ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้สาวชาวสวน ผู้ที่(กำลังจะ?)มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 27

            “เลิกพูดได้แล้ว” เมื่อมาถึงตรงนี้ตาเฒ่าซูที่เงียบขรึมมาตลอดก็แสดงความโกรธออกมาในที่สุด

            ทำเอานางเฉินที่เอ่ยพล่ามไม่หยุดถึงกับมองเขาด้วยความตกใจตอนนี้เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่เคยมองนางอย่างขวยเขินเพียงเพราะรอยยิ้มของนางอีกต่อไปแล้วเบื้องหน้าของนางในเวลานี้ปรากฏภาพชายแก่ผมสีดอกเลารอยเหี่ยวย่นทั่วใบหน้าและแววตาที่โกรธเคือง…ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆนางเฉินรู้สึกราวกับว่าชายเบื้องหน้าคือคนแปลกหน้า

            “แม้แต่เจ้า…แม้แต่เจ้าก็รังเกียจข้าหรือ”ความรู้สึกเศร้าโศกพรั่งพรูมาจากในจิตใจจนต้องร่ำไห้ออกมา

            นางพุ่งเข้าไปหาเขาและทุบตีตาเฒ่าซูก็ปล่อยให้นางปล่อยอารมณ์ไปตามที่นางต้องการ

            รอจนเมื่อนางเฉินได้ระบายโทสะจนพึงพอใจ เขาจึงเงยหน้ามองนางด้วยแววตาเฉยชา

            “ชีวิตนี้เจ้าทรมานสกุลซูของข้า เรื่องนั้นข้ารับได้ใครกันที่ใช้ให้ข้าชื่นชอบเจ้าจากใจจริงเคารพที่เจ้ามีความกตัญญูต่อบิดามารดาข้าจนส่งพวกท่านลงหลุมและได้ให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาวพร้อมกับเลี้ยงดูพวกเขาให้ข้าแต่หัวใจของเจ้าแยกแยะถูกผิดไม่ได้ ผู้คนพูดกันว่าการให้บุตรสาวออกเรือนเหมือนเทน้ำออกอีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา ปีนี้เจ้าดูแลครอบครัวฝั่งของเจ้าปีหน้าเจ้าก็ดูแลครอบครัวฝั่งเจ้า เจ้าดูแลพวกเขามาตั้งหลายปี เจ้าได้รับอะไรดีๆบ้างหรือไม่ ถูกคนนินทาว่าร้าย ไม่มีความจริงเลยสักประโยค พวกเขามองผ่านเจ้าไปชีวิตนี้ทั้งชีวิตมีแต่ความกังวล

            เรื่องในวันนี้เจ้าทำไม่ถูก เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ความรู้สึกในใจของเจ้านั่นไม่ผิด เจ้าลำบากใจที่ต้องอยู่ตรงกลางระหว่างบุตรสาวและเหล่าน้องชาย เจ้าคิดว่าไม่ควรทำให้บุตรสาวลำบากและก็ไม่สามารถทำให้น้องชายของเจ้าเสียเปรียบได้

            จากนั้นเจ้าก็หาเหาใส่หัวโดยการเอ่ยปากเรื่องแยกทางกันออกมา เฉินเหลียนฮวาในสายตาของเจ้าข้าเป็นบุรุษที่ไร้ค่าขนาดนั้นเชียวหรือ ข้าทำงานหนักเพื่อเจ้าตั้งหลายปีในท้ายที่สุดข้าก็ได้รับเพียงแค่คำพูดที่ต้องการหย่าขาดกันของเจ้า

            เจ้าเพียงแค่ต้องการเอาเรื่องหย่าร้างมาบีบบังคับบุตรสาว เฉินเหลียนฮวา ข้าช่างรู้สึก…ผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆยายแก่ที่อยู่ร่วมกันมา อายุขนาดนี้แล้ว บุตรชายยังไม่ได้แต่งงานเจ้ายังจะสร้างปัญหาอีก เจ้า…ข้าพูดตามตรง วันนี้ข้าเข้าใจแล้วหากเจ้ายังสร้างปัญหาเช่นนี้อีก อยากหย่าขาด อยากทำอะไร ข้าก็จะให้เจ้าทำตามใจเจ้าคนผีเข้าผีออกอย่างเจ้า ข้าพอแล้ว บุตรชายของเรายังไม่ได้แต่งงานข้ายังไม่มีหลานสืบสกุล ข้ารู้สึกผิดต่อ…บรรพบุรุษทุกรุ่นจริงๆ”

