พายุกลับมาบ้านแล้วล้มตัวลงนอนสักพักก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง
“นี่... นี่ นายน่ะ ชอบตุ๊กตาไหม?”พลันพายุก็มองไปเห็นตุ๊กตาหมีที่เปื้อนเืเป็จุดมองมาที่เขาราวกับมันมีชีวิต เสียงของมันแหบเครือ สายตาของมันแดงก่ำ ราวกับเพลิง
พายุพลันสะดุ้งตื่นขึ้น แล้วอุทานออกมาว่า
“เห้อ!! ฝันร้ายอีกแล้ว..สักวันฉันจะหยุดฝันร้ายนี้ลงให้จงได้”
พูดจบเขาก็ข่มเปลือกตาลงเพื่อเข้าสู่นิทราต่อ
เช้าอันสดใส ของวันใหม่ในกรุงเทพมหานครฯเสียงรถวิ่งไปมากันอย่างวุ่นวายเช่นเคยแตรดังจากทุกสารทิศ แต่ก็ช่างเป็ภาพที่ชินตาของผู้คนในเมืองนี้ไปเสียแล้วพายุตื่นขึ้นมาจากเตียงอันแสนนุ่มของเขา เขาตรงไปทำกิจวัตรประจำเของเขาเช่นเคยอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ทำทุกอย่างเหมือนเดิมในยามเช้าตรู่แบบนี้ เมื่อคืนเขานั่งศึกษาตำราที่ได้มาเกี่ยวกับข้อมูลแวมไพร์ทั้งคืน จนสรุปได้ว่าหน่วยปราบปราบแวมไพร์จะแบ่งเป็หน่วยในที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเอกสารและคิดค้นเทคโนโลยีที่ใส่ชุดสีขาวและหน่วยนอกที่ออกไปปราบปรามแวมไพร์ในที่ต่างๆ ใส่ชุดสีดำ พวกหัวหน้าจะมีลายชุดที่แตกต่างไปแต่จะมีสองสีหลัก ๆ เช่นเดียวกัน แวมไพร์มีอยู่มากมายบนโลกแต่ก็ไม่มีข้อมูลเลยว่ามันเกิดมาได้อย่างไร ของที่พวกมันแพ้คือแดดหากโดนแดดก็จะสลายภายใน 1นาที สิ่งที่แพ้อีกอย่างก็คือเงินแท้ไม่ว่าจะรูปแบบไหนแวมไพร์จะมีอาการแพ้เป็อย่างมาก เปรียบเสมือนพิษของงูสำหรับพวกมันแต่เนื่องจากเงินเป็โลหะที่ไม่สามารถคงสภาพแข็งได้เท่าเหล็กร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงต้องใช้เงิน 92.5 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับโลหะอื่นที่มีความแข็งคงรูปได้เพื่อคงสภาพเป็อาวุธ อาวุธของหน่วยปราบปรามแวมไพร์จะมีอยู่ 3อย่างแต่เปิดเผยให้หน่วยในรู้แค่สองอย่าง
1.ดาบหรือของมีคมที่ทำจากเงินเป็อาวุธมักเคลือบสารกันหมองแบบบางที่ดาบเพื่อกันสนิมจากเืแวมไพร์และ
2.ปืนที่บรรจุะุเงินเหลวและปืนบรรจุะุเงินมีแสงยูวีอยู่ภายในอีก 2 แบบ ะุยูวีแบบลูกจะแจกเฉพาะเ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้นเพราะราคาการผลิตแพงกว่าะุเงินธรรมดา ะุยูวีและะเิยูวีแบบฉายแสงจะแจกจ่ายแก่หน่วยทหารต่อต้าน และอย่างสุดท้ายยังไม่เปิดเผยแก่หน่วยในให้รับรู้ หน่วยในจะได้แค่ปืนกับะุเงินเท่านั้นสำหรับหน่วยต่อต้านและป้องกันภายใน ส่วนอย่างอื่นหน่วยนอกจะเป็คนรับไปใช้เพื่อปราบปรามแวมไพร์ แวมไพร์มีพลังในการฟื้นฟูที่ดีแต่จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับพลัง หากสมองหรือหัวใจแวมไพร์ัักับแร่เงินก็จะตายได้ในทันที แวมไพร์ทุกตนมีพลังพิเศษแต่ละตัวไม่เหมือนกันเป็ความสามารถที่เรียกว่า
แวมไพร์มาจ สำหรับพวกแวมไพร์ที่มีระดับสูงพวกมันพัฒนามาจากการดื่มเืคนจำนวนมาก หน่วยนี้เป็องค์กรระดับโลกที่รู้จักกันโดยคนทั่วไป จึงตั้งสำนักงานอยู่ทั่วโลกแต่กลับตั้งสำนักงานใหญ่ที่ไทยด้วยเหตุผลบางประการ และสิ่งที่พายุกำลังหาอยู่คืออะไรกันแน่นะ?
