ครูโรมตีระฆังเสียงกังวานใส ฝ่ายหนึ่งรุดเข้าหาทันทีขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งถอย ่แขนที่ยาวปล่อยมันแย็บเร็วปานงูฉก ชาคริตโยกตัวไปมาอย่างรวดเร็วขณะพุ่งเข้าหา หลบได้เกือบหมด มีอยู่สองหมัดที่ปล่อยเข้ามาติดการ์ดของเขาเสียงดังสนั่น แต่แขนที่การ์ดมั่นคงดุจหินผาไม่ไหวตามแรงกระแทก
“เดมป์ซี่โรอย่างกับไมค์ ไทสันเลยว่ะ” นักกีฬาคนมหาวิทยาลัยหนึ่งตัวเตี้ยเล็ก ฟันเหมือนหนู วิจารณ์สไตล์การโยกตัวของชาคริต
ด้วยการรุกที่ดุดันขนาดนี้ หากฟุตเวิร์คของอีกฝ่ายไม่แน่นและคล่องพอย่อมถูกบี้จนเสียกระบวนไปแล้ว ซึ่งธารารับมือจุดนี้ได้ดี เขาปล่อยหมัดแย็ปงูฉกรักษาระยะห่าง ถอยจนหลังเอนพิงเชือกแต่ก็โยกตัวหลบหมัดของอีกฝ่ายที่ปล่อยมาได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะพลิกตัวออกมากลางเวทีเมื่ออีกฝ่ายจวนเข้าวงในได้
“อีกฝ่ายก็ใช่ย่อยนะ ฟุตเวิร์คคล่องอย่างกะมูฮัมหมัด อาลี” อีกคนวิจารณ์ “ชั้นเชิงแม่งอัจฉริยะชัดๆ”
ปรกติธาราจะชกในรุ่นมิดเดิลเวท (72.6 กก) ไม่เคยมีปัญหาเื่การคุมน้ำหนักเนื่องจากน้ำหนักตัวเขาคงที่อยู่ที่ประมาณนี้เสมอ (ด้วยความเป็คนี้เีกิน ทำให้่นอกฤดูแข่งขันน้ำหนักไม่เพิ่มจากเดิม) ในขณะที่น้ำหนักของชาคริตอยู่ในรุ่นวอลเตอร์เวท (66.7 กก) ซึ่งสำหรับนักมวยแล้วน้ำหนักแต่ละกิโลกรัมที่มากกว่าสร้างความได้เปรียบอย่างมหาศาล ถึงกระนั้นชาคริตที่ตัวเล็กกว่ากลับเหนือกว่าในเื่หมัดที่หนักหน่วง และร่างกายที่ถึกทนทายาด เพราะผลจากการฝึกหนักอย่างสาหัสสากรรจ์ แม้ระหว่างเข้าหาจะต้องรับหมัดแย็ปงูฉกที่เร็วและหนักไปหลายหมัด (ธาราสันนิษฐานว่าพี่ชาคริตเองจงใจลดการ์ดเพื่อลิ้มรสชาติหมัดเพื่อฝึกความอดทนของจิตใจ) แต่ชาคริตกลับไม่แสดงอาการแม้แต่ผงะ ซึ่งถ้าเป็นักกีฬาคนอื่นถ้ากินหมัดแย็ปงูฉกของนักมวยต่างรุ่นขนาดนี้เข้าไปคงต้องเดินเป๋ไปมาไปแล้ว กล้ามเนื้อคอแข็งแกร่งเกินมนุษย์คอยรับแรงกระแทกไว้เกือบหมด และดั้งจมูกของชาคริตที่ธาราไม่เข้าใจว่าทำไมมันยังโด่งสวย ไม่หักทั้งที่ชอบรับหมัดขนาดนี้
