กลิ่นสนิมเหล็กและควันบุหรี่คละคลุ้งอวลอยู่ในอากาศที่เย็นเยียบโกดังร้างชานเมืองของทีดับบลิว คอร์ปอเรชันซ่อนตัวอยู่ภายใต้เงามืดของค่ำคืนที่พายุเพิ่งพัดผ่านแสงไฟสปอตไลต์สีส้มดวงใหญ่สาดส่องลงมากระทบพื้นคอนกรีตที่มีรอยแตกร้าวตรงกลางวงล้อมของแสงไฟนั้น ร่างบอบบางของอรพิมถูกผลักให้นั่งลงบนเก้าอี้เหล็กพับอย่างหยาบคายสองมือของเธอถูกไพล่หลังและมัดติดกับพนักพิงด้วยสายเคเบิลไทร์แ่าจนข้อมือแดงเถือก
หญิงสาวหอบหายใจรุนแรง เส้นผมที่เปียกชื้นลู่ติดกรอบหน้าั์ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองชายฉกรรจ์ชุดดำสามคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ในเงามืดก่อนจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังเป็จังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น
จากมุมมืดของโกดัง ร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาปะทะแสงไฟ
อรพิมเบิกตากว้าง แม้จะเป็เสื้อโค้ทตัวเดิมที่เปื้อนโคลนแม้จะมีรอยแผลเป็และพลาสเตอร์ปิดแผลที่หน้าผากเหมือนเดิม แต่ท่วงท่าการเดิน แววตาและรอยยิ้มเหยียดหยันบนมุมปากนั้น...ไม่ใช่ผู้ชายที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
เขาคือมัจจุราชแห่งปี 2019 ผู้ชายที่เพิ่งเหยียบย่ำงานศพของพ่อเธอ
ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียวั์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างกายของตัวเองด้วยความหงุดหงิดเขายกมือขวาขึ้นมาพลิกดูรอยแผลเป็จางๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนััถึงความปวดร้าวของกล้ามเนื้อและอาการชาที่หน้าผากสภาพร่างกายนี้ทรุดโทรมและอ่อนล้าเกินกว่าที่ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีที่ดูแลตัวเองอย่างดีเช่นเขาควรจะเป็
ยิ่งไปกว่านั้น...เสียงกระซิบกระซาบที่ไม่ได้เปล่งผ่านลำคอกำลังดังก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะของเขาตลอดเวลา
"เ้านายไปโดนอะไรมาวะ สภาพเหมือนไปฟัดกับหมาข้างถนนมาเลย..."
"ทำไมจู่ๆ ถึงโผล่ไปอยู่ที่โรงรับจำนำนั่นได้...หรือว่าเ้านายแอบตามนังนี่ไปเอง?"
เสียงความคิดของพวกลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังทำให้ธันวากระตุกยิ้มเ็าเขาไม่ได้ตื่นตระหนกกับ 'พลัง' ที่เพิ่งค้นพบนี้ ตรงกันข้ามปีศาจในตัวเขากลับรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ล่วงรู้ความโง่เขลาและความกังวลของพวกสวะใต้บังคับบัญชามันคือเครื่องมือชั้นยอดในการควบคุมคน
ทว่า สิ่งเดียวที่ทำให้เขารำคาญใจ คือความรู้สึก 'ต่อต้าน'ที่ดิ้นรนอยู่ลึกๆ ในอกซ้ายราวกับมีใครอีกคนพยายามทุบตีกระดูกซี่โครงเพื่อแย่งชิงการควบคุมร่างกายนี้
"เอาโฉนดออกมา" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองลูกน้อง
ชายชุดดำคนหนึ่งรีบก้าวเข้ามากางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะพับเหล็กเก่าๆตรงหน้าอรพิม พร้อมกับวางด้ามปากกาสีเงินลงไป
"เซ็นซะ" ธันวาเลื่อนสายตากลับมามองหญิงสาวั์ตาของเขาไร้ซึ่งความปรานี "ฉันเสียเวลากับครอบครัวเธอมามากพอแล้วเซ็นโอนที่ดินผืนนั้นให้บริษัทฉันแล้วฉันจะให้ลูกน้องส่งเธอไปลงนรกแบบไม่ทรมานมากนัก"
อรพิมเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่ลดละ แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความกลัวแต่ความโกรธแค้นและเ็ปกลับมีมากกว่า
"คุณมันไม่ใช่คน..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน"ผู้ชายคนที่พาฉันหนีออกมาจากศาลาสวดศพ เขาเ็ปกับสิ่งที่ทำลงไป...เขาพยายามจะแก้ไขมัน แต่คุณ... คุณมันเป็แค่ปีศาจที่หลุดออกมาจากอดีต!"
ธันวาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป คำพูดของเธอแทงทะลุความสับสนในหัวของเขาเขาจำได้ว่าตัวเองเพิ่งอยู่ในงานศพเพิ่งถูกผู้ชายที่หน้าตาเหมือนเขาทุกระเบียดนิ้วข่มขู่ด้วยบัญชีลับ และจู่ๆเขาก็ตื่นขึ้นมาในร่างที่เต็มไปด้วยาแ ในโรงรับจำนำร้าง พร้อมกับนาฬิกาพกสลักลายเถาวัลย์ในกระเป๋าเสื้อ
"เขาไม่รู้ตัว...เขาไม่รู้ว่าตัวเองคือธันวาในอดีตที่ถูกดึงมาสิงร่างนี้...ธันวาคนเดิมยังอยู่ข้างในนั้น... ฉันรู้..."
เสียงความคิดของอรพิมที่ดังสะท้อนเข้ามา ทำให้ธันวาเบิกตากว้าง
"นังผู้หญิงบ้า แกพล่ามเื่อะไร!" เขาตวาดลั่นพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อโค้ทสีเบจของเธอจนเก้าอี้เหล็กขยับครูดไปกับพื้นคอนกรีต"ฉันนี่แหละธันวา! ประธานทีดับบลิว คอร์ปอเรชัน!ไม่มีไอ้ขี้แพ้หน้าไหนมาสิงร่างฉันทั้งนั้น!"
แต่ในวินาทีที่มือของเขาัักับคอเสื้อของอรพิม กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกส้มก็ลอยมากระทบจมูก
คลื่นความเ็ปมหาศาละเิขึ้นในสมองของเขา!
มันไม่ใช่ความเ็ปทางกาย แต่มันคือ 'ความรู้สึก' ที่ทะลักทะลวงเข้ามาภาพของอรพิมที่ยืนกางร่มคันใสกลางสายฝนภาพดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองเขาด้วยความเข้าใจความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต...อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่ของเขา! มันเป็ของิญญาอีกดวงที่ถูกกดทับอยู่เบื้องล่าง!
"อึก..." ธันวาผงะ ปล่อยมือจากคอเสื้อของหญิงสาวสองมือกุมขมับแน่น
‘ปล่อยเธอไป...’ เสียงกระซิบแหบพร่าดังก้องขึ้นในหัวของเขาเองมันไม่ใช่เสียงของลูกน้อง ไม่ใช่เสียงความคิดของอรพิม แต่มันคือเสียงของ'ตัวเขาเอง' ในอนาคต!
"หุบปาก!" ธันวาตวาดลั่นกลางอากาศ สะบัดศีรษะอย่างบ้าคลั่งลูกน้องทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความเลิ่กลั่ก ไม่กล้าขยับตัว
‘แกฆ่าพ่อเธอไปแล้ว... อย่าทำลายชีวิตเธออีก... ปล่อยอรพิมไป...’แรงต้านทานภายในทวีความรุนแรงขึ้นมือขวาของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะเหล็กเริ่มสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้นิ้วมือของเขากระตุกพยายามจะเอื้อมไปหยิบปากกาเพื่อเซ็นยกเลิกเอกสารด้วยตัวเอง!