หลังจากพายุทำกิจวัตรและเดินทางเรียบร้อย ชายคิ้วเข้มตากลมผู้นี้ได้เดินทางเข้ามาสำนักงานอีกครั้งด้วยแววตามุ่งมั่น เขาเดินไปรับชุดที่แผนกซักรีดชุดที่ชั้น 1 แล้วรับชุดมาเปลี่ยนในห้องแต่งตัวรวมที่นี่มีตู้ล๊อกเกอร์มากมายตั้งเป็ระเบียบซ้อน ๆ กัน มีห้องน้ำในตัวหลายสิบห้อง พนักงานชายก็เข้ามาเปลี่ยนชุดในนี้กันมากมายโดยที่พายุไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขามองที่ชุดของเขาที่มีหน้าปัดดิจิตอลหมายเลข2206 ของเขา เขายิ้มและแสดงแววตาอันมุ่งมั่นที่มีจุดประสงค์บางอย่าง
“จริง ๆ เราอยากอยู่หน่วยข้อมูล แต่มันดันเปิดรับไปแล้ว” พายุคิดในใจ
ขณะเหม่อลอยก็มีคนวิ่งเข้ามาอย่างตะลึงตะลาน แล้ววิ่งเข้ามาชนพายุอย่างจังแรงกระแทกทำให้พายุต้องถอยหลังไปเล็กน้อย จนกระแทกกับตู้ล๊อคเกอร์เื้ัเขา
ปัง !!!
“ขอโทษครับ... ตอนนี้ผมกำลังรีบถ้าเข้างานสายจะโดนตำหนิเอา”ชายใส่แว่นกล่าว
พายุหันไปมองสบตากับชายผู้นั้น ชายคนนี้มีส่วนสูงน้อยกว่าเขาเล็กน้อยมีแว่นตาที่มีสีดำ หน้ารูปกลมของเขาเผยให้เห็นเหนียงที่คอเล็กน้อยของเขาเขามีรูปร่างอ้วนเล็กน้อย หน้าตาก็ไม่เกลี้ยงเกลา มีสิวขึ้นที่แก้มทั้งสองข้างปากรูปเอิบอิ่ม ดวงตาของเขาตี่เล็กจนแทบไม่เห็นลูกตาฟันของเขาเต็มไปด้วยเหล็กดัดฟัน
แล้วตอบไปว่า
“ไม่เป็อะไรครับผมก็พึ่งมาวันแรกเหมือนกัน ยังไงก็ฝากตัวด้วยครับผม 2206 ครับผม”
ชายแว่นกล่าวกลับทันควันว่า
“ให้ตายเถอะ! นี่นายอยู่หน่วยเดียวกับผมนี่... เราต้องรีบแล้วนะ งานมันเริ่มตอน 7 โมงเช้านะตอนนี้ 6.30 น. แล้วถ้าไม่รีบไปนั่งรอก่อนจะโดนเ้านายว่าเอาได้นะ”
“คุณเอก.... ใช่ไหมครับ” พายุกล่าว
พลันพายุพูดจบสายตารอบ ๆ ห้องก็หันจ้องมองมาที่พายุทุกสายตามองด้วยความใกับคำพูดของเขา
ชายแว่นกล่าวต่อว่า
