ข้า… คือความงดงาม
และข้ายังเป็หนึ่งในสาวงามแห่งแคว้นผู้มากความสามารถ
พวกท่านคิดว่าข้าหลงตัวเองงั้นหรือ? หึ!ข้าไม่จำเป็ต้องโป้ปดหรอก ขอเพียงแค่โปรยกลีบบุปผาจากหอนอน เหล่าผู้ชายที่มากตัณหาทั้งหลายต่างพากันแก่งแย่งเสียแล้ว ทั้ง ๆที่มันเป็เพียงแค่ของไร้ค่าเสียเท่านั้น ท่านคิดเห็นเช่นข้าหรือไม่
ซึ่งทั้ง ๆที่ข้าเลอค่าเพียงนี้ อีกทั้งรูปร่างอรชรงดงาม บั้นท้ายกลมกลึงหาไร้ที่ติ ใบหน้ารึ!? ก็ราวเทพเซียนเดินดิน น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้งจนแม้แต่จิ้งหรีดยังเขินอาย ความสามารถในงานศิลป์ข้าถือว่าต่ำคณาจารย์ยอดฝีมือเพียงแค่ครึ่งส่วน
แต่แล้วอย่างไรล่ะ?
ในเมื่อข้าเลอเลิศเช่นนี้ แต่ผู้ที่ซื้อตัวข้า กลับเอาแต่ชวนข้าร่ำสุราเป็เพื่อนอยู่ร่ำไป
นี่… ข้าไร้เสน่ห์ยั่วยวนถึงเพียงนี้เลยหรือ
แล้วเช่นนั้นอาชีพนางคณิกาของข้ามันจะไปมีประโยชน์อย่างไร ในเมื่อข้าอาศัยอยู่ในหอนางโลม ข้ามีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องทำ คือการบำเรอเหล่าลูกค้าทั้งหลายให้สุขล้นจนราวกับขึ้น์ แต่ข้ากลับถูกสั่งให้ดื่มสุราเพียงเท่านั้น ท่านคิดว่าความมั่นใจของข้าไม่แหลกละเอียดงั้นรึ?
“ช่างน่าสมเพชเสียจริง” ข้าพึมพำพลางแต่งแต้มสีชาดบนริมฝีปากอวบอิ่ม ข้ามีนามว่า เฟยเหม่ยหลิน เป็นางคณิกาอันดับหนึ่งแห่งหอนางโลม ‘มากสาวงาม’ และกว่าข้าจะได้ตำแหน่งนี้มา ใช่ว่าเป็เื่ง่ายดาย
“แม่นางเฟย” เสียงเล็ก ๆดังขึ้นจากทางหน้าประตูห้องนอน ข้าไม่เอ่ยอันใดออกไป แต่นางรู้ว่าควรเข้ามาเพื่อช่วยข้าแต่งแต้มสีสันบนเรือนร่างสุดยั่วยวนนี่
เด็กรับใช้เปิดประตูเสียกว้าง จนเสียงความวุ่นวายดังขึ้นมาถึงชั้นหอนอน ข้าเพียงแค่ปรายตามองนางผ่านทางคันฉ่อง เห็นเด็กรับใช้ก้าวเข้ามาพร้อมถาดใส่ของขวัญมีค่ามากมาย ข้ารับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับนาง
“อาหลันเ้าก็รู้ว่าข้าไม่รับของขวัญ” ข้าเอ่ยกับนางที่เดินเข้ามาอย่างเหนียมอาย นางอ่อนแอเกินกว่ามาทำงานที่นี่ แต่นางก็เป็เด็กดีมากพอที่ทำให้ข้ารับนางมาอยู่ด้วย
“ข้าคิดว่าของงดงามเหล่านี้ช่างเหมาะกับท่านนัก ข้าเลยบังอาจฝ่าฝืนคำสั่งของท่าน” นางหลุบตามองต่ำ ซ่อนแววตาที่สั่นไหว และร่องรอยาแบนใบหน้าหวาน
“อาหลันเ้ามาช่วยข้าเลือกเครื่องประดับหน่อยซิ” ข้าเอียงคอไปทางนาง มองอาหลันที่พยักหน้าเบา ๆแล้ววางถาดในมือลง ข้ารู้ว่านางไม่ปริปากหรอก แต่ข้ารู้ว่าผู้ใดเป็คนทำร้ายนาง
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เมื่อข้าย่างกรายลงจากชั้นบนหอนอน เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ทั้งหลายะโโหวกเหวกโวยวายเมื่อข้าลงไปทีละชั้น เหล่าบรรดาลูกค้าไม่ว่ากิตติมศักดิ์หรือเพียงธรรมดาสามัญ พวกเขาต่างส่งเสียงเกี้ยวพาราสีข้า
