เมื่อซ่งหลินได้เดินจากไปและเขากลับเข้ามาในห้องก็เห็นสิงเทียนยืนคอยอยู่ด้านใน อีกฝ่ายมีสีหน้าบึ้งตึงราวกับกำลังโกรธจัด ซิ่วอิงซึ่งไม่รู้ว่าตนเผลอไปทำอะไรไว้ก็รีบนั่งลงคุกเข่าต่อหน้า
“คะ คุณชายขอรับ..”
“อย่าแม้แต่จะคิด!” สิงเทียนตวาดใส่คนรับใช้ที่นั่งอยู่ด้านล่างจนทั่วห้องก้องไปด้วยเสียงน่ากลัวนั่น
“ขอรับ?”
เขานั่งทำตาโตเพราะประโยคเมื่อครู่ อย่าแม้แต่จะคิดงั้นรึ? คิดอะไรหว่า นี่ตูทำอะไรให้พระเอกไม่พอใจอีกล่ะเนี่ยถึงได้ถูกพูดใส่แบบนั้น หรือว่าจะคิดว่าฉันแอบเล่นหูเล่นตาใส่แม่นางซ่งที่หน้าประตูอย่างนั้นรึ
ซิ่วอิงรีบหมอบกราบลงพื้นพร้อมทำท่าหวาดกลัวสุดขีด “ข้าน้อยมิกล้าขอรับ! คุณชายโปรดอภัยด้วย!”
ซิ่วอิงหมอบอยู่บนพื้นนานพอควร กระทั่งบรรยากาศภายในห้องเงียบสนิท ถึงค่อยกล้าเงยหน้าขึ้นมามอง เขาสบตากับผู้เป็นายอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถาม
“เอ่อ คุณชายยังมีเื่ที่จะบอกกับข้าอีกหรือขอรับ”
สิงเทียนว่า “ข้าจะอาบน้ำ”
ขณะที่หมอบก็ลอบปาดเหงื่อในใจ ต้องขอบคุณปฏิภาณไหวพริบตนเองที่เมื่อครู่แสร้งเป็คนขี้ขลาดตาขาว ท่าทางน่าสมเพชเช่นนั่นคงทำให้พระเอกพอใจอยู่พอควรถึงได้รีบเปลี่ยนเื่ไวขนาดนี้ เขาว่า “เช่นนั้นเชิญขอรับ ห้องอาบน้ำน่าจะอยู่ทางด้านโน้น”
ชี้มือเสร็จสิงเทียนก็เดินหายเข้าห้องอาบน้ำไป ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเดินกลับออกมาในสภาพพร้อมเข้านอน อีกฝ่ายปล่อยผมแผ่สยายจนระยาวถึงกลางหลัง เขาสวมชุดคลุมตัวบางสีทองมันเลื่อม เผยให้เห็นกล้ามเนื้อได้รูปด้านใน ซิ่วอิงซู๊ดปากเบา ๆ เขาลอบอิจฉาพระเอกอย่างสิงเทียนจริง ๆ ทั้งหน้าตาหล่อเหลาและหุ่นดีไร้ที่ติ
ร่างสง่าเปี่ยมราศีเดินตรงมาที่เตียงหลังใหญ่ นั่งลงอ่านตำราเล่มหนึ่งพร้อมมองคนรับใช้ที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ปลายเตียง
เขาถามขึ้น “เ้าไม่อาบน้ำรึ”
ซิ่วอิงว่า “อะ อาบสิขอรับ เดี๋ยวข้าจะไปอาบแล้ว”
ขณะที่ลุกขึ้นและกำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องอาบน้ำ สิงเทียนกลับรีบเรียกเขาไว้อีกครา “เ้าจะไปไหน”
“อาบน้ำไงขอรับ” พูดพร้อมชี้ไปยังด้านใน
“นั่นห้องอาบน้ำของข้า เ้าไปอาบที่อื่น”
“อะไรนะขอรับ?”
“ข้าบอกให้ไปอาบที่อื่น”
“ได้ขอรับ..”
เขาเดินคอตกออกจากห้อง สอดส่ายสายตามองหาที่สำหรับอาบน้ำ ก็ไปสะดุดตาเข้ากับถังไม้ใบหนึ่งพอดี ซิ่วอิงไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปหาถังที่ว่า และจัดการอาบน้ำชำระร่างกายทันที
หลังทั้งตัวสะอาดเอี่ยมและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่ได้มาจากแม่นางซ่งแล้ว เขาก็กลับไปที่ห้องเช่นเดิม คราวนี้ยังคงเห็นสิงเทียนนั่งท่องตำราอยู่จึงรีบเอ่ยแทรก
“คุณชาย ได้เวลาถ่ายลมปราณแล้วขอรับ”
“วันนี้เว้นไปก่อน”
“หา?”