“นายห้ามพูดชื่อเล่นของคนในหน่วย เวลาอยู่ต่อหน้าหน่วยอื่นนะเขาให้เรียกหมายเลข ของคุณเอกนะคือหมายเลข 2001เป็หัวหน้าเราล่ะ...... หัวหน้าหน่วยจะรหัส01 ทั้งหมด ถึงจะเป็ชื่อที่ตั้งปลอม ๆ ก็ห้ามเรียกมันเป็กฎนะ ห้ามเรียกคุณเอกอีก”
พายุพูดต่อว่า
“เอิ่ม เมื่อกี้คุณเรียก... ชื่อคุณเอกเหมือนกันนะครับ แถมยัง... ตั้งสองครั้งแหนะ”
ชายแว่นหัวเราะและยิ้มบรรยากาศในห้องก็ตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ
“รู้สึกถูกชะตากับชายคนนี้ ซะแล้วสิ” พายุคิดในใจ
หลังจากเปลี่ยนเสื้อและออกมาจากห้องแล้วทั้งคู่ได้เดินออกมาพร้อมกันเพราะว่าอยู่หน่วยเดียวกัน พายุก็ได้คุยเพิ่มความสนิทกับหนุ่มแว่นต่อ
“ผมยังไม่มีชื่อปลอมครับ”
หนุ่มแว่นตอบ “นี่นายคิดว่าทุกคนใช้ชื่อปลอมจริง ๆ เหรอ?”
“หา ว่าไงนะครับ?” พายุตอบกลับด้วยความสงสัย
“ปลอมคือจริงจริงคือปลอมนั่นคือกฎของหน่วยเรา ไม่รู้ว่าหน่วยอื่นเขาทำแบบไหนนะแต่เราเอาไว้หลอกหน่วยอื่น หน่วยอื่น ๆ อาจจะปลอมชื่อจริงก็จริงอยู่แต่หน่วยเราก็ใช้ชื่อเล่นจริงๆ นะ คนนอกไม่มีทางเข้าทำงานที่นี่ได้เพราะมีเครื่องจับเท็จจะตรวจสอบไปถึงระดับจิตสำนึก มันจะไม่ปล่อยให้คนที่คิดไม่ดีหรือเป็คนที่เลวร้ายเข้ามาง่ายๆ หรอกนะ” หนุ่มแว่นกล่าว
“อีกอย่างผมชื่อไทอินไม่ต้องครับกันแล้วล่ะพูดแบบเป็กันเองเถอะนะ เราอยู่หน่วยเดียวกันแล้ว แล้วชื่อนี้คือชื่อจริงที่เป็ชื่อเล่นของผม อย่าแอบเอาออกไปบอกแวมไพร์ข้างนอกล่ะ”
เขาพูดติตลกทิ้งท้าย ไทอินยิ้มแย้มต้อนรับพายุ
“ผมพายุนะครับ 2206 เอิ่ม... ต้องเป็เราพายุยินดีที่ได้รู้จักสินะ”
พลันพายุก็ถามไทอินด้วยความสงสัยว่า
“ที่นี่ไม่มีพนักงานหญิงเหรอครับ? ทั้งที่รับคะแนนภาษาสูงขนาดนั้น แถมล๊อกเกอร์ห้องแต่งตัวยังมีแค่ของผู้ชายอย่างเดียวอีก”
“วันแรกก็ถามหาสาวเลย ไม่ธรรมดาเลย จริง ๆ นายไม่ได้เข้ามาหาแฟนใช่ไหม ฮา ฮา ฮ่า”
ไทอินตบมุก
