ตอนที่ 20 : กรงเล็บั
“ เสี่ยวหยางนี่คือวรยุทธ์ที่ข้าจะสอนเ้า ! ” เถาเถามองไปที่หยางเฉินแล้วกำมือ
หยางเฉินมองไปที่เถาเถา “เ้าคิดจะปั่นหัวข้ารึ ? ข้าฝึกวรยุทธ์นี่ได้งั้นรึ ? ” เขาไม่ได้ลืมคำพูดของเถาเถาที่ว่าวรยุทธ์บางอย่างนั้นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อปลดปล่อยพลังปราณออกจากตัวได้
“ วรยุทธ์นี่พิเศษมันคือวรยุทธ์ที่พิเศษอย่างหนึ่ง พลังของมันน่าทึ่งอย่างมาก ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของมันคือไม่ว่าจะอยู่ขอบเขตใด ก็สามารถบ่มเพาะมันได้ ” เถาเถาพูดขึ้น “ วรยุทธ์นี้ชื่อว่ากรงเล็บันายของข้าเสียเงินไปเยอะกว่าจะได้มันมา ”
“ เ้าจะบอกว่าข้าบ่มเพาะวรยุทธ์นี้ได้งั้นรึ ?” หยางเฉินกลืนน้ำลายและพยายามกดความตื่นเต้นในใจเอาไว้
“ เมื่อเ้าบ่มเพาะวรยุทธ์นี้ได้ดีเท่าไหร่เมื่อความแข็งแกร่งของเ้าเพิ่มขึ้น พลังของมันก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย ” เถาเถาพึมพำออกมา “ หากเ้าอยากแสดงพลังของวรยุทธ์นี้ออกมาเต็มที่อย่างน้อยเ้าก็ต้องขึ้นไปถึงขอบเขตจักรพรรดิให้ได้ ”
“ งั้นหากจะบอกว่า เมื่อข้าอยากใช้พลังของกรงเล็บัได้อย่างเต็มที่ งั้นอย่างน้อยข้าก็ต้องขึ้นไปถึงขอบเขตจักรพรรดิให้ได้ก่อนใช่หรือไม่ ? ” หยางเฉินยิ้มออกมา “ ตอนนี้ข้าอยู่แค่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 3 ข้าไม่รู้เลยว่าข้าจะใช้พลังออกมาได้กี่ส่วนกัน? ”
“ กี่ส่วนรึ? ” เถาเถามองไปที่หยางเฉิน “ ว่ากันว่า แม้แต่วรยุทธ์ขั้นต้น เมื่ออยู่ในมือยอดฝีมือแล้วมันก็สามารถแสดงพลังที่น่าหวาดกลัวออกมาได้ มันเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของผู้ใช้”
“ เถาเถาเอาตำราวรยุทธ์ออกมาเลย !” หยางเฉินแทบอดใจรอไม่ไหว เขายื่นมือออกไปด้วยสีหน้าคาดหวัง
เถาเถาส่ายหน้าและพูดขึ้น“ อย่าเพิ่งรีบร้อนเ้าต้องทำอย่างหนึ่งก่อนที่จะฝึกฝนกรงเล็บั”
“ อะไรกัน? ” หยางเฉินมองไปที่เถาเถาด้วยแววตาผิดหวัง
“ หากเ้าคิดจะบ่มเพาะกรงเล็บัเ้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนิ้วของตัวเองก่อน หากกล้ามเนื้อและกระดูกของนิ้วเ้าไม่ผ่านข้อกำหนดที่ตั้งเอาไว้เมื่อเ้าใช้วรยุทธ์นี้ นิ้วของเ้าจะแตกเป็เสี่ยงๆ ” เถาเถาพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
หยางเฉินอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆมันไม่เกินไปหน่อยรึ ?ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งรู้ถึงความยากของการฝึกวรยุทธ์ระดับสูงยิ่งมีประโยชน์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอันตรายเท่านั้น หากคิดจะฝึกฝนมันให้สำเร็จ งั้นก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน
“ จากวันนี้ไป เ้าต้องโคจรปราณเข้าไปในมือแล้วใช้มือโจมตีเข้าใส่หินจนกว่าข้าจะคิดว่าผ่านเกณฑ์” เมื่อได้ยินคำพูดของเถาเถา หยางเฉินก็พูดอะไรไม่ออกนี่เป็การเอาคืนชัดๆ ! เดาว่าเถาเถาคงไม่ชอบขี้หน้าเขาและพยายามที่จะทรมานเขาไม่คิดเลยว่าเด็กที่ดูไร้พิษภัยกลับใจร้ายเช่นนี้ !
