หมอกสีดำทมิฬลึกลับเริ่มแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วร่างอย่างต่อเนื่อง จิ่นเม่ยหลงพาร่างที่สะบักสะบอมมาถึงกระท่อมในป่าลึกด้วยความใ “นี่มัน... อะไรกัน!” เสียงร้องแ่เบาหลุดออกมาจากปากที่สั่นเทา เด็กน้อยมิล่วงรู้เลยว่ากลุ่มควันที่ดูน่าเกรงขามนี้คือพลังมารบริสุทธิ์ที่สลักลึกอยู่ในสายเืมาั้แ่ถือกำเนิด
ท่ามกลางความสับสน พลังมารกลับเริ่มสำแดงฤทธิ์ มันชอนไชเข้าสู่าแที่ฉีกขาดและกระดูกที่หักสะบั้น ความเย็นเยือกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง าแที่ควรต้องใช้เวลาพักฟื้นนับเดือนกลับประสานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วดุจปาฏิหาริย์! เพียงชั่วเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม ร่างที่เคยปางตายกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ราวกับมิมิเื่ใดเกิดขึ้น
จิ่นเม่ยหลงก้มมองร่างกายตนเองด้วยความพิศวง ก่อนจะทดลองชักนำกลุ่มหมอกดำเ่าั้ ปรากฏว่าพลังลึกลับนี้มิได้ต่อต้าน ทว่ากลับเชื่อฟังคำสั่งประหนึ่งแขนขา “ฮ่าฮ่า! เ้าหมอกนี่ช่างอัศจรรย์นัก แม้แต่แผลฉกรรจ์เพียงนี้ยังหายสนิทได้ในพริบตา...” รอยยิ้มแรกในรอบปีปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เด็กน้อยจะล้มตัวลงนอนเพื่อรับรุ่งอรุณแห่งความเปลี่ยนแปลง
เช้าวันรุ่งขึ้น จิ่นเม่ยหลงตื่นขึ้นด้วยความฮึกเหิม เขาเร่งรุดเข้าสู่ป่าลึกเพื่อทดสอบขีดจำกัดของพลังที่เพิ่งตื่นขึ้น เมื่อมาถึงลานกว้างที่มีหินั์ตั้งตระหง่าน เขาชักนำหมอกดำเข้าครอบคลุมทั่วท่อนแขนขวาจนดูดำขลับดุจเหล็กกล้า ก่อนจะซัดหมัดเข้าใส่ศิลาั์เบื้องหน้าสุดแรงเกิด!
“หมัดทลายภูผา!”
เปรี้ยงงงง!!!!
เสียงะเิดังกึกก้องปฐีะเืเลื่อนลั่น! หินั์ที่เคยแข็งแกร่งกลับแตกสลายกลายเป็ผงธุลีปลิวว่อนไปในอากาศ มิมิแม้แต่เศษหินหลงเหลืออยู่ จิ่นเม่ยหลงยืนตะลึงกับพลังทำลายล้างที่เหนือล้ำกว่าทุกครั้งที่เคยฝึกฝน “อะไรกัน... พลังนี้รุนแรงกว่าเดิมนับหลายเท่าตัวนัก!” ความปิติยินดีเอ่อล้นขึ้นในใจ เขาเริ่มมองเห็นหนทางแห่งความแข็งแกร่งที่รออยู่เบื้องหน้า
เวลาผันผ่านดั่งสายน้ำไหล จิ่นเม่ยหลงในวัยห้าปีเคี่ยวกรำตนเองอย่างหนักภายใต้การสนับสนุนของพลังมารลึกลับ จนสามารถควบคุมพลังดำมืดให้สมานแผลและเสริมสร้างพละกำลังได้อย่างใจนึก ทว่าความจำเจกับการต่อยหินก็สิ้นสุดลง เมื่อเด็กน้อยตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในเขตป่าพฤกษาที่มิมิผู้ใดกล้าย่างกราย
สัญชาตญาณแห่งความตายพลันพุ่งเข้าชนโสตประสาท จิ่นเม่ยหลงชะงักฝีเท้าก่อนจะเพ่งมองไปยังพุ่มไม้หนาทึบ ทันใดนั้น เงาร่างมหึมาพลันกระโจนออกมาบดบังแสงตะวัน!
มันคือหมาป่าขนสีน้ำเงินเข้ม สูงใหญ่กว่าสามเมตร ขนาดของมันข่มขวัญผู้คนให้ตัวเล็กจ้อย เขี้ยวแหลมคมดุจใบมีดและแววตาสีแดงฉานที่หิวโซทำให้บรรยากาศรอบกายหนาวเหน็บ จิ่นเม่ยหลงยังมิทันตั้งตัว สัตว์อสูรระดับปราณแตกฉานขั้นกลางก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า!
“อ๊ากกกกก!”
คมเขี้ยวฝังลึกทะลุไหล่ซ้ายจนโลหิตสาดกระจายย้อมผืนหญ้า จิ่นเม่ยหลงพยายามดิ้นรนหลบหนี ทว่าหมาป่าั์กลับตะปบกรงเล็บเข้าที่ลำตัวอย่างรุนแรง ส่งร่างของเด็กน้อยปลิวไปกระแทกต้นไม้อย่างจังจนกระอักเืคำโต!
แววตาของจิ่นเม่ยหลงมิได้มีคำว่ายอมแพ้ มันกลับทอประกายดุดันยิ่งกว่าเดิม เขาเรียกหมอกดำมาอัดแน่นไว้ที่หมัดขวาจนสุดกำลัง ในขณะที่หมาป่าั์อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำศีรษะของเขาให้แหลกคาเขี้ยว!
“หมัดทลายภูผา!!”
เปรี้ยงงงง!!!!
เสียงปะทะดุจฟ้าถล่มดังกึกก้อง! แม้แขนขวาของจิ่นเม่ยหลงจะหักสะบั้นจากแรงปะทะ ทว่าส่วนหัวของหมาป่าขนน้ำเงินกลับะเิกระจุยเป็ชิ้น ๆ ในพริบตา! ร่างไร้หัวล้มตึงลงตรงหน้าพร้อมโลหิตที่พุ่งพล่านดุจน้ำพุ จิ่นเม่ยหลงทรุดกายลงอย่างเหนื่อยอ่อน หากมิมีพลังมารคอยคุ้มครอง สังขารนี้คงตกตายไปนานแล้ว
เขาชักนำหมอกดำเข้าสมานแผลที่หัวไหล่และแขนที่หักสะบั้น กว่าสามชั่วยามผ่านไปร่างกายจึงกลับมาเป็ปกติ “หมาป่าตัวนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก... ในป่าลึกแห่งนี้คงยังมีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านี้ซุกซ่อนอยู่อีกมาก ตัวข้าในยามนี้ยังอ่อนแอนัก ข้า้าพลัง ข้า้าพลังที่เหนือกว่านี้!”
คำรามจบ เด็กน้อยก็ลากซากหมาป่ากลับสู่กระท่อมด้วยดวงตาที่กระหายในความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!