02
ลานมงคล
“พ่อขอให้รายการนั้นเป็รายการสุดท้ายได้ไหมลูก”
เมธัสมองสบตากับลูกครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาคาดเข็มขัดนิรภัยอีกครั้งแล้วสตาร์ทรถพาพวกเขาทั้งสองคนกลับไปพักผ่อนที่บ้าน
“พ่อ…” มอนเน่มองผู้เป็พ่ออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาแม้แต่น้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายเมื่อครู่ก็แห้งเหือดไปโดยไม่รู้ตัว
“พ่อรู้ว่าลูกอยากเป็ไอดอลและเห็นมาตลอดว่าลูกทุ่มเทให้กับมันมากแค่ไหนแต่พ่อก็ไม่รู้ว่าจะอยู่สนับสนุนลูกไปได้อีกเท่าไร” เมธัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
บวกกับ่เวลาที่ผ่านมาผู้เป็พ่อมักจะเห็นแต่ใบหน้าเคล้าน้ำตาของลูกสาวมาโดยตลอด ความหวาดกลัวว่าตนเองจะด่วนจากไปก่อนที่จะได้เห็นลูกมีชีวิตที่มั่นคงจึงยิ่งทวีความเครียดจนทำให้เขาแทบจะเป็โรควิตกกังวล
หลายครั้งที่อยากดึงลูกมากอดแล้วขอให้หยุดวิ่งไล่ตามความฝันหยุดเลือกเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามนี้เสียทีแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวสายตาที่ผิดหวังของลูกจะเบนมาที่เขาแทน
“พ่อป่วยเหรอคะ!”เด็กสาวคิดไปถึงเื่ที่ร้ายแรงที่สุด
“เปล่าหรอกลูก พ่อยังสบายดี ถึงตรวจสุขภาพประจำปีรอบนี้ความดันจะสูงไปสักหน่อยแต่น้ำตาลในเื ตับ กับไตก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ”
“อ้าว แล้วทำไมถึง…”
“พ่อพูดแบบนั้นเพราะรู้ว่าอนาคตไม่มีอะไรแน่นอนพ่อรู้ว่าลูกยังสู้ไหวยังมีไฟจะไปต่อ แต่ถ้าครั้งต่อไปก็ยังไม่สามารถเดบิวต์ได้อีกล่ะ อนาคตของลูกต่อจากนี้จะเป็ยังไง? ให้เป็ศิลปินเดี่ยวลูกก็ไม่เอาให้เซ็นสัญญาเป็เด็กฝึกในค่ายรอเดบิวต์ลูกก็ปฏิเสธลูกของพ่อต้องแข่งขันอีกเท่าไรถึงจะได้เป็ศิลปินอย่างที่ฝัน แล้วต้องใช้เวลาอีกเท่าไรลูกถึงจะมีชื่อเสียงมากพอให้เลี้ยงดูตัวเองได้แล้วถ้าก่อนที่วันนั้นจะมาถึง พ่อไม่สามารถอยู่สนับสนุนให้ลูกไปจนสุดทางได้พ่อจะตายตาหลับได้ยังไงถ้าเห็นว่าลูก…” ยังไม่มีอะไรเป็ชิ้นเป็อันแบบนี้
เมธัสไม่กล้าพูดประโยคสุดท้ายออกมาเพราะเกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจลูกสาวแต่มอนเน่ย่อมเดาได้ว่าผู้เป็พ่อ้าจะสื่ออะไร
ตลอดหลายปีที่มอนเน่โลดแล่นอยู่ในวังวนการแข่งขันไอดอลเซอร์ไววัลเธอได้สร้างชื่อเสียงให้ตนเองไว้ไม่น้อย มีหลายค่ายที่สนใจอยากได้เธอไปเซ็นสัญญาเป็เด็กฝึกบางแห่งก็ยื่นข้อเสนอให้เธอเข้าร่วมเป็เกิร์ลกรุ๊ปที่มีแผนจะเดบิวต์แต่ไม่ว่าใครจะเสนออะไรมา เธอก็ปฏิเสธมันทั้งหมด
“...” เด็กสาวก้มหน้ายอมรับ
