.
.
..คิว
ผมลืมตาตื่นขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างกายชาแข็ง คงเพราะนอนนานเกินไปคงเพราะนอนท่าเดิมโดยไม่ขยับ ไม่ก็คงเพราะเสียเืมากเลยยังอ่อนเพลีย
!!!!!
ไม่ใช่!!!!
ผมนอนมากพอแล้วเมื่อคืนนี้ ..บนเตียงของคุณอาร์และตื่นเช้ามากินข้าวต้มที่คุณเขาเตรียมไว้ให้ ก่อนที่จะวางแผน..ไม่มีความทรงจําต่อจากนั้น
..ผมสลบไป???
..โดนคุณอาร์วางยา?!?
ผมรีบลุกขึ้นทั้งที่รู้สึกเมื่อยเคล็ด
..ลุกไม่ขึ้น ตัวลุกได้ แต่ติดที่แขน
ผมพยายามยันตัวขึ้นนั่ง ..บนลู่วิ่ง?
และข้อมือของผมถูกรัดไว้กับขาข้างนึงของลู่วิ่ง?!?!?!!!!
ภายในห้องมืดสลัวเพราะแสงธรรมชาติจากด้านนอกลาลับและเพราะไฟในห้องไม่ได้ถูกเปิด มีเพียงแสงเรืองที่ส่องแยงมาจากทางห้องลับประตูถูกเปิดแง้มไว้กว่าครึ่งบาน ..เป็แสงของคอมพิวเตอร์ที่เปล่งเรืองออกมาผมหรี่สายตาเพื่อให้โฟกัสภาพที่ฉายอยู่บนจอได้ชัดขึ้น
ภาพของโทนี่ ฉินที่กําลังวางคุณอาร์ลงบนโซฟาฉายอยู่บนจอ!!!!!!!!!ผมกำหมัดแน่นทันที ถึงยังไม่รู้สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นแต่สภาพของคุณอาร์ดูไม่ดีเพราะต่อให้คุณอาร์จะมีจุดอ่อนเื่การต่อสู้ด้วยมือเปล่าแต่ก็ไม่ได้อ่อนหัดจนปล่อยให้ใครจับกุมหน่วงรั้งได้ง่ายๆ ผมรู้ดี..เพราะผมเป็คนฝึกให้คุณอาร์กับมือ
..เสื้อผ้าของคุณอาร์หลุดลุ่ย ดูจากมุมกล้อง.. คงเป็การแอบถ่ายไอ้โรคจิต!!!!!!!! ประวัติทุกด้านของโทนี่ ฉินเป็เื่ที่ผมรู้ดีอยู่แล้วเพราะหน่วยลับของเราตามติดพฤติกรรมโทนี่ ฉินมานานแล้วแต่ที่ทำอะไรไม่ได้เพราะประเทศนี้ยัง้า “หลักฐาน”“พยาน” “ข้อมูล” เพื่อให้ศาลตัดสินเอาผิดจะใช้อำนาจศาลเตี้ยไม่ได้ และที่สำคัญ..เพราะกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ยังคงอยู่ใต้อำนาจของทุน และ “ใต้โต๊ะ” ยังคงเป็วลีที่ขับเคลื่อนผลของกรรมดีกรรมชั่วอยู่
ไอ้โทนี่หายไปจากหน้าจอ.. ขณะที่คุณอาร์ของผมได้แต่นั่งนิ่ง..มองไม่ถนัด แล้วมันก็เดินกลับเข้ามาในจอพร้อมกับของบางอย่างในมือ!
.
.
..อาร์
สมองยังคงมึนชา ร่างทั้งร่างยังคงไม่มีเรี่ยวแรงไหนจะความปวดเจ็บที่ท้องน้อย.. ผมพยายามลืมตามองความเคลื่อนไหวของโทนี่ ฉินมันกำลังเดินกลับมาพร้อมอุปกรณ์บางอย่างในมือ..
อะไร???
