บทที่18
กลับเข้าหอก็ต้องมาหยุดงงกันที่ประตูหน้าห้อง816 เพราะเซนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่มีกุญแจห้องอยู่กับตัวจากเย็นวานที่นั่งรถว่านไปงานวันเกิดออดี้ เขาก็ทิ้งกระเป๋าสัมภาระไว้ในรถว่านที่ติดตัวมีเพียงกระเป๋าสตางค์กับมือถือเท่านั้น
เซนหน้าเสียอย่างแรง
ด้วยร่างกายที่อ่อนระโหยทำให้ต้องมาอาศัยนอนห้องโยชิอย่างไม่มีทางเลือก
คนพี่ก็กุลีกุจอจัดที่หลับที่นอนให้อย่างดี
“จะเปิดแอร์หรือเอาพัดลมดี ”
“เปิดหน้าต่างแล้วเปิดพัดลมก็ได้ วันนี้ไม่ค่อยร้อน ”
เมื่อประตูหน้าต่างถูกเปิดออกลมเย็นก็พัดระเรื่อยเข้ามาเป็ระยะ พัดลมถูกยกมาเปิดจ่อรอไว้ที่เตียง คนน้องขอกางเกงมาเปลี่ยนใส่นอนคนพี่ก็หยิบมาให้ทันที
ร่างกายเซนคล้ายมีแรงดึงดูดกับหมอนและที่นอนอย่างหนักทันทีที่ทิ้งหัวลงไปเขาก็เข้าภวังค์หลับไหลอย่างรวดเร็ว และไม่ว่าคนพี่จะถามไถ่อะไรก่อนจะลงไปซื้อของกินในเวลาเที่ยง เซนก็ไม่หือไม่อือตอบเขาอีกเลย
หลับเร็วเกินไปจนน่าใ
อดไม่ได้ที่โยชิจะเดินมาดูและเอานิ้วอังลมหายใจเขาอยากทดสอบว่าเซนหลับจริงมั้ยและอยากวัดอุณภูมิอีกฝ่าย มือเรียวยาวจับไปที่หน้าผากกับผิวแก้มแดงเรื่อของคนน้อง พบว่ามันมีไออุ่นค่อนไปทางร้อนนิดๆ
เซนหลับยาวไปจนถึงเย็น
เขางัวเงียลุกมาเข้าห้องน้ำก็เห็นโยชินอนชันเข่าหลับอยู่บนโซฟา รู้สึกหิวจึงเดินไปเปิดตู้เย็นหาดูของกิน เจอถุงที่ใส่พวกวิตามินรวมกับเครื่องดื่มบำรุงทั้งหลายแช่อยู่ในถุงนั้น
“อ้าว....ตื่นแล้วเหรอ ” โยชิลุกขึ้นนั่งแล้วขยี้ตา เซนเก็บถุงนั้นเข้าที่เดิม
“เออ ซื้อวิตามินรวมกับพวกแบรนด์พวกรังนกมาให้อะ..เห็นว่าเพลีย ”
โยชิเดินเบียดเข้ามาหยิบถุงที่ว่าออกมาสาธยายให้เซนฟังว่าเขาซื้ออะไรมาให้บ้าง
เซนเม้มปากนิ่งเงียบ
“จะกินอันไหนก่อนล่ะ...กินนะจะได้มีแรง ”
“เอารังนกกับวิตามินมาก่อนก็ได้ ”
คนน้องว่าพลางหยิบของในถุงไปเขาออกจะหน้าม้านกับการกระทำและคำพูดของโยชิ
“หิวข้าวรึยัง นี่กำลังจะลงไปซื้อ รึว่าอยากจะลงไปกินที่ร้าน ”
“ฝากพี่โยซื้อมาให้ละกัน เซนี้เีลง ”
คนพี่พยักหน้ารับคำแล้วก็คุยกันเื่เมนูอาหาร
“เออ! ”
โยชิเปิดตู้เย็นหยิบเจลประคบที่แช่อยู่ในช่องฟรีซออกมา
“ คือ...ไม่แน่ใจว่าตัวร้อนรึเปล่าก็เลยซื้อติดมาให้ อีกอย่าง...”