ซิ่วอิงยืนตัวแข็งทื่อ นี่นับว่าเป็ครั้งแรกที่พระเอกปฏิเสธการรับลมปราณจากเขา สาเหตุคงเป็เพราะไม่พอใจที่เขาไปยุ่งกับแม่นางซ่งหลินเป็แน่ แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นก็ช่างสิ ไม่ถ่ายก็ไม่ถ่ายวะ ใครสนกันเล่า!
เขาไม่พูดจาให้มากความ ตัดสินใจเดินไปนอนที่เตียงตนเอง คราวนี้สิงเทียนถอนหายใจจนเสียงดังฟังชัด ไม่ต้องให้ทางนั้นบอกเขาก็รู้ดีว่าหมายถึงอะไร อีกคนรำคาญเต็มทนจึงขนฟูกและผ้าห่มลงไปนอนกองบนพื้นเสียเลย หันหลังให้ทางนั้นและลอบนินทาอยู่คนเดียวเบา ๆ
น้ำเสียงหนักแน่นดังขึ้น “นางขอร้องให้ข้าช่วย”
เขาพลิกตัวหันกลับมาถาม “ช่วยสิ่งใดขอรับ”
สิงเทียนตอบ “นาง้าจับหัวขโมยและนำยาเ่าั้ไปส่งให้ถึงมือลูกค้า”
“แล้วคุณชายตอบว่าอย่างไรขอรับ”
“ข้าปฏิเสธ”
ซิ่วอิงลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าใ “ทำไมท่านไม่ช่วยนางล่ะขอรับ”
สิงเทียนตอบอย่างหงุดหงิด “เหตุใดข้าต้องช่วยนาง มันจำเป็นักรึ”
เขาอธิบายอย่างจริงใจ “ท่านโปรดฟังข้านะขอรับ ลองนึกดูให้ดี วันนี้เราออกมาเที่ยวเล่นแต่กลับมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้น ท่านลองคิดสิขอรับ ตอนที่อยู่ตลาดนั่นท่านช่วยเหลือนางและชาวบ้านล้วนรู้เห็น หากท่านช่วยนางจับโจรพวกนั้นอีกเป็ครั้งที่สองและสร้างชื่อเสียงให้ตนเองเพิ่มขึ้น ในวันข้างหน้าเมื่อท่านเป็ใหญ่ขึ้นมา ผู้คนก็ล้วนจดจำท่านได้ว่ามีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านใด ลองชั่งใจอีกทีนะขอรับ”
คนบนเตียงคล้อยตาม เขารู้อยู่แล้วไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็จะต้องตกลงช่วยเหลือแม่นางน้อยผู้นั้นแน่ ก็เพราะสิงเทียนเป็พวกชอบรักษาหน้ายังไงล่ะ รักแรกของเขาคือเหมยลี่ แน่นอนว่าในหัวคงจะต้องคิดถึงแต่ชื่อเสียงตนเองในอนาคตเป็แน่ ยิ่งช่วยเหลือผู้อื่นมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงก็จะยิ่งกระฉ่อนมากเท่านั้น ซ้ำส่วนตัวเขาเองก็อยากให้คู่พระ-นางได้ทำความสนิทสนมกันมากกว่านี้ หากตัดบทแล้วหนีไปที่อื่นเนื้อเื่วันข้างหน้าอาจเละเทะมากกว่าเดิมก็เป็ได้
สิงเทียนเหมือนได้คำตอบในใจแล้ว กล่าวว่า “เช่นนั้น ย่อมได้”
“เยส! ดีมากขอรับคุณชาย ท่านตัดสินใจถูกต้องแล้ว ถ้าอย่างนั้นรีบเข้านอนเถอะขอรับ พรุ่งนี้เราจะได้สอบถามรายละเอียดกับนางต่อ”
“อืม”
เมื่อเช้าของวันใหม่ดำเนินมาถึง ทั้งสองจึงรีบไปพบซ่งหลินที่ห้องกลั่นยา ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรมากมาย ถูกจัดเก็บไว้อย่างดีตามประเภทและสรรพคุณของมัน ทั้งคู่มองสตรีตรงหน้าซึ่งกำลังตรวจสอบรายการของในมืออย่างเคร่งเครียด ก่อนที่นางจะเป็ฝ่ายหันมามองพวกเขากลับ
ซิ่วอิงส่งยิ้มให้ก่อนว่า “นี่แม่นาง เื่เมื่อวานที่เ้าร้องขอต่อคุณชายน่ะ วันนี้เขาเปลี่ยนใจแล้วนะ”
นางมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย “เปลี่ยนใจรึเ้าคะ หมายความว่ายินดีจะช่วยข้า?”
