บทที่ 3 สตรีผู้หนึ่ง
"ท่านจะทำอะไรเ้าคะ!ถอดทำไม"
เสียงหวานพูดด้วยอาการใพลางหันหลังให้รองแม่ทัพที่ยามนี้เปลือยท่อนบนไปแล้ว
ที่ว่าให้นางหาบุรุษที่ปกป้องนางได้แต่งด้วยไม่ใช่ว่าเขาเองก็...
"อาจารย์ของเ้าให้ข้ามารอตรวจอาการที่นี่"ชายหนุ่มตอบก่อนจะหรี่ตามองสตรีที่นั่งหลังตรงเกร็งผู้นั้นแล้วแสดงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
"คุณหนูจ้าวคิดว่าข้าจะทำอะไรงั้นหรอ" คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างมีเลศนัยส่วนหญิงสาวผู้นั้นเมื่อได้รู้ความจริงและโดนอีกฝ่ายล้อเลียน ใบหน้านางขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อโดนรู้ทันก่อนจะสงบจิตแล้วเชิดหน้ามองทางอื่น
อันที่จริง นางมาจากยุคสองพัน อนาคตอันไกลแสนไกลที่ชายหญิงจะแต่งตัวน้อยชิ้นก็ไม่มีใครต่อว่านางไม่ได้เขินอายแค่เห็นเรือนร่างบุรุษ แต่ยุคสมัยนี้มันทำให้นางต้องระวังตัวแต่ดูบุรุษหน้าไม่อายผู้นี้สิ
นางเลือกหันหน้ามามองชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนอย่างไม่เกรงใจก็พบชายหนุ่มที่นั่งเปลือยมองนางด้วยสายตาหยอกล้อ จนนางรู้สึกหงุดหงิด
ทั้งที่เป็บุรุษที่หน้าตาดีขนาดนี้แท้ๆรูปร่างของชายหนุ่มหากไปอยู่ในยุคปัจจุบันคงได้ถูกสาวๆ รุมกรี๊ดเป็แน่แต่ถึงอย่างนั้น นางที่เจอคนหน้าตาดีมาทั้งชีวิตและตัวนางเองก็ขึ้นชื่อว่าสวยเลือกได้ ก็ไม่ได้หวั่นไหวสักนิด
"ท่านรองแม่ทัพได้ข่าวว่าท่านยังไม่ได้แต่งงานใช่หรือไม่เ้าคะ"จ้าวซินเยว่เอ่ยถามด้วยใบหน้าใคร่รู้เฉินจือหานมองนางด้วยหางตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกลับ
"ทำไมหรือ เ้าคงไม่..."ชายหนุ่มยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกใครบางคนสวนอย่างเจ็บแสบ
"สมควรแล้วเ้าค่ะ"ทั้งน้ำเสียง สีหน้า รอยยิ้มของจ้าวซินเยว่ล้วนพูดว่า สมน้ำหน้า โดยไม่ต้องออกเสียงพูดจบ ร่างบางก็หันไปจัดยาสมุนไพรและอุปกรณ์ทำแผลต่อทิ้งให้รองแม่ทัพมองนางอย่างคาดโทษ แต่พอจะเอ่ยอะไร ประตูก็เปิดออก พร้อมซุนหัวที่เดินเข้ามา
หญิงวัยห้าสิบมองสองหนุ่มสาวที่อยู่คนละฝั่งโดยไม่สนใจกันก่อนจะมองรองแม่ทัพเฉินผู้นี้
"ถอดเสื้อต่อหน้าสตรีที่ยังไม่ออกเรือนมิใช่ว่ามีจิตใจอกุศลหรอกนะ" เฉินจือหานยกยิ้มก่อนจะมองหน้าจ้าวซินเยว่ที่มองตนอย่างศัตรูคู่แค้น
"ข้าไม่มีใจคิดเช่นนั้นกับคุณหนูจ้าวหรอกนางก็สวยอยู่ แต่...เล็ก ข้าไม่ชอบ" สายตาชายหนุ่มตอนพูดว่า 'เล็ก' ก็หลุบตาลงมาที่หน้าอกของนางจนนางต้องยกมือขึ้นมาปิด ทำให้เขายิ้มอย่างมีชัย
บุรุษผู้นี้หยาบคายสิ้นดี!
ที่ดูเล็กเพราะชุดมันใหญ่หรอกร่างกายของจ้าวซินเยว่ล้วนน่าอิจฉาทุกส่วน และเหมือนสวีเจียฉีทุกประการตอนอยู่ยุคนู้นนางใส่เสื้อชั้นในคัพซีเชียวนะ นี่ก็ไม่ต่างกัน มันจะเล็กได้ยังไง!