            เอ่ยมาถึงประโยคสุดท้าย ตาเฒ่าซูก็น้ำตาไหลพราก เขาไม่มองภรรยาของตนเองอีกแต่ปาดน้ำตาและเดินเอวงอออกไปจากห้อง

            นางเฉินมองดูคู่ชีวิตเอวงอของตนเองก็เกิดความรู้สึกขึ้นภายในจิตใจ

            เงาร่างของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู นั่นคือแววตาไม่พอใจของบุตรชายคนโต

            “บุตรชาย บอกแม่ที แม่…ทำผิดไปใช่หรือไม่”

            ต้าหลางจ้องมองนางด้วยความไม่พอใจ “ท่านแม่ ท่านไม่ใช่แค่ผิดแต่มันเป็นความผิดที่ไร้เหตุผล ข้าไม่เคยเห็นคนใจดีที่อ่อนปวกเปียกเหมือนเช่นท่านแม่มาก่อนความใจดีของท่านถูกเทไปให้ใครกันหรือ คนตระกูลเฉินเหล่านั้นต่อให้ท่านแม่เอาเลือดเอาเนื้อป้อนให้พวกเขา สุดท้ายพวกเขาก็จะโกรธเคืองอยู่ดีที่ท่านไม่ได้ดูแลพวกเขาให้ดีท่านแม่ พวกเราก็เป็นลูกของท่าน ฉีเฉียวก็เป็นลูกสาวของท่าน แต่ท่านแม่เล่า เคยคิดถึงพวกเราบ้างหรือไม่ในสายตาของท่านแม่มีแต่เหล่าน้องชาย หลานสาวและหลานชายเงินที่ข้าจะใช้สู่ขอภรรยาในตอนนั้น…ช่างมันเถิด ข้าไม่ได้ใช้เงินที่หามาข้าก็ไม่เป็นไรแต่ท่านแม่เคยคิดเพื่อพวกเราบ้างหรือไม่”

            เดิมทีแล้วต้าหลางเป็นคนธรรมดาทั่วๆ ไป ผนวกกับอายุที่ยังไม่เคยแต่งงานทำให้รู้สึกขายหน้าจนไม่กล้าเงยหน้า

            สำหรับนางเฉิน ตัวเขารู้สึกโกรธและรู้สึกรำคาญใจ แต่นางเป็นมารดาของเขาต่อให้โกรธอย่างไร แต่ก็ต้องต่อต้านต่อความอดกลั้นนั้นวันนี้เขาได้ยินคำพูดที่บิดาเอ่ยกับนางเฉิน เขารู้ว่าบิดาเฉยชา และเมื่อเป็นเขาก็รู้สึกเฉยชาเช่นกัน

            เมื่อเห็นต้าหลางที่ตัดสินใจว่าจะเดินจากไปด้วยเช่นกันนางเฉินยื่นมือออกไปจับเอาไว้แน่น

            “ฮือๆ… ข้า…ข้าผิดไปแล้วจริงๆ ผิดกับ…บุตรชายในบ้านพี่น้องไม่มีใครสนใจข้าสักคน ข้าทำอะไรลงไปแต่ละคนต่างปฏิบัติต่อข้า…ข้าใช้ชีวิตเช่นนี้ จะมีความหมายอะไร”

            แววตาของนางเฉินเต็มไปด้วยความผิดหวัง ตอนนี้นางคิดได้เพียงคำเดียวเท่านั้นซึ่งนั่นก็คือคำว่าตาย!!!

            ……

            ในห้องข้างๆ ซูฉีเฉียวกำลังง่วนอยู่กับบางอย่าง

            เมื่อจางเฉาหมิงเข้ามาในห้องก็เห็นนางกำลังง่วนอยู่กับการเลือกหัวหอมและกระเทียมแม้ว่านางปอกเปลือกออกไปเยอะแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังต้องปอกอยู่เช่นเดิม

            “วันนี้เจ้าทำกระเทียมตุ๋นหรือ” เขาหยอกล้อพร้อมกับหยิบหัวกระเทียมจากมือนางขึ้นมา“ข้ารู้ว่าเจ้ายังโกรธอยู่ ไม่ว่าอย่างไร นางก็เป็นแม่ของเจ้า”

            ซูฉีเฉียวรู้สึกหดหู่ใจ “เจ้ารู้หรือ”

