วันรุ่งขึ้น
ชิงมู่เสวียนมาะโเรียกเซี่ยฝูคุนที่ห้องนอนเหมือนเช่นเมื่อวาน แต่กลับพบว่าเซี่ยฝูคุนไม่ได้อยู่ในห้อง
“หรือว่าตาบ้านี่จะแอบไปฝึกวิชาเงียบๆ คนเดียว?”
ชิงมู่เสวียนคิดว่าเซี่ยฝูคุนคงแอบฝึกฝนอย่างหนักหวังจะพิชิตใจโฉมงาม จึงอดไม่ได้ที่จะนึกดูแคลนในใจอยู่ชั่วครู่ นางไม่ได้พูดสิ่งใดและเดินตามเยี่ยชิงหว่านมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุิญญา
การฝึกฝนที่บ่อน้ำพุิญญา คือบทเรียนแรกที่เยี่ยชิงหว่านสอนแก่ชิงมู่เสวียน มีเพียงเมื่อค่าความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์อัญเชิญและผู้อัญเชิญบรรลุถึงระดับหนึ่งเท่านั้น จึงจะสามารถเริ่มบทเรียนถัดไปได้
ระหว่างทาง เยี่ยชิงหว่านมักจะหันหลังกลับไปมองเป็ระยะๆ
“อาจารย์หว่านเอ๋อร์กำลังรอตาบ้านั่นอยู่หรือเ้าคะ?”
“เปล่าเสียหน่อย”
เมื่อได้ยินคำถามของชิงมู่เสวียน เยี่ยชิงหว่านรีบส่ายหน้าทันควัน พร้อมพูดเสริมว่า
“ใครจะไปรอตาบ้านั่นกัน”
“คิกคิก”
ชิงมู่เสวียนไม่ได้พูดต่อ
ทั้งสองมาถึงตำแหน่งที่ตั้งของบ่อน้ำพุิญญาอย่างรวดเร็ว
ทว่า—
เมื่อสตรีทั้งสองมาถึง กลับต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า
“นี่... ที่นี่คือบ่อน้ำพุิญญาจริงหรือ? หรือว่าบ่อน้ำพุิญญาจะเกิดอันใดขึ้น?”
ตอนนี้ ตรงหน้าสตรีทั้งสอง กลิ่นอายิญญาที่เคยอัดแน่นอยู่ในบ่อน้ำพุิญญาพลันเลือนหายไปสิ้น ทั่วทั้งบ่อน้ำพุกลับกลายเป็แอ่งน้ำสีดำสนิท ดูหม่นหมองไร้ชีวา ยิ่งไปกว่านั้น เหนือบ่อน้ำพุยังมีฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็ระยะๆ
“บ่อน้ำพุิญญาเกิดความผิดปกติ ต้องรีบไปแจ้งท่านลุงชิงมู่ให้ทราบ”
เยี่ยชิงหว่านและชิงมู่เสวียนต่างรับรู้เพียงว่าที่ก้นบ่อน้ำพุมีสัตว์อสูรลึกลับที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็สัตว์อสูรชนิดใด เมื่อเห็นบ่อน้ำพุเปลี่ยนสภาพไปเช่นนี้ นั่นหมายความว่าสัตว์อสูรตัวนั้นหลุดออกมา หรือเกิดเื่อะไรขึ้นหรอกหรือ?
ขณะถูกเยี่ยชิงหว่านลากกลับไปยังพระราชวัง ชิงมู่เสวียนก็เกิดความสงสัย
บ่อน้ำพุิญญากลายเป็เช่นนี้ แล้วเซี่ยฝูคุนเล่า...
พระราชวังเมืองหลวง
เมื่อได้ยินเยี่ยชิงหว่านแจ้งเื่บ่อน้ำพุิญญาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาด ราชครูและเงาต่างหันมาสบตากัน สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปในทันที
พวกเขารู้ดีว่าเซี่ยฝูคุนมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุิญญาเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ตอนนี้บ่อน้ำพุเกิดความผิดปกติ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับเซี่ยฝูคุนอย่างแน่นอน
อีกทั้ง ราชครูไม่ได้สนใจว่าสัตว์อสูรในบ่อน้ำพุจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร ทว่าหากเซี่ยฝูคุนเกิดเป็อะไรขึ้นมา...