นางเบ้ปากแล้วค้อนขวับใส่รองแม่ทัพไม่พูดไม่จาทำหน้าบึ้งตึง พลางเดินเอาของจำเป็มาวางที่โต๊ะรับแขกกลางห้องเพื่อให้อาจารย์หยิบใช้สะดวก
"อยู่ช่วยข้าก่อนพิษชนิดนี้เจอแค่ที่แคว้นลี่ อยากให้เ้าเรียนรู้เอาไว้"ซุนหัวจับมือลูกศิษย์ที่หมายจะเดินหนี ให้นางนั่งลงข้างๆ หญิงสาวทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งลงอย่างที่อาจารย์กล่าวอย่างว่าง่ายก่อนจะเงยหน้าไปเจอสายตาท้าทายของรองแม่ทัพ
"พวกเ้าสองคนพึ่งเคยเจอกันไม่ใช่หรือทั้งยังช่วยกันมา เหตุใดมากัดกันเสียแล้วล่ะ" ซุนหัวเอ่ยถามด้วยท่าทางสงสัยทั้งที่เมื่อครู่ยังเดินออกจากป่ามาดีๆ เหตุใดจึงทะเลาะกันเสียแล้วโดยเฉพาะจ้าวซินเยว่ ที่ปกตินางจะเป็สตรีท่สงบเรียบร้อยมากทีเดียว
แต่ทำไมคราวนี้ถึงได้ดูใส่อารมณ์กว่าทุกครั้งหรือเพราะความกวนประสาทของรองแม่ทัพผู้นี้
ซุนหัวไม่คิดต่อแล้วตรวจดูสภาพแผลของเฉินจือหานไปพลางหันไปถามจ้าวซินเยว่เพื่อให้นางตอบเกี่ยวกับาแพวกนี้ หญิงสาวก็ตั้งใจเรียนรู้จนลืมเื่ที่นางกับรองแม่ทัพกำลังทะเลาะกันไปเลย
"าแเปิดแต่มีสีออกคล้ำกว่าปกติเล็กน้อย แม้จะเป็แผลเล็ก กลับยังไม่สมานด้วยตัวเองแบบนี้โดนพิษแน่นอนเ้าค่ะ" จ้าวซินเยว่วินิจฉัยตามความรู้ที่มีดวงตานางกวาดสำรวจแผลเล็กๆ น้อยๆ ตามตัวรวมถึงแผลใหญ่ที่สีข้าง
ซุนหัวยิ้มพลางหยักหน้าพอใจกับสิ่งที่จ้าวซินเยว่พูด
"ดูจากร่องรอยที่แผลมีสีเปลี่ยนมีสองกรณีคือเป็พิษที่อ่อนมาก และโดนในปริมาณที่น้อยอาจส่งผลกับร่างกายและหายไปแล้ว หรืออาจจะไม่มีผลเลย" จ้าวซินเจว่เอ่ยต่อซุนหัวเองก็พยักหน้า
"แล้วอีกกรณีล่ะ"ซุนหัวถามลูกศิษย์ต่อ
"เป็พิษร้ายแรงที่อาจจะไม่ออกฤทธิ์ในทันทีเ้าค่ะหมายถึง พิษของมันจะค่อยๆ ออก จนเหมือนคนปกติที่ไม่ได้โดนพิษมา ซึ่งพิษประเภทนี้หายไปจากแคว้นฝูหลายสิบปีแล้ว" ซันหัวพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจกับสิ่งที่จ้าวซินเยว่เอ่ยเฉินจือหานนิ่งประหลาดใจ หญิงสาวอายุเพียงเท่านี้ซ้ำยังเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ภายในสามปีหลังจากที่จำความไม่ได้เลย
นางเหมือนไม่ใช่สตรีวัยสิบเจ็ด
"แล้วอาการของรองแม่ทัพ เ้าวินิจฉัยว่าเป็แบบใด"ซุนหัวลองหยั่งเชิงลูกศิษย์เพียงคนเดียวของนาง
จ้าวซินเยว่มองปากแผลแล้วจึงถามอาการเพิ่มตาม
"หลังจากเป็แผลเหล่านี้รองแม่ทัพเฉิน มีอาการใดบ้างไหม เช่น เป็ไข้ เบื่ออาหาร หลับยากหรือถ่ายหนักเบาผิดปกติ" จ้าวซินเยว่ถามอย่างใจเย็น