“ไม่ต้องกลัวไปนะ ผมยังไม่รีบทรมานคุณหรอก ไหนๆ ก็ไม่มีใครมารบกวนผมว่าจะค่อยๆ เล่นกับคุณ ค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ..”
“...”
โทนี่ ฉินยิ้มมุมปาก สายตาหรี่ไล่มองร่างกายของผม มันเอามือข้างหนึ่งมาััอกของผมที่ยังคงอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตที่ถูกกระชากขาด
“กล้ามแน่นดีนะครับ สมกับที่เป็สายลับ”
“...”
“ถึงโดยรวมจะดูนุ่มนิ่มไปหน่อย ..แต่ก็น่ากัด น่าฟัดอยากฟังเสียงคุณร้องแล้วสิ จะร้องเพราะแค่ไหนน้า” โทนี่ฉินพูดพลางลูบไล้ไปทั่ว แล้วมันก็เลิกเสื้อของผมออก!!!!ร่างเกือบเปลือยของผมเปิดเผยอยู่ต่อหน้ามัน อยากจะต่อต้าน..แต่ก็ดันทำไม่ได้ผมหายใจแรง หัวใจเต้นถี่รัว..
“จุ๊ๆ ไม่ต้องกลัวไง ผมบอกแล้วว่าผมจะค่อยๆ” โทนี่ฉินเอามือมาแตะที่ตำแหน่งหัวใจของผม “ถ้าหัวใจวายก่อนจะทำยังไงล่ะลำบากต้องหาที่ทำลายศพอีก ผมลำบากใจนะ งั้นเอางี้ ไหนๆ ก็จะต้องตายอยู่แล้วก็ลองดูว่าความสนุกที่ผมจะมอบให้.. มันดีเยี่ยมขนาดไหน พอไปเจอยมบาลจะได้ตอบได้ว่า ..ก่อนตายน่ะ มีความสุขม๊ากมาก”
“มึง..!!!!”
“ว๊าาาา ขนาดจะด่ายังเบาขนาดนี้ แบบนี้จะร้องได้ดังสุดแค่ไหน..ผมอุตส่าห์ตามใจแล้วน้า อยากอยู่กันแค่สองต่อสองก็จัดให้แล้ว งั้น.. ถ้าผมไม่ถูกใจคุณต้องโดนทำโทษนะ..”
“!!!!!!!!”
“แต่ว่า.. ถ้าร้องง่ายๆ ก็ไม่สนุกสิ ถ้าผมไม่สนุก ไม่มีความสุขลูกน้องที่จงรักภักดีของผมคงไม่แฮปปี้แน่ ดีไม่ดีอาจขึ้นมารุมคุณก็ได้ งั้น..”โทนี่ ฉินพูดจบก็ยกมือที่อยู่ข้างตัวตลอดเวลาขึ้นผมมองตามการเคลื่อนไหว ในมือของมันมีเทปกาวขนาดใหญ่ มันดึงเทปกาวยาวพอประมาณและนำมาปิดปากของผม
“ร้องเสียงดังๆ หน่อยนะ เผื่อจะมีใครมาช่วยคุณได้” โทนี่ฉินยื่นหน้าใกล้ผม สายตาของมันโลมเลียผมไปทั่ว ลิ้นของมันตวัดเลียเข้าที่ข้างแก้มผมหันหน้าหลบทันที
“ผมเสียใจน้า มาเมินกันอย่างนี้ จะเข้ามาขโมยข้อมูลลับทั้งทีมันก็ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนกันบ้าง” โทนี่ฉินละจากตัวผมและเดินห่างออกไป
“ยังไม่ทันได้รู้จักชื่อคุณเลยนินา แต่ไม่เป็ไร เรารู้จักกันแค่นี้พอว่าแต่เริ่มหนาวแล้วใช่ไหม งั้นผมเพิ่มความร้อนให้ตัวคุณหน่อยดีกว่า ผมชอบคน..แบบว่า ร้อนแรงน่ะ” โทนี่ฉินหันหลังกลับมาพร้อมกับเชิงเทียนในมือที่มีดวงไฟลุกโชนสว่าง
“เห็นไหมว่าผมเป็คนมีเมตตา ถ้าเป็คนอื่น ผมจะใช้..” โทนี่ ฉินพูดพลางชี้นิ้วไปที่ผนังด้านหนึ่งของห้องตะขอเหล็กปลายเรียวแหลมขนาดต่างๆ ถูกแขวนเรียงราย “คุณต้องเดาไม่ถูกแน่..ว่ามันใช้กับตรงไหน”
