ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 145 ก็แค่แกล้งป่วย แล้วมันทำไม?

            หูหลันเยวี่ยเตรียมตัวมาอย่างพร้อมสรรพ เธอล้วงหยิบเข็มเล่มยาวออกมาจากกระเป๋า

            "คุณย่าคะ ถ้าคุณย่าไม่ว่าอะไร หนูก็จะถือว่าคุณย่ายินดีให้หนูช่วยฝังเข็มแล้วกันนะคะ" พูดจบหูหลันเยวี่ยก็ไปนั่งลงตรงขอบเตียง

            ท่าทางของเธอราวกับเล็งไปยังส่วนใดส่วนหนึ่งบนร่างกายแม่เฒ่าไว้แล้ว พร้อมจะลงมือแทงเข็มได้ทุกเมื่อ

            ภายใต้แสงไฟสลัว แม่เฒ่าหูเห็นเข็มเล่มยาวในมือหลานสาว ความเย็นเยียบก็แล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลังโดยสัญชาตญาณ

            "ยัยเด็กตายยาก แกจะเอาเข็มมาแทงฉัน แกไม่กลัวฟ้าผ่าเอาหรือไง?" ด้วยความกลัวว่าจะถูกเข็มแทงจริงๆ แม่เฒ่าหูที่นอนนิ่งอยู่ก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

            หูหลันเยวี่ยยิ้มให้คุณย่าเล็กน้อย เธอเล่นเข็มในมือ พร้อมกับพูดอย่างใจเย็น "คุณย่าคะ ฟังจากน้ำเสียงที่มีพลังเต็มเปี่ยม แถมยังลุกขึ้นได้คล่องแคล่ว สีหน้าก็ไม่มีอาการบ่งบอกว่าป่วยเลย คุณย่าไม่ได้แกล้งป่วยใช่ไหมคะ?"

            ระหว่างที่พูด หูหลันเยวี่ยก็ยังแกว่งเข็มในมือไปมาตรงหน้าคุณย่าเป็นระยะๆ

            แม่เฒ่าที่กำลังสวมรองเท้า เมื่อได้ยินคำว่าแกล้งป่วย รองเท้าผ้าฝ้ายที่อยู่ในมือก็ร่วงลงพื้นทันที

            "ฉันก็แค่แกล้งป่วย แล้วมันจะทำไม?" น้ำเสียงของแม่เฒ่าฟังดูโกรธเคืองเล็กน้อย

            เธอรู้สึกว่า ถึงแม้ตนจะยอมรับว่าแกล้งป่วยต่อหน้ายัยเด็กตายยากคนนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย

            เป้าหมายในการแกล้งป่วยของเธอสำเร็จแล้ว ลูกชายคนโตกลับมาคืนดีกับเธอ แถมยังซื้อซี่โครงมาให้กินอีกด้วย

            แค่แกล้งป่วยก็ทำให้ได้กินซี่โครง แถมยังได้คืนดีกับลูกชายคนโต แม่เฒ่ารู้สึกว่าเธอได้กำไรเห็นๆ

            เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาขุ่นเคืองของแม่เฒ่า หูหลันเยวี่ยก็ยังคงยิ้มให้อย่างใจเย็น "คุณย่ายอมรับว่าแกล้งป่วยก็ดีแล้วค่ะ"

            เว้นช่วงไปครู่หนึ่ง หูหลันเยวี่ยก็พูดต่อ "มีเด็กคนหนึ่งเลี้ยงแกะอยู่บนภูเขา วันๆ เขาเอาแต่ร้องตะโกนว่าหมาป่ามาแล้ว หมาป่ามาแล้ว ครั้งแรกกับครั้งที่สอง ทุกคนก็รีบวิ่งไปช่วยเขา แต่ต่อมา พอหมาป่ามาจริงๆ เด็กคนนั้นก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีใครมาช่วย เด็กคนนั้นก็เลยถูกหมาป่ากินไป คุณย่า คุณย่าคิดว่าเด็กคนนั้นสมควรตายไหมคะ?"

