เยว่ซินส่งสายตาให้สวี่หยางออกไปด้านนอกเสียก่อน หากให้พูดบางสิ่งที่ไม่น่าฟังต่อหน้าเด็กชายคงไม่ดีเท่าไหร่นัก อาจจะเป็การจำฝังใจไปจนโตเลยได้ ทั้งมิรู้ว่าหากบิดาได้รับรู้เื่ราวทั้งหมดจะแสดงออกเช่นไร นางมิ้าให้เด็กชายซึมซับการกระทำที่ไม่ดีของผู้ใหญ่ “ท่านพ่อเ้าค่ะ ข้ามีเื่ที่ต้องบอกกล่าวท่านเกี่ยวกับท่านแม่และสถานการณ์ของบ้านเรา ข้าคิดว่าท่านคงจิตใจเข้มแข็งพอที่จะรับฟังมัน แต่ก่อนอื่นข้าขอให้ท่านพ่อสัญญาว่าท่านจะไตร่ตรองสิ่งต่างๆอย่างมีสติ จะมิวู่วามเด็ดขาด ท่านยังมีข้าและเสี่ยวหยางที่ต้องดูแล ข้าขาดท่านไปมิได้”
คนเจ็บขมวดคิ้วมุ่น เขามิเข้าใจว่าเหตุใดบุตรสาวจึงต้องทำเื่ต่างๆให้ดูยุ่งยากเช่นนี้ แต่คนเป็บิดาก็ยอมตามใจบุตรสาวให้คำมั่นสัญญาตามที่นาง้าทุกประการ
“ท่านแม่ทิ้งพวกเราไปแล้วเ้าค่ะ นางทำสัญญาตัดขาดกับพวกเราโดยที่ท่านลุงเฉินเป็คนทำสัญญาให้ข้าและท่านแม่ว่าจะมิยุ่งเกี่ยวกันอีกมิว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น หากมีใดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนก็จะมิสามารถนำความเกี่ยวข้องทางสายเืมาอ้างเป็ประเด็นได้”นางมองท่าทีคนเป็บิดาที่นิ่งงันไปก่อนจะพูดในสิ่งที่เขาควรรู้ต่ออีก
“และที่ข้าต้องบอกอีกอย่างก็คือท่านแม่ทิ้งพวกเราไปอยู่กับพ่อค้าเศรษฐี โดยบอกแก่เศรษฐีผู้นั้นว่านางมิมีบุตรทั้งสามียังตายจากไปนานแล้ว นี่เป็เหตุผลที่ท่านมิพบมารดาเ้าค่ะ ดียิ่งนักที่ยายหวังมาช่วยดูแลท่านพ่อข้าจึงออกไปทำงานได้อย่างสบายใจ มิต้องห่วงหน้าพะวงหลัง” นางเล่าเื่ราวที่มาของเงินโดยการแต่งเื่ผสมปนเปไปกับเื่จริงให้ท่านพ่อฟัง
โดยนางมิได้บอกเกี่ยวกับมิติที่ 3 หรือการที่นางเปิดโต๊ะดูดวงใดๆทั้งสิ้น นางกลัวว่าบิดาจะนึกว่านางถูกภูติผีปีศาจใดๆมาเข้าสิงร่างจนต้องเดือดร้อนไปถึงหมอผีให้มาไล่ ทั้งที่ความจริงแล้วนางก็มาสิงร่างผู้อื่นอยู่จริงๆนั่นแหละ แต่จะทำอย่างไรได้์ท่านลิขิตมาเช่นนี้เองนี่
นางปล่อยให้บิดาได้ใช้ความคิดอยู่กับตนเองในห้องนอนไปเสียก่อน นางตั้งใจว่าจะไปหาท่านลุงเฉินให้ช่วยหาคนมาซ่อมบ้านเสียหน่อย บ้านเก่าผุพังหลายแห่งคราที่ฝนตกลงมานั้นนางต้องหาภาชนะต่างๆมารองไว้มิให้บ้านเปียกจนเสียหาย หากถึงฤดูหนาวลมคงลอดเข้ามาตามร่องรูต่างๆเป็แน่
“ท่านลุงเฉินเ้าคะ หากข้า้าช่างซ่อมบ้านต้องไปที่ใดหรือเ้าคะ”นางเอ่ยถามคนที่กำลังทำความสะอาดอยู่หน้าบ้านพอดี
ผู้ใหญ่บ้านเฉินหันกลับมามองดรุณีน้อย “เ้าจะซ่อมบ้านหรือ ข้ามีอีกสิ่งที่จะต้องบอกเ้า ข้ามิรู้ว่าเ้ารู้แล้วหรือไม่ มารดาของเ้านำที่ดินไปจำนองไว้ในเมืองนานแล้ว ข้าได้ข่าวมาว่ามารดาเ้าปล่อยให้ที่ดินถูกยึด แล้วอีกมินานเ้าต้องย้ายออกแล้ว ข้าว่าเ้าอย่าเสียเวลาซ่อมบ้านเลย ถึงอย่างไรเ้าของที่คนใหม่ก็ต้องรื้อออกอยู่แล้ว แต่หากเ้าขอจ่ายค่าเช่าเพื่ออยู่ต่อข้าสามารถคุยกับเ้าของที่ให้เ้าได้นะ”