ผมหายใจแรง ความกลัวกำลังจู่โจมจิตใจพยายามกวาดตาพลางคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ ..แต่ไม่มี ผมพลาด..การตัดสินใจทำอะไรเพราะคิดว่าตัวเองรับมือได้เพียงคนเดียวคือความมั่นใจที่ผิด..โทนี่ ฉินวางเชิงเทียนที่โต๊ะด้านข้างของผม ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าผมมือของมันทั้งสองข้างค่อยๆ ลูบไล้ไล่ขึ้นมาจนถึงโคนขา!!!! ผมหายใจแรงและมองตามการกระทำของมัน พยายามออกแรงกระชากแขนที่ถูกล็อกอยู่ ..สูญเปล่าโทนี่มองหน้าผมขณะที่ตำแหน่งใบหน้าของมันอยู่ระหว่างกลางของตัวผม!!
“พร้อมจะสนุกไหมครับ”
“ปล่อยกู!!!!” ผมพยายามเปล่งเสียงทั้งที่มันคงฟังไม่รู้เื่
“ดีๆ ขอดังๆ นะ” มือของมันค่อยๆ คลายเข็มขัดของผมออกรวมถึงกระดุม และซิปที่ถูกรูดลง หัวใจของผมเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว โทนี่ฉินแสยะยิ้มกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “ว๊าวววว” แล้วมันก็เอื้อมมือไปหยิบเชิงเทียน และจ่อเข้าใกล้!
“มึงจะทำอะไร!!!! ปล่อยกู!!!!!!!!” ผมร้องสุดเสียง ปลายขาพยายามจะดิ้นรนให้ร่นถอยหนีแรงร้อนจากไฟเทียนที่ลนใกล้เข้ามา!!!!!!!!
“ใจเสาะจัง ผมก็แค่อยากมองใกล้ๆ อยากดูขนาด อยากทำให้คุณหายหนาว” มันใช้ข้อศอกแข็งแรงยันขาสองข้างของผมถ่างออกต่อให้ผมพยายามดิ้นรนแค่ไหนก็ยิ่งกลายเป็เพิ่มความสุขให้กับมัน เพราะใบหน้าของมันบอกผมว่ามันกำลังสนุกสุดๆโทนี่เลื่อนมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่มาที่ขอบบอกเซอร์ของผมมือของมันกำลังวางทาบทับ..
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงยิงเข็มยาสลบ!!!!!!!!
หน้าของโทนี่ ฉินกำลังจะหล่นลงบนความเป็ชายของผมแต่ร่างของมันกลับถูกกระชากให้กระเด็นไกลพ้นตัวผมอย่างไร้ความปรานี!!!!!!!!
คิว!!!!!!!!!!!!!!!!
การปรากฎตัวของคิวที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำผมนํ้าตาไหลผมเพิ่งเผชิญความกลัวที่สุดในชีวิตไป และคนที่มาช่วยผมไว้คือคิวคนที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยและคิดถึงตลอดเวลาที่สำนึกได้ว่าตัวเองโง่แค่ไหนที่คิดทำภารกิจนี้เพียงคนเดียว..
คิวดึงเทปที่ปากผมออก และปาดน้ำตาที่ไหลรินอยู่ข้างแก้มคงไม่ผิดที่ผมจะแสดงออกถึงความอ่อนแอในเวลานี้ต่อหน้าคนคนนี้ความอบอุ่นที่คิวส่งมาให้ผมผ่านจูบที่คุ้นเคยทำให้ใจผมสงบลง สองมือของคิวกำลังสะเดาะกุญแจมือที่พันธนาการผมไว้..ทันทีที่สองมือเป็อิสระ ผมก็โอบล็อกคอของคิว..การได้ััคิวทำให้ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปและมันจะช่วยยืนยันให้ผมรู้ว่า่เวลาเลวร้ายได้ผ่านไปแล้ว..