ข้าแค่ปรายตามองพวกเขา ผู้คนทั้งหลายต่างยอมละทิ้งความสุขสำราญเพื่อโปรยตั๋วเงินทั่วสารทิศ ข้ามักปรากฏตัวโดยมีเงินทองรองรับเสมอ เพราะเช่นนี้แลข้าถึงได้เป็อันดับหนึ่งแห่งหอนางโลม
“แม่นางเฟย” อาหลันเอ่ยเสียงสั่น เมื่อข้าใกล้ถึงเป้าหมายไปทุกย่างก้าว “ข้าไม่เป็อะไรจริง ๆแม่นางเฟย โดนตบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านอย่าไปเสวนากับพวกเขาเลย”
“ได้อย่างไร” ข้าเอ่ยเสียงหวาน กรีดนิ้วไปตามพุ่มดอกราตรีสีแดงฉาน เฉกเช่นเดียวกับสีชุดข้า “ตบหน้าเ้าก็เหมือนตบหน้าข้า”
“แม่นาง” อาหลันดึงชายแขนเสื้อข้าให้หันไปสบตากับนาง
ส่วนข้าเพียงแค่มองฝ่ามือน้อย ๆที่กว่าจะประทินให้มันเนียนนุ่มได้ ต้องหมดของบำรุงไปมากมาย ข้าเอ็นดูนางเพียงนี้ แต่คนพวกนั้นกลับกระทำการต่ำช้า โอ้อวดความยิ่งใหญ่ของตนเอง พวกนั้นคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าภายใต้หอนางโลมมากสาวงาม คือสถานที่ที่ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่ากัน
“เ้าอยากให้ข้าทำเช่นไรอาหลันน้อย” ข้าเอ่ยเสียงหวาน หันไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวที่ตัวเริ่มสั่นเทา
“ข้าอยากให้ท่านไม่ต้องสนใจแล้วปล่อยผ่านไป ข้าไม่อยากให้เื่ราวใหญ่โต ข้ากลัว... ข้ากลัวว่าเถ้าแก่เนี้ยจะไล่ข้าไปจากท่าน”
“หึ!” ข้าแค่นหัวเราะเบา ๆ พลางหันกลับไปมองยังตัวต้นเหตุที่ส่งเสียงดังมากกว่าใคร “เ้าดูหมูตอนตัวนั้นสิ เหมาะแก่การฆ่าไก่ขู่ลิง [1] เสียจริง”
“แม่นาง!” อาหลันหวีดร้อง ไม่ทันที่นางเอ่ยปากห้ามได้อีก ข้าพุ่งตรงไปยังเ้าหมูตรงนั้น มองอีกฝ่ายั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“แม่นางเฟยผู้งดงาม วันนี้เ้าถูกใจของขวัญของข้า จนยอมมาให้ข้าได้เชยชมแล้วหรือ” หมูตอนเอ่ย พลางเขยิบเข้ามาใกล้เมื่อเกิดเสียงยุยง
ข้าระบายยิ้มอ่อนหวาน วางปลายนิ้วลงบนใบหน้ามันลื่นของอีกฝ่าย เ้าตัวยกยิ้มพึงพอใจ ไม่ทันกอบกุมมือข้าไว้ ข้าก็ออกแรงตบหน้าอีกฝ่ายเสียแล้ว
“เ้า!” เ้าหมูตอนที่ล้มลงไปกองกับพื้นชี้นิ้วมายังข้า ถึงกระนั้นข้าหาได้เกรงกลัวไม่
เสียงดนตรีแห่งความครื้นเครงดับลง ทุกสายตาจับจ้องมายังพวกเรา จับจ้องมายังข้าที่เช็ดฝ่ามือกับม่านโปร่งสีขาว ก่อนที่ข้าจะจัดปิ่นปักผมหยกหิมะให้เข้าที่ แล้วกวาดสายตามองทั่วบริเวณ
“ใครบังอาจทำร้ายคนของข้าอีก! อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!” ข้าตวาดก้อง ทั่วบริเวณส่งเสียงอื้ออึง
