“อื้มม.. เหมือนเคยได้ยินว่ามันเป็คำสาปที่จะเกิดเฉพาะผู้หญิงล่ะนะ แล้วส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากสายเืโดยตรง.. อ่า จำได้แล้ว คำสาป ‘ปีศาจ’ ที่เขาลือกันนั่นหรือเปล่านะ...” มิเชลกล่าวกับตัวเอง ลักษณะของอาการแน่นอนว่าเขาเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักที่หนึ่ง อาจจะเป็ที่เมืองกรีล่า ตอนแรกเขาก็สงสัยเหมือนกัน แต่ก็ถูกท่านแม่ห้ามเอาไว้เสียก่อน ตอนนี้ในเมื่อมีโอกาสที่หาได้ยาก มิเชลก็อยากจะลองศึกษาสักครั้งหนึ่ง
ในระหว่างใช้ความคิดอยู่นั้นเอง พีนัสที่หายไปนานกว่า 30 นาทีก็เดินเข้ามาภายในห้องของมิเชล เธอมาพร้อมกับรถเข็นอาหารน้อยๆของโรงแรม หน้าตาของอาหารมันทำให้เขานั้นรู้ได้ทันทีว่าเมดสาวคนนี้ได้ลงมือทำอาหารเองในมื้อนี้
“พี่สาวพีนัส ข้า้าทานเพียงลำพังเงียบๆ พี่สาวช่วยออกไปก่อนนะขอรับ ..แล้วก็ขอบคุณมากสำหรับการลงมือทำอาหารเองในครั้งนี้” แม้ว่ามิเชลจะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่สาวคนนี้ถึงได้ลงมือทำอาหารเองก็ตาม แต่เขาก็กล่าวขอบคุณไป
ส่วนพีนัสก็พยักหน้าให้กับท่านมิเชลของเธอ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
‘ท่านมิเชลคงกำลังเศร้าเสียใจที่ร่างกายอ่อนแอ มันจึงทำให้ท่านไม่สามารถออกไปเที่ยวกับครอบครัวของตัวเองได้ โถ่ท่านมิเชลของข้า...’ พีนัสเมดสาวคิดในใจก่อนน้ำตาจะซึมๆหลังจากที่ปิดประตูห้องนอนของนายท่านของเธอ และเื่นี้องครักษ์ประจำกายทั้งสองเองก็ทราบเช่นกันหลังจากที่ได้รับคำบอกเล่าของพีนัส ทั้งสองเองก็เศร้าไปตามๆกัน
ส่วนทางด้านมิเชลที่ไม่ได้รู้ว่าพวกพีนัสนั้นคิดอะไรอยู่เลย เขานำขนมปังก้อนโตเตรียมเอาไว้ที่ช่องมิติของตัวเอง ก่อนจะใช้สกิลร่างทิพย์อีกครั้ง แน่นอนว่าเป้าหมายของเขานั้นคือตรอกซอยซอยหนึ่งที่หญิงสาวคนนั้นใช้อาศัยอยู่
ภาพของมิเชลตัดกลับมาที่ตัวของหญิงสาวคนนี้ก่อนที่เขาจะใช้อีกสกิลหนึ่งที่ชื่อว่า ‘สลับเงา’ มันเป็ทักษะสกิลผสานกับท่าสกิลร่างทิพย์ ลักษณะการทำงานของมันนั้นก็คือมันจะนำร่างจริงของมิเชลเองเข้าไปแทนที่ร่างทิพย์ มันก็เหมือนกับการเทเลพอร์ตเคลื่อนย้ายโดยประมาณ
“สวัสดี..” มิเชลในร่างจริงเอ่ยทักกับหญิงสาวตรงหน้าที่เผลอหลับไปหลังจากร้องไห้ให้กับโชคชะตาของตัวเอง หญิงสาวสะดุ้งใตื่นขึ้นมาอย่างระแวง ดวงตาแสดงถึงความกลัวออกมาอย่างชัดเจน มิเชลเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้ม ก่อนที่จะเรียกขนมปังออกมากจากมิติเก็บของ
