ตอนที่ 15
รุ่งเช้าเลี่ยงหลิ่งออกมาจากห้อง ไม่พบหานซวนแล้ว เหลือไว้เพียงไป๋เซ่อที่นอนอยู่บนที่นอนของมัน
เขาคงจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้กระมัง นางคิดและเดินออกจากห้องหอเพื่อสำรวจดูจวนแม่ทัพ ที่นี่แทบไม่มีบ่าวเป็ผู้หญิง คนที่เห็นบ่อยและเดินไปเดินมาได้ในขณะนี้มีเพียงฉิงอัน พี่เลี้ยงของนางเท่านั้น
ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน นางขอฮูหยินใหญ่ผู้เป็มารดาว่า หากต้องให้นางออกเรือนจริง ๆ แล้วล่ะก็ นางขอให้ฉิงอันติดตามนางไปด้วย ฉิงอันก็พร้อมที่จะติดตามไปด้วยความเต็มใจ “คุณหนูไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นดีกว่าเ้าค่ะ เดินไปเดินมาตอนท่านแม่ทัพไม่อยู่จวนโดยที่ท่านแม่ทัพไม่ได้อนุญาตเช่นนี้ บ่าวเกรงว่าจะมีปัญหาเอา”
“ไม่เป็ไรหรอกแม่นางฉิงอัน ฮูหยินคือฮูหยินใหญ่ของท่านแม่ทัพแล้ว ย่อมมีสิทธิ์ทุกอย่างในจวนนี้”พ่อบ้านเดินมาได้ยินเข้าพอดี จึงคำนับให้เลี่ยงหลิ่งเล็กน้อยก่อนบอกออกไป
“เห็นไหม พ่อบ้านยังบอกเช่นนั้น ข้าเดินไปไหนก็ได้ ไม่ต้องให้หานซวนอนุญาตหรอก”เลี่ยงหลิ่งพยักหน้าเห็นด้วย นางยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนเดินชะโงกหน้าเข้าไปดูตามห้องต่าง ๆ
ห้องในจวนแม่ทัพมีหลายห้อง พ่อบ้านกล่าวว่าเป็จวนใหญ่ที่พระราชทานสร้างเมื่อครั้งที่หานซวนรบกลับมา ฮ่องเต้จึงพระราชทานให้ จึงไม่แปลกที่ว่าจะใหญ่เทียบเท่ากับตำหนักองค์ชาย ซึ่งเป็พระโอรสของฮ่องเต้
ห้องส่วนใหญ่จะแยกเป็ส่วน ๆ ส่วนชั้นล่างจะเป็ห้องรับรองห้องใหญ่ ห้องรับรองห้องเล็ก ห้องทานอาหารห้องใหญ่และห้องนั่งเล่นภายใน ส่วนครัวจะอยู่แยกออกไปทางด้านหลังจวนรวมถึงห้องเก็บของห้องใหญ่
ชั้นที่สองจะเป็ห้องนั่งเล่นห้องใหญ่ ห้องนอนแขกสองห้องใหญ่
ห้องหนังสือรวมถึงห้องทำงานของหานซวนและห้องว่างอีกหนึ่งห้อง
ชั้นที่สามจะมีห้องนอนตามฐานะของแขกสองห้องเป็ญาติ เป็เพื่อนสนิท หรือเป็ผู้มีพระคุณแล้วแต่เ้าของจวนจะให้บ่าวจัด ห้องใหญ่สุดท้ายที่มีห้องนั่งเล่นอยู่ภายในอีกชั้นคือห้องหอหรือห้องของเ้าของจวน
“ปีกที่แยกออกไป้าสุด เป็ห้องอะไรหรือพ่อบ้าน”นางเงยหน้าขึ้นมองปีกบนสุดของจวนเหมือนหอคอยที่เอาไว้สังเกตการณ์กลางหมู่บ้านแต่เหมือน้าจะมีคนอยู่ “ไม่มีสิ่งใดขอรับฮูหยิน เป็ห้อง..ห้องเก็บมรดกบรรพบุรุษที่ตกทอดกันมาของตระกูลฟาน แต่บางส่วนยังอยู่ที่จวนตระกูลฟานหลังเก่า เพราะฮูหยินใหญ่ฟานไม่ยินยอมให้นำมาไว้จวนใหม่”