คิวถอนหน้าออกห่างผมเพียงคืบและมองผม ดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์..
“อย่าทำอย่างนี้อีก..” มันพูดแค่นั้นน้ำเสียงทุ้มต่ำบอกให้รู้ว่ามันกำลังโกรธมากผมมองตามมือของคิวที่ติดกระดุมกางเกงให้ผม และไล่ไปแก้ปมเชือกที่ข้อเท้า..
ข้อมือของมันเต็มไปด้วยเื!!!!! ..รอยขีดเป็ทางยาว
“..อย่าวางยาผมอีก”
“...”
“รับปากสิ” คิวเงยหน้าขึ้นมองผม
“..อือ” ผมเม้มปากตัวเองแน่นไม่อยากคิดว่าร่องรอยของาแนั้นอาจจะเป็เพราะผม..
“ผมคุยกับอิชะเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างเคลียร์รีบหาหลักฐานแล้วรีบออกจากที่นี่ เพราะอีกเดี๋ยวพวกมันก็คงแห่กันมา”
“..อืม” สมองของผมยังประมวลอะไรไม่ทันนักรู้สึกตัวแค่ว่ากำลังเดินตามหลังคิว..
“ห้องนี้ใช่ไหมอิชะ” ไอ้คิวพูดขึ้น
[ไม่ใช่]
“ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่พูดอะไร” ผมส่งเสียงถามอิชะบ้าง
[ในห้องนั้นน่ะติดเครื่องกวนสัญญาณ แต่ต่อให้อยากจะคุยด้วยก็คงไม่คุย..กลัวจะขัดจังหวะ]
“!!!”
“เลิกไร้สาระ บอกมาห้องไหน!!” ไอ้คิวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังปนความไม่พอใจ
[โอเคคุณคู่หูติดสัด ขวามือ ห้องนั้น]
คิวสาวเท้าไปห้องนั้นทันที เปิดประตูอย่างระวังและรีบเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อนจะยอมให้ผมตามเข้าไป
ผมพุ่งตัวไปที่แล็ปท็อปทันที มันถูกเข้ารหัสไว้ ..เป็ไปอย่างที่คิดแต่จากที่อิชะแฮกเข้าระบบไอพีกล้องของบ้านหลังนี้ได้สำเร็จ ก็ไม่มีอะไรยากอีกต่อไป
“ว่าไงอิชะ รู้ใช่ไหม”
[DarkNight]
“เข้าได้เรียบร้อย”
[ยังไงก็รีบๆ หน่อยนะ จะคอยดูต้นทางให้]
คิวสำรวจข้าวของรอบห้อง ขณะที่ผมไล่สายตาไปตามโฟลเดอร์ข้อมูลต่างๆ
“เจอแล้ว!!!!” ผมเสียบยูเอสบีที่เตรียมมาจัดการเซฟเอาไฟล์รายชื่อของลูกค้าทั้งหมดที่โทนี่ฉินดีลไว้ มันมีทั้งรายย่อยระดับภูมิภาคภายในประเทศไล่จนถึงบุคคลที่ถ้าประกาศออกไปใครๆ ในโลกนี้ก็รู้จัก ขนาดแค่อ่านผ่านๆ ยังอดใไม่ได้ว่าฉากหน้าที่น่านับถือน่าศรัทธาของผู้คนเหล่านี้ จะกลับกลายเป็ไอ้ชั่วชาติที่ไม่รู้จักคำว่าผิดชอบไปได้
“ถ้าเรียบร้อยก็ไปกันได้แล้ว” คิวเดินมาประชิดผมที่ข้างเก้าอี้
“อืม”
“เป็ไงบ้างอิชะ”
[ทางยังสะดวก]
คิวส่งปืนให้ผม ..อุ่นใจ ผมเดินตามหลังคิวออกจากห้องผมทำตัวเป็ผู้ตามที่ดี สติเริ่มกลับคืน พร้อมที่จะดูแลตัวเองถึงคนที่เดินนำจะทำหน้าที่เป็บอดี้การ์ดของผมไปเรียบร้อยแล้ว
คิวพาผมเดินกลับไปที่ห้องที่โทนี่ ฉินสลบอยู่..เข็มยาสลบเข็มนึงจะมีฤทธิ์อยู่ราวหนึ่งชั่วโมง
ร่างของโทนี่ ฉินไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว!!!!!!!