คนพี่ยกมือขึ้นมาบังแถวปากราวกับไม่มั่นใจในสิ่งที่จะพูด
“ คือเห็นเค้าว่ามันจะช่วยให้รอยแดงจางเร็วขึ้นด้วย...เอาไปประคบไว้สิ ”
คนพูดส่งของให้ทั้งผิวหน้าแดงร้อนคนน้องก็รับเจลเย็นเฉียบมา
วางสีหน้าไม่ถูกด้วยเช่นกัน
พูดจบร่างสูงก็หันหลังออกจากห้องไปทันทีมันไม่ง่ายนักหรอกที่จะพูดออกไป แต่เขาก็จะทำถ้ารู้สึกว่ามันจำเป็
อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วโยชิกลับขึ้นมาก็เห็นคนน้องออกไปยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง
วันนี้อากาศเย็นสบายและข้างนอกลมค่อนข้างแรงไม่วายที่เขาจะห่วงเื่สะบัดร้อนสะบัดหนาวที่มันอาจจะพาให้คนเพิ่งฟื้นไข้อย่างเซนต้องกลับไปทรุดอีก
คนพี่จัดการเทราดหน้าของตัวเองไม่ได้ตั้งใจแอบฟังแต่ก็พอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคุยกับเพื่อนอย่างอารมณ์ดียิ้มแย้มหัวเราะหัวใคร่ หน้าตาดูสดใสสมกับเป็เซนที่เขาคุ้นเคย
เมื่อคนน้องหันมาคนพี่ก็ยกถุงราดหน้าให้ดูอีกฝ่ายพยักหน้าแล้วหันไปคุยต่อ
เมื่อเซนเข้ามาโยทำท่าจะแกะถุงราดหน้าให้
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวผมทำเอง พี่โยกินไปเถอะ ” ว่าพลางหยิบไปจัดการเทใส่ชาม
“เดี๋ยวคืนนี้เซนไปนอนบ้านเพื่อนนะ ”
คนที่กำลังกินอยู่พยักหน้ารับรู้
“จริงๆก็ว่าจะบอกอยู่หมือนกัน คืนนี้กูว่าจะไปนอนบ้านไอ้วิน กะจะยกห้องให้มึงนอนคนเดียวสบายๆไปเลยแต่ถ้าจะไปนอนบ้านเพื่อนก็....แล้วแต่ ”
คนน้องอือออ รับคำ แล้วก็นั่งกินกันไปเงียบๆ
เมื่อความมืดเริ่มโรยตัวอากาศโดยรอบเย็นลงกว่าเดิม
“หนาวมั้ย ปิดประตูหน้าต่างมั้ย ” โยชิถามเพราะเซนนั่งอยู่ใกล้หน้าต่าง
“ไม่เป็ไรเย็นดี ”
“เหรอ เห็นว่าไม่ค่อยสบาย นี่หายดีแล้วเหรอ ”
“ก็หายแล้วนะ ไม่มึนแล้ว ”
“ขับรถไหวแล้ว? ”
“ไหว ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวให้เพื่อนมารับ ”
ดูมีความพยายามจังเนาะ คนพี่คิดแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
“แล้ว...” โยชิหยุดคำ
เซนแว่บมองด้วยหางตา “ จะพูดอะไร ”
“คือ แล้ว...รอยแดงล่ะ....ที่มันยังอยู่ ”
ต่างฝ่ายต่างก็ก้มหน้าก้มตาอยู่กับอาหารนิ่งเงียบ เจลประคบที่เซนใช้แล้วยังวางอยู่ข้างๆ
“มันไม่เป็ไรเหรอ เพื่อนเห็นแล้วจะไม่ถามเหรอ ”
“ไม่เป็ไร รอยแค่นี้มันก็ไม่แปลก เพื่อนผู้ชาย มันไม่สนใจขนาดนั้นหรอก ”
หมายความว่าไงรอยแค่นี้ไม่แปลก ?