“ฮูหยินใหญ่ฟานกับหานซวนไม่ถูกกันเหรอ?”พอได้ยินที่ว่าฮูหยินใหญ่ฟานผู้เป็ย่าของหานซวนไม่ยินยอม นางก็นึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามออกมาตามตรง
“เื่นี้หากฮูหยินใหญ่อยากทราบ กรุณารอท่านแม่ทัพบอกแก่ฮูหยินใหญ่เองจะดีกว่าขอรับ”พ่อบ้านก้มคำนับให้เพราะไม่อยากโดนแม่ทัพใหญ่ลงโทษ หากเขาเอ่ยบอกออกไป
เลี่ยงหลิ่งพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้ซักไซ้สิ่งใดให้มากความ เป็เื่ภายในครอบครัวก่อนนางจะเข้ามา นางไม่อยากยุ่งเื่ย่าหลานด้วย แค่คิดว่าต้องรับมือกับสามีปากร้ายในแต่ละวันอย่างไร นางก็หมดพลังงานไปแล้ว
“นั่นสนามซ้อมรึ!”พอมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ตรงหน้า ก็ไม่สนใจห้องหอคอย้าอีก เลี่ยงหลิ่งรีบวิ่งลงมาที่สนามซ้อมด้านหลังจวน
สนามซ้อมที่มีหุ่นฟางรายล้อม มีเป้ายิงธนูเรียงกันเป็สิบเป้า มีอุปกรณ์ในการซ้อมต่อสู้ ซ้อมรบมากมายเต็มไปหมด รวมถึงกระท่อมไม้อย่างดีที่ไม่ได้ถูกปิดไว้สนิทเพราะเมื่อเช้าหานซวนเข้ามาฝึกซ้อมก่อนออกไป “ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ของท่านแม่ทัพทั้งหมด อุปกรณ์ทั้งหมดเอาไว้ใช้ฝึกซ้อม กรุณาฮูหยินใหญ่อย่าคิดว่าเป็เื่สิ้นเปลืองขอรับ”
“ข้าจะไปคิดเช่นนั้นได้อย่างไร พวกนี้เป็อาวุธทั้งสี่แบบ อาวุธสั้น อาวุธยาว อาวุธอ่อน อาวุธซัดเชียวนะ น้อยคนจะมีครบ แล้วอุปกรณ์พวกนี้หานซวนล้วนจับซ้อมมาทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่เป็แค่หนึ่งส่วนสิบที่ท่านแม่ทัพมีอยู่ หากฮูหยินใหญ่อยากรู้มากกว่านี้รอท่านแม่ทัพอนุญาตจะดีกว่าขอรับ”
“ไม่เป็ไร ข้าพอจะเดาได้ว่าหานซวนไม่ได้มีอาวุธอยู่เพียงแค่ในกระท่อมนี้หรอก ผู้ใดจะเอาอาวุธทั้งหมดมาใส่ไว้ในกระท่อมใกล้กำแพงเช่นนี้แล้วบอกว่าเป็โรงเก็บอาวุธกัน”
“ใครเชื่อแล้วเข้ามาก็น่าจะโดนฆ่าตายั้แ่ยังไม่ได้แตะแม้แต่ปลายเล็บเขาแล้วกระมัง”นางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก นางก้มลงมองดาบรู้สึกอยากลองขึ้นมา แต่พอก้มลงมองใกล้ ๆ ไล่สายตาไปจนถึงด้ามดาบก็เห็นเป็ชื่อของใครบางคนแกะสลักอยู่ด้ามดาบ
“รุ่นที่..รุ่นที่สาม..”