“เ้าหิวมิใช่หรือ.. ทานนี่ก่อนซิ..” มิเชลยื่นขนมปังให้กับหญิงสาว
“เ้าคือผู้ใด และเ้า้าอะไร..” หญิงสาวพูดอย่างไม่ไว้ใจคนตรงหน้า ถึงข้างหน้าเธอจะเป็เพียงแค่เด็กน้อย แต่จากประสบการณ์แล้ว การแต่งตัวเช่นนี้เด็กคนนี้น่าจะเป็ลูกของขุนนางชั้นสูง เธอเคยได้รับรู้มาเหมือนกันั้แ่ร่างกายของเธอยังไม่ได้ติดคำสาปปีศาจนี้ ว่าเหล่าขุนนางมักจะมีกิจกรรมแปลกๆกับร่างกายของหญิงสาว
“ข้ารึ!!.. อื้ม เรียกข้าว่า ซีโร่ ก็แล้วกัน.. ถ้าถามว่าข้า้าอะไร อืมมม.. เป้าหมายของข้าคือช่วยเหลือผู้คนตามคำบัญชาของทวยเทพ และแน่นอนว่าก็เพื่อกำจัดพวกลัทธิ ‘ซาลอน’ พวกมัน้าคืนชีพให้กับาาปีศาจซาลอน ... แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อน ตัวข้ากำลังหาสาวกของทวยเทพคนใหม่ในนามเดอร์วัน และพระองค์ได้ยินเสียงร่ำไห้ของเ้าก็เลยส่งข้ามาช่วยเหลือ รีบรับไปซิ”
มิเชลพูดออกมาในเื่แต่งขึ้นสดๆ ถ้าเกิดว่าเขาบอกว่า้าศึกษาร่างกายของหญิงสาวมันก็อาจจะดูแปลกๆ และไม่น่าไว้ใจมากกว่าเดิม มิเชลจึงแต่งเื่ลัทธิปีศาจจอมปลอมนี้ให้หญิงสาวฟัง ถึงจะใช้ชื่อของท่านเทพทั้งหกในการอ้างให้หญิงสาวเชื่อใจ แต่ท่านเทพคงจะไม่โกรธเขาหรอกมั้ง เพราะเขาใช้ชื่อของท่านในการทำความดี และศึกษาการรักษาโรคร้าย
มิเชลยังได้กล่าวเล่าถึงเื่โรคปีศาจนี้จะเกิดขึ้นในสายเืแท้ๆของเหล่าลูกเหล่าทวยเทพ ครั้งหนึ่งที่าาปีศาจซาลอนมีอำนาจมากในโลกหล้า เหล่าทวยเทพทั้ง6 ต่างก็สละพลังของตัวเองกว่าครึ่งลงจากสรวง์เป็กายเนื้อเหมือนกับมนุษย์อย่างเราๆ โดยพลังของท่านเทพทั้ง6 สรรพสัตว์ทุกชีวิตได้กลับมาดำรงชีวิตเหมือนเดิมตามเคยอย่างสงบสุข
าาปีศาจซาลอนถูกผนึกไปนับจากนั้น แต่มันไม่ใช่ว่าจะผ่านไปได้ง่ายๆ ก่อนที่มันจะถูกผนึกนั้น มันได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการสาปแช่งให้กับร่างกายเนื้อของท่านเทพทั้ง6 ด้วยพลังมหาศาลที่เต็มไปด้วยความเครียดแค้น เหล่าทวยเทพที่ต่อสู้ และใช้พลังส่วนใหญ่ในการผนึกปีศาจ และด้วยขีดจำกัดทางร่างกาย ทำให้ท่านเทพทั้ง6 ไม่สามารถป้องกันคำสาปนี้ได้
ปีศาจซาลอนมันรู้ดีว่าทวยเทพทั้งหกนั้นไม่มีพลังเพียงพอในการสร้างกายเนื้อเพื่อช่วยเหลืุ์ และสรรพสิ่งได้อีกนับล้านๆปี มันมองความคิดของท่านเทพออก ที่ท่านเทพจะใช้พลังของลูกหลานนี้ในการต่อกรกับมันในอนาคต
คำสาปของาาปีศาจที่มุ่งเน้นทำให้หญิงสาวในสายเืของเทพนั้นเป็โรคประหลาด มีจุดดำตามร่างกาย และจะตายลงหลังจากอายุครบ 18 ปี เพื่อไม่ให้เกิดบุตรแห่งเทพจนกลายมาเป็อุปสรรคสำหรับมันได้ และเมื่อถึงเวลานั้นที่มันฟื้นคืนจากผนึกนิรันดร ก็จะไม่มีใครหน้าไหนสามารถขัดขวางมันในการยึดครองโลกได้อีกครั้ง