มันคือทิฐิที่เธอปล่อยวางไม่ลงเพราะมัวแต่ยึดติดว่าจะต้องเดบิวต์เป็ไอดอลจากรายการแข่งขันเท่านั้นเธออยากเอาชนะคนนับร้อยเพื่อขึ้นไปเป็ที่หนึ่งดังนั้นทุกครั้งที่มีคนยื่นข้อเสนอให้เธอ ‘รอ’ สิ่งที่บริษัทเ่าั้ได้รับกลับไปจึงมีแต่คำปฏิเสธเสมอ
ก็...ถ้าเป็รายการเซอร์ไววัล เธอจะสามารถคว้าตั๋วเดบิวต์ได้ทันทีหลังจบรายการเลยนี่นา
แต่ถ้าเลือกเข้าไปเป็เด็กฝึกในค่าย เธอก็ต้องก้มหน้ารอคอยโอกาสต่อไปเรื่อยๆ ต้องรอให้เด็กรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนทยอยเดบิวต์ออกไปให้หมดก่อน หรือเผลอ ๆ เธออาจจะถูกค่ายดองเค็มทิ้งไว้ในห้องซ้อมจนถูกลืมไปเลยก็ได้
แน่นอนว่าเื่นี้เมธัสก็รู้และเคยได้ยินมาบ้างจึงไม่เคยเข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจของลูกเลยสักครั้ง
หากเขามีเส้นสายหรือมีคอนเน็กชันในวงการบันเทิงสักนิดเส้นทางของลูกสาวคงโรยด้วยกลีบกุหลาบไปนานแล้ว
“ลูกรู้ไหม ในขณะที่ลูกวิ่งไล่ตามความฝันอย่างบ้าคลั่งก็มีหลายอย่างที่ลูกพลาดไปในวัยของลูก... ลูกเข้าใจที่พ่อ้าจะสื่อใช่ไหม”เมธัสมองลูกสาวที่ก้มหน้ามองมือที่กำแน่นของตนเอง
“หนู… เข้าใจค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าหลายครั้งที่ร่วงหล่นกลับมาอยู่ที่จุดเดิม เธอมักเกิดคำถามมากมายในใจเสมอ…ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?
ในขณะที่คนรุ่นเดียวกันมีเพื่อนสนิทมีกลุ่มติวหนังสือ มีแฟนหนุ่มสาวให้ควงแขนไปเดตในวันหยุด เธอกลับไม่มีอะไรเลยแม้แต่มิตรภาพที่เห็นตอนออกอากาศก็เป็เพียง่ระยะเวลาสั้น ๆพอจบรายการแล้วก็แทบจะไม่มีการติดต่อหากันอีก
ต่างคนต่างก็เดินไปตามเส้นทางของตัวเอง ห้องแชตกลุ่มที่เคยมีไว้เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกันนานวันเข้าก็ร้างราจนไม่เหลือสักข้อความเดียว
“พ่อไม่อยากดับความฝันลูก แต่พ่ออยากให้ลองกลับมาใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นธรรมดาดูบ้างเผื่อว่าจะทำให้ลูกเจอเส้นทางใหม่ที่ทำให้มีความสุขและสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้จนแก่เฒ่า”
คนเป็พ่อนอกจากจะหวังให้ชีวิตลูกประสบความสำเร็จสิ่งที่อยากเห็นที่สุดคือการที่ลูกสามารถยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้จนแก่เฒ่า แค่นี้ชีวิตก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีกแล้ว
“พ่อขอได้ไหมลูก…ขอให้รายการที่ลูกจะไปเป็รายการสุดท้ายสำหรับตอนนี้ ถ้าครั้งนี้ยังเดบิวต์ไม่ได้อีกพ่อขอให้ลูกกลับมาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยก่อนได้ไหมถ้าลูกยังอยากจะเป็นักร้องก็ค่อยทำหลังเรียนจบหรือจะทำระหว่างที่เรียนก็ได้ ขอแค่ให้พ่อมั่นใจว่าลูกจะมีมหา’ลัยให้เรียนแน่นอนหลังจบ ม.6 ก็พอ”