“ใช่แล้ว ว่าแต่ข้าขอถามรายละเอียดหน่อยสิ ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดอะไรขึ้น”
“ได้”
นางร่ายยาวเป็ฉาก ๆ ในเย็นวันหนึ่งหลังจากส่งมอบยาให้ผู้ค้าเรียบร้อย นางก็ได้เดินทางกลับมาที่หมู่บ้าน แต่ผ่านไปไม่กี่วันกลับได้รับข่าวร้ายว่าผู้รับมอบยานั่นถูกดักปล้นระหว่างทาง นางยังไม่ทันได้ถามข่าวคราวกับอีกฝ่าย ก็มาถูกลูกค้าใจร้อนไล่ทำร้ายเสียก่อน
ดังนั้นจึงไม่รู้เลยว่าระหว่างเดินทางมันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ส่วนผู้ค้าคนนั้นก็ขอยกเลิกสัญญาและย้ายที่ทำกินไปเรียบร้อย อ้างว่าไม่อยากถูกลากไปเกี่ยวกับเื่ของทางนี้ ทิ้งภาระให้นางเป็ผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
ซิ่วอิงเอามือลูบเคราที่ไม่มีอยู่จริง เดินไปมาพร้อมใช้ความคิด ก่อนจะถามสิ่งที่สงสัยออกมา “พ่อค้าคนกลางนั่นเขาแวะมารับยากับเ้าบ่อยหรือไม่”
นางส่ายหน้า “ก็ไม่บ่อยหรอก เท่าที่ข้าจำได้คงจะสองสามครั้ง”
ซิ่วอิงเริ่มถามต่อ “แล้ว่แรกที่เขามารับยาเคยมีเหตุการณ์อย่างถูกกดราคาหรืออ้างว่าเ้าทำยาออกมาได้ด้อยประสิทธิผลหรือไม่”
นางรีบพยักหน้าทันที “อ้อ ๆ มีสิ ดูเหมือนจะเคยขอลดราคาข้าด้วยแต่ข้าไม่ยอม และหลังจากส่งของให้ลูกค้าเสร็จเขาก็บอกว่ายาของข้าน่ะมันคุณภาพลดลง ลูกค้าที่ได้รับจึงไม่พอใจและจ่ายราคามาแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น”
ซิ่วอิงว่า “นั่นไงล่ะ! ว่าแล้วเชียว”
สิงเทียนที่ยืนฟังพวกเขาวิเคราะห์ข้อมูลหาตัวคนร้ายอยู่อีกมุมจึงถามขึ้น “เ้ารู้ตัวผู้ขโมยแล้วรึ”
“มันชัดมากขอรับ ไอ้หัวขโมยก็คือพ่อค้าคนกลางคนนั้นนั่นแหละ ข้าเอาหัวเป็ประกันได้เลย”
“รู้ได้อย่างไร”
เขาอธิบาย “ก็พวกต้มตุ๋นน่ะมักจะหาวิธีเอาเปรียบผู้อื่นเสมอ หากมันขอลดราคาแล้วไม่ได้ผล ทางเดียวที่จะได้ของและไม่ถูกสงสัยก็คือต้องสร้างสถานการณ์มาหลอกว่าถูกดักปล้นเท่านั้นขอรับ”
“แล้วอย่างไรต่อ”
เขาเริ่มถูมือไปมา อธิบายพร้อมท่าทาง “ในเมื่อโกหกสำเร็จ มันก็ต้องหาทางหนี อ้างนั่นอ้างนี่สารพัดและทำการหลบหนีโดยไม่เหลือเบาะแสไว้ให้ตามตัวพบยังไงล่ะขอรับ”
สิงเทียนถามต่อ “แล้วเ้าจะทำอย่างไร จะไปตามหาตัวมันที่ไหน”
ตัวเขาเริ่มกลับมาใช้ความคิดอีกครั้ง เดิมทีเนื้อหาบทนี้มันไม่ได้กล่าวถึงตัวละครสมทบว่าอยู่ที่ไหนหรือกำลังทำอะไร หากมองในมุมของเหตุและผลก็อาจเป็ไปได้ว่า โจรผู้นั้นต้องย้ายที่อยู่และเที่ยวหลอกเหล่านักปรุงยาคนอื่น ๆ เป็แน่ ดังนั้นมันจะต้องแฝงตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน
เขาไม่มีความรู้เื่พื้นที่และหมู่บ้านแถวนี้ จึงหันไปเอ่ยต่อซ่งหลิน “ในเขตนี้มีหมู่บ้านกี่แห่งรึ”
นางว่า “อืม ประมาณสามหมู่บ้านน่ะ”
ซิ่วอิงเหลือบมองสิงเทียนก็เห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังยืนอมยิ้มอย่างมีพิรุธ แต่เขาคงจะตาฝาดไปแน่เพราะเมื่อเพ่งมองให้ดีอีกครั้งกลับไม่เห็นรอยยิ้มเมื่อครู่เสียแล้ว
เขาพึมพำ “สามหมู่บ้านก็ไม่ถือว่ามากมายอะไร ถ้ารีบเดินทางและค้นหาคงใช้เวลาไม่นานนัก”
สิงเทียนพูดขึ้น “เ้าจะไป?”