“ผมถามเพราะสงสัยเฉย ๆ น่ะครับ เพราะผมเคยเห็นข่าวว่าหน่วยล่าแวมไพร์มีผู้หญิงด้วย แต่ถ้าได้ซักคนก็ดีครับ”
พายุยังสงสัยอยู่
“คือพนักงานหญิงก็มีนะในองค์กร แต่น้อยส่วนมากทำหน้าที่สื่อสารกับเอกสารเกี่ยวกับรัฐบาลทั่วโลกไม่อยุ่ที่นี่หรอก จะอยู่ตึกตรงข้ามเรานี่แหละส่วนในนี้ก็ชายล้วนแหละ เค้ากันการเกิดเื่ชู้สาวในที่ทำงานล่ะนะ”
ไทอินยิ้มแย้มตอบ
“ตึกที่มี 3 ชั้นตรงข้ามที่เราอยุ่นั่นเหรอ?” พายุมองไทอินแล้วกล่าว
ไทอินพยักหน้าแล้วพากันขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 7
เมื่อออกจากลิฟต์ ก็พบกับ ชายสวมชุดเครื่องแบบของหน่วยสีขาวขลิบทองแตกต่างจากชุดของพวกเขาทั้งสองยืนอยู่ทางขวามือ หน้าห้องที่มีประตูบานใหญ่สีแดงเหมือนว่ากำลังรออะไรบางอย่างอยู่ใช่แล้วเขาคือคุณเอกที่ใส่ชุดที่มีหมายเลข2201 อยู่นั่นเอง กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด
“พวกนายมาสาย 15 นาที!”
นั้นเป็คำพูดแรกที่ออกจากปากของเขาด้วยเสียงอันดังลั่น สายตาที่ชำเลืองมองด้วยความดุดันทั้งสองใกับท่าทีของคุณเอกเป็อย่างมาก ในสมองของทั้งสองก็คิดว่าจะแก้ตัวให้ตนเองรอดพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไรแล้วไทอินก็พูดไปว่า
“พวกเราขอโทษครับที่มาสาย”
“ไม่เป็ไร ไม่เกิน 30นาทีฉันไม่ลงโทษครั้งนี้แค่เตือน ครั้งหน้าถ้ามาสายขนาดนี้ล่ะก็ไม่ต้องมาก็ได้นะ หรือว่าวันนี้ลาหยุดกันไปเลยก็ได้” นายเอกกล่าว
หลังจากนั้นพายุก็มองนาฬิกาหน้าห้องที่เป็นาฬิกาดิจิตอล บอกเวลาที่6.45
“นี่เราก็ไม่ได้มาสายนี่ในตารางเริ่มงาน7 โมงไม่ใช่เหรอ?” พายุกระซิบถาม
ไทอินมองหน้าเขาเอามือป้องปากยื่นไปที่หูของพายุและตอบว่า
“คือคุณเอกเขาชอบให้มาก่อนเวลาครึ่งชม.น่ะถ้าใครมา 7 โมงก็จะโดนดุเอานะ”
พายุรู้สึกตลกอยู่ในใจกับพฤติกรรมของหัวหน้าหน่วย
“กระซิบกระซาบอะไรกัน? เดี๋ยวก็โดนลงโทษหรอก!”
