ตอนที่ 8 กลับสู่ครอบครัวเดิม
ความนัยของป้าหลิวนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยเข้าใจ แม้ว่านางจะไม่เข้าใจอยู่เล็กน้อยว่าผู้หญิงในยุคนี้นอกจากแต่งงานแล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ไม่ใช่หรือ ทว่านางไม่ได้โต้แย้งป้าหลิวไป เพียงทอดถอนหายใจ ก่อนเอ่ยอย่างจนปัญญา
"เช่นนั้นต้องทำอย่างไร? ปล่อยให้นางอยู่ในตระกูลเฉียวและถูกเฉียวคนรองทุบตีจนตายงั้นหรือ? ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก หากตระกูลเฉียวมีความเป็คน ข้าก็คงไม่เข้าไปวุ่นวายจนกลายเป็เช่นนี้ ถึงแม้ว่าต้ายาจะไม่ใช่ลูกในไส้ของข้า แต่ข้าก็เลี้ยงดูนางมา จนแทบไม่ต่างอะไรกับลูกแท้ ๆ ของข้า ดังนั้นข้าจะมองนางรอคอยความตายอยู่ที่บ้านตระกูลเฉียวได้งั้นหรือ? ข้าคงทนดูไม่ไหวหรอก!”
“เฮ้อ...” ป้าหลิวถอนหายใจเช่นกัน
“ตระกูลเฉียวไม่ได้เื่เลยจริง ๆ พวกเขาลงไม้ลงมืออย่างรุนแรงกับต้ายาเช่นนี้ได้อย่างไร? อย่างนั้นแล้วตอนนี้เ้าจะทำอย่างไรต่อ? คนน่ะพากลับมาได้แล้ว แต่เื่ที่จะตามมาหลังจากนี้น่ะ ย่อมมีไม่น้อย”
ป้าหลิวเหลือบมองคนอื่น ๆ แล้วกระซิบกับไป๋เพ่ยเพ่ยว่า
"เ้าไม่ได้บอกเื่นี้กับสามีของเ้า กลับบ้านไปอย่างไรก็ต้องเป็เื่เป็ราว ไหนจะลูกสะใภ้ของเ้าอีก อย่างไรก็ต้องมีคำอธิบายให้พวกเขา เื่พวกนี้เ้าต้องคิดให้ดี อย่าให้เมื่อถึงเวลาแล้วไม่มีคนเห็นด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วจะลำบาก”
เดี๋ยวก่อน นางมีลูกสะใภ้ด้วยงั้นหรือ?
เ้าของร่างเดิมอายุเท่าไหร่กัน มีลูกชายแล้วยังพอว่า แต่ลูกสะใภ้ก็มีแล้วอย่างนั้นหรือ?
ไป๋เพ่ยเพ่ยตกตะลึง แต่ใบหน้าของนางนิ่งเรียบ หญิงสาวเอ่ยว่า "แล้วควรทำอย่างไรดี? ทุกอย่างเป็แบบนี้ไปแล้ว ก็ทำได้เพียงเดินทีละก้าว แล้วว่ากันไปทีละก้าวเท่านั้น หากเซี่ยเหล่าเอ้อร์กล้าสร้างปัญหา ข้าจะให้เขาคุกเข่าลงหน้าหลุมศพของพี่ชายของเขา แล้วให้เขาคุยกับพี่ชายของเขา หากพี่ชายของเขาไม่อยากให้ข้าสอดมือเข้าไปยุ่งเื่นี้ ก็ให้พี่ชายของเขาเป็คนบอกเอง”
ป้าหลิวสำลัก พี่ชายของเขาตายไปแล้ว แล้วจะกล่าวบอกด้วยตัวเองได้อย่างไร นี่ไม่ใช่ว่าเป็การทำให้ลำบากใจหรอกหรือ?