“ท่านไป..” เขาเอ่ยออกมาได้สองคำก็ต้องรีบหุบปากฉับ จะให้อีกฝ่ายออกจากที่นี่ไปตามจับโจรได้ยังไงกัน สู้ให้ข้ารับใช้อย่างเขาออกหน้าแทนไม่ดีกว่ารึ ปล่อยให้หนุ่มสาวได้อยู่สวีทกันตามลำพังคงจะดีกว่ากระมัง
เขาเอ่ย “ท่านอยู่คุ้มกันนางที่นี่ ส่วนข้าจะไปไล่จับคนร้ายให้แทนเองขอรับ”
“…”
สิงเทียนหน้าดำทะมึนอีกหน ซิ่วอิงจึงรีบเดินเข้าไปกระซิบบอก “คุณชายใจเย็น! อย่าเพิ่งโมโหสิขอรับ ที่ข้าขอออกไปแทนนั่นจะเป็การดีกว่า ข้าเป็คนติดตามคอยรับใช้ท่าน หากจับโจรและนำยากลับมาได้ คุณงามความดีทั้งหมดข้าจะป่าวประกาศว่าเป็เพราะท่านแต่เพียงผู้เดียวเลยขอรับ”
สิงเทียนถอยหลังหนึ่งก้าว กล่าวว่า “ข้าให้เวลาสามวัน”
“สามวัน?”
“สามวันเท่านั้นในการจับโจร”
ซิ่วอิงแทบเข่าทรุด พับผ่าสิ! นายจะบ้าเรอะ! ให้เวลาแค่สามวันในการจับโจรเนี่ยนะ คิดว่ามันง่ายนักรึไงกันพ่อพระเอก! จับคนชั่วนะโว้ยไม่ใช่จับนกจับไก่ ที่จะได้เดินเข้าป่าแล้วร้องจิ๊บ ๆ ให้พวกมันออกมาหาน่ะ
“เอ่อ ข้าน้อยขอเพิ่มเป็ห้าวันได้ไหมขอรับ” พูดพร้อมชูมือข้างหนึ่งขึ้นมากาง
“…”
เขาเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายกว่าเดิม ครั้งนี้ถึงขั้นงัดไม้ตายออกมาพูด “ข้าหายไปห้าวันท่านก็จะได้ทำความรู้จักแม่นางซ่งเพิ่มขึ้นไงขอรับ นางเก่งกาจด้านการปรุงยา ท่านสามารถเรียนรู้จากนางได้!”
บุคคลตรงนั้นทำสีหน้าเรียบนิ่งตอบกลับ “สองวัน ข้าให้แค่สองวันห้ามต่อรองอีก”
เขาโอดครวญ “โถ่คุณชาย! มันจะพอที่ไหนเล่า ข้าต้องตระเวนไปตั้งสามหมู่บ้านเชียวนะขอรับ”
ซ่งหลิ
นคล้ายนึกบางอย่างออกรีบกล่าว “โอ้ใช่สิ! ในบรรดาสามหมู่บ้านมีแค่หมู่บ้านแถวตีนเขาที่มีนักปรุงยามากที่สุด ไม่แน่เขาอาจอยู่ที่นั่นก็ได้”
ซิ่วอิงแทบน้ำตาร่วงหล่น เดินไปจับมือนางพร้อมกล่าว “ขอบใจเ้ามาก! ช่วยข้าได้เยอะเลย”
“หนึ่งวัน!”
“อะไรนะคุณชาย”
“ข้าบอกว่าหนึ่งวัน!”
“นี่ท่านจะบ้าเรอะ!”