หลังสบตากัน ทั้งสองก็ไม่สนใจชิงมู่เสวียนและเยี่ยชิงหว่านอีก ร่างพุ่งทะยานดุจเงาเลือนหายไปในอากาศมุ่งหน้าสู่ที่หมายทันที
เมื่อเห็นทั้งสองเร่งรีบจากไป เยี่ยชิงหว่านจึงตบไหล่ชิงมู่เสวียนเบาๆ
“เสวียนเอ๋อร์ เ้าจงรออยู่ที่วัง อาจารย์หว่านเอ๋อร์จะไปดูเสียหน่อย”
“เ้าค่ะ”
ชิงมู่เสวียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย จากนั้นนางก็เห็นเยี่ยชิงหว่านเรียกวิหคเพลิงออกมา
เมื่อวิหคเพลิงปรากฏตัว ร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นกว่าสิบเท่า เยี่ยชิงหว่านะโขึ้นบนหลังมัน ก่อนจะได้ยินเสียงวิหคเพลิงแผดร้องก้องพลางบินทะยานตามราชครูและเงาไป
ก้นบ่อน้ำพุิญญา
ภายในร่างกายของเซี่ยฝูคุนมีการขับของเสียออกมาอย่างต่อเนื่อง และของเสียเหล่านี้เองที่ทำให้บ่อน้ำพุที่เคยเปี่ยมด้วยพลังิญญากลายเป็บ่อน้ำนิ่ง
ราชครูและเงาเมื่อเห็นสภาพบ่อน้ำพุเป็เช่นนี้ก็เตรียมจะพุ่งลงไปด้านล่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงแผดร้องดังมาจากด้านหลัง เมื่อเห็นเยี่ยชิงหว่านตามมา ราชครูพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ชิงหว่าน เหตุใดเ้าจึงตามมา?”
“ท่านลุงชิงมู่ ข้าอยากมาดูว่ามีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยได้บ้างเ้าค่ะ”
“บอกยากนัก”
ราชครูส่ายหน้า
“สัตว์อสูรก้นบ่อน้ำพุนั่นมิรู้ว่ามาจากที่ใด แม้ตอนนั้นมันจะาเ็สาหัส แต่แม้แต่ัดำของข้าก็ยังไร้หนทางจัดการกับมัน ยามนี้บ่อน้ำพุเปลี่ยนสภาพไปมาก ข้าเกรงว่าสัตว์อสูรตัวนั้นจะฟื้นฟูพละกำลังกลับคืนมาได้แล้ว!”
“อีกทั้ง เมื่อคืนข้าเห็นเซี่ยฝูคุนมุ่งหน้ามาทางนี้ เกรงว่าเ้าหนูนั่นอาจจะติดอยู่ในบ่อน้ำพุก็เป็ได้”
“ท่านลุงชิงมู่ ท่านหมายความว่าเซี่ยฝูคุนอยู่ในบ่อน้ำพุิญญานี้หรือเ้าคะ?”
แม้ปกติเซี่ยฝูคุนจะมีท่าทีสบายๆ แต่ในใจของเยี่ยชิงหว่าน เขายังคงมีความลึกลับซ่อนอยู่มาก
ผู้ที่สามารถปลุกพลังผู้อัญเชิญระดับสี่ได้ในวัยเพียงเท่านี้ ทั้งยังมีระดับพลังถึงขอบเขตชั้นยอด จะเป็คนธรรมดาไร้ฝีมือได้อย่างไร?
อีกประการหนึ่ง เซี่ยฝูคุนถึงกับกล้าบุกลงไปก้นบ่อที่แม้แต่นางเองยังไม่กล้าจะย่างกรายลงไป ชั่วขณะนั้น ภาพลักษณ์ของเซี่ยฝูคุนในใจของเยี่ยชิงหว่านก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ใช่แล้ว ที่นี่อันตรายเกินไป เ้าจงกลับเมืองหลวงไปก่อนเถิด”
ราชครูไม่อยากให้เยี่ยชิงหว่านต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วย จึงเอ่ยปากเช่นนั้น
“ท่านลุงชิงมู่พูดเช่นนี้มิถูกนัก”
เยี่ยชิงหว่านยิ้ม ดวงตากลมโตเป็ประกายเปี่ยมเสน่ห์
“เซี่ยฝูคุนมิเพียงเป็คนของอาณาจักรหย่าสือหลาน แต่เขายังเป็ศิษย์ของข้า เยี่ยชิงหว่าน ข้าจะลงไปสืบดูความจริงก้นบ่อพร้อมกับท่าน”
เมื่อได้ยินคำของเยี่ยชิงหว่าน ราชครูได้แต่ยิ้มขื่น
เขาไม่มีเวลาจะห้ามปรามนางอีก เพราะยิ่งเสียเวลาไปเพียงวินาทีเดียว เซี่ยฝูคุนก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
“เอาเถิด เงา เ้าจงคุ้มครองชิงหว่านให้ดี ชิงหว่าน เ้าอย่าห่างจากข้ามากนัก”
ราชครูพูดพลางเตรียมจะมุ่งลงสู่ก้นบ่อ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง—
“ซ่า—”
ใจกลางบ่อน้ำพุิญญาเกิดวงน้ำวนขนาดมหึมาขึ้น
“นี่มัน...”