หากพี่ชายของเซี่ยเหล่าเอ้อร์มาเข้าฝันจริง ๆ นางไม่เชื่อหรอกว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะยังสามารถสงบสติอารมณ์ได้เช่นตอนนี้ เกรงว่าคงตื่นใกลัวแทบตายมากกว่า
ช่างเถอะ นี่เป็เื่ของเ้าหล่อน นางพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
หวังเพียงว่าเมื่อถึงเวลา ไป๋เพ่ยเพ่ยจะไม่มาเสียใจทีหลัง
เมื่อมาถึงหน้าประตูลานบ้านก็พบว่าที่บ้านนั้น ‘ไม่มีใคร’ ไป๋เพ่ยเพ่ยแอบประหลาดใจอยู่ลึก ๆ หญิงสาวรีบให้คนหามเซี่ยต้ายาไปที่ห้องของนาง หึหึ นางคิดอยู่เชียวว่าจะหาทางปฏิเสธไม่นอนร่วมเตียงกับสามีของเ้าของร่างเดิมอย่างไร ตอนนี้ก็มีข้ออ้างแล้ว
ขณะขอบคุณชาวบ้าน ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ส่งคนไปยังหน้าประตูใหญ่
ก่อนหน้านี้ที่บ้านตระกูลเฉียว มีเื่ราวมากมาย ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ทันได้สนใจอาการาเ็ของเซี่ยต้ายานัก ตอนนี้กลับมาถึงบ้านแล้ว จึงเป็โอกาสที่จะตรวจดูเด็กสาวอย่างละเอียดอีกรอบ
การตรวจร่างกายในครานี้ ยิ่งตรวจก็ยิ่งปวดใจ และอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งตระกูลเฉียวอีกสองสามครั้ง
เดิมทีเซี่ยต้ายายังคงหวาดกลัวไป๋เพ่ยเพ่ยอยู่ไม่มากก็น้อย แต่เมื่อนางได้ยินไป๋เพ่ยเพ่ยปวดใจไปพลาง ก่นด่าตระกูลเฉียวไปพลาง ก็ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของนางจึงอบอุ่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกราวกับว่านี่ไม่ใช่เื่จริง
“ข้ากลับมาแล้วจริง ๆ หรือ?”
“นี่ไม่ใช่ความฝันหรอกหรือ?”
"ไม่ใช่" ไป๋เพ่ยเพ่ยพูดด้วยความแน่ใจอย่างยิ่งว่า “นี่จะเป็ความฝันได้อย่างไร? เ้าถูกคนข้างนอกกลั่นแกล้งรัง แม่จะไม่ไปรับเ้ากลับมาได้อย่างไร? เ้าคิดว่าแม่เป็คนอย่างไรกัน?”
"ใช่!" เซี่ยเหมียวเหมียวเข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่น แล้วเอ่ย
"ท่านแม่น่ะปากเป็มีด ใจเป็เต้าหู้*[1] ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ แต่เมื่อได้ยินข่าวว่ามีเื่เกิดขึ้นกับพี่ ท่านแม่ก็กังวลเกินกว่าใคร พี่สาว ในเมื่อท่านกลับมาแล้ว อย่าไปคิดถึงเื่ไร้สาระพวกนั้นเลย พักรักษาร่างกายให้ดีดีกว่า”
“เ้าไม่ต้องกังวล แม้อาการาเ็บนร่างกายของเ้าจะดูรุนแรง แต่ตราบใดที่ถึงมือแม่แล้ว แม่คนเดียวก็เหมือนมีสองคน รับรองว่าจะรักษาให้หายดี ใช้ยารักษาถูกโรค ภัยร้ายนับหมื่นย่อมถอยห่าง อีกไม่นานเ้าก็จะสามารถลุกจากเตียง มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แล้วมาช่วยแม่ทำงานได้” ในขณะที่ตรวจดูาแ ไป๋เพ่ยเพ่ยก็จดไว้ในใจว่าต้องใช้เทียบยาตำรับใด
สมุนไพรหายากราคาแพงย่อมไม่อาจซื้อไหว คงทำได้เพียงเก็บสมุนไพรทั่วไปที่พบเห็นได้ตามูเามาใช้ ด้วยผลที่ได้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสมุนไพรราคาแพงแต่อย่างใด แค่ต้องใช้เวลานานกว่าเล็กน้อยจึงจะเห็นผล
แต่ไม่เป็ไร ตราบใดที่ใช้รักษาให้หายดีได้ก็เพียงพอแล้ว
ไป๋เพ่ยเพ่ยคำนวณอยู่ในใจ จากนั้นหญิงสาวก็นำเสื้อผ้าของเ้าของร่างเดิมมาเปลี่ยนให้กับเซี่ยต้ายา
“ไม่ต้องไปใส่เสื้อผ้าของคนอื่นแล้ว ใส่ของแม่เถอะ รอให้อีกสองสามวันนี้แม่มีเงินอยู่ในมือ แล้วจะไปซื้อผ้ามาตัดเย็บเสื้อผ้าให้เ้าใหม่” ไป๋เพ่ยเพ่ยเอ่ยกับเซี่ยต้ายาด้วยรอยยิ้ม