ขณะที่ผมยืนอึ้ง ความตระหนกคืนย้อน คิวกลับมีสติสมบูรณ์ มันกวาดตามองและเดินสำรวจห้องอย่างระแวดระวัง ..กินเวลาเพียงอึดใจก่อนที่คิวจะหันมาจูงมือผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งให้รีบออกจากห้องนี้ และรีบลงจากชั้นสองตอนนี้คิวกลายเป็ผู้คุ้มกันของผมเต็มตัวเพราะผมทำได้แค่เดินตามและถือปืนในมือแน่น
คิวดันหลังผมเดินจนพ้นประตูของตัวบ้านตลอดทางเดินออกสู่ประตูรั้วเป็ภาพของร่างที่ไร้สติของลูกน้องโทนี่ ฉิน!ผมมองหน้าคิวที่ไม่ได้สนใจมองผมสักนิดเพราะมัวแต่มองหาศัตรูที่อาจปรากฎตัวมาขวางทาง..มากกว่าสามสิบ ผมประเมินจำนวนจากสายตา ..ฝีมือของคิวทั้งหมดสภาพของแต่ละคนคงได้หยอดน้ำข้าวต้มไปอีกหลายวัน ..แล้วใครมาช่วยโทนี่ ฉินไป!!!!!..อาจจะเป็ลูกน้องของมันที่รอดจากมือคิว ..แต่ก็แปลกอยู่ดี
คิวพาผมเดินออกจากประตูรั้วบานใหญ่ของบ้านโทนี่ ฉินบิ๊กไบค์ของคิวจอดแอบอยู่ข้างรั้วมืดข้างหนึ่ง ความอันตรายยังคงมีอยู่รอบตัว
[ไม่อยากบอกเลยว่า บ้านที่อยู่รอบๆ เป็บ้านของพวกมันทั้งหมดยังไงก็..รอดออกมาให้ได้]
เสียงของอิชะดังในหูขณะที่คิวสวมเสื้อกันะุตัวบางแต่ทรงประสิทธิภาพ และสวมหมวกกันน็อคเต็มใบให้ผมสายตาของคิวที่มองมากำลังบอกผมว่า ..ไม่ต้องห่วง ขอให้เชื่อใจมันคิวยิ้มให้ผมก่อนจะหันหลังวาดเท้าขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์..ผมยิ้มกับตัวเองก่อนจะขึ้นซ้อนท้าย ความอบอุ่นใจแผ่ซ่านอยู่เต็มหัวใจไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรต่อจากนี้ ขอแค่มีคิวอยู่ข้างๆ ..ผมจะไม่กลัว
..มือขวายังคงถือปืน ส่วนมือซ้ายก็โอบรอบเอวของคนด้านหน้าการลุยฝ่ากองทัพศัตรูในรังของพวกมันคงใกล้เคียงกับการเอาตัวรอดในดงซอมบี้
“เอลฟ์..พร้อมไหม”
“..พร้อม” ผมหายใจลึก
คิวสตาร์ทรถ ไฟคู่หน้าจากยานพาหนะส่องเป็ลำไปยังพื้นที่ตรงหน้า กลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังเดินดาหน้าเข้ามาพวกมันมีอาวุธครบมือ
!!!!!!!!!!!