เขาเชื่อว่าลูกไม่ใช่คนที่ทำอะไรไม่รับผิดชอบเมื่อเข้าไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ต่อให้ต้องทำงานไปด้วยก็คงพยายามประคับประคองให้ตัวเองสามารถเรียนจบในระดับปริญญาตรีได้แน่นอน
เพราะในความคิดของเมธัสการมีใบปริญญาสักหนึ่งใน อย่างน้อยก็ยังเข้าทำงานในบริษัทที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงกว่าได้หากในตอนนั้นไม่สามารถไปต่อในวงการบันเทิงได้จนสุดทางจริง ๆ
“...”มอนเน่เม้มปากครุ่นคิด ฝ่ายบิดาก็ไม่เร่งรัด ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมภายในห้องโดยสารไปจนถึงบ้านเช่าที่อยู่ห่างจากตัวเมืองหลายสิบกิโลเมตร
บ้านขนาดเล็กที่มีสองชั้น สถานที่ที่มอบความอบอุ่นและเติมพลังให้เธอได้อย่างดีเยี่ยม
“พ่ออยากให้ลูกเก็บเื่ที่พ่อบอกไปคิดให้ดีที่พ่อทำไปก็เพราะเป็ห่วงลูกนะ” เมธัสเห็นลูกเงียบไปก็กังวลว่าจะทำให้ลูกคิดมากจนทำเื่ที่เขาหวาดกลัวที่สุดอย่างการหนีออกจากบ้าน
“หนูรู้ค่ะ พ่อรักหนูที่สุดหนูก็รักพ่อเหมือนกันค่ะ แต่เื่นี้หนูขอเวลาคิดอีกหน่อยได้ไหมคะ”เด็กสาวมองบิดาอย่างคิดไม่ตก เธอย่อมรับรู้ว่าที่พ่อทำแบบนี้ก็เพราะกลัวว่าเธอจะไม่มีอนาคตหากวันหนึ่งเส้นทางแห่งความฝันไม่เป็จริงเธอก็ยังมีชีวิตต่อไปได้ด้วยเส้นทางอาชีพใหม่
“ได้สิ ถ้าอย่างนั้นลูกก็ไปพักผ่อนเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พ่อเก็บห้องกับเปลี่ยนเครื่องนอนให้ใหม่ยกชุดแล้วละรับประกันความหอมทุกตารางนิ้ว” ยกนิ้วโป้งพร้อมยิ้มเก๊กหล่อหนึ่งทีเพื่อทำให้บรรยากาศอึมครึมระหว่างพ่อลูกเจือจางลง
แกร๊ก
มอนเน่ลากกระเป๋ามาวางไว้กลางห้องก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนอนคว่ำลงบนเตียงปลดปล่อยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายเดือนให้จมลงไปกับที่นอน
“พลาดอีกแล้ว”เสียงใสบ่นอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ออกถึงได้พลิกตัวนอนหงายมองเพดานห้องที่แสนคุ้นเคย
เธอเลื่อนสายตาไปยังโปสเตอร์ที่ติดไว้ตามมุมต่างๆ ภายในห้อง ทุกแผ่นล้วนแล้วแต่เป็คนคนเดียวกัน นั่นก็คือ เจแคน มิลเลอร์ลีดเดอร์ของวง UIวงที่ถือกำเนิดขึ้นจากรายการไอดอลเซอร์ไววัลของประเทศ K
ชายผู้ที่สลัดเงาดำมืดภายในจิตใจได้สำเร็จ แล้วฝ่าฟันโชคชะตาจนคว้าอนาคตไว้ได้ด้วยมือของตัวเองเป็ต้นแบบไอดอลที่เธออยากจะเจริญรอยตาม