"เ้าอย่าได้รังเกียจเสื้อผ้าน่าเกลียดของแม่เลย เมื่อเ้าอาการดีขึ้นแล้ว อนาคตเ้าก็ทำเองได้ ชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้น แม่ไม่ห้ามเ้าแน่นอน"
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้รังเกียจ เสื้อผ้าของท่านแม่ก็ดีมากแล้วเ้าค่ะ” หลังจากแต่งงานเข้าตระกูลเฉียว เซี่ยต้ายาไม่ได้สวมเสื้อผ้าที่พอดีตัวอีกเลย แล้วนางจะรังเกียจเสื้อผ้าของไป๋เพ่ยเพ่ยได้อย่างไร
การที่ไป๋เพ่ยเพ่ยมอบสิ่งนี้ให้ สำหรับนางนั้นนี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมแล้ว
เสื้อผ้าของเ้าของร่างเดิมมีไม่มาก เพียงไม่กี่ชิ้น รวม ๆ แล้วทุกตัวมีรอยปะ ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงเลือกตัวที่เรียบ ๆ สะอาดตาให้เซี่ยต้ายา
ด้วยเพราะนางเพิ่งข้ามเวลามา ทั้งยังไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเ้าของร่างเดิมเลย
ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงไม่ได้รีบร้อนออกไปเก็บสมุนไพรยาให้เซี่ยต้ายา แต่เดินมาไปอยู่ในบริเวณลานบ้าน เมื่อพบสมุนไพรยาแก้ปวด ลดการอักเสบหลายชนิด หญิงสาวจึงรีบนำไปล้างทำความสะอาด แล้วใช้ครกและสากเพื่อตำยา จากนั้นจึงนำโปะาแของเซี่ยต้ายา
“เดี๋ยวแม่จะต้มยาบำรุงให้เ้าหนึ่งถ้วย เ้าดื่มแล้วงีบหลับเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนสักพัก เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นแม่จะมาเรียกเ้าอีกที”
ไป๋เพ่ยเพ่ยห่วงหน้าพะวงหลัง เซี่ยเหมียวเหมียวเองก็ติดสอยคอยเป็ลูกมือให้นาง อย่ามองว่าเซี่ยเหมียวเหมียวอายุน้อย เด็กสาวนั้นทำสิ่งต่าง ๆ อย่างละเอียดรอบคอบยิ่งนัก
ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นดังนั้นก็ยิ่งเต็มใจจะสอนนางมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกว่าเซี่ยเหมียวเหมียวเฉลียวฉลาดและน่ารัก เป็นางฟ้าตัวน้อยที่นางใฝ่ฝันในชาติที่แล้ว
ลูกสาวที่เป็แก้วตาดวงใจคนนี้เป็ของนางได้อย่างไรกัน?
ดูเหมือนการข้ามเวลามาจะไม่ได้น่าเบื่อหน่ายเสียเท่าไหร่นัก เพียงแค่กะทันหันไปเสียหน่อย หากนางได้เตรียมตัวมามากกว่านี้ก็คงดี...
ขณะที่ไป๋เพ่ยเพ่ยอยู่ในห้วงความคิด ก็มีเสียงมาจากลานบ้าน “ท่านแม่ ทำไมในบ้านถึงมีกลิ่นแปลก ๆ ล่ะ?”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบเข้ากับเด็กสาวหน้าตาสะสวยทว่าตัวเล็กกว่าเซี่ยเหมียวเหมียว นางเกล้าผมเป็ม้วนสองข้างเช่นกัน ทั้งยังดอกไม้ประดับศีรษะด้วย
หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจ นี่คือลูกแท้ ๆ ของเ้าของร่างเดิมงั้นหรือ?!
มองแวบแรกก็รู้แล้วว่านางปฏิบัติตัวแตกต่างออกไป อย่างที่นางบอก มารดาที่ไหนจะปฏิบัติต่อลูกสาวของตนอย่างโหดร้าย?
และดูเถิด เป็ดั่งที่ว่าจริง ๆ
ในเวลานี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันตระหนักถึงข้อเสียของการไม่ได้รับความทรงจำของเ้าของร่างเดิม นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีลูกกี่คน ในอนาคตคงไม่มีความผิดพลาดใหญ่ ๆ ที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของนางเกิดขึ้นอีกหรอกใช่ไหม?
