ฉันเดินไปสนามฟุตซอลอย่างงอยๆ ก็นะคนมันไม่เต็มใจ ซ้ำยังเห็นอะไรไม่รู้ ฉันนั่งลงด้านหน้าแถวแรกๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีคนทยอยๆลงมาเข้าแถวเรื่อยๆ รุ่นพี่ก็พากันะโโวกเวกโวยวายแยกแยะน้องๆของแต่สาขา ข้างฉันมีคนหนึ่งเป็ผู้หญิงที่มี ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียน แก้มมีสีชมพูระเรื่อคงเพราะนั่งตากแดดมานาน ดวงตากลมโตสดใส ดูเป็มิตรและอบอุ่น ผมปะบ่า ฉันมองหน้าเธอและยิ้มให้ เธอเองก็หันมายิ้มให้ฉัน
“ หวัดดี ฉันน้อง เรียนถ่ายภาพ” ฉันทักพร้อมนั่งลงข้างๆ
“ หวัดดี ฉันเอ๋ เรียนถ่ายภาพเหมือนกัน ” ฉันพยักหน้า แต่ในตอนนั้นฉันน่ะไม่ค่อยสนใจคำตอบเท่าไหร่
พี่ๆก็จัดแถว แยกสาขา เสียงเอะอะเลยทีเดียว เดี๋ยวให้ลุก เดี๋ยวให้นั่ง ตอนนี้ฉันรู้สึกอารมณ์เสียมากเพราะอากาศร้อน จนได้ยินเสียงดังเรียกให้หันไปดู
“น้องสาขาถ่ายภาพตามพี่มา เดี๋ยวจะแนะนำสถานที่เรียนให้ พอเปิดเทอมจะได้ไม่หลง” เป็เสียงของผู้ชายรุ่นพี่คนนั้นเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหมุนกุญแจอย่างไม่รีบร้อน มุมปากยกยิ้มเ้าเล่ห์คล้ายกำลังคิดอะไรสนุกๆ อยู่ตลอดเวลา ดวงตาคมมองคนอื่นแบบกึ่งหยอกกึ่งท้าทาย เวลาพูดชอบเอียงคอนิดๆ พร้อมเลิกคิ้วอย่างกวนประสาท เขาใส่เสื้อนักศึกษาปลดกระดุมคอไว้หนึ่งเม็ด เนกไทคลายหลวมๆ จนดูไม่ค่อยเป็ระเบียบ ผมเซ็ตแบบตั้งใจให้ยุ่งนิดๆ ดูเหมือนคนไม่ค่อยสนใจกฎเกณฑ์ แต่กลับมีเสน่ห์แบบดึงสายตา เวลามองหน้าใครตรงๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกหยอกเล่นมากกว่าคุยจริงจัง โดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่เหมือนรู้ทันคนอื่นไปหมด ทำให้ทั้งน่าหมั่นไส้ เดินนำพวกเราไป ฉันเองก็ลุกและเดินตามไปอย่างเบื่อหน่าย ภายในใจอยากกลับบ้านเร็วอยากให้กิจกรรมจบๆไป
ฉันเดินไปตามทางที่ปูด้วยอิฐรูปตัวหนอน ซึ่งมันก็แปลกมากั้แ่เหยียบเข้ามาในเขตโซนนี้หรือเรียกอีกอย่างเหยียบอิฐตัวหนอนตัวแรกเหมือนมีลมพัดวูบเข้ามาบรรยากาศเปลี่ยนไปทันที เหมือนเข้ามาอีกมิติหนึ่งใครจะว่าเวอร์ หรือโม้ ก็แล้วแต่ฉันไม่ว่าหรอก ก็อย่างที่เคยบอกตลอดว่าใครไม่เป็เหมือนฉันไม่รู้หรอก เอาน่าอ่านเอาม่วน อ่านเอาสนุกจะมัวจับผิดทำไม ต่อเลยละกัน บรรยากาศเปลี่ยนไม่พอภาพที่เห็นตรงหน้าเป็อาคารไม้ชั้นเดียวแล้วมีตะไคร่เกาะตามพื้น ด้านซ้ายมือเป็อาคารไม้เก่าๆสองชั้นซอยเป็ห้อง และอาคารรูปตัวเอลที่เป็อาคารเดียวที่เป็ปูน ฉันอึ้งกับสิ่งที่เห็น ก่อนหน้าอาคารที่เห็นด้านหน้า กับอาคารที่เห็นตอนนี้ทำไมมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม มันไม่น่าจะแตกต่างกันอย่างฟ้ากะเหวอย่างนี้