"มึงเป็ใคร! ออกไปจากหัวกู!"ธันวาวัยยี่สิบห้าแผดเสียงอย่างเกรี้ยวกราดเขายกมือซ้ายขึ้นมากระชากข้อมือขวาของตัวเองไว้แน่นเล็บจิกลงไปในเนื้อจนเืซิบเพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนไหวนั้น
อรพิมมองดูาที่เกิดขึ้นภายในร่างเดียวด้วยความตื่นตะลึงชายหนุ่มตรงหน้ากำลังต่อสู้กับมือของตัวเอง เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าเส้นเืที่ขมับปูดโปน ดวงตาของเขาเบิกกว้างและกะพริบถี่ๆแววตาที่สลับไปมาระหว่างความอำมหิตของนักล่า กับความเ็ปร้าวรานของคนที่กำลังจะแหลกสลาย
"ธันวา..." อรพิมเรียกชื่อเขาเสียงแ่ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า"คุณได้ยินฉันไหม... ฉันรู้ว่าคุณกำลังสู้เพื่อฉัน... คุณทำได้...เอาชนะเขาให้ได้!"
"ฉันเชื่อในตัวคุณ... ผู้ชายใต้ร่มคันนั้น...ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่ปีศาจ..."
เสียงความคิดที่บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของอรพิมทะลวงผ่านกำแพงความเกลียดชังของธันวาวัยยี่สิบห้าเข้าไปหล่อเลี้ยงิญญาที่บอบช้ำของธันวาวัยสามสิบสอง
มือขวาที่สั่นเทาของชายหนุ่มเริ่มมีกำลังมากขึ้นมันดิ้นรนต้านทานแรงบีบของมือซ้าย ค่อยๆ ขยับเข้าหาแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
"ไม่มีทาง... กูคือเ้าของร่างนี้! กูคือคนที่สร้างทุกอย่างมากับมือ!มึงมันก็แค่ไอ้เศษสวะที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา!" ธันวาวัยหนุ่มคำรามลั่นเขากัดฟันแน่นจนได้รสเืในปากพละกำลังของความเห็นแก่ตัวและความทะเยอทะยานที่อัดแน่นมาตลอดชีวิตกำลังกดข่มความรู้สึกผิดที่อ่อนล้าของอนาคต
เขาบังคับมือซ้ายให้กดแขนขวาลงกับโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นก่อนจะล้วงมือซ้ายเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทดึงนาฬิกาพกสีเงินที่มีรอยร้าวบนกระจกและรอยเืแห้งกรังออกมา
"ไอ้ของเล่นเส็งเคร็งนี่ใช่ไหม ที่ทำให้มึงมาอยู่ในหัวกูได้!"ธันวาชูนาฬิกาขึ้นตรงหน้า ั์ตาวาวโรจน์ด้วยความบ้าคลั่ง
ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...
เข็มวินาทีของนาฬิกากำลังหมุนเดินหน้าอย่างบ้าคลั่งฟันเฟืองสีเงินที่เพิ่งถูกใส่เข้าไปกำลังทำงานของมันอย่างเต็มที่เพื่อตรึงิญญาของอดีตไว้ในร่างนี้
"ถ้ากูพังมันทิ้ง... มึงก็ต้องตายไปพร้อมกับมันใช่ไหม!"
"อย่านะ!" อรพิมกรีดร้องสุดเสียงเธอพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ แม้ข้อมือจะถูกสายเคเบิลไทร์บาดจนเืซิบ"ถ้าคุณพังมัน... ตัวคุณในอนาคตก็จะหายไปตลอดกาล!"
"อย่านะธันวา... ได้โปรด... อย่าหายไป..."เสียงอ้อนวอนในใจของหญิงสาวดังสะท้อนก้อง มันบีบรัดหัวใจของิญญาที่ถูกกักขังทว่าสำหรับปีศาจร้ายที่กำลังถือครองร่าง มันคือเสียงดนตรีอันไพเราะที่ตอกย้ำชัยชนะ
"ลาก่อน... ไอ้คนขี้แพ้"
ธันวาแสยะยิ้มอำมหิต เขายกนาฬิกาพกสีเงินขึ้นสุดแขนกล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งแน่นเตรียมจะฟาดมันลงบนพื้นคอนกรีตอย่างเต็มแรงเพื่อบดขยี้กลไกทั้งหมดให้แหลกละเอียด!