“รุ่นที่สาม..ไม่มีอะไรหรอกคงจะเป็ของบรรพบุรุษกระมัง”
นางนึกไปถึงรุ่นที่สามของตระกูลฟาน แต่นั่นไม่ได้น่าสนใจเท่าของที่อยู่ตรงหน้า เลี่ยงหลิ่งเอื้อมมือไปจะไปจับด้ามดาบด้วยความเผลอปรน ไม่ได้คิดว่าหานซวนจะอนุญาตให้นางจับหรือไม่
ในขณะเดียวกันหานซวนก็กลับจากการไปเข้าเฝ้าเฉียนฮ่องเต้ตอนเช้าตรู่เื่ยุทธการรบล่าเขตอนานิคมแคว้นที่กำลังจะดำเนินการอีกไม่กี่เดือนนี้ พูดกับทหารผู้ช่วยเื่สรุปการสนทนาอยู่ดี ๆ ก็พลันสายตาไปเห็นภรรยากำลังจะจับดาบบรรพบุรุษ
“เอ่อ..ท่านแม่ทัพขอรับ..”ทหารผู้ช่วยก็ดันช้อนสายตาไปมองเห็นพอดี จึงเกิดความเกรงเล็กน้อย ลุ้นว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพจะโดนสามีลงโทษหรือไม่
แต่หานซวนไม่ทำเช่นนั้น เขาเอามือไขว้หลังราวกับเป็ตาเฒ่ายืนมองหลานสาวกำลังเล่นซนด้วยความเอ็นดู
ก็อายุห่างกันเสียขนาดนี้ นางก็คงคิดเช่นกันว่าเขาเป็ตาเฒ่าหัวงูที่แต่งกับสตรีอายุห่างกันถึงสิบปี แต่สำหรับคนทั่วไปคงคิดเป็ปกติ แต่สำหรับนางแล้วคงคิดเช่นนี้แล
“เ้าจะทำสิ่งใดกับดาบของข้า”หานซวนเดินเข้าไปโดยไม่สนใจทหารผู้ช่วย เ้าทหารผู้นั้นก็ปิดตากลัวอย่างคลาดเขลาไปก่อนหน้า ไม่ได้คิดว่าท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จะเมตตาคนที่มายุ่งกับของ ๆ ตนโดยที่ตนไม่ได้อนุญาตเช่นนั้น
“ข้า..ข้าไม่ได้จะทำอะไรกับดาบของท่าน แค่..แค่เผลอจับ..”เลี่ยงหลิ่งสะดุ้งโหย่ง หันหน้ากลับมาและเอามือไขว้หลังไว้ทันที
หานซวนมองกิริยาเมื่อครู่ก็พอรู้ แค่แกล้งถามไปเท่านั้น พ่อบ้านที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้แต่ก้มหน้าเพราะเกรงว่าตนจะโดนลงโทษที่พาเลี่ยงหลิ่งเข้ามาโดยที่ไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน “เ้าพาฮูหยินเข้ามาในสนามฝึกซ้อมและพานางเข้ามาดูอาวุธของข้า เป็สิ่งไม่สมควร”
“ขออภัยขอรับท่านแม่ทัพ บ่าวมิได้ตั้งใจพาฮูหยินเข้ามาภายในโรงเก็บอาวุธ แต่นี่เป็สิ่งที่ฮูหยินควรจะได้รู้คร่าว ๆ เกี่ยวกับสัดส่วนของจวนใหญ่”พ่อบ้านอธิบายเหตุผลให้หานซวนฟัง เลี่ยงหลิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็นึกตรองดู
พ่อบ้านกำลังปกป้องนางอยู่
“อย่าว่าเขาเ้าค่ะ ข้าเป็คนวิ่งออกมาดูเอง จะลงโทษก็ลงโทษข้า ไม่ใช่พ่อบ้าน”นางตอบกลับไป ชีวิตนี้โดนบ่นว่า โดนทำโทษจนชินแต่ก็เพราะนิสัยของนางเองที่ไม่เหมือนสตรีผู้อื่นที่สงบเรียบร้อย
“ครั้งก่อนช่วยชีวิตบ่าว ครั้งนี้รับผิดแทนบ่าว ประหลาดเกินเ้านายปกติเขาทำกัน”
“แล้วอย่างไรเ้าคะ เขาเป็บ่าวไพร่แล้วไม่ใช่คนอย่างนั้นหรือ? การที่ข้าช่วย บางครั้งเ้านายมักทำตัวไม่เหมาะสมจนบ่าวเดือดร้อนทั้งที่ไม่ได้ทำสิ่งใด เช่นนั้นมันน่าสมเพช”
“เ้ารักศักดิ์ศรีของตนมากกว่ามารยาทงั้นสิ?”
