พอเซียวอวี้เดินลงมาจากลานฝึกวรยุทธ์มู่หรงเยี่ยและคนอื่นๆ รุมล้อมทันที
“สหายเซียวสมควรแล้วที่เป็ผู้กล้าอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหลียงโจว ข้ายอมแล้วละ” มู่หรงเยี่ยมีสีหน้าหลากอารมณ์ น้ำเสียงจริงใจอย่างมาก
ตอนแรกเขาคิดว่าสกุลเซียวในรุ่นนี้จะไม่มีอัจฉริยะบุคคลที่โดดเด่นไม่ช้าก็เร็วสกุลมู่หรงก็คงจะมาแทนที่สกุลเซียวแต่เมื่อเซียวอวี้มีความโดดเด่นเหนือผู้คนก็ได้ดับความคิดของเขาทั้งหมดลงอย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงแต่มู่หรงเยี่ยคนมากมายล้วนคิดกันว่า ผูกมิตรกับเซียวอวี้เป็เื่ที่มีแต่ได้ไม่มีเสียหากตั้งตัวเป็ปรปักษ์กับเขา นั่นก็คงจะต้องมีจุดจบเดียวกับเซียวตงหลิวและตู้เสี่ยน
“สหายเซียววันนี้เ้าเอาชนะตู้เสี่ยนนั่นได้ ก็ต้องจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โตสักรอบแล้วละพวกเราแห่มาดูการต่อสู้ั้แ่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย” หลี่เสินจีกล่าวสัพยอก
หลี่เสินจีเป็เชื้อพระวงศ์ในระหว่างสนทนาเลยไม่ต้องพะวงอะไรถึงสกุลตู้คำพูดแบบนี้กวาดตามองไปทั่วทั้งเหลียงโจวก็คงมีแค่เขาที่กล้าพูด
เซียวอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ในเมื่อท่านอ๋องน้อยเอ่ยปากเช่นนี้ข้าจะกล้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างไรเที่ยงวันนี้ข้าจะเหมาหออวิ๋นเย่ว์จัดงานเลี้ยงสำหรับทุกท่าน”
“สหายเซียวมีน้ำใจกว้างขวางเหมือนอย่างที่คิดจริงๆด้วย”
“มีเงินจะทำอะไรก็ย่อมได้”
“เช่นนั้นพวกเราก็ต้องขูดรีดสหายเซียวให้เต็มที่สักมื้อแล้วล่ะสิ”
การสนทนาเรียบง่ายไม่กี่ประโยคทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเซียวอวี้กับกลุ่มคนมีอำนาจในเมืองเหลียงโจวยิ่งสนิทสนมขึ้นเรื่อยๆเพราะผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ล้วนยอมรับในความสามารถของเซียวอวี้ ต่างคิดกันว่า ในอนาคตเขาจะสามารถเติบโตกลายเป็ผู้มีอำนาจสูงสุดที่แท้จริงได้
เกิ่งจื๋อยิ้มแย้มพลางพยักหน้าจากที่ห่างไกลรู้สึกยินดีที่ให้เกิ่งเปียวไปใกล้ชิดกับเซียวอวี้บางทีชั่วชีวิตนี้อาจจะยากที่เขาจะมีความสำเร็จอะไรได้อีกแต่เกิ่งเปียวอายุยังน้อย ถ้าสามารถติดตามคุณชายหกไปตลอดได้ความสำเร็จในภายภาคหน้าจะต้องยอดเยี่ยมกว่าตนเองแน่นอน
เื่ที่เซียวอวี้เอาชนะตู้เสี่ยนแพร่สะพัดไปทั่วเมืองเหลียงโจวราวกับลมพายุทั้งยังกระจายออกไปในบริเวณอื่นๆ ของแผ่นดินต้าถังผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่เหมือนปีศาจเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็อิทธิพลในฝักฝ่ายไหนล้วนแต่จะไม่ประมาท