“ซีโร่.. ทวยเทพ.. ลัทธิปีศาจซาลอน... ข้าจะเชื่อท่าน” หญิงสาวหลุดคำออกมาหลายคำก่อนที่จะยื่นมือไปรับขนมปังที่มีกลิ่นหอมหวานตรงหน้า ทั้งๆที่เธอเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้โง่ หากบอกไม่เชื่ออาหารตรงหน้าอาจจะโดนยึดกลับก็เป็ไปได้ ดังนั้นตอบเพื่อเอาใจเป็การดีที่สุด
“ใช่แล้ว ด้วยตัวข้าเพียงลำพังคงไม่สามารถทำตามพระประสงค์ของทวยเทพได้หมดอย่างแน่นอน และท่านเทพได้บอกแก่ข้าว่าเ้าจะสามารถช่วยเหลืองานของข้าได้ในภายภาคหน้า.. ในนาม เดอร์วัน แห่งไลท์การ์เด้น .. จงยื่นมือของเ้าออกมา..” มิเชลกล่าวเป็ตุเป็ตะ เพื่อให้ทุกอย่างมันเหมือนเป็เื่จริงจากเื่ที่เขาแต่ง หญิงสาวไม่ลังเลที่จะทำตามที่เด็กน้อยตรงหน้าสั่ง เพียงแค่มือไม่ได้ทำให้เธอเสียศักดิ์ศรีแต่เพียงใด
ในขณะที่หญิงสาวไม่ได้สนใจว่ามิเชลจะกระทำใดๆ เธอเพียงแต่รีบกินอาหารตรงหน้าให้หมดเท่านั้น โดยไม่สังเกตเลยว่ามิเชลได้ใช้เวทย์คลายคำสาปให้เธอไปแล้ว รอยจุดดำๆตามร่างกายเริ่มที่จะจางหายไปอย่างช้าๆ มิเชลที่รู้ว่าตัวเองรักษาโรคประหลาดนี้ได้ก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมที่จะใช้สกิลสลับเงา
เอ๊ะ!!..
“เดี๋ยวก่อนเ้าคะท่านซีโร่...” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างใ อย่างแรกคือเธอเพิ่งจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติทางร่างกายที่ตอนนี้จุดดำๆตามร่างกายได้หายไปอย่างไร้ร่องลอย อย่างที่สองคือตัวของท่านซีโร่กำลังจะจากไปแล้ว มิเชลที่ได้ยินก็หันกลับมาที่หญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
“ั้แ่นี้เป็ต้นไป เ้าคือ เดอร์วัน สมาชิกคนแรกของไลท์การ์เด้น เราจะเป็ทั้งแสงสว่างให้กับผู้คน และเป็ดั่งเงาในที่สว่างกำจัดเหล่าลัทธิซาลอนให้สิ้น.. ข้าจะปรากฏต่อหน้าเ้าเมื่อถึงเวลานั้น” หลังจากที่มิเชลกล่าวเสร็จตัวของเขาก็หายไปในอากาศทันที
“เ้าค่ะท่านซีโร่.. ข้าจะทำตามประสงค์ของท่านเ้าค่ะ..” เธอกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ในตอนนี้เธอยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเธอจะหายจากโรคประหลาดนี้ และเมื่อปะติดปะต่อเื่ราวที่ท่านซีโร่ได้เล่ามา หลังจากพิจารณาดีๆแล้ว เธอก็เริ่มลุกขึ้นเดินออกมาจากซอยมืดๆนี้
และองค์กรไลท์การ์เด้นจะเป็ที่จดจำ และเป็ตัวตนที่ลึกลับมากที่สุดในโลกใบนี้..