เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบหก Green Eye Monster

ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบหก Green Eye Monster

Green Eye Monster

ความหมายตรงตัวคือมอนสเตอร์ตาเขียวที่ไม่น่าหมายความถึงนางตะเคียนทองที่ตอนนี้หายตัวอยู่ข้างครูวิและลูบผมเธอไปมาด้วยแววตาที่เปล่งแสงสีเขียว

หรือนางตานีจากต้นกล้วยที่เอามาทำเป็นที่ปักใบโพธิ์เงินทำบุญที่มองพวกเราอย่างอิจฉา

แต่หมายความถึง

คนขี้หึง

อย่างนงพะงา ผกากรองสาวงามประจำหมู่บ้านที่มองมาทางนี้อย่างอิจฉาและความอิจฉาก็ทำให้ทนไม่ได้ที่ต้องเข้ามาทักทายกระแหนะกระแหนน

“แหมสนิทสนมกันดีเลยนะคะทั้งสองคนนี้”

นางพะงากล่าวอย่างเป็นมิตรแต่มีความหมายเชือดเฉือนซึ่งมีแต่ผู้ชายควายเผือกเท่านั้นที่คิดว่าผู้หญิงยิ้มแย้มพูดจาชมกันและกันคือผู้หญิงสนิทกัน

เพราะผู้ชายแม้แต่จะชกหน้ากันแบบพระเอกโชวเน็นก็ยังสามารถมาเป็นเพื่อนกันได้

แต่สำหรับผู้หญิงนั้นความสัมพันธ์ไม่ใช่อย่างผู้ชาย

ขอเพียงมีใครส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ก็จะจริงจังกว่าผู้ชายเอามากๆ

นงพะงาหรือผกากรองก็เช่นกัน

เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านมีแต่คนนับหน้าถือตา

เมื่อเจอครูวิที่เป็นหญิงสาวจากในเมืองก็รู้สึกว่าตนเองโดนหยามหรือดูหมิ่น

ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ครูวิทำแค่การมีตัวตนอยู่ของครูสิก็สามารถทำให้คนโมโหได้แล้วนั่นเอง

นี่คือสาเหตุที่แอฟหาคู่ในยุคปัจจุบันทำให้แต่ละคนทำตัวเหมือนเป็นคนบ้า

เพราะสามารถหาคู่ที่มีคุณสมบัติต่างๆได้จากทั้งจังหวัดหรือแม้แต่ประเทศ

แต่ในสมัยนี้ที่การเดินทางนั้นยากลำบาก

การที่ครูวิฝ่าด่านการคมนาคมมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ได้ทำให้ต้องรับความโกรธแค้นจากนงพะงาไปโดยตรงแม้มันจะไม่ใช่ความผิดอะไรของเธอเลยก็ตาม

ทำให้เจิดตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า

Catch-22

ที่ไม่มีทางไหนที่ดีเลยสักทาง

หากยอมรับก็จะทำให้ครุวิเข้าใจผิด

หากไม่ยอมรับแบบพระเอกโชวเน็นผมก็โมโหอีกที่ทำให้นงพะงากับผกากรองสมใจ

นงพะงากับผกากรองนี่น่าจะนิสัยแบบนางพิมมากกว่าที่ผมคิด

ที่เป็นผู้หญิงที่ปากจัดตบได้เป็นตบ

เพราะนางเอกนิสัยแบบพ่อแง่แม่งอนก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น

อาจจะเป็นตัวอย่างของการแสดงออกของผู้หญิงที่มองว่าการกดขี่ข่มเหงด่าฝ่ายตรงกันข้ามคือการแสดงความแข็งแกร่งของตนเอง

“ฮิ้ว ฮิ้ว พี่เจิดเสน่ห์แรงหนุ่มสุดเจ้าชู้ของหมู่บ้านเรา”

ไอ้ห้อยไอ้โหนได้เข้ามาขัดขวางช่วยผมไว้พอดี...หรืออาจจะเพราะนั่นคือนิสัยของพวกนี้มันอยู่แล้วก็ว่าได้

ที่เกิดอะไรขึ้นจะชมเจ้านายตลอด