แล้วทำไมมึงชิลจังวะเพิ่งเกิดเื่ กล้าที่จะไปนอนกับเพื่อนผู้ชายแล้วเหรอ
เขาครุ่นคิดหน้ายับยุ่งโดยไม่รู้ตัวคนน้องก็สังเกตเห็นอาการคนพี่โดยตลอด
“พี่โย ”
“ครับ ”
คำพูดนั้นแปล่งหูจนเซนต้องหันมามองหน้าโยชิอย่างไม่เข้าใจ คนพูดก็หันมา เริ่มๆจะรู้สึกว่าตัวเองคงพูดอะไรผิดแปลก
“เซนว่า เราต้องคุยต้องตกลงอะไรกันหน่อย ”
ท่าทีจริงจังของคนน้องทำเอาโยชิตั้งอกตั้งใจ
“ เซนว่า..พี่โยทำตัวเป็ปกติอย่างเดิมเถอะไม่ต้องมาคอยเอาใจเซนขนาดนี้ก็ได้ ” เขาว่าพลางตักราดหน้าคำเล็กเข้าปาก
“ .....ทำไมวะ...ไม่ชอบ?อึดอัดเหรอ ”
“ก็นิดนึง ....เข้าใจว่าพี่โยทำเพราะอาจจะอยากไถ่โทษ อาจจะรู้สึกผิดแต่มันยิ่งทำให้เซนรู้สึก..แบบว่า.”
โยรอฟังแล้วเขาก็หันมา ทวงคำนั้นของเซน
“มันทำให้รู้สึกแปลกๆ แล้วก็ยิ่งทำให้เซนไม่ลืม ”
“อ๋อ..โอเค เข้าใจละ ” เขาก้มไปตักราดหน้าต่อ
“ก็คือ อยากให้ทำตัวเหมือนเดิม ให้พูดคุยอย่างเดิมงั้นใช่มั้ย ”
เซนพยักหน้า
“ก็ได้ ”
โยชิกินอิ่มก่อนเขารวบช้อนแล้วเลื่อนชามออกห่าง ขยับหันมาหาคนข้างๆ
“แต่จะขอแก้ที่มึงพูดนิดนึงนะ ที่กูทำดีกับมึงมันก็ไม่ใช่ทำเพราะรู้สึกผิดอาจจะมีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ”
คนน้องหันมาเขากินไปเรื่อยๆพร้อมกับตั้งใจฟัง
“เพราะต่อให้เมื่อคืน.....คนที่ไปกับมึงมันไม่ใช่กู กูก็ต้องทำแบบเดียวกันนี้ไม่ต่างกันหรอก มันน่าจะเป็ความห่วงไม่ใช่เพราะรู้สึกผิด ”
เซนเผลอกัดริมฝีปากตัวเองไว้เบาๆความรู้สึกเจ็บแปลบมันแล่นมาในใจทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงเื่เมื่อคืน
“แต่ถ้าความเป็ห่วงของกู มันจะทำให้มึงรู้สึกไม่โอเค...กูไม่ทำก็ได้ ”
พูดจบคนพี่ก็เก็บจานตัวเองมาที่อ่างหลังห้อง
“แล้วทำไมต้องพูดเหมือนน้อยใจแบบนี้ด้วยล่ะ ” เซนคว้าชามตัวเองเดินตามมาที่อ่าง
“คือห่วงได้ แต่ช่วยวางตัวให้มันเหมือนเดิมหน่อยก็เท่านั้น ” คนน้องว่า โยชิรับชามจากเซนไปจัดการล้างให้
“กูไม่ได้น้อยใจเหี้ยอะไรเลย ก็แค่อธิบายในส่วนของกูว่ากูทำเพราะเห็นมึงเป็น้องไงกูไม่ได้ทำเพราะรู้สึกผิด มึงเข้าใจปะ ”
“ อย่างที่กูรีบเหยียบไปหามึงเมื่อคืนกูก็ทำเพราะเป็ห่วงมึงปะวะ”
ถึงจะคุยกันเสียงไม่ดังนักแต่จับน้ำเสียงได้ว่าคนพี่เริ่มกรุ่นอยู่นิดๆเซนยืนมองคนที่ก้มหน้าล้างจานอยู่เงียบๆ
“แล้วจะให้กูทำเหมือนเดิม ตัวมึงเองล่ะทำได้มั้ย ”
“ ทำไม่ได้” เซนพูดเสียงเรียบแต่เด็ดขาด
“ก็เพราะแบบนี้ไง ถึงจะให้มึงช่วยทำตัวให้เป็ปกติ มึงเป็คนพูดเองว่าจะให้ทำอะไรก็ยอมก็จะขอให้ช่วยทำตัวแบบเดิมนี่ไง ทุกอย่างมันเป็อุบัติเหตุเซนก็ไม่อยากโทษพี่โยนักหรอกแต่จะให้ลืมไปเลยว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ใครมันจะไปทำได้วะ