            “อืม ตอนที่นางเอ่ยปากว่าจะไปจากที่นี่ ข้ามองออก ไม่มีมารดาคนใดหรอกที่จะเอ่ยปากอยากไปเพราะเหตุผลเช่นนี้ในความเป็นจริง หญิงที่มีลูกจะยอมจากลูกตนเองไปได้อย่างไรกันนางแค่ต้องการใช้…เรื่องเหล่านั้นมาข่มขู่เจ้า”

            ซูฉีเฉียวก้มหน้า ดวงตาของนางร้อนผ่าว สามีของนางเข้าใจนาง เข้าใจทุกอย่างนางคิดว่าเขาเป็นแค่คนโง่เขลา แต่อันที่จริงเขาเข้าใจทุกอย่าง

            “เจ้าอย่ารู้สึกแย่ไปเลย นางเป็นทั้งทาสเป็นทั้งมารดามาตั้งหลายสิบปี เจ้าจะให้นางเปลี่ยนนิสัยภายในช่วงเวลาสั้นๆแน่นอนว่ามันคงเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก ให้เวลานางหน่อยข้าว่าวันนี้ท่านแม่ก็คงตกใจ อีกเดี๋ยวเจ้าก็ลองไปดูสักหน่อยข้าเชื่อว่าครั้งนี้ท่านแม่ก็คงจะเข้าใจแล้ว”

            ซูฉีเฉียวมองไปที่เขาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ ก่อนหน้านี้นางไม่เคยรู้สึกเลยว่าตอนที่ชายผู้นี้อยู่ด้วยเขาจะดูดีเช่นนี้

            เมื่อเห็นแววตาสดใสราวกับอัญมณีของนาง จางเฉาหมิงรู้สึกกลืนน้ำลายได้ลำบาก

            เขายื่นมือออกไปแตะที่จมูกของนาง “หากเจ้ามองข้าเช่นนี้อีก ข้าก็ไม่อาจจะรับปากว่าจะรอให้ถึงคืนนี้ได้…”

            คำพูดต่อจากนั้นเขายังไม่ได้เอ่ยออกมา ใบหน้าของซูฉีเฉียวพลันแดงก่ำ

            นางตำหนิเขา อีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มหัวเราะ

            “ไปเลย คืนนี้ทำความสะอาดให้ดีๆ หน่อยเล่า” นางเอ่ยทิ้งเอาไว้ก่อนจะวิ่งออกไปอีกห้องหนึ่งด้วยความเขินอายชายคนนี้ยิ่งนานวันก็ยิ่งใจกล้ามากขึ้น กลางวันแสกๆ ยังกล้ายั่วเย้านางอีก

            เมื่อนึกถึงสิ่งที่จางเฉาหมิงเอ่ย นางก็คิดว่ามันคือเรื่องจริงไม่ว่าจะพูดอย่างไรครั้งนี้นางเฉินคงท้อแท้ยิ่งนัก นางเดินไปยังห้องข้างๆ เพื่อลอบดูว่านางเฉินจะเป็นอย่างไรบ้างเมื่อเข้าไปในห้องนางก็เห็นใครคนหนึ่งแขวนอยู่ในห้อง

            “ท่านแม่…”

            เสียงร้องที่น่าเวทนานั้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านตกใจมาก

            จางเฉาหมิงที่เข้ามาคนแรก รีบใช้ม้านั่งขึ้นไปนำตัวนางเฉินลงมา

            เมื่อใช้มืออังลมหายใจดูก็พบว่ายังดีที่หายใจอยู่

            “ยังหายใจ”

            “เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี” ซูฉีเฉียวทรุดลงนั่งกับพื้น ยามนี้นางตกใจจนไม่กล้าลุกขึ้นยืน

            ตาเฒ่าซูและต้าหลางที่ได้รู้เรื่องนี้เข้าก็รีบมาที่ห้องก่อนจะมองเห็นร่างของนางเฉินที่นอนแน่นิ่งตกใจจนดวงตามืดมัวเพราะความหวาดกลัว ตาเฒ่าเฉินเข้าไปยังเบื้องหน้าของนางด้วยร่างกายสั่นเทาเมื่ออังลมหายใจและมั่นใจว่านางยังมีชีวิตอยู่ เขาก็โอบกอดคู่ชีวิตเอาไว้โดยที่พูดอะไรไม่ออก

            “เฮ้อ…” ตาเฒ่าซูน้ำตาไหลหยดลงไปบนใบหน้าของนางเฉินจากนั้นจึงถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนที่นางเฉินจะลืมตาขึ้น