ตอนกลางวันเซียวอวี้จัดงานเลี้ยงให้มู่หรงเยี่ยและคนอื่นๆ อย่างใหญ่โตที่หออวิ๋นเย่ว์กลุ่มคนหนุ่มสาวดื่มจนเมาหัวราน้ำ เซียวอวี้มีแขนเสื้อยาวย่อมร่ายรำได้งดงาม[1] ไม่นานก็กลายเป็ผู้นำในบรรดาเด็กรุ่นหลังของเมืองเหลียงโจว
หลังจบงานเลี้ยงตอนกลางวันเซียวอวี้กลับมาถึงจวนสกุลเซียวพบตู้เสี่ยนที่กำลังจะกลับตรงหน้าประตูจวนสกุลเซียว
อาการาเ็ของตู้เสี่ยนไม่นับว่าสาหัสอีกทั้งยังมียาเม็ดกับตัว การปรับลมหายใจสองสามชั่วยามทำให้เขาหายเป็ปกติอย่างสมบูรณ์ทว่าสีหน้ากลับบึ้งตึง ดวงตาทั้งสองมีเปลวไฟความคั่งแค้นที่ไม่ดับวอดอยู่ตลอดเวลา
เซียวอวี้กับตู้เสี่ยนพบกันโดยบังเอิญ
คนที่ส่งตู้เสี่ยนกลับไปยังมีแม่ลูกตู้อวิ๋นเย่ว์และเซียวตงหลิว
เซียวตงหลิวเหลือบมองเซียวอวี้ด้วยความหวาดผวาทีหนึ่งคุณชายห้าผู้นี้ไม่ได้มีความหยิ่งยโสและจิตใจฮึกเหิมอย่างในตามปกติอีกแล้วกระทั่งว่าไม่กล้าสบตาเซียวอวี้ตรงๆ เหมือนหนูเจอแมว
ตู้อวิ๋นเย่ว์สีหน้าคั่งแค้นจ้องมองเซียวอวี้ด้วยความเหี้ยมเกรียมทว่าสีหน้าแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวและความกังวลด้วยเช่นกัน เซียวอวี้เอาชนะตู้เสี่ยนทำให้นางอดรู้สึกอับจนหนทางไม่ได้
พร์ฝึกบำเพ็ญตนราวกับปีศาจที่มีเพียงหนึ่งเดียวเช่นนี้ถ้าเกิดเซียวฉีสยงรู้เข้าเช่นนั้นเซียวอวี้จะต้องกลายเป็ประมุขน้อยแห่งสกุลเซียวอย่างแน่นอนนี่เป็เื่ที่ไม่ต้องสงสัยเลยด้วยซ้ำ
สิ่งที่ตู้อวิ๋นเย่ว์พิจารณาในขณะนี้คือถ้าตนเองส่งคนของครอบครัวพ่อแม่มาจัดการเซียวอวี้ หลังจากเซียวฉีสยงรู้เื่นี้ไม่รู้ว่าจะเกิดเื่วุ่นวายใหญ่โตอะไร
“เซียวอวี้ฝากไว้ก่อน เื่นี้ยังไม่นับว่าจบ” ตู้เสี่ยนแววตาน่าครั่นคร้ามขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางเดินเข้าจวนไปไม่พูดอะไรสักประโยค ทว่าท่าทีดูแคลนเช่นนี้คล้ายเป็การตบหน้าพวกเขาอย่างแรง
“เซียวอวี้ข้าจะต้องฆ่าเ้าให้ได้!” ตู้เสี่ยนสีหน้าแดงก่ำอย่างรวดเร็วคำรามเสียงด้วยความเจ็บแค้น
“คุณชายรองตู้อย่าก่อเื่เลย”
เซียวอวี้ยืนอยู่บนขั้นบันไดของจวนสกุลเซียวมองพวกเขาอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า กระตุกมุมปากยิ้มบาง เอ่ยเสียงแ่เบา “ความแตกต่างระหว่างเราจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆเ้าในตอนนี้ ยังฝืนถูไถพอนับว่าเป็ศัตรูของข้าได้ แต่ผ่านไปอีกสักระยะเ้าจะไม่มีแม้กระทั่งคุณสมบัติที่จะเป็ศัตรูของข้า”
“เ้า!”