“จะว่าเช่นนั้นก็สุดแล้วแต่ท่านแม่ทัพเ้าค่ะ”นางโค้งคำนับให้เป็การกวนโอ๊ยเขาไปหนึ่งที แต่เขาก็ยังทำหน้ามึนใส่ ไม่มีท่าทีโกรธเลี่ยงหลิ่งเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี ข้าจะลงโทษเ้าแทนบ่าว”
หานซวนเดินนำออกไป พ่อบ้านกำลังจะเอ่ยห้ามเลี่ยงหลิ่งไม่ให้รับโทษแทนตนแต่เลี่ยงหลิ่งก็ยกมือห้ามไว้ก่อน
“ไม่เป็ไร เ้าอย่าลืมล็อคกลอนประตูล่ะ”นางหันไปกระซิบและรีบเดินตามหานซวนเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ถูกปิดทึบ
เวลาเขาลงโทษบ่าวไพร่ต้องขนาดนี้เลยหรือ? นางคิดในใจแต่ก็ยังไม่ทักถามหรือทักท้วงสิ่งใด
แม่ทัพใหญ่จุดตะเกียงไฟทั้งหมดในห้องนั้น เผยให้เห็นของทั้งหมดภายในห้อง เลี่ยงหลิ่งมองด้วยความตื่นตาทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพิ่งเคยเห็นของในห้อง
“ท่านจะใช้ดาบฟันคอข้ารึ ถึงพาข้าเข้ามาในห้องเก็บอาวุธภายในเช่นนี้ เอาเป็ว่าข้ายอมให้ท่านโบยข้าแต่ข้าจะไม่ยอมให้ท่านฟันคอข้าหรอกนะ ตกลงหรือไม่เล่า”เลี่ยงหลิ่งพยายามไกล่เกลี่ยเพราะหานซวนดึงดาบออกมาจากฟักข้างกายแล้ว
เสียงโลหะวางลงบนโต๊ะ หานซวนเอื้อมมือไปดึงมือทั้งสองข้างที่ใช้ปิดตาของเลี่ยงหลิ่งออก ให้นางเห็นว่าไม่ใช่อย่างที่นางคิด
“เ้าเปิดตาก่อนจะตื่นตูมไปเอง เลี้ยงกระต่ายแล้วยังนิสัยเหมือนกระต่ายอีก สมแล้ว”เขาเอ่ยบอก เลี่ยงหลิ่งค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง
“แล้วท่านพาข้าเข้ามาในนี้ด้วยเหตุใด”
“เ้าชอบอาวุธพวกนี้ เป็ถึงฮูหยินตระกูลฟานจะไปจับแค่ของตำแหน่งเล็ก ๆ เช่นนั้นทำไม”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าชอบ”
“ตาอีกข้างของข้าไม่ได้บอดจนไม่รู้ว่าเ้ามีปฏิกิริยาเช่นไร”
เลี่ยงหลิ่งไม่ตอบ นางค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างระมัดระวังคนตรงหน้าเผื่อว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด นางจะได้โดดหนีได้
นางเอื้อมมือไปจับดาบของเขาและยกขึ้นอย่างเป็มั่นเป็เหมาะ ดาบของหานซวนมือความหนักแต่ไม่หนักมากเพื่อให้ต่อสู้ได้ถนัด เลี่ยงหลิ่งก้มหน้าดูเหล็กที่นำมาทำเป็ดาบ
เหมือนของท่านยายไม่มีผิด เนื้อดาบเหมือนกัน
“นี่คือดาบพระราชทานใช่หรือไม่เ้าคะ”นางหันไปถามหานซวน
“ใช่ เ้ารู้ได้เช่นไรว่านี่คือดาบพระราชทาน”
“ข้าแค่คิดว่ามันคงเป็เช่นนั้น เนื้อเหล็กที่นำมาทำเป็ดาบมีเนื้อดีคงมีอยู่ไม่กี่คนที่จะมีดาบที่ทำจากเนื้อเหล็กหายากเช่นนี้ หากจะมีคงราคาสูงมากกว่าผ้าแพรหนึ่งหีบ”
“เ้าไม่คิดว่าข้าจะทำมันขึ้นมาเองบ้างรึ”
“ท่านเป็แม่ทัพ พื้นเพหลังเป็คุณชายมาก่อน ต้องอยู่อย่างสุขสบายอย่างแน่นอน ท่านมีความรู้ยุตธศาสตร์มากกว่าการทำเครื่องมือต่อสู้อยู่แล้ว เื่นั้นข้าไม่คิด”
“ก็จริงอย่างที่เ้าพูด แต่ถึงข้าจะเป็คุณชาย ข้าก็ไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างที่เ้าคิดหรอก”หานซวนหันหลังให้และเปิดตู้ภายในที่เก็บอาวุธของบรรพบุรุษให้เลี่ยงหลิ่งได้เห็น แต่คำพูดของเขาเมื่อครู่ทำให้เลี่ยงหลิ่งนึกสงสัย
“เหตุใด..”
“ไม่ต้องสนใจเื่นั้น เสียเวลาข้า”
เลี่ยงหลิ่งชะงักอีกครั้ง ภายนอกถึงจะมองไม่ออกแต่เลี่ยงหลิ่งเข้าใจหานซวนดีถึงความรู้สึกเช่นนี้และมันก็ไม่จำเป็ที่นางต้องถามถึงอดีต
นางเปลี่ยนมาสนใจอาวุธตรงหน้าแทน
“มีหอกด้วย! ลูกดอกอาบยาพิษ หอกงูจ้างแปด! ท่านมีหอกนี้ได้อย่า..”เลี่ยงหลิ่งหันหน้ากลับไปด้วยความตื่นเต้น แต่หานซวนที่ก้มลงมาเพราะสงสัยว่านางตื่นเต้นไปด้วยสาเหตุใด
หน้าที่ก้มเข้ามาใกล้จากทางด้านข้างลำคอมันไม่ทันให้นางได้ระวังว่าเนื้อตัวนางจะแตะถูกตัวเขาอีกหรือไม่ ตอนนี้เหมือนนางเสียตัวให้เขาแล้วเป็ครั้งที่สาม สี่ ห้า หก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ร่วมหอกัน
“ท่านอย่าเอาหน้าเข้ามาใกล้ข้า! หลายครั้งแล้วนะ!”นางถอยหนีเขาออกไป หน็อย..คนเ้าเลห์เช่นนี้ ครั้งหน้านางจะไม่ไว้ใจเขาแล้ว!
“ข้าแค่สงสัยว่าเ้าจะแปลกใจกับอาวุธพวกนี้ไปด้วยเหตุใด”
“แต่ท่านก็ไม่จำเป็ต้องลดหน้าของท่านลงมาใกล้ข้า ขอสัญญาของเราท่านยังจำได้อยู่หรือไม่ท่านแม่ทัพ”
“ข้าไปตกลงอะไรกับเ้า ไม่เห็นจะเข้าใจ”
“เ้าพูดเองเออเองคนเดียว”
“ข้าจะไม่พูดกับท่านแล้ว”เลี่ยงหลิ่งเลี่ยงเดินออกมา วันนี้หมดสนุกแล้ว นางเข้าไปหาอะไรอ่านและนอนเล่นกับไป๋เซ่อดีกว่า หวังว่าสามีราชทานผู้นี้จะไม่มากวนใจนาง
“ไม่พูดก็ไม่พูด ข้าก็ไม่อยากพูดกับเ้านักหรอก”
หานซวนเอ่ยตามไป เขากวนประสาทได้ทุกวันถ้าเป็เลี่ยงหลิ่ง
“ทำไมใคร ๆ ก็กลัวเขา หานซวนน่ะเหรอน่ากลัว น่าเอามีดจ้วงแทงข้อหากวนประสาทข้ามากกว่า”พอนางกลับเข้ามาถึงห้องหอ นางก็นั่งลงที่เก้าอี้และกอดอกอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่นางดูดาบของแม่ทัพใหญ่ ตรงด้ามดาบก็มีแกะสลักชื่อไว้เช่นกัน แต่ชื่อนั้นไม่ใช่ชื่อของเขาแต่เป็ชื่อที่เหมือนกับสตรี
“ดาบเล่มนั้นเป็ของหานซวนอย่างแน่นอน แต่..เหตุใดจึงมีชื่อที่เหมือนชื่อของสตรีสลักอยู่”