"ไม่มีสิ่งใดผิดปกติหลังจากกลับมาจากการรบ ข้าใช้ชีวิตปกติทุกอย่าง"เฉินจือหานเองก็ตอบตามความจริง เพราะแบบนั้น เขาถึงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เป็อะไร
"เช่นนั้นมีความเป็ไปได้ที่จะเป็พิษที่ไม่ออกฤทธิ์ในทันที หากโดนพิษอ่อนต่อให้อ่อนอย่างไรก็ต้องมีผลกับร่างกายสักวันหรือสองวัน แต่หากไม่ได้เป็อะไรเกรงว่ารองแม่ทัพจะต้องพิษร้ายเสียแล้ว"ซุนหัวพยักหน้าพลางมองจ้าวซินเยว่อย่างภูมิใจ
"เป็ดังที่เ้าว่าพิษชนิดนี้ เรียกว่าพิษเมหันต์เป็พิษที่มีความพิเศษที่จะทำให้ผู้ที่โดนพิษรู้สึกหนาวกว่าคนปกติ เมื่ออากาศเย็นและจะบังคับให้เืในร่างกายไหลเวียนช้าลงทำให้ตายโดยให้เข้าใจว่าตายจากอากาศหนาว" ซุนหัวอธิบายอย่างใจเย็นไปพลางมือก็หยิบสมุนไพรที่ต้องใช้ไปพลาง
"ข้าเคยได้ยินเพียงแต่พิษชนิดนี้ ไม่ได้อยู่ใน..." ตำรานานแล้ว ไม่ทันที่เฉินจือหานจะพูดจบซุนหัวก็ส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มหยุดพูด เพราะเื่พวกนี้นางสอนจ้าวซินเยว่จนหมดและเ้าตัวก็ไม่รู้ตัวว่าเรียนรู้เื่อันตรายมาตลอด
" ข้าจะทำการถอนพิษให้และจะบอกกับทุกคนว่าจะถอนพิษอีกชนิดที่มีอาการอ่อนๆ เพราะได้รับมาน้อยและหลังจากที่ถอนพิษแล้ว ท่านต้องกินยาที่ข้าสั่งอย่างเคร่งครัดไม่เช่นนั้นได้ตายแน่"
เฉินจือหานถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้แม้จะไม่้าแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ซุนหัวขึ้นชื่อว่าเป็หมอที่เก่งกาจในอดีตก็เป็หมอหญิงมีฝีมือร้ายกาจ ยิ่งออกเดินทางก็ยิ่งเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยิ่งทำให้ฝีมือเฉียบคม ความรู้ต่างๆ ทั้งในและแคว้นข้างเคียง จนกระทั่งซุนหัวรู้สึกว่าเดินทางมาเนินนานพอแล้วจึงมาที่นี่เงียบๆเพื่อพักและรักษาเหล่าทหารที่ปกป้องดินแดนจากการรุกรานของแคว้นลี่
"จ้าวซินเยว่เตรียมสมุนไพรตามที่ข้าสั่ง แล้วก็เอาน้ำอุ่นกับผ้ามาด้วยคืนนี้เ้าคงต้องเฝ้ารองแม่ทัพทั้งคืน" คนถูกสั่งสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินคำว่า ต้องเฝ้ารองแม่ทัพทั้งคืน โฉมสะคราญหันมองชายหนุ่มที่ก็ดูปกติดีนางไม่ค่อยแน่ใจนักว่าการเฝ้าไข้อีกคนจำเป็มากจริงๆหรือไม่
"จ้าวซินเยว่!" ร่างบางสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเย็นของอาจารย์เรียกร่างบางจึงลุกขึ้นไปเตรียมทุกอย่างให้ท่านอาจารย์ตามคำสั่ง
... ... ...