ตู้เสี่ยนจ้องมองเซียวอวี้อย่างเอาเป็เอาตายแววตาเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร “ไอ้พันทางน้อยเ้าอย่าด่วนดีใจเร็วไปนัก รอพี่ใหญ่ของข้ากลับมาไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเ้าไม่ได้”
เซียวอวี้ฉีกยิ้มหมุนตัวเดินไปในจวน สีหน้าดูแคลน ทำให้พวกตู้เสี่ยนทั้งสามต่างสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งตัวโดยเฉพาะตู้อวิ๋นเย่ว์ ใบหน้าที่ยังคงความงดงามละเมียดละไมกลับกลายเป็บูดเบี้ยว
“ฆ่า!ข้าจะต้องฆ่าเ้าให้ได้!” ตู้อวิ๋นเย่ว์คำรามเสียงต่ำ
สัตว์ิญญาบินได้ตัวใหญ่โตหลายสิบตัวพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าตู้เสี่ยนที่ตอนแรกมาใช้เวลาพักผ่อน่วันหยุดที่เมืองเหลียงโจวไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปข่าวที่ถูกนักพรตขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าคนหนึ่งเอาชนะได้จะต้องแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็วแน่นอน ศักดิ์ศรีของเขาในคราวนี้เสียหายหนักมากแล้วจริงๆ
ขณะเดียวกันเมืองหลวงที่ห่างออกไปไกลหลายสิบล้านลี้ บุรุษวัยกลางคนที่รูปร่างองอาจผึ่งผายลักษณะน่าเกรงขามได้รับข่าวที่ส่งมาจากเมืองเหลียงโจว
บุรุษวัยกลางคนผู้นี้คือก้วนจวินโหวแห่งแผ่นดินต้าถังเซียวฉีสยงประมุขแห่งสกุลเซียวที่บัดนี้ควบคุมกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนาย
เซียวฉีสยงเพิ่งออกมาจากวังหลวงไม่นานใน่นี้เขาพักอยู่ในวังหลวงเป็ระยะเวลานานหารือเื่สำคัญเื่หนึ่งกับองค์จักรพรรดิจนถึงตอนนี้เพิ่งรับรู้เื่ที่เกิดขึ้นในบ้าน
“คราวนี้สำนักกระบี่เสวียนหวงเปลี่ยนกฎกะทันหันจักรวรรดิเหมิ่งหยวนกับอาณาจักรนี้จะมีเพียงคนสิบคนที่สามารถไปฝึกบำเพ็ญตนที่สำนักได้เดิมทีข้าคิดว่าสกุลเซียวจะพลาดโอกาสนี้แล้วคิดไม่ถึงว่าลูกหกที่ตามปกติข้าไม่เคยเห็นความสำคัญมาก่อนจะเติบโตจนถึงขั้นนี้แล้ว”
เซียวฉีสยงมีเรือนผมดำขลับดกหนาใบหน้ามีความน่าเกรงขามเหลือประมาณ กลิ่นอายความกล้าหาญเด็ดขาดที่ปรากฏออกมาจากตัวเขาโดยไม่ได้ตั้งใจยิ่งทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว
่นี้เมืองหลวงมีข่าวต่างๆนานาไม่ว่างเว้นมีข่าวแพร่งพรายออกมาว่าองค์จักรพรรดิมีพระประสงค์ให้เซียวฉีสยงควบคุมฝ่ายกลาโหมมอบกองทัพทั้งหมดของราชวงศ์ให้เขาปกครอง
สกุลเซียวได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิอย่างลึกซึ้งเป็ที่ประจักษ์ชัดเจน
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไปห้ามเซียวตงหลิวและเซียวอวี้สองพี่น้องต่อสู้เป็การส่วนตัวอีกให้พวกเขารีบเข้าเมืองหลวงภายในหนึ่งเดือน เข้าร่วมการประลองใหญ่สองแคว้น การประลองใหญ่คราวนี้ไม่ธรรมดามีเพียงยอดฝีมือสิบคนที่สามารถเข้าสำนักไปฝึกบำเพ็ญตนได้ ให้พวกเขาเตรียมตัวให้ดีๆ”
“ขอรับ!”
