นาถลดาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงบุตรชายเรียกและทำหน้าแปลกใจที่เห็นสายตาเขาจ้องนิ่งๆแต่ไม่พูดอะไรอีก
เหมือนกำลังมึนงงอะไรบางอย่าง
“มีอะไรหรือภาคิน มองหน้าเหมือนกับว่าแม่เป็นางฟ้างั้นแหละ”
นาถลดาพูดติดตลกไปอย่างนั้นเองบุตรชายกุมมือบางไว้แน่น แล้วยกขึ้นมาหอม ลมอุ่นๆที่เป่ารดนั้นนาถลดามีความสุขที่สุด
“แม่เป็นางฟ้าในใจของลูกเสมอครับ”
“น่ารักจริง แล้วเมื่อครู่พูดอะไรแม่ฟังไม่ถนัด หรือว่ากำลังฝันหวานถึงผู้หญิง”
“ผู้หญิงก็ไม่เชิงผมจะพูดอย่างไรดี”
ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งเอนร่างลงกับพนักเตียง นึกถึงความฝันเมื่อครู่นางกินรีแสนสวยซึ่งโบยบินจากเขาไปเมื่อครู่นี้
“กะเทยหรือจ๊ะ”
“ไม่ใช่ครับแม่ผมฝันถึงนางกินรีครับ”
“นางกินรีงั้นหรือ”
มารดาสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงความฝันของลูกชายที่บอกว่าเห็นนางกินรีในความเข้าใจของเธอรู้ว่านางกินรีจะต้องสวยและมีปีกอยู่ข้างหลัง
“ครับแม่นางกินรีแต่ผมก็จับใจความไม่ได้หรอกนะครับ”
เขากลัวมารดาจะเป็ห่วงที่ฝันประหลาดแบบนั้นจึงพูดปัดไปแต่ใจก็ยังประหวัดนึกถึงนางกินรีเช่นเดิม
“อย่าใส่ใจกับความฝันเลยจ้ะ ภาคินแม่กับพ่อจะไปต่างประเทศสองสัปดาห์ภาคินช่วยดูแลบริษัทด้วยนะลูก”
“ครับแม่”
“แม่จะเดินทางไปวันพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้วันศุกร์ใช่ไหมครับผมจะไปส่งครับ”
“ขอบใจมากลูกภาคินดูแลตัวเองด้วยนะลูก วันหยุดจะกินอะไรก็บอกชงโคก็แล้วกันนะ”
“ครับแม่ ผมจะช่วยแม่เก็บของก็แล้วกันนะครับ”
ชายหนุ่มลุกจากเตียง โอบเอวแม่ออกจากห้องแล้วช่วยแม่เก็บข้าวของลงในกระเป๋าเดินทาง ภพมองภรรยาและลูกชายด้วยความรัก
เขามีความสุขกับครอบครัวที่ครบและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความประพฤติของบุตรชาย
ทุกครั้งที่เขาเดินทางไปติดต่อเื่การค้าจะให้ลูกชายดูแลบริษัทแม้ว่าอายุน้อยแต่ก็ไว้วางใจว่าทำได้ดี
อีกทั้งมีพนักงานระดับบริหารช่วยดูแลเขาจึงไม่เป็กังวล
สิ่งที่เป็ห่วงในตัวลูกมีอย่างเดียวคือผู้หญิงที่เข้ามากลัวผู้หญิงที่ใจกล้าเกินงาม ถ้าภาคินพลาดพลั้งคงเป็ปัญหาหนัก
กีตาร์หญิงสาวที่มักจะเข้ามาคลอเคลียและแสดงความสนิทสนมกับภาคินจนเกินงามแม้ว่าเอาอาหารสุนัขมาเป็ข้ออ้างในการมาหาก็ตาม
แต่เขารู้ถึงจุดประสงค์ของผู้หญิงคนนี้ดีว่า้าอะไร
“ภาคิน พ่อขอเตือน”
