แพ้รักประธานร้าย

    บทที่ 18 เหมือนลูกฉัน

                รูปถ่ายเซ็ทแรกถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของณัฐวุฒิ เลขานุการหนุ่มมองแล้วก็ชะงัก สาวหล่อที่เขาเห็นมายืนรอรับสองแม่ลูกอยู่หน้าประตูเมื่อวานนี้ก็คือเพื่อนสนิทที่ทักษพรบอกว่าได้อาศัยบ้านอยู่ ณัฐวุฒิแชร์ภาพในแท็บเล็ตแล้วยื่นให้กับเ๽้านายดู

                “เพื่อนที่คุณผักบอกว่าอาศัยอยู่ด้วยก็คือคนที่เราเจอเมื่อตอนบ่ายวันนี้น่ะเองครับ”​

                ธนากัดฟันกรอดโดยไม่รู้ตัว ณัฐวุฒิเห็นอาการของท่านประธานคล้ายจะของขึ้นก็รีบเอ่ยต่อ “อย่าเพิ่งโมโหครับ เธอเป็๲เพื่อนกับคุณผักจริงๆ สองคนนี้สนิทกันมา๻ั้๹แ๻่สมัยมัธยมแล้วครับ เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพคนละแห่ง ผู้หญิงคนนี้ชื่อธิดารัตน์ ชื่อเล่นว่าแบงค์ เคยประกวดร้องเพลงในรายการทีวีรายการใหญ่ เข้ารอบลึกแต่ไม่ได้รางวัล หลังเรียนจบก็เป็๲นักร้องตามผับ”

                ท่านประธานบริษัทวินเนอร์สีหน้าค่อยผ่อนคลายลง ๻ั้๫แ๻่ที่เขาเห็นหน้านักร้องสาวหล่อคนนั้นอยู่เคียงข้างกับทักษพร เขาก็รู้สึกปวดหัวตะหงิดๆ แถมเมื่อคืนยังพลิกตัวไปมาตั้งนานกว่าจะหลับลงได้

                “อืม...” สายตาของธนายังคงจ้องดูที่ภาพเด็กชายธนาธิปตอนยังแบเบาะ ที่ถ่ายกับสาวหล่อคนนั้น

                “แบงค์มีแฟนชื่อว่าลิลี่ครับ และลิลี่คนนี้ก็คือเ๯้าของบ้านตัวจริง พ่อของ ลิลี่เป็๞เ๯้าของโรงงานลูกชิ้นหนึ่งสยาม บ้านนั้นอยู่กันสี่คนครับ คุณผักพักอยู่ชั้นล่างกับลูกชาย พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่๻ั้๫แ๻่เธอเริ่มตั้งท้อง แบงค์กับลิลี่ช่วยกันดูแลคุณผักกับน้องพืชครับ ส่วนพ่อแม่ของคุณผักเป็๞เ๯้าของสวนอยู่จันทบุรี ฐานะปานกลาง เธอเป็๞ลูกคนเดียว พ่อแม่ของเธอมาเยี่ยมหลานอยู่หลายครั้ง”

                สีหน้าของธนาค่อยผ่อนคลายลง ถ้าทักษพรคบหากับคนอื่นไปแล้วเขาก็คงผิดหวังในตัวเธอ “สืบหาให้ได้ว่าพ่อของน้องพืชเป็๲ใคร?”

                “ครับ ผมจะแจ้งไปตามนั้น”

                ธนาพิงหลังกับเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ เขาดีใจที่ได้ยินว่าทักษพรไม่ได้มีชีวิตลำบากมากนัก ชายหนุ่มยกแท็บเล็ตเครื่องนั้นขึ้นดูอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเลื่อนจอภาพไปยังภาพที่เขาดูผ่านๆ ไปแล้วรอบหนึ่ง บ้านหลังใหญ่ที่เธออยู่กับคู่รัก     คู่นั้นมีสนามหญ้าของโครงการบ้านจัดสรรอยู่ด้านหน้า นักสืบยืนยันว่าบ้านหลังนี้ถูกซื้อด้วยเงินสด ภาพล่างๆ มีภาพแบงค์กับลิลี่ที่ถ่ายกับเด็กชายตัวน้อยอยู่  หลายภาพ

             ....เธอโชคดีที่มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู....

                ธเนศเดินเข้ามาจนชิดด้านหลัง พี่ชายของเขาก็ยังไม่รู้ตัว

                “ดูอะไรอยู่? ตั้งใจจัง”

                “เอ๊ะ!”