            "สมควรตายอยู่หรอก" ถึงแม้ว่าแม่เฒ่าจะไม่ได้มีความรู้มากมาย แต่ก็ไม่ได้โง่

            เธอเข้าใจว่าทำไมหูหลันเยวี่ยถึงเล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟัง แต่ก็ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอถือซะว่ากำลังฟังนิทานสนุกๆ ก็แล้วกัน

            หูหลันเยวี่ยก็รู้ว่าแม่เฒ่ากำลังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร "คุณย่า น้ำแกงอยู่ในครัว ไปล้างมือแล้วรีบไปกินตอนร้อนๆ เถอะค่ะ หนูขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ"

            จากนั้นแม่เฒ่าก็ไปล้างมือแล้วเตรียมตัวจะไปกินซี่โครง

            แต่พอเธอเห็นน้ำแกงที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอก็ถึงกับตะลึงงัน

            ไหนซี่โครงที่ว่าจะซื้อมาให้ล่ะ?

            ถึงแม้ว่าจะไม่มีซี่โครง อย่างน้อยก็ควรจะมีเนื้อบ้าง

            แต่ในน้ำแกงชามนั้นมีแค่เนื้อสับลอยอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            แม่เฒ่ารู้ว่านี่ต้องเป็นความคิดของหูหลันเยวี่ยแน่ๆ ยัยเด็กตายยากคนนี้นี่มันร้ายกาจจริงๆ

            แม่เฒ่าตั้งใจว่าจะไม่ซดน้ำแกงชามนี้ แต่แค่ได้กลิ่นหอมๆ เธอก็กลืนน้ำลายไปหลายครั้งแล้ว

            ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แม่เฒ่าต้องแกล้งป่วย เธอจึงไม่ได้กินอะไรมากนัก ถึงแม้ว่าจะกินคุกกี้ไปบ้าง แต่มันก็ช่วยบรรเทาความหิวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            ในที่สุดแม่เฒ่าก็ยกน้ำแกงขึ้นมาซด เมื่อได้ซดไปคำหนึ่ง เธอก็อดไม่ได้ที่จะซดอีกหลายๆ คำตามมา

            แค่ซดน้ำแกงอย่างเดียวคงไม่อยู่ท้อง แม่เฒ่าจึงรีบไปเอาแป้งจี่มาชุบในน้ำแกง

            หูหลันเยวี่ยกลับมาจากบ้านคุณย่าแล้ว หูฉางหมินกับคนอื่นๆ จึงเริ่มลงมือกินข้าว

            "เยวี่ยเยวี่ย ตอนที่ลูกไป คุณย่านั่งหรือนอนอยู่เหรอ?" หูฉางหมินถาม

            หูหลันเยวี่ยคีบวุ้นเส้นผัดเนื้อสับเข้าปากไปคำหนึ่งก่อนตอบว่า "ตอนที่หนูไปหา คุณย่ากำลังซักผ้าอยู่ค่ะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ สุขภาพของคุณย่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว"

            เมื่อได้ยินว่าแม่กำลังซักผ้าอยู่ที่นั่น หูฉางหมินก็รู้สึกวางใจ "ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว"

            จ้าวหงเหมยอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา "ฉันว่าแม่ก็แค่แกล้งป่วยหลอกคุณเท่านั้นแหละ"

            ถึงแม้ว่าจ้าวหงเหมยจะพึมพำเสียงเบา แต่หูฉางหมินก็ได้ยินอย่างแน่นอน

            เมื่อได้ยินว่าภรรยาพึมพำอะไรออกมา หูฉางหมินก็ไม่ได้ตอบโต้ เขานั่งกินข้าวอย่างตั้งใจต่อไป

            เพียงพริบตาเดียวก็รุ่งสางแล้ว หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หูหลันเยวี่ยก็ถือผ้าไปที่บ้านย่าหลินที่อยู่ข้างๆ

            ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว หูหลันเยวี่ยจึงให้ความสำคัญกับการตัดเสื้อผ้าเป็นหลัก

            จักรเย็บผ้าที่บ้านต้องให้ถิงถิงใช้ เธอจึงถือผ้ามาให้ย่าหลินช่วยเย็บให้

            พอหูหลันเยวี่ยมาถึง หลินซือหย่วนก็ออกไปข้างนอกแล้ว

            ทันทีที่ย่าหลินเห็นหูหลันเยวี่ยก็รีบเข้ามาจับไม้จับมือ "เยวี่ยเยวี่ย ช่วงนี้ไม่อยู่บ้านเลย ฉันคิดถึงหนูจริงๆ นะ"

            เมื่ออยู่กับย่าหลินที่ใจดีและกระตือรือร้น หัวใจของหูหลันเยวี่ยก็รู้สึกถึงความอบอุ่นขึ้นมาในทันที