แม้หมัดชาคริตจะหนักกว่า ปล่อยหมัดเร็วกกว่า แต่ความสามารถในการอ่านคู่ต่อสู้ของธารากลับกินขาด บวกกับความยืดหยุ่นที่สามารถเปลี่ยนท่าทางได้ทุกองศาจนดูพริ้วไหวเหมือนสายน้ำ ทำให้หลบรอดการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างหวุดหวิด ทุกคราที่หมัดอัปเปอร์คัตของชาคริตเฉี่ยวคางเขาไปสร้างเสียงฮือฮาให้กับทุกคนที่เชียร์ข้างเวที ทุกคนต่างพากันชมอย่างเงียบกริบผิดกับธรรมชาติการเชียร์มวยที่ต้องแหกปากเอาไว้ก่อน ถึงแม้ธาราจะไม่ต้องคอยกินหมัดสะสมความเสียหายแบบอีกฝ่าย และใช้พลังกายน้อยกว่า แต่ที่ก็ต้องแลกด้วยความกดดันทางจิตใจอย่างมหาศาล ธาราและทุกคนในที่นี้รู้ตัวดีว่าร่างสูงโปร่งไม่สามารถรับหมัดอีกฝ่ายได้แม้แต่หมัดเดียวแน่นอน (ถึงแม้การลงนวมจะใช้แรงไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม) ชาคริตรุกเข้าใส่ดุเดือดยิ่งขึ้นอย่างไม่กลัวว่าตัวเองจะหมดแรง ธันยาที่ชมดูข้างเวทีรู้สึกกดดันแทนแฟนหนุ่มจนสองมือกุมกันบิดเกร็งไปด้วย
“เห็นหรือยังพ่อหนุ่ม” ครูโรมพูดกับเด็กใหม่ที่ถูกเทรนโดยชาคริตเมื่อครู่ “ของจริงลงนวมกัน มันจะประมาณนี้”
“อันนี้...ลงนวม..แน่เหรอครับครู” เด็กใหม่ถามตะกุกตะกัก “เขา..ไม่ได้แค้นกันมาก่อน...ใช่มั้ยครับ”
ครูโรมหัวเราะก๊าก “เข้าใจพูดนะ หนทางยังอีกยาวไกล แต่ถ้าเธอได้ชาคริตเทรนให้ รับรองว่ากีฬาเฟรชชี่มหาลัยหมูๆไปเลย ธาราก็เคยเป็เหยื่อ เอ๊ย! ลูกศิษย์ของชาคริตเหมือนกัน”
เด็กใหม่ผงกศีรษะรัวๆ สายตายังรับชมการชกไม่วางตา เหงื่อกาฬไหลเต็มหน้าด้วยความตื่นตะลึง
“คนหนึ่งมีพรแสวงแบบบ้าคลั่ง ส่วนอีกคนก็สุดยอดพร์ คนหนึ่งพลังเหมือนหิน อีกคนชั้นเชิงพริ้วเหมือนน้ำ เหมือนศึกกำลังภายในหยินหยางทำนองนั้นเลย โคตรมันส์ ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ ถึงจะแค่ลงนวมก็เถอะ” ครูโรมกอดอกกล่าวอย่างชื่นชมในผลงานการปั้น แม้อันที่จริงจะเป็ผลงานชาคริตเสียส่วนใหญ่ก็ตาม
“พี่ชาคริตโหดมาก ผมไม่สงสัยครับ” เด็กใหม่พูด “แต่ผมรู้สึกทึ่งในสภาพจิตใจของอีกฝ่าย แม้จะรู้ว่าโดนหมัดเดียวจอด แต่น้องเขาก็ยังใจเย็นคงชั้นเชิงไว้พริ้วไม่มีสะดุด เคลื่อนไหวก่อนอีกฝ่ายเล็กน้อยคล้ายพยากรณ์ยังไงยังงั้น”