สมุนไพรมากมายถูกนำมาที่ห้องรับรองที่ใช้ในการรักษารองแม่ทัพผู้เป็อาจารย์กำลังผสมยาอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนลูกศิษย์มีหน้าที่ทำความสะอาดาแของอีกฝ่ายให้สะอาดนางใช้เหล้าในการเช็ดปากแผล แม้จะได้กลิ่นไปทั่วแต่มันก็เป็การทำความสะอาดที่ดีที่สุดเท่าที่ยุคนี้จะทำได้ก่อนจะใช้น้ำอุ่นในการเช็ดปากแผลเพื่อทำความสะอาดอีกครั้งแล้วจึงใส่สมุนไพรสมานแผลหนักเบาตามอาการ
หญิงสาวก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่อย่างมีสมาธิไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง แต่หูของนางก็ยังได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่พยายามปิดบังความเ็ปจากการเอาเหล้ามาทำความสะอาดาแแต่ร่างหนาก็อดทนไม่ขยับหรือห้ามนางเพื่อไม่ให้เป็ปัญหายามที่นางรักษา
ไม่คิดเลยว่าแผลเล็กๆ นี่จะต้องรักษาด้วยความละเอียดอ่อนขนาดนี้
ที่สำคัญ มือของนางก็เบามากจนแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงมือนางเลยสักนิดทั้งใบหน้าของนางยิ่งทำให้รู้สึกว่านางเป็คนนิ่งแล้วน่ากลัวจริงๆแต่ไม่นานก็ทำความสะอาดเสร็จสิ้น นางไม่ได้ปิดาแอย่างที่หมอทั่วๆ ไปทำและดูเหมือนนางจะไม่ได้ลืม
"แผลบางชนิดเปิดแผลเอาไว้ดีกว่าปิดแผลนะเ้าคะ"
ราวกับอ่านใจกันออก นางพูดจบก็ยกน้ำและผ้าที่เปื้อนเืและเหล้าออกไป พร้อมกับที่ซุนหัวปรุงยาเรียบร้อยพลางยื่นจอกยาที่มีน้ำสีไม่น่าอภิรมย์อยู่ในนั้นใบหน้าของชายหนุ่มแสดงท่าทางขยาดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"เป็ชายชาติทหารกับยาเพียงเท่านี้ก็แสดงสีหน้าขนาดนั้นแล้วหรือ"ซุนหัวจ้องเฉินจือหานด้วยสายตาล้อเลียน
สาเหตุเพราะ เฉินจือหานไม่ถูกกับรสชาติขมขื่นเช่นยาสมุนไพรเทือกนั้นรสชาติของยาสมุนไพรที่มักจะติดปากไปหลายวันหากเลี่ยงได้ชายหนุ่มก็จะเลี่ยงมาั้แ่ไหนแต่ไร
สายตาของบุรุษตำแหน่งใหญ่โตของกองทัพหลวงมองยาตรงหน้าอย่างก้ำกลืนพอดีกับที่จ้าวซินเยว่เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำอุ่นที่เอาไว้สำหรับเช็ดตัวในมือ
“ท่านแม่ทัพ ไม่ชอบทานยาหรือเ้าคะ”จ้าวซินเยว่ถามจี้ใจดำเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าแบบนั้น ทั้งยังเบ้ปากทำหน้าเหนือกว่า
เฉินจือหานหันมองใบหน้าของหญิงสาวสายจาแข็งกร้าวก่อนจะยกจอกขึ้นกระดกครั้งเดียวหมดความขมปราดลงมาผ่านลิ้นไปจนถึงลำคอ
การกระทำนั้นของชายหนุ่มทำให้สองสตรีเพศต่างวัยถึงกับทำหน้าขยาดแทนยาสมุนไพรมิใช่น้ำผึ้ง มันคงจะทรมานน่าดู
ปึก!
เสียงจอกวางบนโต๊ะรับแขกดังลั่นหญิงสาวถึงกับสะดุ้งพร้อมกับชายหนุ่มที่มองนางอย่างโเี้ส่วนนางก็มองเขาอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ต่างจากซุนหัว
“ยืนทำอะไรอยู่ซินเยว่! รีบหาน้ำให้รองแม่ทัพสิ”ซุนหัวเร่งลูกศิษย์ นางวางถังน้ำอุ่นลงก่อนจะรินน้ำเปล่าให้ชายหนุ่ม
ความขมยังคงติดอยู่ในลิ้นและลำคอเฉินจือหานเกลียดััแบบนี้ของยาสมุนไพรที่สุด!เขาเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีทางป่วยอีกในยามที่เขาเป็เด็ก เพราะเขาเกลียดสมุนไพรที่สุด
แต่วันนี้เพื่อรักษาชีวิตก็ต้องอดทน มือหนาคว้าเอาจอกน้ำมาดื่มจนหมดแต่มันก็มิช่วยบรรเทา
“ข้าจะพักแล้ว หมอซุน ข้าพักที่ไหนได้บ้าง”เพราะรู้ว่าต้องพักฟื้นและต้องมีการเฝ้าอย่างใกล้ชิดจึงเอ่ยถามออกไปเช่นนั้น
“เช็ดเนื้อเช็ดตัวด้วยน้ำที่ซินเยว่เอามาแล้วก็กินยานอนหลับนี่ซะข้าคิดว่าคืนนี้ท่านพักกับซินเยว่เถอะอย่างน้อยนางก็รู้ว่าควรทำยังไงหากยาที่ท่านกินไปเมื่อครู่ออกฤทธิ์”ซุนหัวมิได้คิดสิ่งใดเยอะ ทุกอย่างล้วนเพื่อให้คนป่วยปลอดภัยโดยลืมคำนึงถึงความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะซุนหัวรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรคืนนี้รองแม่ทัพก็คงไม่มีแรงจะทำอะไรใครแน่นอน ในคืนนี้เฉินจือหานต้องรับศึกหนักจากฤทธิ์ยานั่น
... ... ...
