บทที่ 9 อยากทะเลาะใช่มั้ย
ฉินอี้หานขับรถโดยมีเยี่ยนลี่เฉิงกับอิงอิงตัวน้อยนั่งอยู่เบาะหลัง
คฤหาสน์เยว่หัวอยู่ในตัวเมือง เงียบสงบท่ามกลางความพลุกพล่าน และมีต้นไม้สีเขียวเป็จำนวนมาก
ทั้งสองข้างถนนมีต้นมะเดื่อฝรั่งเศสหนาพอ ๆ กับเอวผู้ใหญ่ ตอนนี้เป็ฤดูร้อน กิ่งก้านของต้นมะเดื่อเขียวชอุ่มและมีผลดก จักจั่นส่งเสียงดังหนวกหูเล็กน้อย แต่ก็ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายเช่นกัน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็มาถึงห้างสรรพสินค้า
ฉินอี้หานยื่นกุญแจรถให้พนักงานจอดรถ ส่วนตนเองก็พาเด็กสองคนเดินตรงไปที่ชั้นสามของห้าง
ชั้นสามเป็โซนเสื้อผ้าเด็ก ฝั่งซ้ายเป็ของเด็กผู้ชาย ฝั่งขวาเป็ของเด็กผู้หญิง
“อิงอิงตัวน้อย พ่ออุ้มเอง”
ตอนนี้ฉินอี้หานตั้งตาเตรียมจะอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขน เพราะระหว่างทางตอนที่ขับรถ เขาเห็นในกระจกมองหลังว่าลี่เฉิงอุ้มอิงอิงตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนและสอนเธอพูด ท่าทางของเด็กน้อยที่เดี๋ยวกลัดกลุ้มเดี๋ยวยิ้มแย้ม ดูน่ารักมากซะจนเขาอยากเปลี่ยนที่กับลี่เฉิงเสียเดี๋ยวนั้น
น่าเสียดายที่ตอนนี้เยี่ยนลี่เฉิงเพิ่งจะอายุสิบขวบจึงสอบใบขับขี่ไม่ได้
เมื่อสามคนนี้ไปถึงชั้นสาม ฉินอี้หานก็เตรียมเลี้ยวซ้ายเพื่อไปเลือกเสื้อผ้าเด็กผู้ชายให้ลี่เฉิง
เขาเป็ผู้ปกครองที่เที่ยงธรรมมาก โดยเฉพาะในตอนที่ลี่เฉิงเจอกับเื่โชคร้ายพวกนั้น ถึงจะมีอิงอิงตัวน้อยแล้ว ฉินอี้หานก็จะไม่เมินเฉยต่อเด็กชายอย่างแน่นอน
ทว่าเยี่ยนลี่เฉิงกลับส่ายหน้า “อาฉิน ผมมีเสื้อผ้าใหม่ที่ยังไม่ได้ใส่อีกเยอะเลย ไม่ต้องซื้อหรอกครับ”
เขาลูบหัวเล็ก ๆ พร้อมจิ้มไปบนผมหยิก ๆ ของอิงอิงตัวน้อยและชี้ไปทางด้านขวา
“อิงอิงตัวน้อยเพิ่งมา ที่บ้านยังไม่มีอะไรเลย วันนี้เราซื้อของจำเป็ในชีวิตประจำวันที่อิงอิงตัวน้อยต้องใช้กันเถอะครับ”
ฉินอี้หานไม่ได้แสดงความเห็นอะไร
พอโตขึ้น ลี่เฉิงก็มักจะจัดการหลายสิ่งหลายอย่างด้วยตัวเอง
นี่เป็ครั้งที่สองที่ฉินอี้หานและเยี่ยนลี่เฉิงเดินห้างด้วยกัน ครั้งแรกเป็สามวันหลังจากที่อาฉินพาลี่เฉิงกลับมาที่คฤหาสน์เมื่อสองปีก่อน พวกเขามาซื้อของใช้ทั่วไปด้วยกัน
วันนั้นเป็วันที่ทำให้เด็กชายดีใจจนหายใจไม่ออกจริง ๆ! ทว่าแม้จะดีใจอย่างไร การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งสองคนก็ดูไม่เป็อย่างนั้น
ฉินอี้หานดูเ็าและไม่แยแส
ส่วนลี่เฉิงที่เจอกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันดูสงบมาก เขายิ้มบ้างเป็บางครั้ง แต่ดวงตากลับมืดมนอยู่ตลอด
เมื่ออาหลานมาถึงห้างสรรพสินค้า พนักงานต่างก็คิดว่าพวกเขามาเพื่อหาเื่
ทั้งคู่ใช้เวลาเพียงห้านาทีในการซื้อของและออกจากห้าง
ของที่ซื้อก็ไม่ได้น้อย ๆ ของใช้ในชีวิตประจำวันที่ลี่เฉิง้าไม่ได้ขาดแคลนเลย ตรงกันข้าม มันเยอะเกินความจำเป็ไปมาก
เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้ว ฉินอี้หานก็น่าตลกอยู่เหมือนกัน
เอ๋?