แม้ว่าในใจของหยางเฉินจะด่าทอเถาเถาอยู่แต่หยางเฉินก็ยังโจมตีหินตามที่เถาเถาบอก หลังจากที่โคจรปราณไปที่มือแล้ว ผิวของเขาก็แข็งขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นนิ้วของเขาก็ยังชุ่มไปด้วยเืเพราะการฟาดหินอยู่ดี
เถาเถาเหมือนจะใจดีเขาได้ออกไปหายาที่ด้านนอกถ้ำ เมื่อนิ้วของหยางเฉินาเ็ เขาก็ได้ทำการรักษาให้ แล้วสั่งออกมา “ ทำต่อ ! ”
หยางเฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฟาดหินต่อไปตามที่เถาเถาบอก เขาอดทนอย่างมาก สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ในตอนที่ฟาดมือใส่หินเถาเถาก็อดไม่ได้ที่จะทึ่งในใจ แม้ว่าพร์จะสำคัญ แต่ความพยายามของคนทั่วไป วันแล้ววันเล่าก็สามารถทดแทนพร์ได้หลังจากที่ทรมานมือมากว่า 3 วัน สุดท้ายเถาเถาก็ได้สั่งให้หยุด ในที่สุดหยางเฉินก็ไม่ต้องทรมานตัวเองอีกต่อไป
“ เสี่ยวหยางเ้าดูวรยุทธ์กรงเล็บันี่ให้ดีๆ ! ” ตอนที่พูดอยู่นั้นเถาเถาก็ได้โยนตำราออกมา
หยางเฉินรับมันไว้แล้วคลี่ตำราออกแล้วอ่านมัน“ทักษะระดับล่าง...กรงเล็บั ทักษะที่ใช้เพื่อจับั ทุกครั้งที่ใช้กรงเล็บัต้องโคจรปราณ1 ใน 10 ในตัวไปยังมือ หากไม่มีกระดูกที่แข็งแกร่ง งั้นฝ่ามืออาจจะแหลกสลายไปทันที” เถาเถาอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ
“ มันมีน้ำตกที่ด้านนอกถ้ำ เ้าไปที่ด้านล่างของน้ำตกแล้วบ่มเพาะมัน เมื่อเ้าฉีกสายน้ำด้วยกรงเล็บนี้ได้งั้นก็ถือว่าเ้าก้าวหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ” เถาเถาบินออกไปที่นอกถ้ำโดยมีหยางเฉินตามมาติดๆ
ที่หน้าผาไม่ไกลจากถ้ำนัก มันมีน้ำตกที่ไหลลงมายาวกว่าพันฟุต มันราวกับัสีเงินที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าจนเกิดบ่อน้ำที่ด้านล่างหน้าผาก น้ำด้านล่างรวมตัวกันเป็สายน้ำไหลเข้าไปในป่า มันมีหินที่ยื่นออกมาจากบ่อน้ำนั้นหยางเฉินขึ้นไปเหยียบบนแผ่นหินและมองดูน้ำตกตรงหน้า ในหูของเขามีแต่เสียงดังก้องจากน้ำที่ตกลงมาจนเขาต้องหูอื้อ
“ เสี่ยวหยาง ตอนที่บ่มเพาะกรงเล็บั เ้าต้องโคจรปราณ 1 ใน 10 เข้าไปในนิ้ว มันเป็ส่วนที่อันตรายที่สุดดังนั้นเ้าต้องค่อยๆโคจรปราณ 1ใน 1,000 เข้าไปก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อที่เ้าจะได้ไม่ทำให้นิ้วของตัวเองะเิ” เถาเถาชี้แนะด้วยสีหน้าจริงจัง
หยางเฉินพยักหน้าเขาคิดถึงเส้นเืตามในตำราก่อนจะโคจรปราณจากตันเถียนไหลไปตามนิ้วทั้งสาม ในมือขวานิ้วของเขารู้สึกปวดขึ้นมาราวกับกำลังโดนไฟเผาอยู่
‘ พระเ้าทำไมข้าถึงรู้สึกว่านิ้วของข้าจะแตกตอนไหนก็ได้? ’ เมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บที่นิ้ว หยางเฉินก็ต้องกัดฟันแน่นพร้อมกับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก
“ เสี่ยวหยางครั้งแรกก็เป็เช่นนี้เ้ากำลังรู้สึกเจ็บใช่รึไม่ ? ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเถาเถาปากของหยางเฉินก็กระตุกไปตาม เขาสบถด่าในใจ ‘ ข้าไม่ใช่ผู้หญิง ครั้งแรกจะมาเจ็บอะไรกัน?’