                “ร้องทำไม? ตอนจะเดินเข้ามาก็เรียกแล้ว แต่แกเอาแต่จ้องจอแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อีกเดี๋ยวก็ทำหน้ายุ่ง” ธเนศยื่นหน้าลงมาใกล้จอ “นี่มันรูปใครกัน? ฉันไม่เห็นรู้จักสักคน”

                “ถ้าแกไม่รู้จักจะอยากดูไปทำไม?” ธนาวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ

                “เดี๋ยวๆ ขอดูหน้าเด็กคนนี้หน่อย ทำไมดูคุ้นๆ ชอบกล?” ธเนศยื้อเอา  แท็บเล็ตจากมือพี่ชายขึ้นมาดู เขาใช้นิ้วถ่างรูปของเด็กชายตัวน้อยให้ขยายขึ้น “เด็กคนนี้เหมือนพวกเราตอนเป็๞เด็กเลยนะว่าไหม?”

                ธนาเงยขวับมองหน้าน้องชาย “แกคิดยังงั้นเหรอ?”

                “ก็ใช่น่ะสิ แกไม่คิดเหรอ?” ธเนศเห็นพี่ชายที่นั่งอึ้งก็ชะงัก “อย่าบอกนะว่านี่คือลูกของพนักงานหญิงคนนั้น” ชายหนุ่มที่ถือแท็บเล็ตเอาไว้เลื่อนขึ้นไปดูรูปข้างบน ภาพเด็กชายธนาธิป๻ั้๫แ๻่แบเบาะจนถึงปัจจุบันดูละม้ายพวกเขาตอนเด็ก “คิ้ว ตา จมูก เหมือนแกมากเลยนะ ถ้าไม่บอกว่าลูกพนักงาน ฉันก็คงคิดว่าแกแอบมีลูกทิ้งไว้”​

                ธนาสะดุ้ง เ๱ื่๵๹ที่เขาไม่ได้คิดถึงมาหลายปีวนเวียนกลับมาอีกครั้ง

                “ฉันไม่ได้คิดเ๹ื่๪๫นั้นมานานแล้ว ผู้หญิงคนนั้นหายสาบสูญไปเลย ไม่รู้ว่าเธอเป็๞ตายร้ายดียังไง” ธนาถอนหายใจยาวออกมา

                “เป็๲ไปได้ไหมว่าจะเป็๲ผู้หญิงคนนี้” ธเนศจ้องหน้าพี่ชาย

                ธนาส่ายหน้าปรายตามองณัฐวุฒิเหมือนจะให้เล่า

                “คืออย่างงี้ครับ เพื่อนที่บริษัทของคุณผักบอกว่าเธอกับแฟนคบกันตอนเรียนมหาลัย ผู้ชายไปเรียนต่อต่างประเทศ พวกเขาก็เลยเลิกกัน เธอมารู้ทีหลังว่าตัวเองตั้งท้อง”

                “ณัฐ แกเห็นสูติบัตรเด็กหรือยัง?”

                ณัฐวุฒิได้ยินสิ่งที่ธเนศถามก็ชะงัก “จริงสิ ผมยังไม่ได้ตรวจสอบเลยครับ”

                “บางที ผู้หญิงคนนั้นอาจจะระบุชื่อพ่อของเด็กไว้ในสูติบัตร”

                “ขอบคุณคุณเนศ ผมจะรีบแจ้งนักสืบ” ณัฐวุฒิรีบก้มหน้าลงพิมพ์ข้อความสั่งงานลงไปในโทรศัพท์เพื่อแจ้งนักสืบ

                “เมื่อเช้า คุณแม่โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังรอต่อเครื่องที่ดูไบ ให้เราไปรอรับที่สนามบิน” ธเนศยิ้มกว้าง

                “คุณแม่มาเหรอ? ทำไมไม่บอกล่วงหน้า?”

                “ทีแรกบอกว่าจะเซอร์ไพรส์เราสองคน แต่ก็กลัวว่าพวกเราจะไม่อยู่เลยโทรศัพท์มาบอกตอนที่รอต่อเครื่อง”

                “ฉันไม่สะดวกนะ ต้องออกไปตรวจโรงงาน แกไปรับคุณแม่คนเดียวก็แล้วกัน ครั้งนี้สำคัญซะด้วย ถ้าไม่ไปดูโครงสร้างด้วยตัวเอง ฉันกลัวว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ภายหลัง”

                “ฉันรู้ๆ คนอย่างแกไม่ไว้ใจใคร ทุกอย่างต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปรับคุณแม่เอง แกก็ไปทำธุระ” ธเนศยิ้มรับ “เที่ยงนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านเปิดใหม่หน้าตึกกันนะ”

                “ได้”

     

                สุภาพสตรีวัยราวหกสิบแต่งกายทะมัดทะแมงลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมาตรงบริเวณที่อนุญาตให้คนมารอรับ ครั้นเห็นชายหนุ่มใบหน้าคุ้นตาก็โบกมือให้ ธเนศรีบยกมือไหว้มารดาจากนั้นก็ลากกระเป๋าพา

                “มาคนเดียวเหรอลูก? หนูนาล่ะ?”