ร่างสูงเดินตามจ้าวซินเยว่เงียบๆหลังจากที่เขาเช็ดตัวเองและทานขนมหวานมาเล็กน้อย ลูกศิษย์ของหมอซุนก็พาเขามายังห้องพักที่อยู่อีกอาคารซึ่งที่นี่เป็เรือนรับรองที่นางพักอาศัยอยู่กับบ่าว
“รองแม่ทัพเข้าไปพักก่อนนะเ้าคะข้าจะออกไปชำระร่างกายก่อน” จ้าวซินเยว่ผายมือไปยังห้องห้องหนึ่งชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
ร่างสูงหยุดชะงักเมื่อเห็นว่านี่คือห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือและตำราไม่มีเตียงมีแต่ฟูกนอนเรียบร้อยในห้องมีโต๊ะเครื่องแป้งและกลิ่นของเครื่องหอมอ่อนๆ
เป็ห้องของสตรีแน่นอน และก็คงเดาไม่ยากว่าเป็ห้องของใคร
“เ้าจะให้ข้านอนที่นี่หรือ”
“เ้าค่ะ มันจำเป็ ท่านพักเถอะ หลับเร็วได้ยิ่งดีฤทธิ์รุนแรงมาก หากเริ่มออกฤทธิ์ท่านจะทรมานมาก”
จ้าวซินเยว่กล่าวตามที่รู้ก่อนจะแยกตัวไปชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลทิ้งให้เฉินจือหานยืนอยู่ในห้องเพียงผู้เดียว
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องพลางสำรวจห้องนี้เป็ห้องของสตรีที่ไม่คล้ายห้องสตรีทั่วไปเขาเคยคิดว่าพวกคุณหนูจะชอบของสวยๆ งามๆ ไม่ก็ของเล็กๆ น้อยๆแต่ดูนางจะชมชอบหนังสือมากกว่าเครื่องประทินผิวเสียอีก ทั้งห้องมีแต่หนังสือจนไปสะดุดตา ‘ผีผา’ แม้จะเก่าไปบ้างแต่ก็ถูกดูแลอย่างดี
แต่ชายหนุ่มก็ไม่กล้าที่จะแตะต้อง เขาเพียงเดินไปนั่งที่เบาะแต่สุดท้ายฤทธิ์ยาที่ซุนหัวให้ล่าสุดก็ทำให้ร่างสูงรู้สึกง่วงจนมึนหัวจึงขึ้นไปนอนบนฟูกอย่างจำใจ
ทางด้านจ้าวซินเยว่ นางขอไปอาบน้ำชำระร่างกายที่เรือนของอาจารย์และยังให้บ่าวนำผ้ากับอ่างน้ำมาไว้ในห้องเผื่ออาการของแม่ทัพทรุดหนัก
เมื่อเข้ามาก็พบว่าชายหนุ่มปล่อยผม ล้มตัวลงนอนบนฟูก หลับสนิทแล้วนางจึงให้บ่าวกลับไปพัก ส่วนนางเองก็จะพักผ่อนเช่นกัน
นางบางมองร่างหนาที่นอนท่าทางเรียบร้อยก่อนจะนั่งลงตรงโต๊ะเขียนหนังสือ จากนั้นนางก็เริ่มจดบันทึกเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นใน่นี้
นางทำมาตลอดั้แ่ถูกพามาที่ร่างนี้ เผื่อวันนึงในอนาคตมีเื่อะไรมันอาจจะจำเป็ก็ได้ และเมื่อนางจดบันทึกเสร็จก็จัดแจงเตรียมที่นอนของตัวเองห่างออกมาสักหน่อย แล้วจึงพักผ่อน
...... ...
อึก!