จริงอยู่ว่าตอนที่เป็เด็กเล็กกว่านี้เธอคิดจริงจังว่าต้องเดบิวต์เหมือนเจแคนคนนั้นให้ได้ แต่พอเติบโตขึ้นมาระดับหนึ่งเมื่อมีทางเลือกใหม่ให้เธอก้าวเดินมากขึ้น เธอก็เริ่มคิดถึงผลดีผลเสียของเส้นทางใหม่นั้น
บริษัทที่ติดต่อเข้ามาส่วนใหญ่เป็เพียงบริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลางแม้จะมีคนดังสังกัดอยู่บ้าง แต่เธอก็รู้ดีว่าค่ายพวกนี้มีทรัพยากรและพื้นที่ให้เด็กใหม่ได้เฉิดฉายจำกัด
การปั้นศิลปินต้องใช้เงินทุนมหาศาลและใช้เวลาบ่มเพาะนานกว่าจะสร้างชื่อให้ทัดเทียมกับรุ่นพี่ได้นั้นแทบจะเป็เื่ยากส่วนพวกที่ดังข้ามคืนก็มีโอกาสแค่หนึ่งในร้อยในพัน… ซึ่งคนคนนั้นไม่ใช่เธอ
ถ้าเธอสามารถดังเปรี้ยงปร้างได้จริงป่านนี้คงได้เดบิวต์เป็ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปสมดังหวังไปนานแล้ว
“จะเป็รายการสุดท้ายแล้วอย่างนั้นเหรอ…” นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดว่าจะต้องเผชิญในวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดปีเลย
สำหรับมอนเน่แล้ว ขอแค่ยังไม่ยอมแพ้ ต้องมีสักวันที่เวทีแห่งนั้นยินดีให้เธอขึ้นไปเฉิดฉายไม่ว่าจะต้องล้มอีกกี่สิบรอบ เธอก็จะลุกขึ้นมาใหม่แล้วก้าวเดินต่อ
...ทว่าสิ่งที่พ่อของเธอเป็กังวลก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
หากเธอไม่ปรับมุมมองหรือลองในเส้นทางอื่นบ้างอนาคตคงยากจะคาดเดาว่าเธอจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรในอนาคต
เส้นทางไอดอลก็ไม่อยากทิ้งแต่สิ่งที่พ่อขอร้องก็ไม่สามารถละเลยได้
“โอ๊ยยย ทำยังไงดีเนี่ย!”
ห้างสรรพสินค้า M
เพราะมีเื่ให้คิดไม่ตก วันต่อมามอนเน่จึงขอพ่อออกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเพื่อพักสมองและไม่ทำให้ตัวเองฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้
“ห้างเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”เด็กสาวจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เธอมาเดินเล่นที่นี่คือเมื่อไรเพราะตอนนี้เธอกำลังหลงทิศหลงทางจนไม่แน่ใจว่าทางที่เข้ามาอยู่ตรงไหน
“หืม มีงานอะไรมาตั้งบูธน่ะ”
เป็ปกติที่ห้างสรรพสินค้าจะมีการเปิดบูธให้คาราวานร้านค้าจากภายนอกเข้ามาจับจองสถานที่ค้าขายชั่วคราวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็บูธอาหารหรือเครื่องดื่มที่มักได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
และตอนนี้เธอก็เห็นคนจำนวนมากกำลังยืนต่อแถวหน้าบูธที่มาจัดงานชนิดยาวเป็หางว่าวจนต้องเพ่งสายตามองชื่องานตรงซุ้มประตูทางเข้าอย่างละเอียด
[ลานมงคล]
“ลานมงคล?”