เสียงปืนหนึ่งนัดดังขึ้น ราวกับเป็สัญญาณปล่อยตัวในสนามแข่งคิวบิดบิ๊กไบค์ออกจากที่ตั้งทันที เสียงห่าะุดังรัวเร็วไม่เว้น่มือขวาของคิวอยู่บนแฮนด์ ส่วนมือซ้ายก็ถือปืนคู่ใจ เพียงแค่ชายตามองเป้าหมายผ่านหมวกกันน็อคมันคนนั้นก็ล้มลงเพราะโดนะุที่แม่นราวจับวางของคิวส่วนผมที่ชำนาญการใช้อาวุธอยู่แล้วก็ไม่พลาดที่จะยิงสกัดพวกมัน
เราลุยฝ่าพวกมันมาได้สามในสี่ของเส้นทาง แต่ปริมาณคนและความพยายามของพวกมันยังคงไม่ลดลง ไอ้ที่เข้ามาด้านหน้าก็บ้าดีเดือดไอ้พวกที่ยังไม่เจ็บตัวก็ยังตามไล่หลังไม่ลดละ ทันใดนั้นคิวก็กดปุ่มการทำงานบางอย่างที่หมวกกันน็อค ผมเข้าใจแผนที่คิว้าทันทีผมกดปุ่มนั้นบ้างและล้วงมือเข้าไปที่ใต้เสื้อแจ็กเก็ตของคิว..ที่เก็บอาวุธประจำตัวของมัน
..ะเิแสง
คงเป็อาวุธเดียวที่จะเคลียร์พวกมันได้อย่างมีประสิทธิผลมากที่สุดและสูญเสียน้อยที่สุด เพราะแค่นี้พวกเราก็ต้องเข้าชี้แจงกับทางหน่วยแล้วว่าทำไมถึงมีคนเจ็บ คนตายในภารกิจนี้..ก็สาสมกับความชั่วของพวกมันแล้วไม่ใช่รึไงแต่ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดการทำงานของะเิแสงพวกมันก็ขับรถมาจอดขวามทางอยู่ข้างหน้าแทนที่คิวจะเบรครถ กลับยิ่งบิดเร่งเครื่อง ถึงจะรู้ว่ามันกําลังจะทำอะไรแต่ก็อดหลับตาเพราะความหวาดเสียวไม่ได้เมื่อความห่างระหว่างรถสองคันใกล้เลขศูนย์เต็มที..จังหวะที่บิ๊กไบค์ยกตัวลอยไร้พื้นรองรับ ..ผมลืมตามอง พวกเราลอยข้ามหลังคารถได้อย่างเฉียดฉิวพื้นผิวของยางล้อหลังถากลากเข้ากับสารเคลือบเงาของรถคันใหญ่ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดของมันกระแทกลงที่พื้นถนน ..คิวทำสำเร็จพวกเราทิ้งการไล่ล่าของพวกมันไว้เื้ัและกลับรังของเรา..
.
.
..ทันทีที่ถึงห้อง ผมคว้ากล่องปฐมพยาบาลผ่านประตูลับมายังห้องของคิว
..ลู่วิ่งที่ผมรั้งตัวคิวไว้ปรากฎอยู่เบื้องหน้า รอยเืที่สาดกระเซ็นแม้ไม่มาก แต่ก็บอกได้ว่าคิวออกแรงมากแค่ไหนเพื่อกระชากสายรัดพลาสติกที่แ่าให้ขาดออก ผมเอามือปิดปากรู้สึกผิดจับใจ ไม่ใช่แค่พาตัวเองไปเสี่ยงแบบโง่ๆ แต่ยังทําให้คิวเจ็บตัวด้วย
คิวเดินถือถังนํ้าขนาดย่อมออกมาจากห้องนํ้า ..คงมาทําความสะอาดผมรีบตรงไปคว้าถังนํ้านั้นแล้ววางลง ก่อนจะลากคิวให้เดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ใกล้ๆดีที่มันไม่ขัดขืน..