ความรู้สึกเซนมันต้องใช้เวลารึเปล่าวะ ถ้าไม่งั้นก็อย่าเจอกันดีกว่า ”
คนน้องดุเดือดในน้ำเสียงใบหน้านั้นแดงเข้ม พูดจบเขาก็กลับเข้าไปนั่ง
โยชิรู้ตัวทันทีว่าทำพลาดไปแล้ว คนพี่กลับเข้ามานั่งหน้าตึงที่เก้าอี้มองคนน้องที่เอาแต่ก้มหน้าสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ เขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่เซนเริ่มแสดงออกว่าไม่โอเค ข้างในของเซนมันแย่ยิ่งกว่าที่เห็นหลายเท่านัก
“เซนว่าเซนไปดีกว่า ” ว่าพลางลุกทันที
“เซนๆๆ” โยชิรีบคว้าแขน
“ใจเย็นๆก่อนเถอะวะ....ขอร้อง ” ปราดเอาตัวมากันคนน้องไว้แล้วจับไหล่คนตัวเล็กดันแกมบังคับให้เขากลับมานั่ง
“เราต้องคุยกันก่อน เซน”
เซนลงนั่งั์ตาเขาขุ่นขึ้ง คนพี่ถอนหายใจหนักหน่วงนั่งลงข้างๆคนน้องที่เมินหน้าไปทางอื่น
“ กูขอโทษ เมื่อกี้นี้ไม่ทันคิด...กูพลั้งปากไป ขอโทษทีมันลืมตัวไปจริงๆ....”
“คือ... ” โยชิตั้งสติพยายามคิดหาเหตุผลของตัวเอง
“กูคิดน้อยไป คิดแค่ในมุมของตัวเองว่าขนาดมึง มึงยังทำไม่ได้เลย แล้วกูจะทำได้ยังไงให้เหมือนเดิมกูเป็ห่วงมึงกูก็แค่แสดงออกไปว่าเป็ห่วง คือกูไม่ได้คิดจะไปเร่งอะไรมึงเลยนะจริงๆ...เพราะกูเข้าใจว่าในฝั่งมึงน่ะมันไม่ง่ายเลย”
“เซน ? ” คนพี่เอียงหน้าไปหา พลางดึงไหล่คนน้องให้หันมา
“ มึงเข้าใจกูมั้ยวะ”
“อืม ” คนน้องพยักหน้าหันมาเผยให้เห็นแววตาที่สั่นไหวคู่นั้น
“โอเค... ” คนพี่ใจชื้นขึ้น
“สรุปว่าการที่มึงจะฮีลตัวเองได้ มึงจะให้กูทำตัวปากหมากับมึงใช่ปะ ”
“ ก็เอาตามปกติน่ะ ” คนน้องว่า
“ ถ้าเอาตามปกติเลย กูน่ะปากไม่ดี ขี้เหวี่ยง ใจแคบไม่สนโลกไม่ยุ่งกับใครและไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับกู มึง้าแบบนั้นนะ ”
คนฟังอมยิ้มขำพยักหน้าอย่างพอใจ
“ เชี่ยยยโรคจิตสัด! เพิ่งรู้ว่ามึงชอบแบบนี้นะเนี่ย งานหยาบละกู ”
คนน้องหัวเราะ
“มึงก็รู้ตัวเองเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ที่พูดมานี่แม่งใช่มากใช่หมดเลย ”
“ เปล่ากูไม่ได้รู้หรอกไอ้วินมันเคยบอก ”
“ จริงดิพี่วินเจ๋งอะ กล้าพูดแบบนี้กับพี่โยตรงๆเลยเหรอ ” เซนหน้าระรื่นขึ้น
“เออ แต่มันก็ลงท้ายด้วยว่า อันนั้นน่ะภายนอกแต่ภายในกูอีกเื่ไง ”คนพี่ทำหน้าอวดๆ ส่วนคนน้องทำเบ้หน้าแล้วก็ยิ้มขำกัน
“เซนไปแล้วดีกว่า เดี๋ยวจะค่ำเกิน ” ว่าพลางลุกขึ้น
“มึง ” คนพี่เรียก คนน้องหันมา
“มึงไม่คิดว่ามัน ยังไม่เหมาะบ้างเหรอวะ ที่จะวิ่งไปนอนบ้านใครตอนนี้น่ะ ”