ราชครูสูดลมหายใจลึก หรือว่าสัตว์อสูรตัวนั้นกำลังจะออกมาแล้ว!
ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ร่างที่คุ้นตาก็พุ่งทะยานออกจากบ่อน้ำพุิญญา
“เซี่ยฝูคุน?”
เยี่ยชิงหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง
นางนึกว่าสัตว์อสูรลึกลับกำลังจะปรากฏตัวขึ้น จึงกำหมัดแน่นเตรียมเข้าต่อสู้ชี้เป็ชี้ตาย ไม่คาดคิดว่าผู้ที่โผล่พ้นน้ำออกมากลับเป็เซี่ยฝูคุน
“เอ๊ะ? พวกท่านทำอันใดกัน...”
เซี่ยฝูคุนที่อยู่ในบ่อน้ำพุ เสื้อผ้าท่อนบนถูกแรงเหวี่ยงฉีกขาดจนหมดสิ้น เมื่อเห็นกลุ่มของเยี่ยชิงหว่านจ้องมองมาที่ตน เขาจึงยกมือขึ้นปิดหน้าอกตามสัญชาตญาณ
“เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่? แล้วสัตว์อสูรก้นบ่อนั่นเล่า?”
“สัตว์อสูร? ถูกข้าหลอมไปแล้วน่ะสิ มีอันใดหรือ?”
เซี่ยฝูคุนเอ่ยถามด้วยความฉงน
“ถูก... ถูกเ้าหลอมไปแล้ว?”
ราชครูได้ยินดังนั้นถึงกับใ
เขาไม่ใช่ผู้อัญเชิญ แต่มีความสัมพันธ์เป็สหายกับัดำ ซึ่งัดำนั้นเป็สัตว์อสูรระดับแปด สัตว์อสูรที่แม้แต่ระดับแปดยังไม่อาจรับมือได้ แต่เ้ากลับบอกว่าหลอมมันไปง่ายๆ เช่นนั้นหรือ?
“ใช่ มีอันใดหรือ?”
แม้ตอนที่หลอมอสรพิษแสงทองนั้น เซี่ยฝูคุนจะหมดสติไป แต่เมื่อเขาตื่นขึ้น ในหัวสมองกลับมีข้อมูลมากมายเพิ่มเข้ามา
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ ไม่ใช่เพียงเพราะการหลอมอสรพิษแสงทองจะช่วยขับไล่สิ่งสกปรกออกจากร่างกายจนทำให้พลังรุดหน้าขึ้นมาก แต่มันคือ—
หลังจากหลอมอสรพิษแสงทองสำเร็จ เขาได้เปิดใช้งานระบบเช่าของระบบหลอมปีศาจล่วงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ...
ระบบเช่านี้ หากเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนการเช่ารถหรือเช่าบ้านบนโลกมนุษย์ เพียงแต่ในระบบหลอมปีศาจนั้นมีให้เช่าเพียงสัตว์อสูร และระยะเวลาการเช่าจำกัดเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
แม้เวลาจะแสนสั้น แต่สัตว์อสูรที่เปิดให้เซี่ยฝูคุนเช่านั้น ล้วนแต่มีสัตว์อสูรระดับแปดขึ้นไปทั้งสิ้น!
สิ่งที่ใช้ในการเช่าสัตว์อสูรเหล่านี้ก็คือแต้มหลอมรวม ซึ่งอสรพิษแสงทองตัวนั้นมอบแต้มหลอมรวมให้แก่เซี่ยฝูคุนถึงหนึ่งร้อยแต้ม แต้มหลอมรวมเหล่านี้เพียงพอให้เซี่ยฝูคุนเช่าสัตว์อสูรระดับแปดได้ถึงสิบครั้ง หรือเช่าสัตว์อสูรระดับเก้าได้หนึ่งครั้ง!
สัตว์อสูรระดับแปด เทียบเท่ากับยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งในขอบเขตอานุภาพเทพ
ส่วนสัตว์อสูรระดับเก้านั้น ยิ่งเหนือล้ำไปจนถึงขั้นขอบเขตครึ่งก้าวต้นกำเนิด์!
อีกนัยหนึ่ง หากตอนนี้เซี่ยฝูคุนได้เผชิญหน้ากับมู่อวิ๋น เขาคงสามารถซัดอีกฝ่ายจนแม้แต่บิดาก็จำหน้าไม่ได้...