            หลังจากเห็นผู้คนที่อยู่ในห้อง นางเฉินก็ออกแรงคว้ามือของตาเฒ่าซู “บิดาของลูกข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว พวกเจ้าอย่ารังเกียจข้าเลย อย่าทอดทิ้งข้าข้าสัญญาว่าตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่สนใจพวกเขาอีก ไม่สนใจจริงๆข้าเองก็มีลูก ข้าก็รักลูกของข้า ฉีเฉียว ฉีเฉียวของแม่ แม่ขอโทษนะลูกแม่ไม่ควรใช้วิธีแยกจากกันมาบีบบังคับเจ้าเลย เจ้าอย่าโกรธแม่เลย ฮือ…”

            นางกลัวมากจริงๆ กลัวว่าลูกๆ จะไม่สนใจนางอีก หากไม่มีพวกลูกๆนางจะใช้ชีวิตอย่างไร

            พวกพี่น้องในครอบครัวเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำนางเหมือนคนตาบอดถึงได้เอาเงินไปให้คนพวกนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า

            ครอบครัวของตนเองยังใช้ชีวิตยากลำบากอยู่เลยจะให้ไปช่วยพวกเขาได้อย่างไรกัน

            ซูฉีเฉียวถูกมารดาเรียกเสียงโหยหวนก็ดึงสติกลับคืนมา

            นางโผกายเข้าไปเบื้องหน้านางเฉินก่อนจะสะอื้นไห้โดยไม่ส่งเสียง “ท่านแม่เหตุใดจิตใจของท่านถึงได้โหดร้ายเช่นนี้ บอกให้ไปจากพวกเราก็จะไป จะตายก็ตายหรือหากท่านแม่ตายไปจริงๆ ท่านพ่อและพี่ๆ จะทำอย่างไร ชีวิตของท่านแม่ทั้งชีวิตลูกสะใภ้และหลานๆ ก็ยังไม่เคยเห็นหน้า เหตุใดจะมาทอดทิ้งพวกเราไปเช่นนี้เล่า…ท่านแม่จิตใจโหดร้ายยิ่งนักต้านิวของข้ายังไม่เติบโต ข้าและจางเฉาหมิงยังไม่ทันจะมีบุตรชายท่านแม่ก็จะใจร้ายทอดทิ้งพวกเราไปแล้วหรือ ข้าโกรธท่านจริงๆ เลย…”

            เมื่อถูกบุตรสาวร้องตะโกนใส่เช่นนี้กลับทำให้นางเฉินรู้สึกดีใจ

            “อืม แม่ไม่รังเกียจพวกเจ้า ไม่รังเกียจเลย แม่ไม่กล้าสู้หน้าพวกเจ้าดังนั้นจึงคิดที่จะปล่อยวางเรื่องนี้ ยังดี ยังดีที่ฉีเฉียวไม่โกรธแม่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แม่จะเป็นแม่ที่ดี”

            จากนั้นนางก็หันไปมองยังต้าหลางและเอ้อหลางที่อยู่ข้างๆยื่นมือออกไปและโอบกอดพวกเขาไว้ในอ้อมกอด

            “บุตรชายที่ทุกข์ยากของข้า แม่ปฏิบัติต่อพวกเจ้าไม่ดี ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปต่อให้ต้องเอาทุกอย่างที่มีอยู่ไปขาย แม่ก็จะต้องหาเงินมาขอภรรยาให้พวกเจ้าให้ได้”

            ตาเฒ่าซูเมื่อได้ยินคำพูดของภรรยา สีหน้าอมทุกข์ของเขาจึงผ่อนคลายลง

            ภรรยาผู้นี้เพิ่งจะมาเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก่อนจะเดินทางสู่ความตาย

            ครอบครัวเฉินเคยอาศัยอยู่ที่นี่

            ก่อนหน้านี้บ้านหลังนี้ถูกจัดสรรเอาไว้ให้คนของครอบครัวเฉิน เมื่อว่างลงซูฉีเฉียวจึงจัดสรรห้องนี้ให้กับมารดาและครอบครัวของตนเอง

            แม้ว่าซูต้าหลางและซูเอ้อหลางจะยากจน แต่พวกเขาก็หยิ่งในศักดิ์ศรีตั้งแต่แรกพวกเขาไม่เต็มใจที่จะเข้ามาอยู่คิดเพียงแค่ว่าอยากจะหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวด้วยตนเอง

