ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่422 ลังเลใจ

      ครั้นเมื่อหลินเฟย พุ่งปราดเข้าประชิดอี้เฉินได้ นางไม่รอช้าแปรเปลี่ยนปราณพลังเป็นเส้นด้าย ก่อนจะตรึงร่างอี้เฉินไว้อย่างแน่นหนา
 


       อี้เฉินที่เห็นวิชาที่หลินเฟยใช้ เขาจดจำมันได้ในทันที มันก็คือเส้นด้ายปราณพลัง ที่นางสร้างไว้ใช้เย็บ บาดแผลให้คนไข้ของนาง อี้เฉินไม่คาดคิดว่า หลินเฟยนางจะฝึกมันได้ลึกล้ำถึงเพียงนี้ จนมันสามารถปั่นป่วน เส้นลมปราณภายในร่างของอี้เฉินได้ เรี่ยวแรงที่มีอยู่ หดหายไปอย่าง ฮวบฮาบ แววตาเริ่มฉายแววหวาดหวั่นขึ้นมา

 


       เมื่อ นิ้วมือทั้ง5 หลินเฟย กลางออกกว้าง ส่งแรงกระชาก เส้นด้ายอย่างรุนแรง บีบรัดร่างอี้เฉินไว้แน่น จนกายาอี้เฉินมีเลือดไหลซึมออกมา แม้อี้เฉินจะพยายาม กระชากเส้นด้ายเหล่านั้น หมายจะให้ หลุดจากสถานการณ์ ที่จนมุม จนเสียงเส้นด้ายดังออกมา ตึงเปรี๊ยะ สะท้านใจหมู่ชน ที่ได้ยินมัน พวกเขาเองก็ไม่คิดเช่นกันว่า หลินเฟยจะสามารถจับอี้เฉินไว้ได้

 


       เหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ ที่ดูชม ยกยิ้มไปที่ ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน อดไม่ได้ที่จะกล่าวชม "ลูกบุญธรรมของ ท่านไม่เลวจริงๆ ข้าไม่คิดว่านางจะ แฝงปราณพลังของนาง ไปปั่นป่วน การไหลเวียนปราณพลัง ของชายหนุ่มได้"

 


       ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน นางเพียงพยักหน้ารับคำ ผู้อาวุโสคุมยอดเขาอื่นๆ เท่านั้น 'นางรู้ดี หลินเฟยไม่ได้เก่งกาจเรื่องการต่อสู้ แม้แต่ภายภาคหน้าตัวนางก็จะไม่ได้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด ทว่าความสามารถของนาง อาจกลายเป็นที่หมายปองของผู้คนทั่วหล้า' นาง ถอนหายใจน้อยๆ ออกมา กังวลเรื่องราวในภายภาคหน้าอยู่ไม่น้อย

 


        ทว่าเมื่อหมู่ชน เห็นการกระทำของหลินเฟย โดยเฉพาะ เหล่าหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะใบหน้าแดงน้อยๆ ขึ้นมาด้วยความเขินอาย เมื่อเห็น หลินเฟยเข้าไปจูบริมฝีปาก ชายหนุ่มที่ถูกนาง ตรึงร่างไว้ อย่างดูดดื่ม

 


      ด้านอี้เฉิน ที่ถูกตรึงร่างไว้อย่างสมบูรณ์ จนไม่สามารถ ขยับกายไปไหนได้ เมื่อถูกหญิงสาว เขย่งปลายเท้า ลอยตัวขึ้นมาจูบริมฝีปากน้อย ของเขา อี้เฉินอดที่จะทำหน้าตกใจไม่ได้ 'นึกว่านางเปลี่ยนไปแล้วเสียอีก'

 


       เยว่ชิงเซียนที่เห็นภาพบาดตา อยู่ไม่ห่างนางมากนัก ใบหน้างาม เพริศพริ้ง พลันขมวดคิ้วมุ่น ขึ้นมาเล็กน้อย เป็นอย่างที่นางคิดจริงๆ อี้เฉินต้องรู้จักหญิงสาวผู้นี้มาก่อน เป็นแน่แท้ ริมฝีปากน้อยเม้มปากแน่น อย่างลืมตัว

 


        ด้าน อี้เฉินเอ่ยคำพูดในทันใด เมื่อริมฝีปาก ของทั้งสองละออกจากกัน "หลินเฟย เจ้าปล่อยข้าไปได้หรือไม่? ในเมื่อเจ้ายังมีใจให้ข้าอยู่ เจ้าก็ควรปล่อยข้าออกไป แล้วมาพูดคุยกัน"

 


       ทว่าเมื่ออี้เฉิน เห็นริมฝีปากหลินเฟย ยกยิ้มกว้าง ปลดปล่อยอายสังหารออกมา อย่างไม่มีปิดบัง มันก็ทำให้อี้เฉินรู้สึกว่า หลินเฟยนางนั้น อันตราย "ก็จริงที่ข้ายังมีใจให้เจ้า แต่ความแค้นของข้า มันสั่งให้ข้าไม่อาจปล่อยเจ้าไปได้ แต่จะให้ข้าลงมือฆ่าสังหารเจ้า   ข้าเองก็ทำไม่ลงเช่นกัน"

