ฟิ้ว!
หวืด!
ฉึก!
ความระแวดระวังของเ้าผอมช่วยให้มันรอดพ้นจากลูกศรดอกที่สองของเฉียวซีไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่มันก็ยังหนีไม่พ้นลูกศรดอกที่สามที่พุ่งตามมาติดๆ เจาะทะลุหัวไหล่ซ้าย ซวนเซล้มคะมำลงไปกองกับพื้น
“อา…อา”
เฉียวซีที่ถูกสัญลักษณ์ธาตุรูปหยดน้ำเรืองแสงจางๆ ตรงข้อมือของเด็กน้อยข้างตัวที่อยู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมายิงลูกศรดอกที่สามใส่เ้าผอมทำไขว้เขวไปชั่วขณะ ลูกศรดอกที่สองจึงพลาดเป้า
แต่หล่อนจะมีแก่ใจสนลูกดอกพลาดเป้าที่ไหน เหลียวไปมองเด็กหนุ่มคนนั้นได้ก็อ้าปากค้าง เอ่ยวาจาออกมาได้เป็คำ
“ฮือออออ พี่ใหญ่…ผมเอง…ผมอาหย่วนของพี่เอง”
หลิวหย่วนปล่อยหน้าไม้ในมือทิ้ง โผเข้ากอดคนเป็พี่สะอื้นไห้เสียงดังลั่น
เขาไม่เคยกล้าคิดฝันว่าถูกฝูงซอมบี้รุมกัดทึ้งร่างจนตัวตาย แล้วจะยังได้มีโอกาสทะลุมิติมาฟื้นในร่างคนอื่น ได้หวนคืนกลับมาพบพี่สาวแท้ๆ จากโลกเดิมอยู่ในเกวียนหลังเดียวกัน
ต้องขอบคุณสัญญาลักษณ์ธาตุบนข้อมือที่มักเรืองแสงทุกครั้งที่ใช้พลัง แม้จะเป็แค่การเรืองแสงจางๆ แต่เพราะแสงนี้ปรากฏขึ้นในตอนที่เฉียวซีเรียกหน้าไม้ออกมา และยิ่งชัดเจนในตอนที่หล่อนใช้พลังธาตุสร้างลูกศรยิงออกไป เขาจึงจดจำหล่อนได้ั้แ่แรก
“อาหย่วน!”
“พี่ใหญ่!”
สองพี่น้องที่พลัดพรากจากกันในชาติก่อนผวาเข้ากอดกันกลม ตะเบ็งเสียงร่ำไห้ะเืฟ้าดิน ทั่วทั้งบริเวณอื้ออึงราวภูตผีหลุดจากอเวจีออกมากรีดร้องข่มขวัญคน
เ้าผอมผู้ถูกลูกศรปักคาหัวไหล่ “...”
มันจะเอาความกล้าที่ไหน มากรีดร้องแสดงความเ็ป ทำลายบรรยากาศอันดีงามในการพบกันระหว่างพี่น้องทั้งสองลง
ถุย! มันใจนฉี่ราด ไม่กล้าส่งเสียงต่างหาก!
ตลอดครึ่งปีที่พวกมันพี่น้องทำงานลักสะใภ้และลูกบ้านอื่นไปขาย มักเลือกบ้านที่ไม่มีผู้ชายหรือหากมีก็เป็ชายแก่พิการยากจะสู้กลับ
เพื่อที่หากผงยาสลบที่เจาะรูกำแพงเป่าเข้าไปในบ้านไม่ออกฤทธิ์ จะได้รุมซ้อมจนฝ่ายนั้นหมดสติสามารถลักตัวคนไปได้โดยง่าย
ดังนั้นพวกมันจึงไม่เคยพบเข้ากับคนเหี้ยมโหดอย่างสองพี่น้องคู่นี้มาก่อน
มีอย่างที่ไหน ไม่เจรจาต่อรองก็ยิงลูกดอกฆ่ากันซึ่งๆ หน้า!
คิดถึงพี่ใหญ่ของมันที่อยู่ๆ ก็ล้มลงจากเกวียนจนถึงตอนนี้ยังนอนนิ่งไม่ลุก เ้าผอมก็หนังศีรษะชาหนึบ ขนลุกชันทั่วร่าง เกรงว่าฝ่ายนั้นคงถูกลูกดอกยิงตายไปแล้ว
หนี...มันต้องหนีก่อนที่สองพี่น้องนี่จะรู้ตัว!
