ราชันเทพทมิฬ 4ทิศ

    ตอนที่ 27 – เงาแรกในนครจักรกล

    รุ่งเช้าแห่งวันใหม่มาเยือนเร็วเกินคาด แม้ท้องฟ้าเหนือนครจักรกลยังถูกบดบังด้วยหมอกบางและเงาเคร่งขรึมของหอคอยโลหะสูงชัน แต่แสงแรกของวันก็ส่องลอดผ่านช่องตะเข็บระหว่างหอเรือนด้วยประกายเรืองรอง


    หลิงเซียวลืมตาตื่นขึ้นจากเสียงสั่นเบา ๆ ของกลไกที่ฝังอยู่ใต้พื้นห้อง มันเป็๞เสียงคล้ายเข็มนาฬิกาหมุนสวนจังหวะ—ผิดแปลกจากทุกเสียงที่เขาคุ้นเคยในหมู่บ้านซื่อหาน


    “…ห้องนี้ตื่นด้วยตัวเองสินะ” เขาพึมพำ พลางลุกขึ้นช้า ๆ


    บนโต๊ะกลางห้อง หนังสือเล่มหนายังคงเปิดอยู่หน้าเดิม บรรทัดนั้น…ยังคงก้องอยู่ในหัว


    “จักรกลมิใช่เพียงเครื่องมือ หากแต่คือสะพานเชื่อมต่อระหว่าง๱๭๹๹๳์กับโลกมนุษย์”


    เขาใช้เวลาชั่วครู่แต่งกายเรียบง่าย ก่อนจะเดินออกจากหอศิษย์ใหม่ตามเสียงกลไกนำทาง ซึ่งปรากฏเป็๞แสงเส้นบาง ๆ ที่ไหลไปตามพื้นทางเดิน—แสงนั้นมิได้มาจากคบเพลิงหรือพลังปราณ แต่มาจากกลไกคุมเส้นทางที่ฝังอยู่ในโครงสร้างของตัวอาคาร


    ทันทีที่ก้าวออกจากประตูหน้า หอศิษย์ใหม่ ทั้งหกคนรวมถึงหลิงจื้อและเฟิ่งเหยาก็ทยอยออกมายืนเรียงกันใต้ลานกลาง ลานนั้นทำจากแผ่นหินที่เรียงตัวคล้ายแผงวงจรโบราณ เส้นทองแดงขนาดเล็กวาดวนตามแนวแผ่นหินสร้างลวดลายที่มีชีวิต


    เยว่อี้ยืนรออยู่ตรงกลาง มือไพล่หลังเช่นเคย


    “วันนี้ พวกเ๯้าจะได้เรียนบทเรียนแรกของสำนักหมื่นกลจักร” เขากล่าวเสียงแน่นิ่ง “มิใช่ทฤษฎี…แต่คือการทดสอบประสาท๱ั๣๵ั๱ และความเข้าใจในกลไกโดยตรง”


    เขาหันกายก่อนเดินนำไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาน ศิษย์ทั้งหกติดตามเงียบ ๆ


    ทางเดินนั้นพาพวกเขาเข้าสู่ห้องโถงซึ่งอยู่ลึกใต้ฐานของหอคอยใหญ่ ภายในอาคาร—ผนังเรียงด้วยแท่งเหล็กกล้าประดับสลักเหมือนรหัสโบราณ เบื้องหน้ามีกล่องขนาดเท่าฝ่ามือวางอยู่บนแท่นหินหกแท่น เรียงรายราวกับรอเ๯้าของที่แท้จริง


    “นี่คือ ‘กลกล่องลับ’ ของแต่ละคน” เยว่อี้เอ่ยเสียงเรียบ “มันจะสื่อสารกับพลังในตัวพวกเ๯้าโดยตรง เพื่อคัดลอกลักษณะเฉพาะของจิต ๱ั๣๵ั๱ และความถี่พลังปราณ…หากผู้ใดเปิดมันไม่ได้ในครึ่งชั่วยาม—ถือว่าสอบตก”


    หลิงเซียวหรี่ตาอย่างระแวดระวัง เขาเดินไปยืนหน้ากล่องลับที่ตนรู้สึก “เรียกหา” อยู่บางอย่างในใจ


    มือข้างหนึ่งวางลงบนฝากล่อง…ทันใดนั้น กลไกภายในก็เริ่มหมุน เสียง “คลิ๊ก…คลิ๊ก…” ดังประสานกับแสงบางที่ไหลไปตามร่องโลหะเหมือนชีพจร


    ‘กลไกนี้ไม่ได้ตอบสนองต่อพลังปราณ…แต่มันตอบสนองต่อ—’


    ความตั้งใจ


    หลิงเซียวหลับตา สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เปิดกล่อง


    ด้านใน…คือวงแหวนโลหะขนาดเล็ก และแท่งแกนตรงกลางที่ดูไร้ค่า


    แต่เมื่อปลายนิ้วเขาแตะลงเบา ๆ บนแท่งแกน—เสียง “ตึ้ง!” ดังเบา ๆ ในหู คล้ายสายสะพายขึงตึงในอากาศ วงแหวนเริ่มหมุน แล้วคลายออกเป็๞ชั้นบาง ๆ ซ้อนกันเป็๞กลไกประหนึ่งเขาวงกตย่อส่วน


    กล่องลับของเขา…แตกต่างจากของคนอื่นอย่างชัดเจน


    เฟิ่งเหยาเหลือบตามองอย่างประหลาดใจ นางกำลังง่วนกับกล่องของตน แต่สายตาก็อดจับจ้องหลิงเซียวไม่ได้


    เยว่อี้เองก็ยืนนิ่ง ไม่กล่าวใด เพียงมองกล่องของหลิงเซียวอย่างลึกซึ้ง


    ขณะนั้นเอง—เสียง “แกร๊ง!” ดังขึ้นจากกล่องของซ่งหลี่ที่เปิดออกก่อนใคร เผยให้เห็นวงล้อมีดเล็ก ๆ เคลื่อนที่อัตโนมัติตามคำสั่งจิต


    ต่อมาเป็๞ของเซี่ยหรง กล่องของเขาสร้างประกาย๹ะเ๢ิ๨เล็ก ๆ ตอบสนองต่อพลังที่ถูกกดอัดอยู่ภายในร่าง


    หลิงจื้อเปิดกล่องด้วยพลังนิ่งสงบ เส้นแสงเพียงไหลอย่างเรียบง่าย ไม่มีลูกเล่น…แต่กลับมั่นคงที่สุดในบรรดาทั้งหมด


    และเมื่อถึงครึ่งชั่วยาม…กล่องของหลิงเซียวจึงเปิดออกสมบูรณ์


    สิ่งที่ปรากฏคือ “เครื่องเคลื่อนสายฟ้า” ขนาดเท่านิ้วมือ—กลไกที่ไม่มีในกล่องของผู้อื่น มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ปล่อยประกายพลังไฟฟ้าจาง ๆ ออกมาตลอดเวลา


    เยว่อี้ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้หลิงเซียว แล้วเอ่ยคำเพียงประโยคเดียว


    “เ๯้ามิใช่เพียงศิษย์ที่เรียนรู้…เ๯้าอาจเป็๞ผู้สร้างกลไกในรูปแบบใหม่”


    หลิงเซียวรู้สึกถึงแรงสั่นไหวบางอย่างในอก คำพูดนั้นไม่ใช่การชม…แต่มันคือการมอบภาระ


    และเขา—ก็ยินดีรับมันมา