            แต่ซูฉีเฉียวรู้ว่าตนเองฝีปากดี สามารถโน้มน้าวพวกเขาได้

            “วางใจเถิด ข้าไม่ได้ให้พวกท่านกินอยู่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานช่วยกันทั้งนั้นจะต้องช่วยข้านำเข้าสินค้าจากภายนอกและนำสินค้าไปขาย”

            “หา? หมายความว่าอย่างไร” ต้าหลางไม่เข้าใจหลายปีก่อนเขาเคยอยู่ในคาราวานม้า เขารู้ดีว่างานนี้ได้เงินอย่างไรแต่ก็มีปัญหาอยู่บ้าง งานในคาราวานม้าเป็นงานที่เสี่ยง

            หากระหว่างทางเขาไม่ระวังแล้วพบเจอกับพวกโจรเป็นไปได้ว่าเงินเพียงน้อยนิดเหล่านั้นก็อาจจะหายไปโดยไม่มีวันกลับมาตราบใดที่ไม่ใช่คนโง่เขลาก็ย่อมยอมแพ้ต่อความเสี่ยงนี้กันทั้งนั้น ทั้งขึ้นเหนือล่องใต้การค้าของพวกเขาล้มเหลว แม้ว่าเงินที่ทั้งสองคนได้รับจะเป็นเพียงส่วนต่างแต่ก็เป็นเงินก้อนใหญ่

            “ท่านพี่ ก่อนหน้านี้ท่านพี่ก็เคยทำกิจการคาราวานม้า ข้าคิดดีแล้วตอนที่อยู่ในเมืองข้าได้รู้จักคนที่ทำกิจการคาราวานม้า ครั้งนี้ท่านเดินทางขึ้นเหนือไปกับพวกเขาได้ยินว่าพวกสินค้าจำพวกหนังของทางเหนือราคาถูกไปซื้อพวกสินค้าประเภทหนังราคาถูกที่นั่นกลับมาแล้วค่อยนำมาขายแล้วก็พวกชาและงานฝีมือชิ้นเล็กๆ จากทางใต้ของพวกเรารวมไปถึงพวกสินค้าพิเศษของแต่ละพื้นที่ พวกท่านต้องเตรียมรถม้าเอาไว้สองคันแล้วค่อยไปเร่ขายเงินส่วนนี้ข้าจะเป็นคนลงทุน ท่านพี่และเอ้อหลางรับผิดชอบเรื่องวิ่งสินค้าก็พอ เงินที่ได้พวกเราเอามาแบ่งกัน”

            ซูฉีเฉียวเคยคิดเรื่องนี้แล้ว ครอบครัวนางมีกิจการน้ำตาลขาวและมีการบุกเบิกที่ดินรกร้างแต่พี่ชายทั้งสองนี้อายุไม่น้อยแล้ว หากบุกเบิกที่ดินทำการเพาะปลูกก็คงจะหาเงินได้ไม่เท่าไร นางสามารถช่วยเหลือเรื่องการสู่ขอพี่สะใภ้ นางช่วยเหลือได้ในตอนนี้แต่ไม่สามารถช่วยเหลือไปทั้งชีวิตได้

            การช่วยเหลือ ทางที่ดีที่สุดคือช่วยเหลือในช่วงที่เป็นรอยต่อมากกว่าที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าการช่วยเหลือเช่นนี้จะสามารถช่วยพี่ชายทั้งสองคนเอาไว้ได้

            พี่ชายคนโตเคยทำการค้าขายแบบคาราวานมาก่อนการออกไปเลี้ยงชีพเช่นนี้คือสิ่งที่เขาคุ้นเคยและมีความเชื่อมั่นในตนเอง

            เมื่อถึงเวลาที่การค้านี้ราบรื่น อาชีพคาราวานนี้ก็สามารถหาเงินได้เร็วเก็บเงินได้แล้วก็จะกลับมาสร้างบ้านสู่ขอภรรยาซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นไปได้

            และถ้าหากว่าเขาทำได้ดี ออกไปทำงานจนหาเงินได้มากพอ ก็จะสามารถเปิดร้านค้าของตนเองได้…

            หากต้องการจะแก้ไขปัญหาก็จะต้องยอมลำบากเพียงครั้งเดียวเพื่อที่จะสบายไปตลอดชีวิตและไม่ต้องกินอาหารของนางเพื่อบรรเทาทุกข์เหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นสะใภ้สาวชาวสวน ผู้ที่(กำลังจะ?)มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577