หลังจากนั้นพายุก็เดินเข้าห้องผ่านหัวหน้าเละเข้าประตูไป พบกับห้องเก็บอุปกรณ์ขนาดใหญ่ข้างในมีเครื่องมือซ่อมทุกอย่าง ั้แ่ประแจคีมหนีบท่อน้ำและสารพัดสิ่งที่เอาไว้ซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ ในตู้เก็บที่เป็ระเบียบเรียบร้อย
มีคอมพิวเตอร์อยู่สี่เครื่องตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะที่กลางห้อง พร้อมสายระโยงรยางค์ที่ต่อไปยังบอร์ดต่าง ๆ กลิ่นของตะกั่วและน้ำมันเครื่องตะหลบอบอวลอยู่ในห้อง ช่างรกหูรกตาเสียจริง ๆ แต่เก็บอุปกรณ์อย่างอื่นไว้เป็ระเบียบเรียบร้อย
“เราอุตส่าห์สอบมา แถมยังไปเรียนอิเล็กทรอนิกส์มาเพิ่ม นี่มันหน่วยจัดการขยะหรือเปล่าเนี่ย” พายุคิดในใจ
“หน่วยเรางบน้อย ต้องซ่อมทุกอย่างหากไปสำคัญจริง ๆ ก็ไม่มีงบมาช่วยเท่าไหร่ล่ะอะไหล่ก็เบิกได้แค่สามเดือนครั้ง แถมยังใช้งานกันหนักมืออีกดีนะมีแผนกอาวุธรับซ่อมอาวุธน่ะ ไม่งั้นเราคงงานเยอะกว่านี้” ไทอินกล่าวเพื่อคลายความสงสัยให้กับน้องใหม่ทันที
เสมือนว่าได้ยินเสียงคิดในใจของเด็กใหม่คนนี้
พลันสายตาของพายุก็พบเจอคนอีกสามคนที่นั่งอยู่ภายในห้อง หมายเลข 2202 2203 2204 2207 นั่งแยกกันแต่ละเก้าอี้ ด้วยท่าทางอันแสนสบายบ้างไขว่ห้างบ้างเอาขาพาดไว้บนโต๊ะทำงาน
หลังจากนั้นหมายเลข 2202 แนะนำตัวว่าเขาชื่อแชมป์ เคยเป็ช่างซ่อมในกรมทหารมาก่อน เป็คนผิวคล้ำ ที่มีใบหน้าเหลี่ยมหน่อย ๆ ในตาสีดำแต่มีเส้นเืในดวงตาอยู่บ้างสูงประมาณ 175 ซม.
หมายเลข 2203 ชื่อเวล เป็ลูกครึ่งไทยอิตาลีมีหน้าตาที่หล่อเหลาใช้ได้มีตาสีฟ้าอ่อนผมสีทองประกายแสง รูปร่างสูงเกือบสองเมตร เคยเป็นายแบบแต่ตกอับเลยมาสมัครหน่วยนี้เพราะเคยเรียนวิศวกรรมเครื่องกลมาก่อนเลยได้รับพิจารณาตัวสูงเกือบ 190 ซม.
หมายเลข 2204 ชื่อเผือก เป็คนไทยสีผิวสีขาวเผือกเลยชื่อว่าเผือก จมูกโด่งแต่ไม่มากพอมีสันจมูกบ้างนิดหน่อยริมฝีปากสีซีด และกลิ่นตัวมีกลิ่นบุหรี่และเหล้าติดอยู่นิด ๆ
หมายเลข 2207 พึ่งเข้ามารอบบ่ายของเมื่อวานเป็คนอิตาลีแท้ ถูกส่งมาช่วยเหลือหน่วยนี้ที่ขาดคนอยู่ที่ไทยหน้าของเขากว้างและใหญ่มีผมสีทองจมูกโด่งสมกับเป็ชาวยุโรปและตัวสูงเกือบ2 เมตร และกล้ามอันมหึมาของเขาดูทรงพลังอย่างมาก