“ดูเก่งนี่หว่า” ครูโรมลูบศีรษะเด็กใหม่ “ถ้าเทียบการเคลื่อนไหวร่างกายเพียวๆ ชาคริตเร็วกว่าด้วยซ้ำ แต่ธารามันอ่านการเคลื่อนไหวออกล่วงหน้าแล้วชิงขยับก่อน ความี้เีของธาราแม้จะน่ารำคาญ แต่มันก็มีข้อดีตรงที่แรงกดดันต่อตัวเองต่ำ ทำให้สามารถเผชิญสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างสุขุม สงวนพลังไว้สำหรับแค่การเคลื่อนไหวที่จำเป็ ในขณะที่ถ้าเป็นักกีฬาคนอื่นเจอไล่บี้แบบนี้คงสติแตกและหลุดทำพลาดไปแล้ว ไอ้หนูเอ๊ย! ชาคริตที่ดูโหดต่อเธอตอนนี้น่ะ เมื่อก่อนโหดกว่านี้เยอะ มันโดนลูกศิษย์หลายคนเทจนต้องปรับตัวเองให้เข้มงวดต่อเด็กใหม่น้อยลง บอกตามตรงเลย ที่ผ่านมาก็มีแต่เ้าธารานี่แหละ ที่อดทนผ่านคอร์สโหดระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ของชาคริตมาได้ แม้จะแอบอู้ทุกครั้งที่ชาคริตติดเรียนก็เถอะ แต่คิดแล้วก็ยังยากจะเชื่อ คนี้เีอย่างเ้าธาราเนี่ยนะ ฮ่าๆ”
เด็กใหม่เอ่ยถามขึ้น “ถ้าเกิดการชกยืดออกไปเป็แปดหรือสิบสองยก อย่างนี้พี่ชาคริตคงจะเสียเปรียบสินะครับ เพราะเขาต้องรับหมัดน้องธาราอยู่เรื่อยๆ และต้องบุกเข้าหาตลอดซึ่งกินแรงมากกว่าหลายเท่า”
ครูโรมหัวเราะหึๆ ส่ายหน้าช้าๆก่อนจะพูดว่า “เคยมีคนว่า คนี้เีมักฉลาดในการเอาตัวรอด ดูท่าแล้วจะจริงแฮะ หากต่อยด้วยกติกาสากลสมัครเล่น ธาราสามารถชนะคะแนนอีกฝ่ายได้เพราะต่อยโดนเป็ระยะๆ แต่ถ้าเป็กติกาสากลอาชีพหรือยืดยกออกไป ความฟิตของธาราจะสู้ชาคริตไม่ได้ มันเลยไม่ยอมเอาสิบยกตามชาคริตเสนอไงล่ะ แล้วอีกอย่างนะ หมัดที่โดนน่ะ ไอ้ชาคริตมาเปิดช่องรับเองอยู่แล้ว นับดูดีๆว่าทุกห้าหมัดที่อีกฝ่ายปล่อย ชาคริตจะเก็บคางเกร็งคอรับอยู่หนึ่งหมัด มันอยากรวดฝึกความอดทนของตัวเองไปด้วย”
เด็กใหม่ได้ยินดังนั้นก็อ้าปากค้าง “ตั้งใจรับหมัด!!…พี่ชาคริตเขาบ้าฉิบหายเลยครับครู!!”
ครูโรมเดินไปตีระฆังหมดยก ปล่อยให้เด็กใหม่ยืนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เดินเข้าไปทักทายธาราที่ใบหน้าสะอาดแต่เริ่มส่งเสียงหอบ
“เป็ไง ลงนวมกับชาคริตเคาะสนิมได้ดีใช่มั้ย” ครูโรมทักยิ้มๆ
ธาราพยักหน้าขณะที่ธันยายื่นน้ำเปล่าเย็นๆให้ดูดจากหลอด เขาดูดเสร็จก็บ่นว่า “พี่เขาเหมือนสัตว์ประหลาดขึ้นทุกวัน”
“ถึงฉันจะดูเธอลงนวมกับพี่ชาคริตมาหลายรอบ แต่ฉันไม่เคยชินเลย”ธันยาพูดน้ำเสียงตื่นๆ มื่อที่ถือขวดน้ำสั่น “ฉันกดดันแทนเธอจนสติจะแตกอยู่แล้วเนี่ย แมตช์ชิงเหรียญทองของเธอดูธรรมดาไปเลย”
นอกจากเสียงหอบเบาๆ ธารายิ้มให้แฟนสาวอย่างปลอดโปร่งไร้กังวล รู้พิษสงของชาคริตดีกว่าใคร ถ้าอีกฝ่ายลงแข่งแบบตน มั่นใจได้ว่ากวาดเหรียญทองทุกสถาบันทุกรุ่นอย่างไม่ยากเย็น ทว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงชาคริตก็ไม่ยอมลงแข่ง คล้ายกับมีความหลังฝังใจอะไบางอย่างเกี่ยวกับการแข่งขัน
