็แล้วกัน”

            ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามพูดอย่างไรซูอินกลับยืนหยัดในความตั้งใจของตนเอง

            “หนูเป็นเพื่อนสนิทฉิงฉิง อย่างไรก็ต้องช่วยสอนเธออยู่แล้วแม้แต่พี่น้องกันยังเก็บเงินเลย คุณเก็บค่าเช่าห้องเถอะค่ะแบบนี้หนูจะได้อยู่อย่างสบายใจ”

            สองแม่ลูกตระกูลอวี๋ไม่ใช่คนที่พูดโดยไม่ไตร่ตรองเมื่อเอ่ยมาถึงขนาดนี้พวกเธอจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ

            “ตกลง ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามที่อินอินเห็นสมควร ห้องนี้เป็นห้องเก่าค่าเช่าไม่แพง ฉิงฉิงนอนห้องนอนหลัก อินอินนอนห้องนอนเล็ก แบ่งเป็น 4 ต่อ 6 เดือนหนึ่งจ่ายแค่สองร้อยหยวนก็พอ”

            ซูอินมองห้องใหม่เอี่ยม รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์มีราคา

            “ถ้าแบบนี้หนูก็เอาเปรียบสิคะ”

            “พวกเราต่างหากที่เอาเปรียบ เชิญครูตั้งหลายคนมาสอนพิเศษให้แต่ฉิงฉิงก็ไม่เข้าใจ”

            อวี๋ฉิงแสดงสีหน้าหน่ายใจก่อนจะหยุดทั้งสองคน “แม่คะอินอินเป็นคนคุ้นเคยกันแท้ๆ ไม่ต้องแสดงท่าทีเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ตอนนี้ใกล้สิบโมงแล้ว อินอิน พวกเราไปรับชุดฝึกทหารกันเถอะ”

            พวกผู้ใหญ่อยู่ที่ห้องต่อเพื่อช่วยกันเก็บของส่วนซูอินและอวี๋ฉิงลงจากตึกเพื่อไปรับชุดนักเรียน

            ในฐานะโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งจึงมีพื้นที่กว้างขวาง มีอาคารเรียนเป็นศูนย์กลางอาคารหอพัก และห้องพักคุณครู ผู้ที่ทำงานในโรงเรียนแบ่งเป็นสองฝั่งอาคารหอพักและอาคารเรียนแยกออกจากกันโดยมีอาคารทดลองและโรงยิมกั้นไว้

            เมื่อครู่ที่เดินจากหอพักนักเรียนไปยังตึกห้องพักพวกเธอรู้สึกว่าระยะทางค่อนข้างไกล แต่ครั้งนี้เมื่อเดินกลับมายังอาคารเรียนระยะทางสั้นลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งแค่เดินลงจากตึก ข้ามถนนก็ถึง หากเดินเร็วหน่อยใช้เวลาไม่เกินสองนาที

            “สะดวกมากจริงๆ”

            คุณหนูอวี๋แสดงสีหน้าเย่อหยิ่ง “ใช่น่ะสิ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นคนหาห้องนี้”

            “แน่นอนว่าไม่ใช่เธอแน่ๆ”

            “แม่ฉันเป็นคนหาก็ไม่ต่างอะไรกับฉันเป็นคนหานักหรอก”

            ในตอนที่กำลังพูดไปหัวเราะไปเพื่อนสนิททั้งสองคนก็เดินมาถึงอาคารเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4

            หวังเหวินชิงกำลังสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนห้องสองเธอสอนนักเรียนได้คะแนนดี ทำให้ผู้ปกครองหลายคนอยากให้บุตรหลานได้เรียนกับเธอ

            ความสัมพันธ์ของตระกูลอวี๋อยู่ในระดับค่อนข้างสูง ทำให้พวกเขาส่งอวี๋ฉิงเข้าเรียนได้สำเร็จแม้แต่สวีเหวินเหวินก็เข้าห้องสองได้เพราะดวงทำให้เพื่อนสนิทร่วมชั้นมัธยมต้นมาด้วยกันทั้งสามคนได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายที่เดียวกันและห้องเรียนของพวกเธอก็ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงเท่านั้น

            พวกเธอแยกย้ายกันเข้าห้องเรียน โดยที่ซูอินเดินไปยังห้องหนึ่ง

            ตอนนี้ยังไม่มีการจัดที่นั่ง จะนั่งตรงไหนก็ได้ด้านข้างของเธอคือเด็กนักเรียนที่มีลักยิ้มคนนั้น เธอพยักหน้าให้ในตอนที่กำลังจะเอ่ยปากคุยกับเธอ ครูที่ปรึกษาหวังเหวินชิงก็เข้ามา

            “นักเรียนทุกคน ขอให้นักเรียนต้อนรับครูฝึกฉินด้วยค่ะ”

            เสียงปรบมือดังขึ้นขายาวของชายร่างสูงสวมชุดทหารเดินเข้ามาในห้องเรียนเขาถอดหมวกออกก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าสมบูรณ์แบบ

            ในเวลานั้นห้องเรียนเงียบสนิทจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มหล่น

            ซูอินที่เงยขึ้นมาเห็นใบหน้าคุ้นเคยก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปทันที

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891