ทุกคนที่นี่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมดเพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานด้วย หลังจากคุยอธิบายหน้าที่กันจบทุกคนก็แยกย้ายไปซ่อมของในแผนกต่างๆ เป็การฝึกงานวันแรกของพายุโดยมีหนุ่มแว่นที่คงจะกลายเป็เพื่อนสนิทของเขาในไม่ช้านั้นเป็ผู้ชี้แนะ ที่นี่มีชั้นใต้ดินด้วยแต่พายุไม่ทราบว่าเหตุใดที่นั่นจึงมีหน่วยคุ้มกันอยู่หนาแน่น เขากับไทอินทำงานด้วยกันพลางหยอกล้อคุยเล่นกันอย่างสนุกสนานในที่แห่งนี้ เมื่อเขาซ่อมแผงวงจรกันเสร็จก็เลยเวลาจนถึงใกล้ค่ำและพระอาทิตย์ก็ตกลงสู้ขอบฟ้า เสมือนดั้งเด็กน้อยที่พ่อแม่ค่อย ๆ โอบลงเพื่อปล่อยสู่เตียงนอน
เมื่ออาทิตย์ลาลับพระจันทร์ก็ได้ตื่นขึ้นมาโบยบินบนท้องฟ้าอย่างช้า ๆ หน่วยซ่อมบำรุงที่อยู่ซ่อมกันจนเลิกงาน ได้รวมตัวมาที่โรงอาหารนั่งคุยนั่งกินที่โรงอาหาร ปรับนิสัยของตนเองเข้าหากันเพื่อร่วมงานกันในวันใหม่ ทั้งหมดนั่งล้อมวงกันโดยส่วนใหญ่ก็ยิ้มแย้ม ในบทสนทานาก็มีเื่ขำขันบ้าง เื่เล่าเกี่ยวกับนิสัยของคนหน่วยอื่น ๆและหน่วยตัวเองบ้าง โดยมีอาหารบนโต๊ะเป็ข้าวเหนียวส้มตำ และอาหารอีสานเผ็ด ๆ ประดับอยู่บนโต๊ะนั้น ตอนนี้ในโรงอาหารคงมีแต่กลุ่มนี้ที่ดังที่สุดเลยแต่ที่กล้าขนาดนี้เพราะว่าคนนั้นเริ่มทยอยกลับกันแล้วเหลือแต่กะงานภาคดึก ซึ่งไม่มีใครลงมาทานอาหารเพราะขึ้นไปทำงานกันหมด
“นี่เวล พรุ่งนี้เราแวะไปหาเคลกันหน่อยดีไหม?”
มาคัสหันหน้าไปถามถามเวลเป็ภาษอิตาลีอย่างฉับพลันหลังท่าทีของเขามองไปหาเวลหลายครั้ง
“เื่ในครอบครัว อย่าพูดในที่ทำงานสิ... เดี๋ยวพวกไทอินไปฟ้องหัวหน้าล่ะแย่เลย”
เวลต่อบทสนทนาด้วยสีหน้าดูเป็กังวลและสายตาทอดลงต่ำ
“ยังไม่กลับกันอีกเหรอพวกนาย?”
“พวกนายก็รู้กฎไม่ใช่เหรอ คือฉันให้เลิกงานตรงเวลา นี่พวกนายรีบกลับได้แล้วงานเลิกั้แ่4 โมง นี่จะ 1 ทุ่มแล้ว ไม่รีบกลับเดี๋ยวก็โดนแวมไพร์สะกดรอยหรอก ถึงอุปกรณ์จะหลอกหน้าตาได้แต่ถ้ามันตั้งใจแกะรอยโดยใช้มนุษย์ด้วยกันล่ะก็….”