วันนี้เด็กชายรู้สึกเหมือนว่า เขาได้ใช้โควตาในการยิ้มไปหมดทั้งปีแล้ว
ทั้งสามคนเดินในแผนกเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงอย่างบ้าคลั่ง ทั้งสินค้าใหม่และสินค้าระดับท็อป ขอแค่คุณพ่อจอมบ๊องเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักใส่แล้วดูดี เขาก็รูดบัตรไม่หยุด
คุณพ่อจอมบ๊องคิดว่าอิงอิงตัวน้อยของเขาใส่อะไรก็น่ารักไปหมด!
เสื้อผ้าที่เหมาะกับอิงอิงตัวน้อยในแผนกเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงเกือบทั้งหมดจึงถูกเหมาจนเกลี้ยง
จนมีบางคนถึงกับใ “นั่นใครน่ะ ทำไมเหมือนพวกเศรษฐีใหม่เลย?”
ฉินอี้หานไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครเห็นหน้า บทสัมภาษณ์ก็แทบไม่มี
เมื่อเห็นคนกวาดเสื้อผ้าบนราวจากระยะไกล อีกทั้งในอ้อมแขนยังอุ้มเด็กผู้หญิงอยู่หนึ่งคน คนจำนวนไม่น้อยจึงคิดว่าเขาเป็เศรษฐีใหม่
อิงอิงตัวน้อยมีปฏิกิริยาตอบสนองไวอย่างมากเมื่อถูกมนุษย์แอบมอง
“เอ๋!”
พ่อผู้ให้อาหาร มีคนแอบตามและแอบมองพวกเราอยู่ตลอดเลย!
ไม่รู้ทำไม ฉินอี้หานถึงคิดแต่จะซื้อของให้ลูกสาวของเขาเพียงอย่างเดียว
ที่แท้การชอปปิงทำให้คนมีความสุขได้จริง ๆ!
“อิงอิงตัวน้อย เป็อะไรไป?”
เยี่ยนลี่เฉิงสังเกตได้ถึงคนที่เอาแต่ชี้ไม้ชี้มืออยู่ไม่ไกลตั้งนานแล้ว
“อาฉิน ไม่มีอะไรครับ คนพวกนั้นน่าจะคิดว่าเราซื้อของมาเยอะเกินไป ท่าทางเหมือนกับเศรษฐีใหม่ แล้วอิงอิงตัวน้อยก็เห็นเข้าพอดี”
เยี่ยนลี่เฉิงมีความเ็าในดวงตาตอนที่พูดประโยคนี้
ฉินอิงอิงกระพริบตาปริบ ๆ “...”
เธอไม่ได้แค่เห็น แต่ได้ยินด้วยนะ
เศรษฐีใหม่คืออะไร?
วาฬน้อยพยายามตั้งใจคิด พลันความหมายของคำว่าเศรษฐีใหม่ก็เข้ามาในหัว!
หลังจากนั้นเ้าตัวก็เลยยืดหลังร่างเล็กจ้ำม่ำและหัวเราะเยาะเย้ย
นี่เหมือนกับฉายาด้านลบของวาฬเพชฌฆาตอ้วนไม่ใช่เหรอ?
เพราะตัวเองไม่มี ก็เลยอิจฉาคนอื่นสินะ
ฉินอี้หานมีสีหน้าเ็า “ไม่ต้องไปสนใจ!”
สถานะของคนพวกนั้น ไม่ได้มีสิทธิ์มาอยู่ในสายตาของฉินอี้หาน
จากร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เจียงหลิงคิดว่าตัวเองตาฝาด
เธอดึงแขนผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ "พี่ ดูคนที่อยู่ฟากตรงข้ามนั่นสิ นั่นคนตระกูลฉินกับตระกูลเยี่ยนรึเปล่า?"