“ล่าสุดชาคริตมันไปตรวจสุขภาพประจำปี พยาบาลต้องวัดชีพจรให้มันใหม่สามรอบ หัวใจขณะพักมันเต้น 28 ครั้งต่อนาที” ครูโรมอวดอย่างภูมิใจ
“สัตว์ประหลาดจริงด้วย!”ธันยาอุทาน เอามือทาบอก “ถ้าคนปกติหัวใจเต้นแค่นั้นคงต้องนอนแอดมิทละค่ะ”
และการชกก็ดำเนินต่อในรูปแบบคล้ายเดิมอีกสองยก ทว่าปลายยกสามเด็กใหม่ก็เข้าใจในสิ่งที่ครูโรมวิเคราะห์เอาไว้ ชาคริตยังไม่หอบและเรี่ยวแรงไม่ตก ในขณะที่ธาราต้องเริ่มตั้งการ์ดกันหมัดอัดลำตัว ถึงหมัดจะเข้าการ์ดแต่แรงะเืก็ทำให้อีกฝ่ายออกอาการมาเล็กน้อย ธันยาเผลอร้องกรี๊ดออกมาอย่างเอาใจช่วย และแล้วระฆังก็มาช่วยชีวิตไว้ หลังจากลงนวมกันแบบแทบจะฆ่าฟัน แต่ทั้งคู่ก็ถอดนวมออกแล้วมากอดกันอย่างฉันมิตร
“ชั้นเชิงเอ็งน่าทึ่งเสมอ” ชาคริตเอ่ยปากชม “นี่ขนาด่นี้ไม่ค่อยได้ซ้อมนะ พร์จริงๆ”
“เฮ้อ! ทำไมครูต้องให้ผมซ้อมกับสัตว์ประหลาดอย่างพี่ด้วย” ธาราก็มีคำชมในแบบของเขา
ส่วนครูโรมก็หันไปพูดกับเด็กใหม่อย่างยิ้มแย้ม “เป็ไง เห็นตัวจริงซ้อมกันแล้วมีไฟขึ้นมาบ้างมั้ย”
“ผมตัดสินใจแล้วครับครู” เด็กใหม่พูดอย่างจริงจัง “ผมจะเลิกต่อยมวยแล้วครับ”
“อ้าว เฮ้ย! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า” ครูโรมร้องแทบเป็เพลง “ทำไมเป็งั้นล่ะ ไอ้หนู”
“ถ้าต้องให้พี่ชาคริตโหดกับผมมากว่านี้ ผมไม่ไหวละครับ ผมกลัว” เด็กใหม่ยอมรับ
สองทุ่มสิบห้านาที นักกีฬาพากันแยกย้ายกลับ เหลือเพียงชาคริตที่ซ้อมเตะกระสอบ ฟันศอก และตีเข่าต่อ ขณะที่ธาราและธันยายกมือไหว้ร่ำลา ชาคริตก็ปรับทุกข์กับทั้งคู่เล็กน้อย
“ข้าท้อว่ะ” ชาคริตรำพึง “ข้าสงสัยว่าข้าทำอะไรผิด ข้าพยายามสุดความสามารถแต่ทำไมเด็กคนแล้วคนเล่าถึงพากันทิ้งข้าหมด ทิ้งไม่พอ คือข้าทำให้พวกมันเลิกต่อยมวยไปเลย เอ็งกับแฟนแนะนำข้าทีสิ ข้าควรปรับปรุงตัวยังไงบ้าง”
“หัดไม่ทำอะไรดูบ้าง” ธาราแนะนำง่ายๆ “อย่าเอาความโหดตัวเองเป็บรรทัดฐานให้คนอื่น”
“ข้าพยายามแล้ว” ชาคริตยืนยัน “ที่พวกมันเจอ ไม่ได้ครึ่งกับที่เอ็งเคยเลย เอ็งี้เีขนาดนี้ก็ยังผ่านมาได้เลย และอีกอย่างการจะเป็นักมวยมันเหยาะแหยะไม่ได้อยู่แล้ว เอ็งก็รู้”
