“ไม่รบกวนหรอกค่ะ ว่าแต่คุณมีธุระอะไรหรือคะ”
“เอ่อ...คือ...คือ...”
ทั้งๆที่มั่นใจว่าตัวเองเตรียมคำพูดดีดีไว้มากพอแล้ว แต่พอได้ยินเสียงของหญิงสาวเข้าจริงๆคำพูดที่เตรียมไว้แล้วก็ไม่รู้บินหายไปไหนหมด เลยทำให้เขาพูดออกไปได้แค่นั้นเอง
อภิรตาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความรู้สึกชิงชังคนทางปลายสายอย่างเหลือคณา บ้าที่สุด ทำไมนายจะต้องเสแสร้งตีท่าทางไว้ใสซื่อขนาดนี้ แต่ยังไงฉันก็ไม่เชื่อหรอกน่ะ ว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของมารร้ายอย่างนายและฉันก็ไม่มีวันตกหลุมพรางของนายอีกเป็คนต่อไปแน่
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เอาไว้คุยกันวันหลังได้ไหม วันนี้ผิงง่วง”
หญิงสาวทำเสียงอู้อี้อย่างไร้เดียงสาใส่เขา เอาสิ ในเมื่อนายอยากจะเล่นบทนี้ ฉันก็จะเล่นกับนาย ดูสิ ว่าใครมันจะแน่กว่าใคร
“ผิงนี่คือ...”
“อ๋อ ชื่อเล่นของอภิรตานะค่ะ”
“คุณผิง แต่ผมยังอยากคุยกับคุณ”
ชายหนุ่มกล้าพูดอย่างนั้นออกไปเมื่อเห็นว่าเธอยอมเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นกับเขานี่แสดงว่าเธอยอมที่จะให้ความเป็กันเองกับเขาแล้วใช่ไหม ซึ่งมันทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้นมาเป็กองทีเดียว
“คุยเื่อะไรค่ะ”
เอาหละสิ ชายหนุ่มจะตอบว่าอย่างไรดีเมื่อถูกเธอถามจี้เอาอย่างนี้ เขาอุตริโทรมาหาเธอกลางดึก หากบอกว่าไม่มีธุระอะไรก็คงไม่เข้าท่าแน่
“เอ่อ เื่ที่คุณคิดจะเปิดกิจการเป็ของตัวเองไงครับ ผมอยากขอทราบรายละเอียดและจะขัดข้องไหมหากว่าผมจะขอร่วมหุ้นด้วย”
“คุณขอร่วมหุ้นกับผิง ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าผิงเป็ใครมาจากไหนและคิดจะเปิดกิจการอะไรอย่างนั้นหรือคะ”
หรือนี่คือแผนจะหลอกเคลมฉันของเสือผู้หญิงอย่างนายหญิงสาวต่อประโยคนั้นในใจ พลันแววตาก็วาววับขึ้นมาในความมืด มาเลยนายตัวร้าย นายกับฉันมาลองกันดูสักตั้ง แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
“คุณผิงไม่ไว้ใจผมงั้นหรือครับ”
“ผิงสิคะที่ควรเป็ฝ่ายถามคุณอย่างนั้น เราพึ่งรู้จักกันไม่นาน คุณไว้ใจผิงแล้วหรือคะ”
“เอ่อ คือ...”
“ผิงว่าผิงให้เวลาคุณคิดให้ดีๆก่อนดีกว่านะคะ”
“แต่วันนี้เราก็คุยเื่อื่นกันต่อได้ใช่ไหมครับ”
ชายหนุ่มรีบกล่าวเมื่อรู้สึกเหมือนเธอจะพยายามจบเื่เพื่อที่จะวางสาย
“พรุ่งนี้คุณไม่ต้องทำงานหรือคะ”
“เอ่อ ก็...ทำครับ”
“งั้นคุณก็ควรจะรีบนอนนะคะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
หญิงสาวกล่าวอย่างนั้นแล้วก็วางสายไปทันที
ทยาวัตร์ถึงกับถอนใจเฮือกออกมาทีเดียวด้วยความรู้สึกเสียดาย แต่เอาเถอะ ยังไงเธอก็ยังไม่ได้ตัดรอนเขาชนิดสิ้นเยื่อไม่เหลือใยเลยซะทีเดียว เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ควรที่จะรีบด่วนสิ้นหวังสิน่ะ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ไผ่ ผิงว่าวันนี้เราออกไปช๊อปปิ้งกันดีไหม”
อภิรตาที่อยากจะดึงพี่สาวออกมาจากการเอาแต่จมจ่อมอยู่ในห้องส่วนตัวบ้าง เอ่ยขึ้นในตอนสายๆของวันหนึ่ง
“ผิงยังคิดว่าไผ่จะมีหน้าออกไปพบเจอผู้คนได้อีกเหรอท้องของไผ่เริ่มจะมองสังเกตเห็นได้แล้วน่ะ”
อมลสิริกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม ร่างผอมบางของเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้หน้าต่างในห้องส่วนตัว สายตาทอดมองออกไปไกลอย่างเหม่อลอย ปวดร้าวและไร้ความหวัง
“ก็ไม่เห็นเป็ไรนี่ คนท้องอื่นๆเขาก็เดินไปไหนมาไหนได้ทั่วเมือง”
“แต่ผิงก็รู้ ว่าอะไรที่ทำให้ไผ่แตกต่างจากพวกคนท้องทั่วไปเ่าั้”