“ โห้! เชี้ยยยยยย บรรยากาศแม่งหลอนว่ะ ” เสียงนี้ทำเอาฉันหันไปดูเ้าของเสียงเลยทีเดียว เป็ผู้หญิงตัวเล็กรูปร่างเพรียวสูง ผิวสองสี ผมสั้นเหมือนทอม ใบหน้าคมนิดๆ ดวงตาค่อนข้างซุกซน มองดูเหมือนเป็คนที่มั่นใจในตัวเองสูง และเหมือนไม่กลัวใครเลยทีเดียว เธอพูดเสร็จหันมายิ้มให้ฉันอย่างเ้าเล่ห์
‘ อะไรของเขาเนี้ยยยย เจอแต่สายตาที่ไม่ไว้วางใจทั้งนั้นเลย ’ ฉันบ่นอยู่ในใจ รุ่นพี่ผู้ชายที่พามาก็แนะนำห้องต่างๆ เดินเข้าอาคารนี้ ออกอาคารนั้น พูดๆๆโดยไม่สนใจเท่าไหร่ว่าจะมีคนฟังไหม หรือเดินตามทันไหม ฉันก็ก้มหน้าก้มตาเดิน จนไปชนกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้า
“ อุ้ย! ขอโทษค่ะ” ฉันเอ่ยขอโทษกับคนที่ฉันชนเข้า กลับกลายเป็พี่รุ่งที่เจอกันตอนรายงานตัวนั่นเองพี่รุ่งยิ้มให้ ฉันยิ้มตอบ
“ ไม่เป็ไรจ๊ะ นิดเดียวเอง ว่าแต่เราน่ะชื่ออะไร?? ” พี่รุ่งถาม
“ ชื่อน้องค่ะ ” ฉันตอบพร้อมยิ้มให้อย่างเป็มิตร พี่รุ่งยิ้มตอบพร้อมพาฉันไปนั่งที่มาหินอ่อนหน้าอาคารเรียนถ่ายภาพ
“ มานั่งตรงนี้สิ ปล่อยเคนบ้าพลังพาน้องๆเที่ยวเถอะ ” พี่รุ่งไม่พูดอย่างเดียวยังตบที่นั่งม้าหินอ่อนด้านข้างเป็สัญลักษณ์ที่รู้ว่ามานั่งตรงนี้ ใกล้ๆฉัน ฉันกำลังนั่งลงข้างๆพี่รุ่งแต่มีร่างเพรียวบางนางหนึ่งนั่งลง ก็นั่นล่ะ สาวทอมบอยคนนั้น
“ซาหวัดดีค่า ฉันชื่อ ติ๊ก” ไม่พูดป่าวสาวทอมนั่งลงพร้อมกวักมือเรียกเพื่อนๆมา พวกเขาเดินมานั่งที่ม้าหินอ่อน ฉันยืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
‘ อะไรอ่ะ! วันนี้มันเป็วันอารายยยยของฉันเนี้ย ’ ฉันนั่งอย่างหมดแรงที่ม้าหินอ่อน ตอนนี้ติ๊กหัวเราะร่วน โต๊ะม้าหินอ่อนนี้แน่นไปด้วยผู้คนที่ติ๊กกวักมือเรียก
“ เอาล่ะ เดี๋ยวแนะนำตัวเองเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ 555 ” ติ๊กบอกคนที่มาใหม่ ตอนนี้มีคนทยอยเดินมาตรงมาหา
“ หวัดดี เราชื่อ แม๊ค แล้วนี้ก็เบิ้ม ” ผู้ชายใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวดวงตาดู เ็า แต่มีเสน่ห์แบบลึกลับ คิ้วสีเข้ม จมูกโด่งสันชัด ริมฝีปากได้รูป อวบเล็กน้อย สีชมพูอ่อน รูปร่างดูผอมสูง ผมสีดำสนิทแบบเซอร์ๆ อีกคนที่เดินตามเข้ามาเป็ผู้ชายใบหน้ารูปไข่หน้าดูละมุนและอ่อนโยน
ผิวขาวอมชมพู ดูสุขภาพดีและเรียบเนียนมาก สายตาดูนุ่ม สุภาพ และสงบ ไม่ดุหรือเ็า
จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบาง มุมปากดูนิ่ง ๆ คล้ายคนพูดน้อยทำให้ภาพรวมดูโปร่งและดูสูง