หลังจากที่ด่าเสร็จสุดท้ายหยางเฉินก็รู้สึกว่าความเจ็บที่นิ้วนั้นหายไป เขามองไปที่น้ำตกตรงหน้าก่อนจะใช้นิ้วทั้งสามเป็กรงเล็บและฟันเข้าใส่น้ำตก!น้ำตกอัดลงที่มือของเขา แขนของเขาราวกับจะหักมันเ็ปอย่างมาก
“ เสี่ยวหยางเ้าโจมตีช้าไปเมื่อโคจรปราณเข้าไปในนิ้วแล้ว เ้าต้องโจมตีทันที ” เถาเถาที่นั่งอยู่บนพู่กันมองไปที่หยางเฉินแล้วชี้แนะออกมา
หยางเฉินนึกถึงการใช้กรงเล็บของเถาเถาในถ้ำเมื่อตะกี้ในเวลาเดียวกันก็โคจรปราณเข้าไปในนิ้ว ตอนที่ปราณโคจรเข้าไปในนิ้วเขาก็ได้โจมตีออกไปรวดเร็วดั่งสายลม
ปัง ! น้ำตกนั้นราวกับกำแพง แม้ว่าความแข็งแกร่งในมือของหยางเฉินจะสูงแต่มือของเขาก็ต้องถูกผลักออกมา แต่หยางเฉินไม่ได้สลด เขากลับยิ้มออกมาด้วยซ้ำ เพราะเขาสามารถโคจรปราณเข้าไปในนิ้วได้แล้วเขาได้ทำการโคจรปราณไปที่นิ้วอีกครั้งแล้วใช้กรงเล็บัออกมา แต่ครั้งนี้เขากะเวลาผิดดังนั้นมันจึงล้มเหลว ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฝึกฝนต่อไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยล้า
เมื่อเห็นท่าทีของหยางเฉินเถาเถาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ‘ เป็คนที่บ้าดีจริงๆ! ’
หยางเฉินถึงกับลืมเวลากินเวลานอนไปกับการบ่มเพาะ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าผ่านไป 2 วันแล้วสุดท้ายเขาก็สามารถโคจรปราณเข้าไปในนิ้ว 1 ใน 10 ได้ แต่เขายังไม่มีโอกาสที่จะโจมตีหลังจากที่โคจรปราณเข้าไปเพราะการกระจังหวะนี้มีแต่ต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง ร่างกายของแต่ละคนนั้นต่างกัน ปริมาณปราณเองก็ต่างกันด้วยเถาเถาไม่อาจจะช่วยหยางเฉินได้ทุกอย่าง ดังนั้นหยางเฉินต้องพึ่งตัวเอง หยางเฉินจำไม่ได้ว่าเขาทดลองไปกี่ครั้งแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจจะฟันน้ำที่ตกให้แยกออกจากกันได้
“ ฟรืด... ” ไม่รู้ว่าตอนไหนแต่สีหน้าของหยางเฉินกลับเปลี่ยนไป น้ำที่ด้านล่างกลับกระจายออกพร้อมกับมีบางอย่างที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ หือ ! ” หยางเฉินรีบใช้ก้าววายุอสนีเพื่อที่จะหลบความเร็วของเขานั้นเร็วอย่างมาก เขาะโจากหินที่อยู่ใต้เท้าไปยังหินที่อยู่ไกลออกไปเพื่อหลบน้ำที่พุ่งเข้ามา
แต่มันสายเกินไป !