นางครุ่นคิดสักครู่หนึ่ง นางมิคิดว่ามารดาจะถึงขั้นนำที่ดินไปจำนองแล้วนำเงินไปใช้คนเดียวเสียหมด นางมิเห็นแก่ความรักของท่านพ่อเลยสักนิด แม้แต่บุตรที่เกิดจากในอุทรนางยังมิใยดีนับประสาอะไรกับคนรักเล่า
นางเห็นที่พึ่งพิงใหม่ทั้งยังเป็เศรษฐีผู้ร่ำรวยนางถึงกับเขี่ยครอบครัวทิ้งข้างทาง คอยดูเถิดนางจะร่ำรวยยิ่งกว่าเศรษฐีผู้นั้น “ข้ามิ้าเช่าเ้าค่ะ ขอบคุณท่านลุงเฉินที่บอกเื่นี้กับข้าเ้าค่ะ”
นางหาที่ปลอดคนเพื่อเข้าไปในมิติทันที นางรวบรวมเงินทั้งหมดที่นางมีรวมไปถึงของตอบแทนจากท่านเ้าเมือง รวมแล้วตอนนี้นางมีเงินมากถึง 1000 ตำลึงทอง หากนำเครื่องประดับที่ได้มาไปขายด้วยนางอาจจะได้เงินเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรเสียนางจึงลองไปจวนเ้าเมืองเสียก่อนเพื่อลองสอบถามราคาที่ดินให้แน่ชัด
เยว่ซินผลัดเปลี่ยนชุดให้เป็ผ้าเนื้อดี จัดแต่งทรงผมเสียใหม่ แม้มิได้มีคนรับใช้ดั่งเช่นคุณหนูผู้อื่น แต่นางมีตัวช่วยที่ทันสมัยมากมายอยู่ในมิติจึงมิได้ยากเย็นนัก นางสำรวจความเรียบร้อยด้านหน้ากระจกตัวยาวที่ส่องเห็นทั้งตัวของนาง
ดวงตาดอกท้อสะท้อนหญิงงามปานรูปปั้นที่์บรรจงสร้าง แม้ยังมิถึงวัยปักปิ่นก็ฉายความงามพิลาสออกมา สัดส่วนใดพึงมีนางกลับมีเสียเกินตัว สัดส่วนใดควรเล็กคอดนางพึงมีแต่พอเหมาะราวกับวาดไว้ ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหิมะในเหมันต์ฤดูตัดกับริมฝีปากบางสีแดงจัดดั่งผลอิงเถา นางหยิบผ้าปักลายผีเสื้อบินวนเล็กๆอยู่ชายผ้าคาดปกปิดความงามเอาไว้เสียครึ่งหน้า
ยิ่งนางอาบน้ำจากทะเลสาบมากเท่าใด ความงามของนางก็ยิ่งเพิ่มพูน ผิดกับคราที่มาอยู่ในร่างนี้่แรกทั้งผอมแกรนทั้งสกปรกมอมแมม แต่ด้วยร่างนี้มีความงามเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อยิ่งได้รับน้ำจากทะเลสาบความงามยิ่งฉายชัดมากขึ้นหลายเท่าตัว เดิมมือที่เคยหยาบกร้านแปรเปลี่ยนเป็นุ่มนิ่มเสียยิ่งกว่าปุยเมฆ ด้วยเหตุนี้นางจึงต้องปกปิดงามของตนเองเอาไว้ เพื่อมิให้ตกเป็เป้าสายตาของผู้ใด
“ข้า้าพบท่านเ้าเมืองเ้าค่ะ” นางเอ่ยบอกยามผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้าจวนท่านเ้าเมือง
ทหารยามทั้งสองต่างตกตลึงในความงามของหญิงสาว เขากล้าพูดได้เลยว่าในเมืองนี้มิเคยเห็นใครงามเช่นนี้มาก่อน หรือว่านางจะมิใช่มนุษย์อาจเป็เทพธิดาแปลงกายลงมาก็เป็ได้ เสียงยามเอื้อนเอ่ยนั้นช่างหวานล้ำปานน้ำผึ้งก็มิปาน หากแต่งามอย่างไรพวกเขาก็ต้องทำตามกฏมิเช่นนั้นผู้ที่จะเดือดร้อนก็คงมิพ้นพวกเขาทั้งสองคน
“ข้าจะเข้าไปแจ้งให้นะขอรับ ให้เรียนว่าผู้ใดมาขอพบขอรับ”
“ข้าน้อยเยว่ซินเ้าค่ะ”นางตอบเสียงหวาน พลางเดินไปนั่งรออยู่ภายในร่มเงาที่จัดเตรียมไว้ให้ชาวบ้านที่มาร้องทุกข์นั่งพัก
ท่านเ้าเมืองโจวนั้นถือว่าเป็ขุนนางตงฉินผู้หนึ่ง เขานั้นเป็ที่นับถือของชาวเมืองเฉินซานอย่างมาก ใครที่ได้รับความเดือดร้อนมาเขามักจะให้ความเป็ธรรมด้วยความซื่อตรงอยู่เสมอ ส่วนผู้ใดที่กระทำความผิด เขาก็ตัดสินด้วยความเด็ดขาดเช่นกัน ขุนนางเช่นนี้ต่อให้ถือโคมไฟก็หายาก