ทรงผมสีดำเข้ม เซ็ตแบบธรรมชาติ แสกกลางเล็กน้อย รูปร่างโดยรวมดูสมส่วน ดูแล้วเห็นความแตกต่างกันมากเลยทีเดียว
“ ส่วนเรา เอ ยินดีที่รู้จักนะ ” ผู้ชายอีกคนเดินมานั่ง ใบหน้าค่อนข้างกลมแต่ดูสมส่วน
ผิวขาวอมเหลืองเล็กน้อย ดวงตาขนาดเล็กคิ้วสีเข้ม จมูกได้รูป ริมฝีปากบาง โดยเฉพาะเวลายิ้มจะเห็นฟันเรียงสวย ทำให้ภาพรวมดูสดใสและเป็มิตร เวลายิ้มแล้วช่วยเพิ่มความดูเด็กและ อบอุ่นทรงผมสีน้ำตาลอ่อน ตัดสั้นแบบเรียบร้อย รูปร่างสมส่วน ทักทายเสร็จก็นั่งลง และยังชี้ให้ดูใครอีกคน
“ ส่วนที่กำลังเดินมาทำหน้ายุ่งๆ น่ะ ชื่อพี่นัท เป็ชายหนุ่มโสดผู้ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ไม่ยอมเรียนจบสักที ”
“ นินทาอะไรกูวะ ไอ่เอ ไอ่น้องไม่รักดี ทิ้งกูเฉย ” คนที่เดินเข้ามาบ่นอุ ลักษณะท่าทางเป็ผู้ใหญ่ เขาสวมแว่นกรอบบางทรงเหลี่ยม ดูสุขุม และมีเสน่ห์ ใบหน้ารูปไข่ ทำให้ดูหล่อแบบสะอาดตา สายตาดูนุ่มแต่แฝงความนิ่งและสุขุม ใบหน้าดูดี รูปร่างโดยรวมดูผอมเพรียว สมส่วน คล้ายคนหุ่นนายแบบ ทรงผมสีดำเข้ม ยืนข้างหลังคนชื่อเอ และเอามือขยี้หัวเอเบาๆ แกมหยอกล้อ
“ โห้ คนเยอะขนาดนี้นั่งไหนหมดเนี้ย ดูสิ เรียกมาคนเดียวมาเป็กองเลย ” พี่รุ่งบ่น แต่ก็พยายามขยับให้นั่งให้ครบคน
“โห่เป็ผู้ชายก็ยืนบ้างก็ได้นี่ จะนั่งอะไรนักหนา ดูน้องเขาทำหน้าสิ จะเป็ลมรึเปล่าเนี้ย น้อง ไม่เป็ไรนะ ” ติ๊กถามฉัน ซึ่งคงเดาออกว่าฉันอารมณ์เสียแค่ไหน ก็น่ะ คนอินโทรเวิร์ต อยากอยู่คนเดียว ฉันยิ้มแบบแหยๆให้เป็คำตอบ และเหลือบไปเห็นเอ๋ กำลังมองซ้าย มองขวาเหมือนหาอะไรอยู่
“ เอ๋! มานี่ มานั่งตรงนี้ ” ไม่รู้ตอนนั้นคิดยังไง ถึงเรียกเอ๋มานั่งทั้งๆที่ ม้าหินอ่อนเต็มไปด้วยผู้คน
เอ๋ เดินมาหาอย่างงงๆ
“ มีอะไรเหรอ น้อง ” เอ๋ถามฉันที มองหน้าคนโน้นคนนี้ที
“ ก็ไม่มีอะไร แค่อยากให้มาเข้าก๊วนพวกเราน่ะ ” ฉันยังไม่ทันได้อธิบายหรือบอกอะไร ติ๊กดันพูดแทรกก่อนเลย ฉันหันไปมองหน้าคนพูด
‘ เดี๋ยวนะ ก๊วน ก๊วนอารายยยยก๊อนนนน ’
“ งั้นดีเลย เป็เพื่อนกันไว้ มีอะไรจะได้คอยช่วยเหลือกัน ” พี่รุ่งพูดพร้อมลุกออกจากที่นั่ง แล้วหันมายิ้มให้ฉันก่อนเดินออกไป ฉันมองตามและเห็นนักรบโบราณคนนั้นตามหลังพี่รุ่งไปอย่างติดๆ
“ พี่คนนี้ไม่ธรรมดา ” ติ๊กไม่พูดเปล่า ยังทำเสียงในลำคอแบบ หึ หึ ด้วย เหมือนเจอเื่สนุกๆแล้ว
ฉันมองหน้าติ๊ก
‘ เดี๋ยวนะ พูดแบบนี้แสดงว่าติ๊กก็เห็นผี เหมือนฉันน่ะสิ ’ ฉันหันไปมองหน้าติ๊ก ติ๊กหยักไหล่ให้ฉันเป็คำตอบ
‘ ในที่สุดฉันเจอคนที่เหมือนฉันแล้ว โอ้ เย้! ’