ชายหนุ่มกำลังช่วยมารดาบรรจุผ้าพันคอและอุปกรณ์ในการป้องกันความหนาวถึงกับสะดุ้งหันไปมองด้วยความแปลกใจ
“มีอะไรหรือครับพ่อถ้าเื่บ้านหรือบริษัทไม่ต้องห่วงผมนะ”
“ไม่ใช่เื่นั้น ผู้หญิง”
“ผู้หญิง คุณกลัวลูกจะเอาสาวๆมานอนค้างที่บ้านหรือคะ”
ภรรยาถามอย่างขำๆเพราะรู้ว่าลูกชายไม่ทำอย่างนั้น เขาให้เกียรติผู้หญิงทุกคน แม้ว่าสาวๆ จะให้ท่าก็ตาม
แต่ภาคินไม่เคยเดินข้ามสะพานที่พวกเธอทอดให้
“กลัวผู้หญิงปล้ำลูกเราน่ะสิ”
“พ่อครับผมไม่ให้ใครทำอย่างนั้นหรอกครับ”
ชายหนุ่มรีบปฏิเสธให้พ่อแม่สบายใจว่าเขาไม่ให้ผู้หญิงใจกล้าเข้าใกล้และนึกถึงกีตาร์สาวใจกล้าแต่งตัววับๆ แวมๆ จนเขาไม่กล้ามอง
“ดีแล้วลูกถึงผู้หญิงจะให้ท่าอย่างไร เราปฏิเสธไว้ ไม่เสียทั้งสองฝ่าย พ่อบอกตรงๆนั้นอยากได้ลูกสะใภ้ที่ไม่ทำตัวเป็สัตว์มีนออยู่ตรงหน้าผากเข้าใจไหม”
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆกับความช่างเปรียบเทียบของพ่อ เขารู้ความหมายเป็อย่างดีคืนนั้นสามพ่อแม่ลูกคุยกันอย่างมีความสุข
รุ่งเช้าภาคินขับรถไปส่งพ่อแม่ที่สนามบินแล้วขับรถไปเรื่อยๆตั้งใจจะไปหาอาหารกลางวันกิน ระหว่างทางกลับเปลี่ยนใจกะทันหัน
เขาอยากกลับบ้านเพียงอย่างเดียวรู้แต่เพียงว่าง่วง อยากนอนให้เร็วที่สุด ระหว่างขับรถแทบทนไม่ไหวตาจะปิดให้ได้
หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วเขารีบเดินเข้าบ้านโดยไม่ปิดล็อกรถเหมือนทุกครั้งชงโคเห็นดังนั้นถามด้วยความแปลกใจ
“คุณภาคินคะ ยังไม่ได้ล็อกรถค่ะ”
“ป้าชงโคช่วยล็อกให้หน่อยก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มพูดเสียงยานๆ แล้วหาวยกมือปิดปากเพราะง่วงสุดขีด ชงโคและข้าวแตนสาวใช้อายุ 22 สองปี มองหน้ากันด้วยความสงสัย
“อ้าว กุญแจรถอยู่ไหนคะ”
ชงโคถามด้วยความสงสัยต่อท่าทีเ้านายหนุ่มที่ยังคงเดินเหมือนสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นไปข้างบนเขาส่งกุญแจรถส่งให้ ข้าวแตนรีบโผรับไว้ด้วยความเร็วจากนั้นก็ออกไปกดล็อกประตูรถจนเรียบร้อย
“ป้าชงโคไม่ต้องเรียกผมกินข้าวนะเดี๋ยวหิวผมจะลงมากินเอง”
“ค่ะ แล้วเครื่องดื่มล่ะคะ”
“ผมมีน้ำดื่มกับนมในห้องแล้วครับ”
ชายหนุ่มรีบเข้าห้องไปทันทีไม่รอให้ชงโคถามแต่อย่างใดเมื่อทิ้งตัวลงบนเตียง เขารับรู้ถึงความสุขอย่างประหลาด
ดวงตาจะหลับให้ได้ก่อนที่ความสงบจะมาเยือน เขาได้ยินเสียงนกตัวใหญ่กระพือปีกใกล้ๆตามด้วยเสียงพิณบรรเลงไพเราะ ขับกล่อมให้หลับอย่างรวดเร็ว