เสียงหัวหน้าเอกแทรกเข้ามาเป็เสียงดุอย่างจริงจัง
ตามที่คุณเอกพูดที่แวมไพร์แกะรอยไม่ได้เนื่องจากหากเลิกงานกะกลางวันแล้วรีบกลับ แวมไพร์ก็จะไม่รู้ว่าใครเป็ใครเพราะข้างนอกชุลมุนวุ่นวาย ถึงจะจ้างมนุษย์ด้วยกันมาแกะรอยก็ยากยิ่งแถมยังมีเครื่องปลอมหน้าที่ติดกระดุมไว้ที่ตัวอนุญาตให้เ้าหน้าที่นำกลับได้ สามารถปลอมได้ทั้งหน้าตารูปร่างเสื้อผ้าหลอกคนที่ไม่มีเครื่องปลอมแปลงนี้เหมือนกันให้เห็นเป็อย่างอื่น แต่หากกลับค่ำแวมไพร์ก็จะซ่อนตัวเพื่อสะกดรอยเพื่อทำร้ายได้ รอบศูนย์วิจัยมีเครื่องกระจายรังสียูวีออกไประยะประมาณ 5 กิโลเมตรเป็รัศมีวงกลม อีกทั้งเสาไฟฟ้าที่ติดใหม่เมื่อ 5ปีก่อนมีการเพิ่มรังสียูวีเข้าไปตอนวางผังเมืองใหม่ เป็รังสีสังเคราะห์แบบใหม่ที่ไม่ทำอันตรายต่อคน แต่ด้วยราคาที่แพงจึงติดเฉพาะในตัวเมืองและสถานที่สำคัญเท่านั้น
“เอ่อ... หัวหน้าครับเรากะว่าจะนอนค้างที่นี่คืนนี้ด้วยกันที่ห้องทำงานครับเจอเพื่อนใหม่ทั้งทีขอมาคุยกัน
สนุก ๆ ดีกว่า”
แชมป์กล่าว หลังจากนั้นหัวหน้าเอกก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
“งั้นเหรอ? จริงๆ ก็ไม่อยากให้ค้างเท่าไหร่แต่ถ้าเพื่อความสามัคคีในหน่วย งั้นดูแลตัวเองกัน
ดี ๆ ด้วยล่ะ”
ที่หน้าสำนักงานปราบปรามแวมไพร์ เวลา 1 ทุ่มตรง
“เห้อ เวรกะดึกนี่เงียบเหงาจริงๆ ไม่มีสาว ๆ เดินไปเดินมาให้เจริญหูเจริญตาเลย”การ์ดคนที่ 1 กล่าวด้วยเสียงที่เบื่อหน่ายก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกเฮือกหนึ่ง เขาเอามือจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแล้วพ่นควันพิษนั้นไปในอากาศพร้อม สายตาที่ชายตามองไปรอบ ๆ
“จะดีเหรอสูบในเวลางาน ถ้ามีคนเห็นล่ะแย่แน่” การ์ดคนที่ 2 กล่าว
กลิ่นควันบุหรี่คลุ้งไปทั่วบริเวณ
“นายรู้ไหมคนดูกล้อง ไม่ได้ดูจริง ๆกันหรอกนะ ฉันสูบตลอดแหละเด็กใหม่ถ้าเห็นคนก็แค่รีบทิ้งและดับมันไม่เห็นจะยาก เพราะความที่ว่าปล่อยปะละเลยกันจนเป็นิสัยนี่แหละสบายๆ เถอะอย่าไปเครียด” การ์ดคนที่ 1 ตอบกลับ
ทันใดนั้นไฟก็ดับลงทั้งตึกนั้นราวกับหายไปในความมืด ทั้งสองคนได้แต่ฉงนหันมามองกันด้วยแสงพระจันทร์ยามค่ำคืนว่าไฟดับด้วยเหตุใด
เมื่อบุหรี่หมดมวนก็มีของเหลวกระเด็นเข้าที่หน้าของเขา เขารู้สึกถึงความเย็นะเืเื้ัที่มาพร้อมกลิ่นหอมเหมือนดอกกุหลาบ แม้ค่ำคืนจะมืดเพียงใดก็ยังไม่มืดมิดพอที่จะทำให้คนมองไม่เห็นสิ่งใดๆ เขามองเห็นสีแดงกระเซ็น ที่มาพร้อมกับความน่ากลัวของใบหน้าอันซีดเซียวเมื่อชายหนุ่มร่างสูงที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่คนนี้มองลงไปที่เบื้องล่างก็พบกับศีรษะของเพื่อนร่วมงานกองอยู่แทบเท้า นั่นคือภาพสุดท้ายของเขาก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิทลงไปโดยไร้คำพูดใดๆ ใช่แล้ว
แวมไพร์บุก!!