เสียงร้องเบาๆของชายหนุ่มเริ่มเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่นอนอยู่จนนางสะดุ้งตื่นร่างบางยันตัวขึ้นมองอีกคนที่ตอนนี้กำลังทำท่าทางดิ้นรนอย่างทรมานร่างหนาที่นอนอยู่ขมวดคิ้วแน่น เหงื่อออกมาเต็มตัว ทั้งยังร้องครางต่ำอย่างทรมาน
มือบางขยับไปยกเอาถังน้ำที่ให้บ่าวนำมาเตรียมไว้กับผ้าเช็ดตัวให้อีกฝ่ายอย่างไม่ได้นึกรังเกียจนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางต้องเฝ้าไข้ผู้อื่น แต่เป็ครั้งแรกที่เฝ้าลำพังอีกอย่างอาการเช่นนี้หากไม่มีใครเช็ดตัวระบายความร้อนในร่างกายอาจจะถึงขั้นตายได้เลย
ผ้าแห้งถูกนำมาซับเช็ดเหงืออย่างเบามือท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องเล็กๆนี่เท่านั้น
...... ...
... ที่นี่ ที่ไหนกัน
... ข้าตายแล้วงั้นหรือ
ทางเดินที่ดูไม่เหมือนสิ่งก่อสร้างที่ตนไม่รู้จักเบื้องหน้าคือประตูห้องในลักษณะที่ที่เขาไม่คุ้นตา ร่างสูงมองรอบๆ อย่างไม่แน่ใจมือหนาผลักประตูเปิดออกด้วยความระแวง ขาแกร่งค่อยๆ เดินเข้าไปด้านในห้องนั้นก็พบว่าในห้องมีคนสองคนอยู่ ร่างสูงหยุดนิ่ง ด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รู้สึกคุ้นเคยตีกันมั่วไปหมด
ชายหนุ่มร่างสูงผู้หนึ่งกำลังนั่งข้างเตียงราวกับกำลังจ้องสตรีอีกคนที่กำลังนอนนิ่งอยู่ในชุดสีสะอาดลักษณะไม่คุ้นตานั้น ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้
ร่างสูงเดินเข้าไปยืนข้างกายชายหนุ่มเพื่อตรวจสอบข้อสันนิฐานที่อีกฝ่ายไม่เห็นตนก็พบว่าอีกฝ่ายไม่รับรู้อะไรเลยเขามองแค่ผู้หญิงที่นอนนิ่งอยู่ มือหนากำลังกุมบางมือที่นิ่งสนิทและภาพที่กำลังเห็น ทำให้เขารู้สึกใอย่างหาคำอธิบายไม่ได้
มือหนากำลังเอื้อมไปจับที่ไหล่ของบุรุษผู้นั้นก็ถูกใครบางคนฉุดรั้งเอาไว้เขาถูกมือเล็กของสตรีจับเอาไว้ ทั้งยังไม่สามารถขยับได้ ไม่เห็นสตรีผู้นั้นเห็นเพียงชายผ้าสีแดงเท่านั้น
"เฉินจือหาน ท่านจะไปไหน..."
พรึบ!
เขาถูกดึงจากสถานที่แปลกตานั่นรอบตัวมืดสนิทจนเขารู้สึกตัวว่าตัวเองหลับตาอยู่ จึงค่อยๆ ลืมตามองรอบๆก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เพราะเขากำลังอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งและที่นี่ก็คุ้นตามากทีเดียว มันคือจวนของเขาเพียงแต่ทุกอย่างมันเหมือนเมื่อห้าปีก่อน
"จือหาน หลังจากนี้นางจะมาอยู่บ้านเรา"เสียงของมารดาดังขึ้นจากเบื้องหน้าชายหนุ่มมองไปตามเสียงก็เจอกับใครบางคนที่ชวนคิดถึงเรียกเขาที่ลุกขึ้นร่างบอบบางที่เขาคิดถึงมาเสมอ ผู้หญิงที่เขาพึงใจแต่ไม่อาจเอื้อมหญิงสาวที่เป็รักแรกของเฉินจือหานผู้นี้ รักที่ไม่อาจเป็ไปได้
...สตรีผู้ถูกส่งมาเป็ตัวประกัน 'ไป๋เซียงจวิ้น' องค์หญิงแห่งแคว้นลี่
...... ...