 

ก่อนหลินเฟยจะยิ้มกว้าง ให้เยว่ชิงเซียน "เจ้าลงมือสิ ข้าจับเขาให้เจ้าแล้ว ที่เหลือก็คือหน้าที่ของเจ้า ที่จะฆ่าสังหารเขา"

 


อี้เฉินผ่อนลมหายใจออกมายาว หนังหัวชาวาบ อยู่ไม่น้อย "พวกเจ้าทั้งสองเอาจริงหรือ?"

 


      เยว่ชิงเซียนครั้นได้ยิน นางมีท่าทาง แปลกๆ ทว่าเมื่อได้ยินน้ำเสียงของหมู่ชน โห่ร้อง ให้ฆ่าสังหาร สติที่เคยหลุดลอยของนางก็กลับมาตั้งมั่นได้อีกครา ฝ่ามือที่กำกระบี่หยก พุ่งปราดออกไปหาอี้เฉิน ในเสี้ยววินาที

 


      ก่อนจะแทงกระบี่ เข้าใส่หน้าอก อี้เฉิน ฟึบ! ทว่าในกรอบสายตาของเยว่ชิงเซียน ยังหลงเหลือความลังเล อยู่ในใจ หยุดชะงักกระบี่ในเสี้ยววินาที ก่อนที่จะแทงทะลุ หัวใจชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า หมู่ชนที่เห็นภาพอันน่าหวาดเสียว ถึงกับหลบเลี่ยงสายตา ไม่กล้ามอง

 


      อี้เฉินเขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจไม่น้อย เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยคิดจะฆ่าสังหารตัวเขา ริมฝีปากกระอักเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ราวกับเขายืนอยู่ปากหุบเหวอเวจี อีกครา ทว่าเมื่อเห็น เยว่ชิงเซียนหยุดมือกะทันหันเสียดื้อๆ เขาอดไม่ได้ ที่จะดีใจ จนหัวใจพองโตขึ้นมา อย่างน้อย ตัวนางก็ไม่ได้ คิดฆ่าสังหารเขาจริงๆ

 


หลินเฟย นางที่เห็นไต่ถามออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บแปล๊บ "เจ้าหยุดมือทำไมเล่า เพียงเจ้าผลักฝ่ามืออีกนิด ชายหนุ่มที่เจ้าแค้นเคืองก็จะตายตกแล้ว"

 


        เหล่าผู้อาวุโส ที่เห็นเหตุการณ์เริ่มที่จะเกินเลย เตรียมจะเข้าไปหยุด พวกเขาทั้ง3ไว้ ทว่าเมื่อได้ยินน้ำเสียงของ บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ ส่งคำพูดออกมาบอกกล่าว เหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ "พวกเจ้ารอดูชมไปก่อน ปล่อยให้พวกเขา ปรับความเข้าใจกัน ชะตาของพวกเขาผูกกันไว้แน่น ยากจะมีผู้ใดเปลี่ยนแปลง"

 


       ด้าน เยว่ชิงเซียน นางปรายตามองมาที่หลินเฟย "หากเจ้าต้องการฆ่าสังหารเขา เจ้าก็ลงมือเอง" ก่อนนางจะเก็บกระบี่หยกกลับไป แล้วพลิ้วกายาจากไป จากสถานที่แห่งนี้ ทว่าเมื่อนางเห็นสายตา อี้เฉินเว้าวอนตัวนาง ราวกับมีคำพูดมากมายอยากจะเอ่ยพูด นางจึงจากไปด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 


       หลินเฟย นางเอง กำฝ่ามือไว้แน่น สบถด่าออกมาในทันใด "บัดซบเอ๊ย! ข้าจะฆ่าเจ้าลงได้อย่างไร" ก่อนหลินเฟย นางจะสลายปราณพลังของนางทิ้ง ปล่อยให้อี้เฉินเป็นอิสระ แล้วบินทะยานเข้าไปภายในยอดเขาที่สาม ไม่คิดสนใจอี้เฉินอีกต่อไป

 


       อี้เฉินเองก็อยากจะปรับความเข้าใจ พุ่งตามหลินเฟยไป หมายจะพูดคุยกับนางให้รู้เรื่อง "เจ้ารอข้าก่อนหลินเฟย" ฉับพลัน ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ก็เข้ามาขวาง อี้เฉินไว้ ไม่ให้เข้าไปภายใน ยอดเขาที่3



อี้เฉินได้แต่มองแผ่นหลัง หลินเฟย จากไป ไม่อาจจะทำอะไรได้อีก ในยามนี้ ฝ่ามือทั้งสองกำหมัดไว้จนแน่น

 