“ทำไมอะ ”
“ก็เปล่า...คือ มึงก็เพิ่งมีเื่มีราวมา อย่าหาว่านี่งมงายอะไรเลยนะมึงควรเก็บเนื้อเก็บตัวก่อนดีมั้ยวะ่นี้อะ ”
“ไม่เป็ไรหรอก ก็เพื่อนๆในแก๊งกัน ”
โยชิเงียบเขารู้ว่าความคิดและมุมมองเซนกับเขามันต่างกัน
“เซนไม่อยากอยู่กับอะไรที่ทำให้นึกถึง พี่โยเข้าใจปะ เซนก็เป็แบบนี้แหละแค่ได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ยังดี ได้คุยได้เอ็นจอยกับอะไรแปลกๆใหม่ๆบ้างยังไงก็ช่วยให้สบายใจขึ้น เข้าใจที่พี่โยพูดนะ แต่แค่ไปบ้านเพื่อนเซนว่ามันไม่เป็ไรหรอก ”
นั่นสิอยู่กับเขานี่ ตัวต้นตอที่ทำให้เจ็บหนักเลย คงมีแต่จะยิ่งทำให้เซนรู้สึกแย่
หมดคำจะทัดทานก็ได้แต่เดินลงไปส่งด้วยความเป็ห่วงเหมือนเดิมแม้เซนจะปฏิเสธเขา แต่โยชิก็ยังหาเื่ไปซื้อของเพื่อจะลงมาส่งจนได้
คืนนั้นเซนไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่บ้านเพื่อนเรียบร้อย โยชิเห็นในไอจีสตอรี่ที่เซนลงบ้างเป็ระยะบ้านเพื่อนที่ดูเรียบหรูสไตล์โมเดิร์น เซนนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟาตัวใหญ่ ถัดไปไม่ไกลเป็ชุดทีวีโฮมเธียเตอร์
เซนทำทุกอย่างเป็ปกติเรียกว่ามูฟออนได้รวดเร็วจนน่าใเพราะนับเนื่องจากวินาทีที่ะเิอารมณ์ลงกันเมื่อเช้า ค่ำๆในวันเดียวกัน เ้าคนที่ร้องไห้ชกกำแพงนั่นก็ไปนอนชิลดูหนังอยู่บ้านเพื่อนสบายใจเฉิบแล้ว
แต่เขาก็รู้ว่าเซนมักซ่อนอารมณ์ด้านลบไว้ให้ลึกที่สุดปล่อยเบลอแล้วเยียวยาด้วยเื่อื่นที่ดูสนุกกว่าสำคัญกว่าเสมอ วิธีการคนเรามันก็ต่างๆกันถ้าวิธีการนี้มันจะช่วยทำให้เซนสบายใจขึ้นได้จริงๆ เขาก็จะพยายามทำความเข้าใจ
ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นหางนกยูงข้างตึกคณะนิเทศ
เซนกำลังตรวจดูข้าวของสัมภาระที่ว่านขับรถเอามาคืนให้
ชุบความรู้สึกตัวเองในวันหยุดพักผ่อนแล้วก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตกับวันเรียน วันทำงาน หลังจากที่เพิกเฉยต่อไลน์และสายโทรเข้านับสิบจากว่านั้แ่คืนนั้นแล้ว
ในที่สุดก็ต้องติดต่อกลับไปเพราะความจำเป็เื่กุญแจห้อง
ส่งมอบกระเป๋าตรวจดูทุกอย่างครบถ้วนแล้วเซนก็บอกลาทันที
“โอเค ขอบคุณมากว่าน ”
“เซน เราขอคุยด้วยหน่อยสิ ” เขารีบพูดราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหันหลังไปจากเขาแบบวันนั้นอีก
เซนนึกไว้อยู่แล้วแต่เขาก็หันมาทำหน้าไขสือ
“ เราอยากคุยเื่ในคืนนั้นที่เซนบอกว่าเซนโดนยา คือเรามีเื่ที่ต้องอธิบาย ”
มันทำให้เซนร้อนระอุขึ้นมาเขาไม่อยากจะมองหน้าว่านเอาเสียเลย แต่เมื่อเขาเหลือบไปมอง สายตาเซนก็ดูดุขรึมเสียจนอีกฝ่ายกระวนกระวายใจ