“ยินดีต้อนรับท่านผู้กล้า”
ภาคินสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงหวานๆจากผู้หญิง เมื่อลืมตาเขาเห็นตัวเองยืนอยู่บนเนินหญ้าสีเขียวนุ่มๆประดับด้วยดอกไม้กลีบบางบานกระจายอยู่้ายอดหญ้าซึ่งมีทุกสียกเว้นสีดำซึ่งสวยงามจนยากที่จะละสายตาไปง่ายๆ
“ผมอยู่ที่ไหน”
ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่มีปีกอยู่ด้านหลังเธอโผตัวลงจากต้นไม้สีทอง ผลเหมือนไข่ไก่ที่มีลายไทยเดินเส้นสีทองสวยงาม
ด้านหลังคือูเาสีขาวมียอดหยักสูงๆต่ำๆ นับร้อย และมีแอ่งน้ำสีเขียวมรกตอยู่บนชะง่อนผาเห็นเหล่ากินรีลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน
นางกินรีที่เรียกชื่อเขาบัดนี้ลอยตัวอยู่เหนือพื้นหญ้าแล้วยืนอยู่ตรงหน้า
“ป่าหิมพานต์”
“ในป่าหิมพานต์งั้นหรือเป็ไปได้อย่างไรครับ”
“เป็ไปแล้วท่านอยู่ในป่าหิมพานต์ของพวกข้าเหล่ากินรี”
นางกินรีแสนสวยก้มศีรษะน้อมคำนับแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขายิ้มรับด้วยความประหลาด คิดว่านี่คือความฝันที่สุดมหัศจรรย์
“ท่านจะต้องช่วยพวกข้าที่ญาติพี่น้องถูกเ้าั์จตุเนตรจับตัวไปเป็ทาส”
“ผมยังไม่ได้รับปากเลยนี่ว่าจะช่วย”
“ถึงท่านจะไม่รับปากแต่การที่ท่านมาอยู่ในป่าหิมพานต์ เท่ากับว่าท่านพร้อมที่จะช่วยพวกข้าเชิญเข้ามาในที่พัก”
นางกินรีลอยตัวเหนือพื้น กระพือปีกเบาๆพาชายหนุ่มไปยังบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็กระท่อมทำด้วยดินสีขาว มีไม้เลื้อยขึ้นปกคลุมออกดอกสีชมพู สีส้มและเหลืองสวยงามเมื่อเขาเข้าไปด้านในถึงกับตกตะลึงกับเฟอร์นิเจอร์สีทองอร่าม
แม้แต่แก้วน้ำก็เป็สีทองทอประกายวิบวับเขาจับขึ้นดูรู้ว่าเป็ทองจริงๆ และประดับด้วยเพชรน้ำดี
คนโทใส่น้ำทองคำฝังพลอยแท้สวยเสียจนมองด้วยความอัศจรรย์
“เชิญดื่มน้ำอมฤตเถิดจะทำให้ท่านสดชื่นจนไม่หิวอาหาร”
นางกินรีรินน้ำสีเขียวจากคนโทใส่แก้วสีทองแล้วส่งให้ภาคินที่รับมาดื่มพลัน! ความเย็นสดชื่นและกลิ่นหอมจนดื่มหมดแก้ว
นอกจากกลิ่นหอมแล้วเขาอิ่มเหมือนกินอาหารจนเต็มท้อง
“น้ำวิเศษใช่ไหม”
“ใช่ นี่คือน้ำอมฤตจากป่าหิมพานต์ทำให้ท่านอิ่มทิพย์โดยไม่กินอาหารโอ๊ะ มันมาแล้ว”
นางกินรีร้องเสียงหลงเมื่อเกิดเสียงป่าลั่นแผ่นดินะเืแม้แต่ภาคินยังสะดุ้งแล้วล้มลงกับพื้น เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น