เจียงหรุ่ยมองไปและงุนงง
"ไม่รู้ว่าชายคนนั้นใช่คนตระกูลฉินรึเปล่า แต่ข้าง ๆ คือเยี่ยนลี่เฉิงแน่นอน! ไม่ได้เจอกันสองปี โตขึ้นเยอะเลย"
เพราะมั่นใจว่าเด็กคนนั้นคือเยี่ยนลี่เฉิง สองสาวพี่น้องจึงไม่กล้าฟันธงว่าผู้ชายที่อุ้มเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เยี่ยนลี่เฉิงคือใคร
ใครก็รู้ว่าท่านประธานฉินอี้หานผู้สืบทอดฉินกรุ๊ปไม่เข้าใกล้ผู้หญิงเลย ทายาทสามชั่วอายุคนก็เป็เด็กผู้ชายทั้งหมด ไม่มีเด็กผู้หญิงในตระกูลฉินอย่างแน่นอน
ถึงจะมี แต่ฉินอี้หานมีท่าทางเ็าอยู่เสมอ ต่อให้เด็กผู้หญิงคนนั้นจะเป็หลานสาวแท้ ๆ ของเขาก็คงเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด
ฉินอี้หานเป็คนเ็าและไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากเยี่ยนลี่เฉิงที่ถูกขับออกจากตระกูลเยี่ยน
เดิมทีตระกูลเยี่ยนกับตระกูลฉินไม่ได้สนิทกันมากนัก หลังจากที่ฉินอี้หานรับเยี่ยนลี่เฉิงไปเลี้ยงดู ทั้งสองตระกูลก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลย
เจียงหลิงหรี่ตา เดินเข้าไปหาเยี่ยนเสี่ยวหรูและเยี่ยนเสี่ยวจื่อที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ข้างใน
“เสี่ยวจื่อ เธอไปดูสิว่านั่นใช่พี่ชายของเธอรึเปล่า”
เยี่ยนเสี่ยวจื่อนิ่งไป “คุณอา วันนี้พี่ลี่เฉิงไปเรียนวิชาที่สนใจไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
เจียงหรุ่ยที่อยู่ข้างหลังเดินมาพร้อมขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ให้ไปเธอก็ไปซะสิ จะพูดมากทำไม! แค่บอกว่าเขาใช่พี่ชายของเธอหรือเปล่าก็พอ!”
เยี่ยนเสี่ยวจื่อพยักหน้าอย่างหวาดกลัว
…
“อื้อออ!”
ฉินอิงอิงดิ้นรนจะลงไปให้ได้ทันที จากนั้นก็ชี้ไปทางห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลนัก
ฉินอี้หานรีบร้อนวางเธอลง "อิงอิงตัวน้อย อยากไปเข้าห้องน้ำเหรอ?"
พ่อผู้ให้อาหารฉลาดจริง ๆ!
เมื่อขาสั้น ๆ ััพื้น ฉินอิงอิงก็วิ่งตรงไปที่ห้องน้ำทันที
ฉินอี้หานยังคงใเพราะไม่นึกว่าอิงอิงตัวน้อยจะอ่านออก ส่วนเยี่ยนลี่เฉิงก็สาวเท้ายาวเดินตามไปแล้ว
หลังจากที่ฉินอี้หานได้สติ ก็มองไปยังพนักงานสาวประจำร้านอย่างรวดเร็ว
“รบกวนคุณช่วยไปดูหน่อย ลูกสาวของผมยังเล็ก อาจมีบางอย่างที่้าความช่วยเหลือ ขอบคุณครับ”
เมื่อมีหนุ่มหล่อแบบนี้มาขอความช่วยเหลือ พนักงานร้านสาวก็น้อมรับและช่วยเหลืออย่างเต็มใจ
“ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ในห้องน้ำ ฉินอิงอิงเพิ่งจะจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เมื่อออกมาก็ถูกเด็กผู้หญิงที่สูงกว่าเธอนิดหน่อยขวางไว้
“เอ๋?”
ใครล่ะเนี่ย?
เยี่ยนเสี่ยวหรูมองหัวแคร์รอตที่ทั้งอ้วนและเตี้ยตรงหน้าด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
ปีนี้เธออายุห้าขวบครึ่ง รู้จักความสวยความงามแล้ว
อ้วนขนาดนี้ จะขายออกรึเปล่า?
เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่ตนมาที่นี่ สีหน้าของเยี่ยนเสี่ยวหรูก็เปลี่ยนเป็ยโสโอหัง
“เธอชื่ออะไร?”
ฉินอิงอิงไม่อยากสนใจอีกฝ่าย
ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ มาถามเธอทำไม?
ดังนั้นเ้าวาฬน้อยจึงเดินเลี่ยงเยี่ยนเสี่ยวหรูออกไป ผลคือเธอถูกเสี่ยวหรูตามมาขวาง
ฉินอิงอิงเงยหน้าขึ้นอย่างไม่พอใจ “งือออ?”
ทำอะไร?
อยากทะเลาะใช่มั้ย
เยี่ยนเสี่ยวหรูขมวดคิ้ว “ฉันถามว่าเธอชื่ออะไร จะหนีทำไม? เธอเองก็น่าจะสามขวบแล้วสินะ ทำไมถึงเอาแต่ร้องแง ๆ พูดไม่ได้เหรอ?”
เยี่ยนเสี่ยวหรูมองเธออย่างประหลาดใจ โดยไม่รอให้ฉินอิงอิงตอบ เธอเอ่ยขึ้นทันที
“นี่! เธอพูดไม่ได้ใช่มั้ย ก็เลยได้แต่ร้องงอแง?”
ฉินอิงอิง “...”
เด็กตรงหน้าไม่เข้าใจภาษาของวาฬเพชฌฆาตอ้วนด้วยซ้ำ แต่กล้ามาหัวเราะเยาะฉันที่เข้าใจภาษามนุษย์แต่แค่พูดไม่ได้?
ฉินอิงอิงพับแขนเสื้อขึ้นและกำหมัดป้อม ๆ แน่น