ผมนั่งลงข้างตัวคิว จับเอามือข้างซ้ายของมันมาวางบนตัก..แผลไม่ลึกมาก แต่ก็โดนเส้นเืหลัก รอบปากแผลเป็รอยบาดชัดผมอยากจะต่อว่าที่คิวฝืนทําอะไรโง่ๆ แต่มันก็เพราะผมที่ก่อเื่ไว้ผมเลยได้แต่ปิดปากเงียบและทําแผลอย่างเบามือ
“เสร็จแล้ว”
“...”
“นั่งตรงนี้ก่อน อย่าเพิ่งลุก” ผมออกคําสั่งขณะที่ตัวเองลุกขึ้นเดินเข้าครัว อุ่นอาหารแช่แข็งที่รสชาติไม่เลวให้ไอ้คนไม่รู้จักความเ็ป
คิวเดินตามมาในห้องครัว และนั่งลงบนโต๊ะอาหาร
“บอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งลุก” ผมขึ้นเสียงกับคิว
“ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น”
“เมื่อวานมึงโดนมีด วันนี้มึงก็ไปลุยถล่มพวกมัน ไหนจะเจ็บเพราะกู..มึงช่วยอยู่นิ่งๆ ได้ไหม หรือว่าอยากจะตายแล้ว” ผมกัดฟันข่มความรู้สึกไว้ทั้งที่ในใจรู้สึกหวั่นไหวต่อคําพูดของตัวเอง ถ้าแม่งตายเพราะเสียเื..ผมคงต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต
“คุณอาร์อยากให้ผมตายรึไง”
“...”ผมมองหน้าไอ้คิวที่นั่งอยู่ สายตามันพูดว่า ‘บอกมาสิว่า้าอย่างนั้น’
“ข้าวร้อนล่ะ มึงกินได้เลย จะได้กินยา แล้วจะได้นอน” ผมยกอาหารออกจากไมโครเวฟและวางลงบนโต๊ะตรงหน้าคิว ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป โดยที่ไม่ตอบคําถามของมัน
ผมเดินไปที่ถังนํ้าที่วางอยู่ ผ้าชุบนํ้าหมาดถูกถืออยู่ในมือผมเช็ดรอยคราบเืที่อยู่บนขาของลู่วิ่ง แม้แต่วัสดุของเครื่องที่คงทนยังมีรายถากจากการขูดของสายรัดไม่อยากนึกว่าคิวจะต้องออกแรงมากแค่ไหนถึงกระชากจนสายรัดขาดได้ ..ผมลูบร่องรอยนั้นขณะที่มองตามมือของตัวเองมือของคนที่ควรจะนั่งกินข้าวอยู่กลับวางทาบทับลงบนมือของผมคิวกุมมือผมไว้ให้ละจากรอยพวกนั้น
“คุณอาร์ก็ไปกินข้าว ผมเตรียมให้แล้ว ส่วนตรงนี้เดี๋ยวผมมาจัดการเอง”
“...”ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่ด้านหลัง ..กูทํามึงเจ็บมึงต้องไปช่วยกู แล้วนี่มึงยังต้องมารับใช้กูอีก “..ให้กูเช็ดให้เสร็จก่อน”ผมพยายามกัดฟันพูดให้เสียงไม่สั่น ..ฟอร์มที่ต้องรักษาถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ของเหลวในตากลับไม่เชื่อฟัง..
..กูขอโทษ
ผมควรจะพูดมันออกไป..