        ผู้อาวุโส ผู้ที่ได้ฉายา3 นักษัตร เขากระแอมไอออกมาตัดบรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนในทันใด "เจ้าสามารถเข้าไปแช่สระเลือดบรรพกาล จากยอดเขาสวรรค์ที่1ได้" ก่อนชายชราจะส่งป้ายเข้าสระเลือด  ให้อี้เฉินเข้าไปขัดเกลากายาเป็นเวลา10วัน

 


        หมู่ชนที่ได้ยิน ผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์เอ่ยสั่งการ เช่นนั้นพวกเขาได้แต่ ถอนหายใจออกมายาว นึกว่าจะได้เห็น อี้เฉินถูกฆ่าสังหาร แล้วเสียอีก ทว่ามันกลับผิดคาด ชายหนุ่มยังไม่ตายตก กลุ่มคนที่แค้นเคือง จึงจากไปด้วยไฟโทสะที่ยังคุกรุ่น

 


       เมิ่งอี้ นางที่เห็นอี้เฉินยังอยู่รอดปลอดภัย นางอดไม่ได้ที่จะผ่อนลมหายใจออกมายาว ก่อนพุ่งปราดไปหาตัวอี้เฉิน พร้อมกับ บุตรมังกร ที่ตามติดตัวนางไม่ห่างกาย ไปในทิศทางยอดเขาที่5
"เจ้าหยุดฝีเท้าก่อน"

 


       อี้เฉินที่เตรียมจะกลับยอดเขา กลับไปตั้งใจเก็บสะสมประสบการณ์ ครั้นได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย เมื่อหันกลับมาดูชม เห็นองค์หญิง เมิ่งอี้ แห่งดินแดนจันทราทมิฬ ประกายตาในกรอบสายตาของเขาวูบไหวอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเมิ่งอี้ นางจะอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ กายาที่ชุ่มไปด้วยเลือดถูกหญิงสาวกอดไว้แน่น ราวกับอยากจะกอดให้หายคิดถึง จนชายหนุ่มที่ได้ฉายาว่า บุตรมังกร มีสีหน้าค่าตาไม่พอใจ

 


       อี้เฉินไต่ถามเมิ่งอี้ ออกไปด้วยความเป็นห่วง หวังว่านางจะอยู่สุขสบาย"ท่านเป็นอย่างไรบ้าง พี่เมิ่งอี้ หวังว่าจะไม่มีใครทำให้ท่านลำบากใจ อยู่หรอกนะ" ก่อนอี้เฉินจะจ้องมอง บุตรมังกร จงจิ้น อย่างไม่วางตา กลัวว่าเมิ่งอี้จะถูกรังแก เอาเปรียบ

 


เมิ่งอี้ ยกยิ้ม หยิกแก้มอี้เฉินไปหนึ่งที "เจ้าเอาแต่ห่วงคนอื่น อีกแล้วนะอี้เฉิน ไม่ดูสารรูปของเจ้าในยามนี้เลย"

 


       ก่อนเมิ่งอี้ จะกล่าวคำพูดออกมาอีกครา ครั้นเห็นสายตาของบุรุษทั้งสอง ส่งสายตาเชือดเฉือนกัน "อี้เฉินคุณชาย ท่านนี้ มีนามว่า บุตรมังกร จงจิ้น แห่งเผ่ามังกรวารี หากข้าไม่ได้เขา ช่วยคุ้มครองมาตลอดหลายปี เกรงว่า ข้าคงถูกไล่ล่าจนตายตกไปแล้ว"

 


        อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาจ้องสายตาสำรวจ บุตรมังกร จงจิ้น อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร ยกฝ่ามือคำนับ ชายหนุ่มด้วยความนอบน้อมในทันที "ขอบคุณ บุตรมังกร จงจิ้น ที่ช่วยดูแลนาง หวังว่าท่านจะไม่ทำอะไรที่ เอาเปรียบเมิ่งอี้ ในภายภาคหน้า"

 


       บุตรมังกร จงจิ้น เขาพยักหน้ารับคำอี้เฉิน ทว่าก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ "ข้าคิดว่าเจ้า จะโอหังไม่รู้จักเคารพผู้คนเสียอีก ช่างผิดคาดข้าเสียจริงๆ"

 


       อี้เฉินยกยิ้มกว้าง "ข้าเคารพ คนที่ควรค่าให้ข้าเคารพ ก็เท่านั้น ..พี่เมิ่งอี้ งั้นข้าขอตัวก่อน" สิ้นคำพูดของอี้เฉินเขาก็พุ่งปราดหายไปภายในยอดเขาที่5ในทันที

 


        เมิ่งอี้ ที่เห็นแผ่นหลังอี้เฉินจากไป รอยยิ้มที่นางไม่ได้ยิ้มมานาน ก็เริ่มผุดพราย ขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนจะสืบเท้าจากไปพร้อมกับ บุตรมังกรจงจิ้น ไร้สิ่งต่างๆ ติดค้างในใจอีกต่อไป

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน