เซียวอวี้ทำหน้าไม่ยี่หระ โดยเฉพาะท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดยิ่งมองไม่เห็นสีหน้า เขาค่อยๆ ประคองหวังซาน เอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มนวล “ลุงหวัง ท่านเป็อะไรหรือไม่”
“คุณชายท่านกลับห้องไปก่อนเถอะ ข้า...ข้าไม่เป็อะไร” หวังซานลอบดึงแขนเซียวอวี้ กังวลว่าคุณชายของตนจะลำบาก
เซียวอวี้เก็บยาสมุนไพรที่อยู่บนพื้นคลี่ยิ้มบางพลางกล่าว “ท่านไม่ต้องห่วงนับจากนี้ไป จะไม่มีผู้ใดมารังแกพวกเราได้อีกแล้ว”
หวังซานมองเซียวอวี้ที่อยู่ตรงหน้าหนุ่มน้อยน่าสงสารคนนี้ที่เขาดูแลมาั้แ่เล็ก เขาเหมือน...เปลี่ยนไปเป็คนละคน
“ตายจริงภาพความผูกพันลึกซึ้งระหว่างนายบ่าว มิน่าล่ะ ไอ้สวะแก่หงำเหงือกนี่ถึงได้จงรักภักดีต่อคุณชายหกตลอดมา”เสียงเย้ยหยันดังลอยมาจากด้านหลังของเซียวอวี้
“พลั่ก!”
ไม่มีใครคาดคิดว่าในระหว่างที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัวเซียวอวี้จะหมุนตัวสะบัดฝ่ามืออย่างรุนแรงอย่างกะทันหันคนเมื่อครู่ที่เอ่ยวาจาแดกดันพลันกระอักเืเต็มปาก ร่นถอยโซซัดโซเซไปหลายก้าว
พลังของฝ่ามือนี้รุนแรงมาก
ถึงแม้เซียวอวี้ยังไม่ฝึกบำเพ็ญเพียรขนาดว่ายังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำแต่ลมปราณที่ชักนำมาจากภายในเส้นลมปราณเมื่อครู่พลังของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดโดยทั่วไปแล้ว
“ทาสรับใช้เหล่านี้มาจากเรือนไหนเหตุใดจึงไร้มารยาทเช่นนี้ ข้าจะช่วยเขาอบรมสั่งสอนเ้าพวกทาสรับใช้ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนี้เอง”
เซียวอวี้ตบหน้าคนเสร็จก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น “จำต้องพูดว่า การได้ตบหน้าคนมันช่างมีความสุขจริงๆ”
“เ้า...ไอ้ลูกพันทาง เ้ารนหาที่ตาย!”
“ข้าจะทำให้ไอ้ลูกพันทางอย่างเ้าไม่ได้ลุกจากเตียงไปอีกสามเดือน”คนที่ถูกตบหน้าจนเืกบปากคำรามก้องด้วยน้ำเสียงโกรธเคียงแววตาเคียดแค้นชิงชัง
พวกนั้นล้อมเซียวอวี้ด้วยความว่องไวแต่ละคนเผยสีหน้าดุร้าย “ไอ้ลูกพันทางเ้าผิดไปจากเมื่อก่อนจริงๆ แต่นั่นจะเป็อะไรไป เ้ายังไม่ใช่แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์เลยด้วยซ้ำ”
“ปึง!”
“ปึก!”
เซียวอวี้ไม่พูดจาให้มากความสวนหมัดชกเข้าใส่ด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นก็มีสองคนถูกชกเข้าตรงลำคอล้มกองลงบนพื้นด้วยสีหน้าเ็ป
“ไอ้ลูกพันทางตายซะเถอะ!”
หนึ่งในนั้นเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสองชั้นฟ้าคำรามเสียงดังลั่นด้วยสีหน้าโเี้ ฝ่ามือข้างขวาส่งกลิ่นอายร้อนแผดเผาสับเข้าที่ลำคอของเซียวอวี้ราวกับดาบ
แต่การตอบสนองของเซียวอวี้เร็วยิ่งกว่าร่นถอยไปสองก้าวหลบหลีกอย่างเป็ธรรมชาติแล้วก้าวเท้าไปโผล่ด้านหลังคนคนนั้นในชั่วพริบตา สะบัดฝ่ามือตบลงตรงลำคอของเขา
ในขณะที่คนคนนั้นจะล้มลงเซียวอวี้ก็ยกเขาขึ้นมา เหวี่ยงใส่คนสุดท้ายที่ยังยืนอยู่เต็มแรง
“ปึง!”
บ่าวชั่วคนนั้นตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกจากนั้นก็รู้สึกถึงกำปั้นที่กระแทกตับ เขาล้มลงกับพื้นด้วยความเ็ป
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดธรรมดาทั้งสี่คนถูกเซียวอวี้เอาชนะได้ในชั่วพริบตา
ประสบการณ์การต่อสู้ของเขาในชาติก่อนโชกโชนระดับไหนจัดการผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต่ำไม่กี่คนพวกนี้ย่อมไม่เปลืองแรงอยู่แล้วเพียงแต่นี่ก็อยู่บนพื้นฐานของการดึงลมปราณที่อยู่ตามจุดเส้นลมปราณออกมามิเช่นนั้นแล้วพละกำลังก็คงไม่ได้มากมายดังเช่นในตอนนี้อย่างแน่นอน
หวังซานมองด้วยความอึ้งงันเห็นคุณชายของตนเองเอาชนะทั้งสี่คนในชั่วพริบตาใบหน้าแก่ชราเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ
“คุณชายท่าน...เหตุใดท่านถึงเก่งกาจถึงเพียงนี้” หวังซานถามด้วยเสียงสั่นระรัว สถานการณ์เช่นนี้ กระทั่งฝันก็ยังไม่กล้า
เซียวอวี้โบกมือให้หวังซานนั่งพักบนเก้าอี้หินที่อยู่ด้านข้างส่วนเขานั่งยองสะบัดมือตบคนเ่าั้ที่อยู่บนพื้นหนักๆครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความบ้าระห่ำ จนเืกบทั้งจมูกและปากร้องโหยหวนไม่หยุดราวกับหมูที่รอโดนเชือด
“พูดใครส่งพวกเ้ามา เรือนของข้าไม่เคยมีผู้ใดมาเยี่ยม พวกเ้ามาทำอะไรกัน” เซียวอวี้หยัดกายลุกขึ้นยืน หรี่ตายิ้มหยัน
“ไอ้ลูกพันทางเ้าต้องตายแน่ ตายน่ะเข้าใจหรือไม่ เ้ากล้าลงมือกับพวกเรา คนของฮูหยินสาม”หนึ่งในนั้นเืกบเต็มปาก สายตาเคียดแค้นสุดขีด
“เพียะ!”
ฝ่าเท้าอันใหญ่โตของเซียวอวี้เหยียบย่ำศีรษะของเขาลงไปเอ่ยด้วยรอยยิ้มระรื่น “ข้าอนุญาตให้เ้าพูดพล่ามแล้วอย่างนั้นรึ”
คนที่เหลือพลันหุบปากเงียบกริบราวกับจักจั่นในหน้าหนาวทันทีมองเซียวอวี้ที่ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มราวกับมองปีศาจชั่วร้ายนี่ใช่ลูกชายปัญญาทึบที่เล่าลือกันทั่วจวนที่ไหนกันนี่มันอสูรที่สังหารคนตาไม่กะพริบชัดๆ
“ฮูหยินสามส่งพวกข้ามาฮูหยินสามให้มาสืบว่า สติปัญญาท่านกลับเป็ปกติแล้วจริงหรือเปล่า หากปกติแล้ว...เช่นนั้นก็...” ได้ประจักษ์ในวิธีการโเี้ของเซียวอวี้ก็มีคนปริปากพูดทันควันด้วยกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก
เซียวอวี้เหมือนจะยิ้มก็มิเชิง“ฮูหยินสามช่างห่วงใยข้าเสียจริงหากสติปัญญาข้ากลับเป็ปกติ แล้วจะทำไมกัน”
“ก็ให้พวกข้า...กำจัดคุณชายหกซะ” มีคนตอบกลับด้วยเสียงสั่นเทาสีหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ หากรู้ว่าเซียวอวี้จัดการได้ยากเพียงนี้เขาก็คงไม่แย่งมาหรอก
เซียวอวี้ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยั์ตาทั้งสองเต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรงทันที เดิมเขาเป็คนโหดร้ายทะเยอทะยาน ในเมื่อมีคนอยากฆ่าเขาก็ไม่มีทางนั่งรอความตายเฉยๆ แน่
เพียงแต่...เซียวอวี้และมารดาถูกจวนโหวทอดทิ้งไปนานแล้วต่อให้สติปัญญาตนเป็ปกติแล้วอย่างไร ฮูหยินสามจำเป็ต้องรีบสังหารให้สิ้นซากด้วยหรือตำแหน่งประมุขจวนโหวในภายภาคหน้า อย่างไรก็ไม่ตกมาถึงมือเขาอยู่ดีนี่นา
“โอ้แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เป็ที่ชื่นชอบ ถูกลอยแพอยู่ในจวนโหวมาสิบกว่าปีแล้ว เหตุใดจู่ๆฮูหยินสามถึงมาใส่ใจข้ากันเล่า หากพวกเ้ากล้าพูดว่าไม่รู้เช่นนั้นวันนี้ก็อย่าหวังจะได้กลับไป” อยู่ดีๆเซียวอวี้ก็ะเิไอสังหารอันเหี้ยมเกรียมออกมาจากทั่วร่างจนคนเหล่านี้ใหน้าซีดเผือดทันที
“ข้าเคยได้ยินเสี่ยวชุ่ยสาวใช้ติดตัวของฮูหยินสามพูดโดยบังเอิญท่านโหวมีคุณูปการทางาโดดเด่น เพื่อเชิดชูความดีความชอบในครั้งนี้ราชสำนักจึงมอบรางวัลให้จวนโหวเป็การพิเศษให้หนึ่งในบุตรไปฝึกบำเพ็ญเพียรที่สำนักได้” คนที่ถูกเซียวอวี้ตบหน้าเป็คนแรกเอ่ยขึ้นทันควัน
เซียวอวี้พลันเข้าใจในทันที
แม้เซียวฉีสยงเ้าของจวนโหวจะมีบุตรชายและบุตรสาวสี่คนลูกสาวสามคนออกเรือนไปแล้ว ส่วนลูกสาวลูกชายคนเล็กเป็คู่ฝาแฝดเพิ่งจะสี่ขวบเท่านั้น ในบรรดาลูกชายสามคนที่เหลือคุณชายใหญ่เซียวเลี่ยหู่อันดับสามของตระกูล กลับแต่งเข้าราชวงศ์กลายเป็ราชบุตรเขยย่อมนับว่าเป็คนของจวนสกุลเซียวไม่ได้อยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นจวนสกุลเซียวจึงเหลือคุณชายเพียงสองคนก็คือคุณชายห้าเซียวตงหลิว บุตรของฮูหยินสามและคุณชายหกเซียวอวี้
ดังนั้นเซียวอวี้จึงเป็อุปสรรคเพียงหนึ่งเดียวในการที่เซียวตงหลิวจะได้ไปฝึกบำเพ็ญตนที่สำนักก่อนหน้านั้นเซียวอวี้โง่เขลาเบาปัญญามาตลอดพูดกล่อมได้ง่าย แต่หากสติปัญญากลับเป็ปกติจะต้องกลายเป็หนามยอกอกฮูหยินสามอย่างแน่นอน
สำนักของทวีปอวี้ซวีพลังอำนาจสูงล้ำแผ่นดินต้าถังเป็เพียงหนึ่งในแคว้นบริวารของสำนักกระบี่เสวียนหวงหากสามารถไปฝึกบำเพ็ญตนที่นั่นได้ ถือเป็วาสนาที่สั่งสมมาหลายภพหลายชาติ
พลังอำนาจของสำนักกระบี่เสวียนหวงยิ่งใหญ่มากเป็หนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ทางตอนใต้ของทวีปอวี้ซวี ปกครองพรมแดนร้อยล้านลี้มีราชสำนักนับไม่ถ้วนพึ่งพาอาศัยพวกเขา
“สำนักกระบี่เสวียนหวงคือหนึ่งในผู้สืบทอดของตำหนักวิถีเสวียนหวงที่อยู่ในโลกเบื้องล่างในเมื่อข้าจะทำลายตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามเช่นนั้นก็ลงมือจากสำนักกระบี่เสวียนหวงก็แล้วกัน ดังคำกล่าวที่ว่าเขื่อนนับพันลี้ ต้องพังทลายลงด้วยกองทัพมด[1]”
เซียวอวี้หัวเราะเยาะในใจอยากจะสอดแนมความลับของตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามก็จะต้องเข้าไปฝึกบำเพ็ญตนในสำนักกระบี่เสวียนหวง เดิมทีเขาไม่อยากต่อกรกับฮูหยินสามแต่ดูจากคราวนี้แล้ว นาง...รวมทั้งลูกชายของนางคล้ายว่าจะขวางทางของตนเสียแล้ว
“คุณชายหกพวกเราบอกข้อมูลที่รู้ให้ท่านทราบแล้ว ต่อไปพวกเราไม่กล้าล่วงเกินท่านอีกเด็ดขาดโปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ” คนเหล่านี้ใจนแทบสิ้นสติความร้ายกาจและความโเี้ของเซียวอวี้ทำให้พวกเขาไม่กล้าคิดต่อต้านใดๆ อีก
“พวกเ้ากลับไปเถอะ”ใบหน้าของเซียวอวี้ปรากฏรอยยิ้มประหลาดเล็กน้อยโบกมือไล่ในขณะที่กล่าว
“ขอบ...ขอบคุณคุณชายหกที่เมตตา” ทั้งสี่คนล้วนแต่โล่งใจ
“ปัก!”
“ปัก!”
ทันใดนั้นเองั์ตาของเซียวอวี้หดเล็กลง กริชเล่มหนึ่งปรากฏอยู่บนมือขวาไม่พูดพร่ำทำเพลงสังหารไปสองคนทันที มือทั้งสองของคนที่ถูกฆ่ากุมลำคอแน่นสีหน้าไม่อยากเชื่อ
ส่วนอีกสองคนที่เหลือใจนทำอะไรไม่ถูกเซียวอวี้ไม่ปล่อยให้พวกเขามีโอกาสหลบหนี หมุนกริชแทงลำคอไปอีกคน
ในที่สุดคนสุดท้ายก็ได้สติรีบร้อนดิ้นรนหลบหนี ถูกเซียวอวี้ถือกริชแทงทะลุหัวใจจากด้านหลัง
ศพสี่ร่างอันเยียบเย็นล้มลงนอนอยู่ในลานเซียวอวี้ถือกริชที่มีหยาดโลหิตไหลรินด้วยสีหน้าเฉยเมยเรียบนิ่งยากจะคาดเดา
“คุณชายท่าน...ท่านฆ่าพวกเขา?” ดวงตาของหวังซานเลื่อนลอยสั่นเทิ้มไปทั้งกาย ใบหน้าประหวั่นพรั่นพรึงถึงขีดสุด
“ลุงหวังอีกเดี๋ยวท่านแบกศพของพวกเขาออกไปเสีย หากมีคนถามก็ให้บอกไปว่าสี่คนนี้ตั้งใจลอบสังหารข้า แต่กลับถูกบุคคลลึกลับสังหารทิ้ง”
“ขอรับขอรับ” หวังซานพยักหน้าซึมกะทือ สายตาที่จ้องมองเซียวอวี้ยิ่งมีแต่ความยำเกรง
“สายตาของคุณชายยิ่งเหมือนนายท่านขึ้นเรื่อยๆ” หวังซานทอดถอนใจไม่รู้ว่าคราวนี้คุณชายเกิดปัญญา เป็เื่ดีหรือร้ายกันแน่
แต่ในเมื่อเป็เื่ที่เซียวอวี้สั่งเขาก็ยังปฏิบัติตามอย่างไม่ลังเล ชีวิตของเขา พันผูกอยู่กับแม่ลูกคู่นี้มาเนิ่นนานแล้ว
[1] เป็คำอุปมาถึงการไม่ระมัดระวังเื่เล็กน้อยจนก่อให้เกิดเป็ปัญหาใหญ่รุนแรง