"องค์หญิงไป๋เซียงจวิ้น... "เสียงของชายหนุ่มวัยยี่สิบปีเรียกชื่อของนางอย่างเหม่อลอยนานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอนางแม้แต่ในฝัน ชายหนุ่มมองใบหน้านั้นก่อนจะหันมองใบหน้าของมารดาที่ยิ้ม
"ใช่ นี่องค์หญิงแคว้นลี่ ไป๋เซียงจวิ้น จะมาอยู่กับเราสักระยะ"
เด็กสาวที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่นจ้องเขาด้วยสายตาเป็ประกายไป๋เซียงจวิ้น องค์หญิงสามแห่งแคว้นลี่ที่ถูกส่งมาเป็ตัวประกันว่าแคว้นลี่จะไม่รุกรานแม้นางจะรู้ว่าอยู่ที่นี่ในฐานะตัวประกันต่อให้นางเป็ตายร้ายดียังไงก็ไม่มีใครสนใจ แต่นางก็ยังยิ้มให้เขา
"เรียกข้าว่าไป๋เซียงจวิ้นเถอะเ้าค่ะ พิงจิ่งกงจู ท่านซื่อจือ"เสียงหวานของไป่เซียงจวิ้นเอ่ยด้วยความอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มอย่างถ่อมตน นั่นทำให้ 'พิงจิ่งกงจู' หรือ 'องค์หญิงอู่หงถิง' มารดาของเขาพึ่งพอใจจึงยกยิ้มเอ็นดู
"งั้นเ้าก็ไม่ควรเรียกข้าเช่นนั้นตอนนี้ข้าก็เป็เพียงฮูหยินเฉินของท่านแม่ทัพเท่านั้น เรียกแบบนั้นแล้วกัน ไป๋เซียงจวิ้น แล้วก็ไม่ต้องเรียกลูกข้าว่าซือจือเรียกชื่อนั่นแหละ" มารดาของเขาไม่ได้มีนิสัยถือตนจึงพูดเช่นนั้น
"เ้าค่ะ ฮูหยินเฉิน"
... ... ...
ยามราตรีที่ไม่รู้ผ่านไปเนินนานเพียงใดดวงจันทร์ที่มิเต็มดวงลอยตระหง่านอยู่กลางฟ้า หมู่มวลเมฆที่ลอยบนฟ้าต่างค่อยๆเคลื่อนปิดแสงจัทร์อันน้อยนิด
"อย่าไป... "เสียงนุ่มเอ่ยอย่างแ่เบาพลางยกมือขึ้นจับกับอากาศ เรียกสติของหญิงสาวที่กำลังขยับตัวบิดผ้าชุบน้ำที่พึ่งเช็ดตัวอีกฝ่ายเสร็จให้หันมามอง
จ้าวซินเยว่จ้องใบหน้าคมคายที่กำลังขมวดคิ้วอย่างทรมานเหงื่อโทรมกายด้วยฤทธิ์ของยาที่อาจารย์สั่ง ชายหนุ่มเพ้อละเมออย่างทรมานราวกับกำลังฝันร้ายมากใบหน้าของเขาแสดงท่าทีอ่อนแอและทรมานไม่เหมือนกับท่าทางอวดดีของเขาตอนก่อนหน้านี้
"รองแม่ทัพเฉิน"มือบางจับไหล่ของอีกฝ่ายเรียกสติ หากชายหนุ่มกำลังเผชิญหน้ากับฝันร้ายมากๆเรียกให้ตื่นก่อนอาจจะเป็สิ่งที่ดีกับจิตใจของชายหนุ่มมากกว่าปล่อยเอาไว้
บางมือค่อยๆปลดเสื้อของชายหนุ่มออกเพื่อให้ร่างกายของเขาสบายขึ้นก่อนจะซับเหงื่อตามร่างกายของอีกฝ่ายอย่างไม่ได้อิดออดหรือขัดเขินมันเป็หน้าที่ของนางในฐานะผู้ทำการรักษา ในยุคที่อุปกรณ์การรักษายังไม่ได้มีมากวิทยาการและยาไม่ได้ดีเหมือนที่ที่นางจากมา
เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสีย ต่อให้นางต้องทำอะไรก็จะทำ
"... ไป๋เซียงจวิ้น"
เสียงชายหนุ่มร้องเรียกชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งมันเต็มไปด้วยความอ่อนแอและเ็ปบางทีอาจจะเป็เื่ที่เ็ปฝังใจชายหนุ่มไม่น้อยบางทีอาจจะเป็ชื่อของสตรีที่เขารัก
รองแม่ทัพยังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่หรือ?...
จ้าวซินเยว่เอาแต่คิดกว่าจะรู้สึกตัวก็มีไออุ่นจับที่มือของนางแน่นพร้อมกับััหยาบกระด้านที่เกิดจากการฝึกและการสู้รบใบหน้าสวย มองไปยังมือของนางที่ถูกกุมมือหนาขยับให้มือนางไปวางไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายเบาๆ
"รองแม่ทัพท่านควรจะ..." เสียงหวานเงียบลงเมื่อมือของเขาวางที่อกข้างซ้ายและอาการของเขาก็ค่อยๆ สงบลง ไม่มีอาการเพ้อเหมือนเมื่อครู่และสีหน้าก็ดูผ่อนคลายลง ใบหน้าสวยเม้มปากกลืนคำพูดลงคอไปหมด
ช่วยไม่ได้...