                “ไปตรวจโรงงานกาแฟครับ นาทำงานทุกวันแทบจะไม่พักเลย ทั้งไปดูแลการออกแบบตกแต่งร้านกาแฟสาขาทั้งสิบร้านด้วย เห็นว่าเดือนหน้าจะเปิดร้านกาแฟเพิ่มอีกสิบสาขาครับ”

                “คุณพ่อบีบบังคับให้พวกลูกทำงานหนักขนาดนี้เลยเหรอ? เดี๋ยวแม่โทรไปด่าเขาให้เอง” สีหน้าของภัสราเคร่งเครียด “แม่เคยบอกเขาแล้วนะว่าอย่าเอาความทะเยอทะยานของตัวเองมายัดเยียดให้ลูก”

                ธเนศรีบยื่นมือไปกุมมือมารดา “คุณแม่อย่าโมโหไปเลยครับ เป็๲นาเองที่ชอบทำงาน ๻ั้๹แ๻่อุบัติเหตุปีนั้น เขาก็ขี้โมโหและบ้างานมาก ดีที่เลขาเขาทั้งอดทนและใจเย็นก็เลยไม่ลาออกไปก่อน”

                ภัสราพยักหน้าให้ลูกชาย “คนผ่าตัดสมองแล้วรอดชีวิตมาได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์ ถ้าหนูนาไม่ได้ทำเพราะถูกคุณพ่อบังคับก็แล้วไป แต่หนูเนศต้องหาวิธีทำให้หนูนาลดความเครียดลงบ้างนะลูก”

                “ครับๆ ผมก็พยายามอยู่”

                ธเนศมองซ้ายมองขวา ดีที่ร้านกาแฟร้านนี้คนไม่เข้ามานั่ง เขาไม่อยากให้คนได้ยินคำเรียกที่มารดาของเขาใช้ ชื่อเล่นในวัยเด็กที่มีเพียงคุณแม่ยังเรียกอยู่

                “คุณพ่อว่าจ้างผู้บริหารมืออาชีพมาช่วยงานหลายคนแล้วครับ ๻ั้๹แ๻่ผมกลับมาผมก็มารักษาการตำแหน่งประธาน ปล่อยให้นาออกไปบุกเบิกบริษัทกับโรงงานกาแฟ”

                สองแม่ลูกพูดคุยกันเ๹ื่๪๫สุขภาพของธนา ธเนศรายงานผลตรวจสุขภาพของพี่ชายให้มารดาฟัง “ก็มีแค่การปรับอารมณ์นี่ล่ะครับที่ยังไม่ปกติ ถ้าหงุดหงิดขึ้นมา นาก็จะมีอาการปวดหัวครับ พวกผู้หญิงที่เคยบอกว่าชอบ พอถูกนาเกรี้ยวกราดใส่ก็หนีหน้ากันไปหมด”

                “เฮ้อ! เ๱ื่๵๹ของอารมณ์คงจะต้องใช้เวลาอีกนาน ไม่รู้ว่าหนูนาจะชอบผู้หญิงแบบไหน? ถ้าหากว่าเขามีผู้หญิงที่ชอบคอยอยู่เคียงข้างก็อาจจะดีขึ้น”

                ธเนศยิ้มกริ่ม “ไม่แน่นะครับ ผมว่าตอนนี้นากำลังสนใจผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เพียงแต่น่าเสียดายที่เขามีลูกแล้ว”

                “ไม่ได้นะ แม่ไม่สนับสนุนให้ลูกๆ ทำผิดศีลธรรม ไปรักไปชอบคนมีเ๽้าของแล้วมันเป็๲บาปเป็๲กรรม”

                “คุณแม่ คิดไปใหญ่โตแล้วครับ ผู้หญิงคนนั้นเป็๞แม่เลี้ยงเดี่ยว พนักงานในบริษัทสกายกิฟต์น่ะ ได้ยินณัฐบอกว่านิสัยดี เรียบร้อยและขยันทำงาน”

                ภัสรายิ้มกว้าง “จริงเหรอ? ทำไมหนูนาถึงสนใจผู้หญิงคนนี้ล่ะ? ถ้าจะพูดถึงคนสวย อย่างหนูนาน่าจะหาคนสวยมาเป็๲แฟนได้ไม่ยาก”

                “แม่ดูรูปเธอก่อนเถอะครับ” ธเนศเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือส่งให้กับมารดา “เป็๞ไงครับ?”

                “น่ารักดีนะ เอ๊ะ! นี่ลูกชายเธอเหรอ?”

                “ครับ”

                “ทำไมเหมือนพวกลูกตอนเด็กขนาดนี้?”

     

     *************