คิดได้แล้วก็รีบยอบตัวหมอบคลาน หลบเงียบไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ หาลู่ทางหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณ์ พวกเราตายแล้วยังได้เกิดใหม่มาพบกันอีกครั้ง ถึงจะไม่ได้เกิดเป็พี่น้องกันก็เถอะ”
หลิวหย่วนกอดพี่สาวแน่น สะอึกสะอื้นคร่ำครวญความในใจออกมาไม่ขาดปาก
ในตอนที่ฟื้นคืนสติขึ้นมาในร่างนี้ เขาเศร้าแทบตายเพราะคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่สาวอีก
จนเห็นสัญญาลักษณ์รูปใบไม้ตรงข้อมือหญิงสาวที่นอนหมดสติข้างกายสว่างวาบขึ้น ตอนที่หล่อนสร้างลูกศรจากพลังธาตุ เขาจึงได้ใจชื้นขึ้นมา
คนข้างๆ เป็พี่สาวที่มาเกิดในร่างใหม่เหมือนเขาไม่ผิดแน่!
“ยะ...อย่าบอกนะว่าพวกเราเกิดใหม่เป็...แม่ลูกกัน?”
นึกถึงสิ่งที่ชายสองคนสนทนาก่อนหน้า ความตื่นเต้นยินดีที่ได้เกิดใหม่มาเจอหลิวหย่วนก็หายวับไปกับตา
หล่อนผละถอยออกห่าง ดึงไฟฉายในช่องมิติออกมาส่องดูหน้าน้องชายตัวเองชัดๆ
เด็กหนุ่มตรงหน้ามีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับชาติก่อนถึงเจ็ดส่วน แค่ดูอายุน้อยลงกว่าเดิมหลายปี ดูแล้วอย่างมากก็อายุราวๆ 12 ปี
ถ้าอีกฝ่ายเกิดมาเป็ลูกชายของหล่อนในชาตินี้จริง...
์! แทบไม่กล้าคิดเลยว่าหล่อนจะอายุมากขึ้นสักแค่ไหน!
“ใช่ที่ไหน ผมในชาตินี้เป็เด็กกำพร้าถูกพรานเฒ่าหลิวบ้านตีนเขาเก็บกลับมาเลี้ยง เหลือน้องชายขี้โรคอายุแปดขวบเป็ญาติแค่คนเดียว พี่ใหญ่...พี่จำไม่ได้จริงๆ เหรอว่าตัวเองเป็ใครในชาตินี้”
หลิวหย่วนเบี่ยงทิศทางของไฟฉายหันไปส่องดูหน้าพี่สาวที่ถึงจะสวยกว่าชาติก่อนเป็เท่าตัว แต่ก็ดูอายุมากกว่าเดิมหลายสิบ แฮ่ม...หลายปี ส่องดูไปพลางก็พยายามนึกไปพลางว่าหล่อนเป็สะใภ้บ้านไหน
นึกอยู่นานก็ยังนึกไม่ออก...
พูดตามจริงแล้ว การที่เ้าของร่างเดิมจะไม่รู้จักผู้หญิงตรงหน้าก็ไม่ใช่เื่แปลก
เพราะหลังครอบครัวถูกโจรปล้นฆ่าระหว่างเดินทางย้ายถิ่นฐาน เขาก็พาน้องชายเร่ร่อนขอข้าวกินประทังชีวิตไปวันๆ จนพรานเฒ่าหลิวที่ไร้ญาติขาดมิตรพบ แล้วเกิดสงสารรับกลับมาเลี้ยงดูที่หมู่บ้านตงซานแห่งนี้
พรานเฒ่าหลิวนั้น มักใช้ชีวิตสันโดษไม่สุงสิงกับใคร
เขากับน้องชายที่เปลี่ยนมาใช้แซ่หลิวก็ใช้ชีวิตตามอีกฝ่าย วันๆ ยุ่งง่วนกับการขึ้นเขา ล่าสัตว์ ปลูกผัก เลี้ยงไก่
นานๆ ครั้งจึงจะเข้าหมู่บ้าน นำสัตว์ที่พรานเฒ่าล่าได้ไปแลกข้าวแลกเกลือ
นอกจากบ้านลุงเอ้อร์หูที่ลากเกวียนพาคนพาของจากในอำเภอกลับมาแลกของที่หมู่บ้านแล้ว หลิวหย่วนแทบไม่เคยได้สนทนากับคนอื่น เขาเลยไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้าอยู่ในหัว
“ฉัน…”
ถูกถาม เฉียวซีก็ขมวดคิ้วเป็ปม พยายามเค้นหาความทรงจำของร่างที่มาเกิดใหม่จนหัวแทบแตก แต่ความทรงจำทั้งหมดกลับว่างเปล่า