หญิงสาวใช้มือข้างเดียวในการหยิบผ้ามาเช็ดตัวของชายหนุ่มครั้งสุดท้ายโดยปล่อยให้ชายหนุ่มจับมือเอาไว้อย่างนั้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากดึงมือออกแต่เพราะเขาจับแน่นมาก ไม่ยอมปล่อยจึงเอาไว้เช่นนั้น ร่างบางนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆไปพลาง ยกผ้าซับเหงื่อไปพลาง
สายลมยามราตรีค่อยๆ พัดพาหมู่เมฆเคลื่อนตัว แสงจันทร์ไม่เต็มดวงค่อยๆสาดส่องเข้ามาในห้องอีกครั้ง
... ... ...
แสงยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องเล็กๆกระทบมายังร่างสูงที่ได้สติ แม้จะหลับแต่ก็ไม่ได้สงบ
ฝัน?
เป็สิ่งที่ชายหนุ่มไม่ได้มีมานานแล้วนับั้แ่ออกรบอย่างจริงจัง อย่าว่าแต่ฝัน ในสนามรบเพียงหลับให้สนิทยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่มันเป็ฝันที่ประหลาดเขาไม่ได้ฝันถึงเด็กสาวคนนั้นมานานแล้ว เหตุใดถึงฝันขึ้นมาอีก
ดวงตาคมลืมตาอย่างช้าๆเขาไม่อยากคิดอะไรแล้วตื่นขึ้นมา หัวของเขาหนักอึ้งราวกับมาใครเอาหินมาทับเอาไว้ทั้งยังร่างกายที่มีอาการปวดเมื่อย และขอบตาที่ร้อนผาวราวกับคนเป็ไข้
มือหนาหมายจะยกขึ้นมาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเขารู้สึกว่ากำลังจับบางอย่างอยู่ มันนิ่มและมีไออุ่น
ร่างสูงถลึงตาลงขึ้นพรวดตามสัญชาตญาณทหารของตนเองใจเต้นแรงเพราะคิดว่ามีศัตรูมาประชิด แต่ก็ทำมิได้ลุกเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักที่หนุนนอนบนร่างกาย
เป็จ้าวซินเยว่นางนั่งที่พื้นและก็โน้มลงมานอนทับร่างของเขามือข้างหนึ่งของนางถูกเขาจับไว้ทั้งคืนอีกข้างนางยังถือผ้าสำหรับซับเหงื่อและเช็ดตัวให้เขา
เพียงแค่เห็นภาพนั้นอาการตื่นตูมของเฉินจือหานก็สงบลงทั้งที่เขาควรจะสงบ เหตุใดหัวใจของเขายังคงเต้นแรงกัน
"นี่..."มือหนาสะกิดอีกฝ่ายเบาๆ พลางก้มลงมองใบหน้าอีกฝ่ายที่หลับสนิทช่างดูไร้เดียงสาไม่มีพิษภัย ต่างจากตอนตื่นเสียจริง!
"คุณหนูจ้าว..."เฉินจือหานเรียกอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับยกมือขึ้นมาปัดเขาราวกับกำลังรบกวนการพักผ่อนของนาง
ร่างสูงถอนหายใจเบาๆ พลางส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มมุมปาก นางคงจะเฝ้าเขาทั้งคืน พอคิดว่าเป็แบบนั้น ชายหนุ่มก็จัดแจงค่อยๆ ขยับตัวแล้วอุ้มร่างเล็กมานอนแทนที่ตัวเอง เนื่องจากอากาศยามนี้ค่อนข้างจะเย็นนอนตรงนี้คงจะอุ่นกว่า เมื่อห่มผ้าให้นางเสร็จ ก็ยังไม่ไปไหนยังคงนั่งมองนางพลางจับผมที่ปรกหน้าลงอย่างถือวิสาสะ
แววตาของเขานิ่ง เหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสตรีผู้นี้
เพราะเขาเห็น... เมื่อคืน... ในฝัน
แต่ร่างสูงก็ได้แต่ถอนหายใจเมื่อนึกเท่าไหร่ก็นึกว่าไม่เมื่อยอมแพ้ก็เดินไปชำระร่างกาย ปล่อยให้นางนอนพักผ่อนไปเงียบๆ ดีกว่า
#####