            หูหลันเยวี่ยยิ้มหวานให้ย่าหลิน "ย่าใหญ่ หนูเองก็คิดถึงย่าเหมือนกันค่ะ"

            จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็หยิบของขวัญที่ซื้อไว้เป็นของฝากให้ย่าหลินขึ้นมา

            ย่าหลินชอบดื่มชา โดยเฉพาะชาเขียว เมื่อครั้งนี้ได้เข้าไปในเมือง เธอจึงซื้อชาเขียวให้

            หลังจากคุยกับย่าหลินได้ครู่หนึ่ง หูหลันเยวี่ยก็เตรียมตัวจะตัดเสื้อผ้าต่อ

            ย่าหลินกลัวว่าหูหลันเยวี่ยจะหนาวตอนทำงาน จึงตั้งเตาผิงไว้ในห้องโดยเฉพาะ

            ย่าหลินรักและเอ็นดูหูหลันเยวี่ยเหมือนลูกหลานของตน จึงแสดงความรักผ่านรายละเอียดต่างๆ

            หลังจากที่ย่าหลินตั้งเตาผิงเสร็จแล้ว เธอก็ถอยออกเงียบๆ

            ย่าหลินเริ่มนั่งเย็บปักถักร้อยอยู่ข้างๆ เตาไฟในห้องโถง

            ถึงแม้ว่าเธอจะอายุหกสิบกว่าปีแล้ว แต่สายตาก็ยังดีอยู่ ตราบใดที่ว่าง เธอก็จะทำงานฝีมือ

            ย่าหลินเพิ่งหยิบงานขึ้นมา คนที่บ้านก็มาอีกแล้ว

            คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เธอคือป้าใหญ่ของหลินซือหย่วน จางกุ้ยเฟิน

            หลังจากที่จางกุ้ยเฟินเข้าไปในห้องโถง แล้วได้ยินเสียงจักรเย็บผ้าดังมาจากห้องเล็กๆ เธอก็รีบถามขึ้น "คุณป้า ใครกำลังใช้จักรเย็บผ้าของป้าอยู่เหรอคะ?"

            "หลันเยวี่ยกำลังใช้น่ะ กุ้ยเฟิน เธอจะมายืมจักรเย็บผ้าเหรอ?" ท่าทีของย่าหลินที่มีต่อจางกุ้ยเฟินก็ยังคงไม่แยแส

            เมื่อได้ยินว่าคนที่ใช้จักรเย็บผ้าอยู่ในห้องเล็กๆ คือ หูหลันเยวี่ย จางกุ้ยเฟินก็ตอบ ‘อืม’ ออกมา จากนั้นสายตาของเธอก็จับจ้องไปที่โต๊ะแปดเซียน

            ทันใดนั้นสายตาของจางกุ้ยเฟินก็สะดุดกับชาสองห่อที่วางอยู่บนโต๊ะ

            "คุณป้า ซื้อชามาจากไหนคะ? ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะเป็นชาดีนะ" ขณะที่พูด จางกุ้ยเฟินก็เดินเข้าไปหยิบห่อชาขึ้นมาดูอย่างละเอียด

            จางกุ้ยเฟินอ่านหนังสือไม่ออก เธอก็แค่เห็นว่าห่อชาสวยดี

            "ชาพวกนี้หนูเยวี่ยเอามาให้น่ะ ชาดียังไงก็ต้องเป็นชาดีอยู่แล้ว" ย่าหลินมองชาทั้งสองห่ออย่างหวงแหน

            ตอนนี้เธอเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้เก็บชาทั้งสองห่อนี้ไว้ตั้งแต่แรก

            พอได้ยินว่าชาเป็นของที่หูหลันเยวี่ยซื้อมาให้ย่าหลิน จางกุ้ยเฟินก็พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะกตัญญูเหมือนกันนะ"

            ย่าหลินพูดอย่างภาคภูมิใจ "ยัยหนูหลันเยวี่ยกตัญญูต่อฉันเหมือนกับกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ของตัวเองเลยแหละ กุ้ยเฟิน ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว สะใภ้ของต้าเผิงมาที่บ้านแล้วหรือยังล่ะ?"

            จางกุ้ยเฟินตอบ "ลูกสะใภ้ของฉันเพิ่งมาเมื่อวันก่อนค่ะ แต่ฉันไม่มีวาสนาดีเหมือนคุณป้า ลูกสะใภ้ไม่เคยซื้อของดีๆ อะไรให้พวกเราเลย"

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245