ชายในชุดสีเขียวคนหนึ่งคุกเข่าขานรับด้วยความนอบน้อม
เซียวฉีสยงไพล่มือทั้งสองไว้ด้านหลังเรียวคิ้วดุจรูปกระบี่ขมวดมุ่นเล็กน้อย สีหน้ามีความกังวลใจอยู่บ้าง “เกณฑ์ของสำนักกระบี่เสวียนหวงครานี้ รับลูกศิษย์ที่ต่ำกว่าขั้นก่อกำเนิดลงไปจุดประสงค์คงอยากจะชะล้างเม็ดทรายด้วยคลื่นลูกใหญ่[1]อยากจะเลือกผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่แท้จริงสักกลุ่มกระมัง แม้เซียวอวี้จะชนะตู้เสี่ยนในทางทฤษฎีสามารถต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิดได้แต่ยอดอัจฉริยะของสองแคว้นออกจะเยอะปานนั้น”
รุ่งอรุณของวันต่อมาเซียวอวี้บอกแม่เซียวว่าตนเองจะออกไปข้างนอกสักสองสามวัน แม่เซียวเพียงยิ้มพยักหน้ารับ หลังจากต่อสู้กับตู้เสี่ยนแม่เซียวก็ไม่เป็ห่วงลูกชายขนาดนั้นอีก จากคำบอกเล่าเพียงไม่กี่คำของคนรับใช้แม่เซียวก็รับรู้สถานะของลูกชายในเมืองเหลียงโจว ณ ตอนนี้แล้ว
เซียวอวี้รับประทานอาหารเช้าเสร็จก็พาแค่เกิ่งเปียวออกจากเมืองไปเพียงคนเดียว
ประตูเมืองทิศประจิมสัตว์ิญญาบินได้ที่มีกำลังวังชาหลายตัวยืนอย่างแสนรู้อยู่ด้านหนึ่งหวงฝู่หลิงซีสวมชุดจิ้นจวงสีแดงอ่อนที่องอาจห้าวหาญยิ่งดูสวยสดงดงาม รวบผมเป็ทรงหางม้าสร้างผลกระทบทางสายตาที่แตกต่างออกไปให้กับเซียวอวี้
ข้างกายของหวงฝู่หลิงซีคือชายชราตาเดียวในชุดยาวสีเทาคนนั้น นอกจากเขาแล้วยังมีนักพรตขั้นลูกกลอนนิลหนึ่งชั้นฟ้าอีกสามคนมีคนกลุ่มนี้คุ้มกันติดตัวหวงฝู่หลิงซี มั่นใจได้เลยว่านางจะไม่ได้รับาเ็แม้เพียงสักเล็กน้อย
“พี่เซียวพี่มาแล้วหรือ” หวงฝู่หลิงซียิ้มแย้มน่ารักดวงตางดงามอ่อนโยนราวสายน้ำ ทำให้เซียวอวี้มองจนตะลึงงันไปเล็กน้อย
รูปร่างหน้าตาที่เป็หนึ่งในใต้หล้าเช่นนี้ต่อให้เป็ในโลกเซียนพิภพ ก็พบเห็นได้น้อยยิ่งนัก
เซียวอวี้ทอดถอนใจอยู่ในใจเบาๆทีหนึ่ง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นางหวงฝู่เชิญทั้งทีข้าจะกล้าไม่มาได้อย่างไร”
หวงฝู่หลิงซีแก้มทั้งสองแดงปลั่งคล้ายจะเผยความเขินอายเล็กน้อย “พี่เซียวนับวันยิ่งกล่าววาจากะล่อนขึ้นเรื่อยๆ”