ธารายักไหล่พูดว่า “พี่ยังไม่เข้าใจความผ่อนคลายที่แท้จริง ลองทิ้งตารางฝึกสักวันสิ”
“จริงค่ะ ให้วันหยุดตัวเองสักอาทิตย์ละหนึ่งวัน แล้วหากิจกรรมพักผ่อนทำบ้าง พี่จะได้เข้าใจความเป็มนุษย์ เป็คนปกติให้มากขึ้น”ธันยาแนะนำ
“เพิ่มความเป็มนุษย์ ลดความเป็สัตว์ประหลาด” ธาราพูดพลางยักคิ้วยียวน
“ขอบใจมากนะ” ชาคริตพูดกับทั้งสองคน “เดี๋ยวข้าจะลองเริ่มหยุดั้แ่พรุ่งนี้ ข้าจะไม่ฝึกอะไร ว่าแต่ แล้วข้าจะทำอะไรดี”
“แล้วแต่ที่พีชอบเลยค่ะ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ”ธันยาแนะนำเบื้องต้น
“อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่สเตร็ชชิ่ง เวท คาร์ดิโอ หรืออ่านหนังสือเรียน” ธาราว่า “เอ้อ! มาเล่น ออนไลน์สะท้านภพกับผมดิ โคตรมันส์ เกมออนไลน์กำลังภายในที่พี่เคยแนะนำคราวก่อนนู้น ผมนี่ติดงอมแงม”
“เกมนั้นไอ้ภาคิณ เพื่อนข้าเคยแนะนำอีกที ข้าลองแล้วไม่ใช่แนวว่ะ แต่ลองดูอีกทีก็ได้วะ”
ธาราส่ายหน้าอย่างยิ้มๆ นึกในใจว่ามันต้องเป็การตั้งใจหยุดพักผ่อนแบบจริงจังแน่นอน เขารู้จักพี่ชาคริตดี คนทั่วไปตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อให้ตัวเองตื่น แต่สำหรับชาคริตต้องตั้งนาฬิกาปลุกเตือนว่าถึงเวลานอน
เก็บของใส่เป้สะพายหลังของเด็กหนุ่มเสร็จธันยาก็เดินเกาะแขนแฟนหนุ่มออกมาจากโรงยิม ทิ้งเสียงหน้าแข้งหวดกระสอบดั่งลั่นโรงยิมโดยชาคริตไว้เื้ั แรงสั่นะเืแผ่ลามถึงหลังคาโดมสูง
“ตอนเธอชกมวยก็ดูเท่ห์ดีนะ”ธันยาพูด ยิ้มอายๆ “ท้ายยกสามฉันลุ้นตัวโก่งเลย กลัวเธอจะร่วง”
“ถ้าร่วงนี่เท่ห์ะเิเลยเนอะ” ธารายักคิ้ว
“บ้าเหรอ! ใครจะอยากเห็นแฟนตัวเองเจ็บตัวกันล่ะ ฉันไม่ใช่พวกซาดิสต์นะ”ธันยาค้อนขวับ
ทั้งคู่เดินมาถึงมอเตอร์ไซด์ฟีโน่สีเขียวสลับขาวของธารา ขณะที่สวมหมวกกันน็อค ขึ้นคล่อมแล้วบิดกุญแจสตาร์ท ธาราที่มีทีท่าครุ่นคิดก็เหลียวไปถามแฟนสาว “เธออยากให้ฉันขยันๆแบบพี่ชาคริตเหรอ”
“แบบนั้นก็ขยันเกิน ให้รางวัลตัวเองไม่เป็แบบนั้นก็ไม่ไหวนะ”ธันยาพูด ส่ายหน้า รอยยิ้มระบายอยู่จางๆ “จะว่าไปี้เีพอประมาณก็ถือว่าโอเคนะ แต่ขอร้องล่ะ อย่าี้เีมากกว่านี้เลย จากตัวสูงจะกลายเป็สันหลังยาวเอา”
“ไม่ต้องห่วง คนเรามันต้องมีพัฒนาการกันบ้าง” ธาราหัวเราะหึๆ สตาร์ทเครื่อง พลางคิดว่าสัปดาห์หน้ากะจะลองโดดเรียน เตรียมโดนแฟนสาวบิดหูแดงหูไหม้ได้เลย