เด็กสาวเอ่ยพึมพำชื่องานซ้ำสองครั้งในใจในหัวนึกถึงเครื่องรางของขลังก่อนเป็ลำดับแรก
“นี่ ๆ แม่หนู สนใจซื้อสินค้าร้านเราไหมรับรองเลยว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!”
“คุณหนูคนสวย สนใจงานหินมงคลไหมคะหินธรรมชาติพลังงานแท้ ไม่ต้องบูชา ไม่ต้องจุดธูปแค่สวมใส่ไว้ติดตัว ไม่ว่าจะความรัก โชคลาภหรือหน้าที่การงานจะดีขึ้นทันตาเห็น”
“หากบูชาองค์เทพ xxx อย่างถูกต้องท่านจะบันดาลทุกสิ่งที่ผู้ศรัทธาปรารถนาขอแค่ไม่ใช่เื่ที่ผิดศีลธรรมหรือกฎหมายบ้านเมืองรับประกันเลยว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน ค่าสักการะเริ่มต้นที่ 1,000 บาทเท่านั้น”
อ๋อ… บูธเกี่ยวกับความเชื่อนี่เอง ถึงว่า...ทำไมคนถึงมาเดินเที่ยวเยอะนัก
ได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้มีการหาที่พึ่งทางใจหลากหลายวิธี...เพราะมอนเน่เองก็เคยได้ยินเด็กฝึกที่เคยเข้าร่วมรายการเดียวกันคุยว่าพวกเธอบูชาเทพองค์ใดอยู่เพื่อบอกต่อความศรัทธาหรือบางคนก็สวมเครื่องประดับหินและจี้สัตว์มงคลติดตัว
มีครั้งหนึ่งที่เธอบังเอิญได้ร่วมวงสนทนากับกลุ่มที่ชอบวัตถุเครื่องรางของขลังฟังไปฟังมาเหมือนเธอกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบที่ไม่เคยััมาก่อน มันเต็มไปด้วยเื่ลี้ลับและพลังงานที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทว่ากลับััได้ด้วยใจ
บางคนถึงกับเชื่อจริงจังว่าที่สามารถมาถึงจุดที่ยืนอยู่ได้นั้นเป็เพราะสิ่งของที่พกติดตัวมาด้วย ไม่ใช่การฝึกซ้อมหามรุ่งหามค่ำที่ทำอยู่ทุกวัน
เด็กสาวทำเพียงรับฟังโดยไม่แสดงความคิดเห็นแม้ในใจจะตั้งคำถามแต่ก็ไม่คิดโต้แย้ง... เพราะถือว่าเป็ความเชื่อส่วนบุคคลปล่อยให้คนที่มีศรัทธาเชื่อกันต่อไป ส่วนคนไม่อินอย่างเธอก็ขออยู่ในมุมของตัวเองเงียบๆ ดีกว่า
ดังนั้นบูธที่ตั้งอยู่เรียงรายนี้จึงไม่มีทางทำให้มอนเน่สนใจได้แต่วันนี้ก็ว่างทั้งวันเดินดูเล่นสักหน่อยแล้วค่อยไปหาข้าวเที่ยงกินก็คงจะช่วยคลายเบื่อได้ไม่น้อย
เด็กสาวเดินดูวิวัฒนาการความเชื่อของชาว T ที่นับวันจะมีความครีเอตมากขึ้นและมีการเปิดกว้างรับความเชื่อที่หลากหลายไม่ได้จำกัดแค่รูปแบบโบราณที่เคยเป็ที่นิยมเมื่อหลายปีก่อนอีกแล้ว
กระทั่งเธอเดินไปจนถึงด้านในสุดของงานบริเวณนั้นมีผู้คนเดินแวะเวียนมาน้อยกว่าจุดอื่น มีบูธหนึ่งไร้ผู้คนจนมอนเน่รู้สึกสงสารเ้าของร้านได้ทำเลไม่ดีเลย แถมดูเหมือนว่าไฟแถวนี้จะไม่ค่อยสว่างด้วย
แวะเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกันไม่รู้เ้าของร้านจะนั่งรอลูกค้าจนน้ำลายบูดไปแล้วหรือยัง ถ้าราคาไม่แรงมากเธอจะช่วยเขาอุดหนุนสักชิ้นก็แล้วกัน