แน่นอนว่าข้านั้นเป็เพียงนางคณิกา แต่อย่างที่รู้ว่าข้ามีลูกค้าผู้หนึ่ง ผู้ถูกใจข้าจนซื้อตัวไว้ตลอดทั้งปี คนเหล่านี้ไม่ได้กำลังเกรงกลัวข้า แต่เกรงกลัวผู้ที่ลุ่มหลงในตัวข้าต่างหากเล่า ถึงแม้ว่าชายคนนั้นไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวข้าเลยแม้แต่น้อย
“เฟยเหม่ยหลิน!” ไม่ทันที่ลูกค้ากลับไปสำราญอย่างจำยอม เสียงหวีดแหลมสายหนึ่งดังขึ้นห่างไปไม่กี่จั้ง ข้ารู้อยู่แล้วว่านางจะต้องปรากฏตัว
“จินเฟยหนอจินเฟย เ้ามาจุ้นจ้านไม่เข้าเื่เสียได้” ข้าหันไปมองยังที่มาของเสียง มองหญิงสาวผู้แต่งหน้าแต่งตาจัดจ้านเสียยิ่งกว่านางคณิกาทั้งหมดรวมกัน หรือสีชุดฉูดฉาดจนแม้แต่ดอกไม้ยังหมอง ถึงกระนั้นนางยังงดงามน้อยกว่าข้าหลายส่วนนัก
“เหม่ยหลินเ้าคงไม่ลืมใช่หรือไม่ ว่าข้าคือเ้านายของเ้า อย่าคิดว่าแค่คนผู้นั้นถูกอกถูกใจเ้าแล้ว เ้าจะสามารถวางตัวใหญ่โตได้นะ” จินเฟยแสยะยิ้ม นางหยิบแส้หางกระเบนมาถือไว้แล้วฟาดลงบนพื้น
“เ้าคงไม่อยากทำให้คนผู้นั้นโกรธหรอกกระมัง” ข้าระบายยิ้มหวาน เดินนวยนายเข้าใกล้นาง แล้วพ่นลมหายใจรดผิวที่โผล่พ้นขอบเสื้อ
“เ้านี่มันสมเป็นางคณิกาจริง ๆ” จินเฟยเอ่ย นางดึงข้อมือข้าไปกุมเสียแน่น พร้อมทั้งออกแรงจิกปลายเล็บผ่านชายแขนเสื้อ “ร้องสิเหม่ยหลิน เ้าคิดว่าตอนนี้จะมีผู้ใดมาช่วยเ้า”
“หึ” ข้าแสยะยิ้มมุมปากบาง ๆ “แค่เพราะมารดาเ้าคือผู้มีพระคุณของข้า ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าต้องทนเ้า”
“ปากดียิ่งนัก!” จินเฟยตะเบ็งเสียงดังลั่น นางออกแรงผลักข้าจนเกือบล้มลง
อาจเพราะข้าเป็ผู้มีดวงก็ได้ ผู้มารับตัวข้าไว้ ไม่ใช่ทั้งอาหลันหรือใครอื่น แต่เป็ผู้ที่สร้างความหวั่นวิตกในความสามารถของข้า เขาผู้มีเส้นผมสีดำขลับ เฉกเช่นเดียวกันกับสีั์ตาคมกริบ หรือสีชุดเข้มที่ส่งให้เขาดูน่าเกรงขามมากกว่าใครอยู่หลายส่วน
“ไฉต๋าตง” ข้าพึมพำชื่อของชายผู้นั้น ผู้ที่มองเข้ามาในดวงตาสุกสว่างของข้า ผู้ที่ไม่ได้อยากเรือนร่างนี้
เขาเงยหน้าขึ้นมองจินเฟย พลางชำเลืองมองเ้าหมูตอนที่ยืนกุมหน้าตัวเองนิ่ง ๆพยายามทำตัวลีบไม่ให้ผู้ใดสังเกตเห็น
“ข้าเคยบอกแล้วใช่หรือไม่ ว่าเหม่ยหลินคือคนของข้า พวกเ้าลืมไปแล้วหรอกหรือ!” ไฉต๋าตงตวาดก้อง ยิ่งสร้างความน่าหวาดหวั่นต่อผู้คนในบริเวณนี้มากกว่าเสียอีก
เมื่อใดที่เขาปรากฏกาย แม้แต่มดสักตัวยังไม่กล้าออกจากรัง แล้วจินเฟยที่กล้าทำร้ายข้าตรง ๆ มีหรือว่านางจะไม่หวั่นเกรง
ข้าสะใจยิ่งนัก
[1] 杀鸡吓猴 ซาจีเซี่ยโหว ฆ่าไก่ขู่ลิง : ทำโทษคนหนึ่งให้อีกคนหนึ่งหรือคนอื่น ๆ กลัวจะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่าง