“ไม่เป็ไรนะครับ ไม่เป็ไร..” คิวกอดผมไว้..มันกําลังปลอบผม.. “ถึงไอ้โทนี่จะยังไม่โดนจับแต่คุณอาร์ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่ข้างๆ คุณอาร์ตลอดเวลา มันจะไม่มีทางเข้าใกล้คุณอาร์ได้แน่”
“...”ผมอึ้งกับคําพูดของคิว ไม่ได้คิดถึงเื่นี้สักนิดแต่คิวกลับห่วงผม.. ขณะที่ผมกําลังรู้สึกผิดเพราะห่วงมัน.. ผมยิ้มได้ไหมตอนนี้ผิดไหมถ้าผมจะรู้สึกดีที่มันบอกมาอย่างนั้น “อืม ก็ดีเป็ความผิดมึงชัดๆ ที่ปล่อยให้มันหลุดมือไป”
“ครับ ความผิดของผมเอง”
“งั้นก็ไปกินข้าว ..แล้วค่อยมาช่วยกันเช็ด” ผมรีบปาดนํ้าตาทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของคิว
“ครับ”
“งั้นก็ปล่อยกูได้แล้ว”
“ครับ”
ผมแอบยิ้ม ก่อนจะปั้นหน้าตึงหันกลับมาเผชิญหน้ามันเร็วพอที่คิวมันจะยังไม่ทันคลายอ้อมแขนออกจากตัวผม
“คืนนี้กูอยากผ่อนคลายด้วย”
“...”
“ไหวไหม”
“...”
ไอ้คิวทําหน้าเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด ..เริ่มรู้สึกเก้อ “กูก็แค่จะกินยาคลายเครียดแล้วหลับยาวมึงดูแลกูได้ใช่ไหม”
“ได้ครับ ..แต่คุณอาร์ไม่ต้องกินยาหรอกครับ ผมจะทําให้คุณอาร์ผ่อนคลายเอง”มันกดสายตามองผม ..เ้าเล่ห์ฉิบ
ผมยิ้มมุมปาก “จะไหวเหรอ แผลเต็มตัว..”
“จะพิสูจน์ตอนนี้เลยไหมครับ”
“ไม่ กูจะกินข้าว” ผมรีบสะบัดตัวเองออกและเดินไปห้องครัว..แค่นี้ก็ฝืนปั้นหน้าต่อไม่ไหวแล้ว!!
.
.
.
..ณ มุมหนึ่งบนโลกใบนี้
..คฤหาสน์หรูริมทะเลสาป
“ผมหาตัวเจอแล้วนะครับ”
“...”
“ถึงจะเพราะความบังเอิญ..”
“...”บุคคลปริศนายังคงยืนนิ่งมองไกลออกไปยังทิวทัศน์นอกหน้าต่างแสงสุดท้ายของวันกำลังสาดแสงแดงเข้ม
“ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”
“ให้บอกง่ายๆ จะดูเป็การหักหน้าท่านนะครับ”
“นั่นสินะ ..งั้น้าอะไรล่ะ”
“ก็ต้องเอาให้คุ้มกับการที่ผมต้องเสียบ้าน เสียลูกน้องไหนจะรายชื่อลูกค้า.. เฮ้อ ผมต้องเสียรายได้มหาศาล เพื่อแค่เช็คว่าคนๆ นั้นใช่คนที่ท่านตามหาอยู่รึเปล่า”
“นายต้องเสียสละน่าดู..”
“ก็.. เพราะท่านเป็คนฝากผมดู”
“น่าประทับใจ เอาเป็ว่าจะเก็บไปคิด”
“อย่านานนะครับท่าน ดอกเบี้ยมันขึ้นทุกวัน”
“กล้าต่อรองแบบนี้สินะ ถึงได้เป็นัมเบอร์วัน”
“ผมก็แค่อยู่ให้เป็ กอบโกยเท่าที่จะทำได้ โลภตอนที่โลภได้แต่..งานทุกชิ้นที่รับดูแล จะต้องไม่มีข้อผิดพลาด”
“อืม เอาเป็ว่าคุณจะได้ในสิ่งที่สมควรได้แน่นอน”
“ครับ ผมจะรอ”
..ในที่สุดแขกก็ลากลับไป
“ให้คนตามผมมา มีอะไรเหรอครับพ่อ”
“เจอตัวเแล้ว”
“ไวกว่าที่คิดนะครับ”
“อืม ลูกต้องเตรียมตัวไปรับ”
“ได้ครับพ่อ”
“แล้วพ่อจะบอก ..ว่าเมื่อไหร่”
“...”
.
.
.