สิ่งที่ ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ทันสังเกตคือเมื่อเด็กหญิงคนนี้ปรากฏตัว เซี่ยเหมียวเหมียว ซึ่งเดิมเคยอยู่ข้าง ๆ นางอย่างสบายใจ จู่ ๆ ก็ระมัดระวังตัวเกินเหตุขึ้นมาโดยพลัน ราวกับถูกจับได้ว่าเป็ขโมย
เซี่ยเหมียวเหมียวไม่กล้าสบตานางด้วยซ้ำ พลางเอ่ยเสียงเบาว่า "เสี่ยวหย่า เ้ากลับมาแล้ว!"
“ก็บ้านของข้านี่ ข้าจะกลับมาไม่ได้หรือ?” เซี่ยเสี่ยวหย่ากลอกตาใส่ลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่านางสี่ปีคนนี้อย่างไร้ซึ่งความเกรงใจใด ๆ
เมื่อเห็นผักป่าที่อยู่ตรงหน้าไป๋เพ่ยเพ่ยและเซี่ยเหมียวเหมียว เด็กสาวก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย “ท่านแม่ ไม่เอาน่า คืนนี้เราต้องกินผักป่าอีกแล้วหรือ? ของสิ่งนี้รสชาติแย่มาก ซ้ำยังมีกลิ่นแปลก ๆ เรากินมันให้น้อยลงกว่านี้ไม่ได้หรือ?”
“นี่ไม่ใช่ผักป่า แต่เป็ยา” ไป๋เพ่ยเพ่ยคิดว่าเซี่ยเสี่ยวหย่าไม่รู้เื่ของเซี่ยต้ายา นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมนางถึงแข็งกระด้างถึงเพียงนี้ จากนั้นหญิงสาวจึงเอ่ยต่อ
"ต้ายา พี่สาวของเ้าได้รับาเ็ แม่จึงไปเก็บสมุนไพรมาสองสามอย่างเพื่อรักษาอาการาเ็ของนาง"
“เกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยต้ายา? ท่านไปหานางมาแล้วหรือ? แค่ไปเยี่ยมก็พอแล้ว ทำไมต้องหาหยูกยาให้นางด้วย ท่านไม่ใช่หมอเสียหน่อย”
“จริงอยู่ที่แม่ไม่ใช่หมอ แต่ก็มีความรู้อยู่บ้าง พี่สาวต้ายาของเ้าได้รับาเ็สาหัส เราจะมองดูนางทนทุกข์เช่นนั้นย่อมไม่ได้กระมัง? แม่รักษานางด้วยตัวเอง ก็ทำให้เราประหยัดเงินได้ด้วย พี่สาวต้ายาของเ้าอยู่ในบ้าน เ้าอยากไปดูนางหน่อยไหม?”
เซี่ยเสี่ยวหย่าประหลาดใจ “หา! นางอยู่ในบ้านงั้นหรือ? เดี๋ยวก่อนนะท่านแม่ ท่านรับนางกลับมาหรือ?!”
ไป๋เพ่ยเพ่ยพยักหน้ารับ
“คนตระกูลเฉียวล้วนไม่ใช่คน เมื่อเห็นว่าพี่สาวต้ายาของเ้าร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวจากการถูกทุบตี ซ้ำร้ายคนพวกนั้นไม่แม้แต่จะเชิญหมอมาเสียด้วยซ้ำ แม่โกรธนักจึงพานางกลับบ้าน”
“ไม่หรอกน่า ท่านแม่ ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว!”
เซี่ยเสี่ยวหย่าไม่คิดที่จะเข้าไปในบ้านเพื่อเยี่ยมพี่สาวก่อน แต่นางกลับมีสีหน้าไม่พอใจ
“ครอบครัวของเรามีคนมากมายเพียงนี้ เดิมทีก็มีสองคนที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ต้องนอนอยู่บนเตียง ข้าวปลาอาหารก็มีไม่เพียงพออยู่แล้ว ตอนนี้ท่านกลับไปรับตัวกินแล้วไม่ทำอะไรมาอีก แล้วเราจะใช้ชีวิตกันต่อไปอย่างไรเล่า?”
*[1] ปากเป็มีด ใจเป็เต้าหู้ หมายถึง ปากร้ายใจดี