เซียวอวี้หัวเราะลั่น“แม่นางเข้าใจข้าผิดไปแล้ว นี่ข้าไม่ได้วาจากะล่อน ข้าพูดออกมาจากส่วนลึกของหัวใจทั้งนั้นสามารถร่วมเดินทางไปูเาหมั่งหนิวกับแม่นาง นับว่าเป็เกียรติของข้าจริงๆ”
ชายชราชุดเทาที่อยู่อีกด้านมองทั้งคู่ที่สนทนาด้วยท่าทางสนิทสนมใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นอดฉายความคับอกคับใจไม่ได้
คุณหนูกับเซียวอวี้สนิทสนมกันปานนี้หากคุณชายจั่วรู้เข้า เช่นนั้นก็คงจะยุ่งยากแล้ว
ผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็แยกย้ายขี่สัตว์ิญญาบินได้คนละตัว บินทะยานมุ่งหน้าไปยังูเาหมั่งหนิวด้านหลังของพวกเขาคือเกิ่งเปียวและองครักษ์ที่หวงฝู่หลิงซีพามาด้วย
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามสัตว์ิญญาบินได้พาพวกเขามาถึงูเาหมั่งหนิว
แมู้เาหมั่งหนิงจะกว้างใหญ่ไพศาลเทียบกับูเาสองปฐีไม่ได้แต่ก็ทอดตัวเป็แนวยาวหลายร้อยลี้ ยอดเขาแต่ละลูกยาวต่อเนื่องเป็ระลอกป่าดึกดำบรรพ์เขียวขจีเลี้ยวลดคดเคี้ยวไม่มีที่สิ้นสุด
ูเาหมั่งหนิวถูกร้านแลกเงินจินเฟิงอวี้ลู่ซื้อไว้แล้วราชวงศ์อนุญาตให้พวกเขาขุดเหมืองที่นี่ แต่น่าเสียดายได้รับผลน้อยมากสิ้นเปลืองกำลังคนและวัสดุไปจำนวนมหาศาล ก็ยังขุดไม่เจอแร่ที่มีมูลค่า
เมื่อครู่ตอนอยู่ในกลางอากาศเซียวอวี้สังเกตูเาหมั่งหนิวไปแล้ว
ูเาหมั่งหนิวไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลเหมือนูเาสองปฐีและไม่ใช่ภูมิประเทศอ่างขุมทรัพย์[2]ที่ก่อกำเนิดทุกสรรพสิ่งแต่กลับมีเพียงสิ่งเดียวที่เหนือกว่าูเาสองปฐี
นั่นก็คือความเก่าแก่และผ่านการเปลี่ยนแปลงมานับครั้งไม่ถ้วน
เซียวอวี้ััได้ถึงความโบราณเก่าแก่ของูเาหมั่งหนิวภายในรัศมีหลายร้อยลี้คล้ายส่งกลิ่นอายโบราณ เก่าแก่ออกมาและมีเพียงเทือกเขาเช่นนี้ถึงจะมีความเป็ไปได้ที่จะให้กำเนิดแร่ที่มีมูลค่า
สำนักควบคุมเหมืองแร่ชีพจริญญาเก้าส่วนของทวีปอวี้ซวีหินิญญาาโดยส่วนมากที่หมุนเวียนออกมาก็คือพวกที่สำนักใหญ่ต่างๆตั้งใจปล่อยออกมา
[1] คนที่มีคุณสมบัติที่ดี มีเงินมีอำนาจ จะมีชั้นเชิงแพรวพราวเชี่ยวชาญในการมองหาช่องทาง ใช้เส้นสายเป็
[2] อุปมาถึง บริเวณที่ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์