น้ำที่พุ่งลงมากระทบกับผิวน้ำแล้วพันรอบขาขวาของเขาเอาไว้ก่อนจะลากเขาลงไปในน้ำ เถาเถาถึงกับมาช่วยหยางเฉินไม่ทัน ! หยางเฉินโดนดึงลงไปในน้ำเขาเบิกตากว้างแล้วมองไปยังสิ่งที่ลากเขาลงไป มันกลับเป็งูที่ตัวยาวกว่า 5 เมตร ร่างของงูนั้นหนาๆพอๆกับขาของคนได้ตัวของมันเป็สีดำสนิท
“ งูทมิฬขอบเขตกำลังภายใน! ” หยางเฉินเคยเห็นสัตว์อสูรแบบนี้ในตำรามาก่อนเขารู้ความแข็งแกร่งของมันดี โชคดีที่สัตว์อสูรตัวนี้อยู่แค่ขอบเขตกำลังภายใน หากเป็ขอบเขตที่สูงกว่านี้ไม่ต้องเดาเลยว่าหยางเฉินต้องตายแน่ๆ
งูอ้าปากออกและพุ่งเข้าหาหยางเฉินทันที หยางเฉินไม่ลังเลที่จะดึงมือขวากลับมา แล้วใช้นิ้วทั้งสามสะบัดเข้าใส่งูทันทีนิ้วทั้งสามของหยางเฉินส่องแสงสีทองออกมา เขาไม่อาจจะปล่อยปราณออกมาได้ แต่นิ้วของเขาอัดแน่นไปด้วยปราณดังนั้นมันจึงทำให้มือของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก พลังของกรงเล็บนี้น่าทึ่ง เพราะไม่ว่ากรงเล็บจะผ่านไปที่ใดก็ทำให้น้ำที่นั่นระเหยออกไป
งูรู้สึกได้ถึงอันตรายมันจึงคิดจะหลบ แต่การโจมตีของหยางเฉินนั้นรวดเร็วเกินไป กรงเล็บได้พุ่งเข้ามาที่หัวของมันอย่างรวดเร็วฉัวะ! เืกระจายไปทั่ว เนื้อและเืของงูกระเด็นลงในน้ำหัวของมันถึงกับะเิออกทันที !
หยางเฉินหน้าซีดเขาจับร่างงูตัวนี้และว่ายกลับขึ้นมาที่ผิวน้ำ แต่เขาไม่รู้เลยว่าในน้ำนั้นมีพู่กันเตรียมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อตราบใดที่เขาไม่อาจจะฆ่างูตัวนี้ได้ เถาเถาก็จะควบคุมพู่กันเพื่อจัดการกับงูนี่ทันที
‘เฮ้อฆ่างูตัวเล็กๆยังลำบากขนาดนี้ โชคดีที่ข้าไม่ได้จับสัตว์อสูรขอบเขตกำลังภายในขั้นสูงสุดมาเพื่อกระตุ้นเขา ไม่งั้นแล้วไม่ใช่พร์ของเขาที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นเท่านั้นแต่เขาอาจจะตายไปเลยก็ได้ ดูเหมือนว่าเขาต้องรีบพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง ให้ร็วกว่านี้เสียแล้วเขายังอ่อนแออยู่’ พู่กันพุ่งกลับขึ้นมาที่ผิวน้ำ เสียงของเถาเถาจึงดังก้องขึ้นมา
เป็ธรรมดาที่หยางเฉินจะไม่รู้ว่าเป็เถาเถาได้จับงูนี่มาเพื่อทดสอบเขาเพราะหากเขารู้เขาอาจจะมีเื่กับเถาเถาไปแล้วก็ได้
หยางเฉินจับศพงูว่ายกลับไปที่ฝั่งแล้วทรุดไปกับพื้น เขาหอบหายใจอยู่สักพัก
เมื่อมองไปที่ศพงูเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ต้องขอบคุณมันจริงๆ ไม่งั้นแล้วข้าคงไม่อาจจะใช้กรงเล็บัออกมาได้สำเร็จแบบนี้”
สักพักพู่กันก็บินเข้ามา เถาเถามุดออกมาจากพู่กัน เมื่อเห็นเถาเถา หยางเฉินก็ลูบจมูกแล้วยิ้มออกมา“เถาเถาเ้าคงไม่เห็นฝีมือของข้าเมื่อตะกี้สินะ ข้าใช้กรงเล็บัออกมาได้แล้ว”
“ ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะใช้ได้รึ? อย่าเพิ่งรีบดีใจไป หากเ้าอยากแสดงพลังของมันออกมาความแข็งแกร่งของเ้าตอนนี้ยังไม่เพียงพอ” เถาเถาเรียกสติหยางเฉิน
หยางเฉินยักไหล่ เขาไม่ได้สนใจคำพูดเถาเถาแม้แต่น้อย เขาหันกลับไปมองที่งูแล้วยิ้มออกมา“ คืนนี้เรามีอะไรกินแล้ว ”
ตกดึกหยางเฉินได้กลับเข้าไปในถ้ำพร้อมกับทำงูย่างกลิ่นหอมได้ลอยคลุ้งไปทั่ว น้ำมันในเนื้องูหยดลงไปในเปลวไฟส่งเสียงซู่ซ่าออกมา หยางเฉินดื่มด่ำไปกับการกินเนื้องูและคาดหวังกับการมาถึงของวันต่อไป