“เอ่อ อันนี้คืออะไรเหรอคะ”มอนเน่ลองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
ของในร้านส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์ใบโคลเวอร์เป็หลักมีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ พวงกุญแจ และกิ๊บติดผมก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดเข้ากับตุ๊กตารูปใบโคลเวอร์ยิ้มแฉ่งตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านหน้ามันมีป้ายติดไว้ว่า
‘ถ้าพยายามแล้วยังไม่พอลองเพิ่มโชคเข้าไปสักหน่อยสิ’
ข้อความนั้นคล้ายสะกดให้เธอต้องมนตร์
“สวัสดีครับคุณลูกค้าสนใจสินค้าชิ้นไหนของเราไหมครับ”ชายเ้าของร้านเห็นลูกค้ามาก็รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
“เอ่อ...คือฉันไม่ค่อยสันทัดเื่นี้เท่าไร แต่อยากได้อะไรที่เพิ่มโชคให้ตัวเองสักหน่อยมีอะไรแนะนำไหมคะ”
“สำหรับคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ผมจะแนะนำให้เป็สร้อยข้อมือเพราะทางร้านออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ทุกสถานการณ์แต่ถ้าไม่ชอบเครื่องประดับก็สามารถรับเป็พวงกุญแจติดกระเป๋าหรือโทรศัพท์ได้”
มอนเน่กวาดตามองตามที่เ้าของร้านแนะนำแต่ก็ไม่มีของชิ้นไหนที่เข้าตา เพราะทุกครั้งที่เลื่อนสายตาไปมองอย่างอื่นเธอจะต้องวกกลับมามองตุ๊กตาใบโคลเวอร์ที่เห็นเป็ตัวแรกเสมอ ซึ่งเ้าของร้านที่ต้องสังเกตปฏิกิริยาของลูกค้าก็ไม่พลาดรายละเอียดในจุดนี้
“หรือถ้าลูกค้าไม่ชอบเครื่องประดับที่ต้องพกติดตัวไปทุกที่ก็สามารถเลือกเป็ตุ๊กตาได้ครับประสิทธิภาพของมันอยู่ในระดับเดียวกับของติดตัวเช่นกัน เพียงแค่วางไว้ข้างหมอน เขาก็จะคอยให้ความช่วยเหลือคุณไปทุกที่แล้วคนบางคนไม่อินกับการสักการะบูชาเทพเ้าหรือห้อยเครื่องรางของขลังติดตัวแต่สำหรับสินค้าร้านเรานั้นไม่จำเป็ต้องทำอย่างนั้นเลยขอแค่คุณยังคงพยายามต่อไปในเส้นทางที่คิดว่าถูกต้องเ้าสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มโชคให้คุณ อาจจะไม่ใช่โชคที่ยิ่งใหญ่มากแต่ก็ทำให้เดินสะดวกขึ้น”
“...” มอนเน่เม้มปากคล้ายชั่งใจแต่ไม่นานนักก็คลายออก
“ผมรับรองว่าไม่มีการหลอกลวงต้มตุ๋นแน่นอนถ้าคุณไม่เชื่อ ผมให้คุณนำกลับไปทดลองก่อนหนึ่งวัน ถ้าไม่เป็ไปตามที่ผมพูด ทางร้านยินดีรับสินค้าคืนทุกกรณีแล้วก็ไม่คิดเงินหากมันมีตรงไหนที่ชำรุดครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะฉันขอรับตุ๊กตาตัวนี้ไปก็แล้วกัน ราคาเท่าไรคะ?”