หายใจไม่ออก ทำไมอึดอัดอย่างนี้ อึดอัดเหลือเกิน ทำไมหนาว หนาวจัง หนาวเหลือเกิน เอ๊ะ ! ความทรงจำ ที่เธอจำได้คือเธอ ถูกยัยเชอรี่ พลักลงมาในแม่น้ำ ตอนนี้ก็แปลว่ายังอยู่ในน้ำนี่นา มิลลี่พยายามลืมตาขึ้น ถึงแม้จะรู้สึกแสบตามากก็ตาม พอปรับสภาพสายตาได้ ถึงแม้ใต้น้ำจะมืดแต่ก็พอเห็นลางๆ มิลลี่พยายามตะเกียกตะกายว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำ เพื่อเอาชีวิตรอด เธอจะไม่ยอมตายเด็ดขาด
'นั้นแสงสว่างจากพระอาทิตย์ '
มิลลี่พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มี ตะเกียกตะกายขึ้นมาบนผิวน้ำ ในที่สุดก็ว่ายขึ้นมา โผล่พ้นน้ำ เธอทรงตัวและลอยคออยู่ในแม่น้ำ
''รอดตายแล้วเรา''
มิลลี่ลอยคออยู่ในน้ำ พร้อมหายใจเอาอากาศที่้าเข้าไปเต็มปอด เธอมองซ้ายมองขวาไปรอบๆ ก่อนจะว่ายน้ำขึ้นไปบนฝั่งที่อยู่ไม่ไกลมากนัก พอขึ้นฝั่งมาได้ก็นั่งหอบหายใจอยู่ตรงนั้นด้วยความเหนื่อย
"แฮก แฮก เหนื่อยชะมัด ทำไมเหนื่อยขนาดนี้เนี่ย "
พอนั่งพักจนหายเหนื่อย เธอจึงเริ่มมองหาคนไปรอบๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ มิลลี่คิดว่าคงถูกน้ำพลัดมาไกลมาก อย่างไรเสียเธอก็จะต้องเอาเื่ ยัยเชอรี่ให้ถึงที่สุด ต้องแจ้งความ ข้อหาพยายามฆ่า คิดแล้วมันแค้นจริงๆ รับรองว่างานนี้ ยัยเชอรี่ต้องอำลาจากวงการไปชั่วชีวิต
มิลลี่พยายาม มองไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่เจอใครสักคน ที่จะสามารถขอความช่วยเหลือได้ สถานที่นี้ไม่คุ้นตาเลย มีดอกไม้หลากหลายชนิดปลูกเต็มไปหมด ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ เมื่อพิจารณาดูดีๆแล้วมันเหมือนกับว่าเป็สวนดอกไม้อะไรสักอย่าง และตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ริมสระ ซึ่งมีบัวขึ้นอยู่ในสระมากมาย แต่ เอ๊ะ ! ทำไมมันแปลกๆ นี่มันสระบัว เป็สระที่มีขนาดกว้างและใหญ่มาก มีดอกบัวขึ้นอยู่มากมายทั้ง สีขาว สีชมพู
'อ้าวแล้วนี่เธอ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง '
จำได้ว่าโดนพลักลงแม่น้ำ แต่นี่มันสระในสวน ยิ่งคิด ยิ่งปวดหัว
ในขณะที่ตัวเองกำลังสับสนอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเรียก พร้อมฝีเท้าที่วิ่งมาอย่างเร็ว เหมือนกับคนที่กำลังใจร้อนรน พุ่งมาที่เธอนั่งอยู่
"คุณหนู คุณหนูเ้าคะ ฮือ ฮือ คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ "
เด็กสาวที่วิ่งมาแต่งตัวแปลกๆ ใส่เสื้อผ้าอย่างกับหนังจีนยุคโบราณ หน้าตา บ่งบอกว่า อายุน่าจะไม่เกิน 18 ปี มีผู้ชายตามมาด้วย สองสามคน ทุกคนต่างแต่งตัวเหมือนชุดในหนังจีนที่มิลลี่เคยดู
'เอ๊ะ !หรือว่าอยู่ในกองถ่ายละครนะ'
เธอสงสัยจึงหันไปถามเด็กผู้หญิงคนนั้นดูเพื่อความแน่ใจ
"นี่ๆ กำลังถ่ายละครกันอยู่หรอ แล้วที่นี่ ที่ไหนหรอคะ เดี่ยวนี้นิยมถ่ายหนังจีนอะไรแบบนี้แล้วหรอ หรือ มีกองถ่ายจากจีนมาถ่ายทำละครที่นี่คะ "
มิลลี่ถามกลับไปด้วยหวังว่าจะได้คำตอบ ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และที่นี่คือที่ไหน เด็กสาวคนนั้นไม่ตอบ แถมยังทำหน้าตาใจนตาโต พร้อมกับจ้องมาที่เธอ
"คุณหนู คุณหนูพูดอะไรนะเ้าคะ "
ทำไมคุณหนูของนางจึงพูดจาแปลกไป หรือเพราะตกลงไปในน้ำแล้วหัวไปกระแทกอะไรเข้า ทำให้สติเลอะเลือน จึงทำให้คุณหนู ของนางพูดจาแปลกประหลาดเช่นนี้ออกมา บ่าวผู้ชายที่ตามมา ก็พากันงง กับคำพูดที่แปลกไปของ คุณหนู
'' ฮือ ฮือ คุณหนูของบ่าว นี่บ่าวเองนะเ้าคะ เลียงลี่ ไงเ้าคะ "
นางกับคุณหนูออกมาเดินเล่นในสวน พอเดินมาถึงสระบัว ก็มีชายชุดดำโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ พลักคุณหนูของนางลงไปในสระบัว คุณหนูของนางว่ายน้ำไม่เป็ จึงจมหายไปต่อหน้าต่อตา ส่วนชายชุดดำก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นางใมากจึงรีบวิ่งไปหาคนมาช่วย พอวิ่งกลับมาก็เห็นคุณหนูนั่งอยู่ข้างสระบัว ไม่รู้ว่าคุณหนู ของนาง ว่ายน้ำเป็ตอนไหน แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะถาม ขอแค่คุณหนูปลอดภัยก็พอแล้ว
'' ร้องไห้ทำไมนะ ฉันแค่ถามแค่นี้เองนะ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน ''
ตอนนี้มิลลี่ยิ่งงง เข้าไปใหญ่
'' คุณหนู จำไมไม่ได้หรือเ้าคะ ที่นี่ก็สระบัวหลังจวน ไงเ้าค่ะ ''
'' หือ ไม่เข้าใจ จวนอะไร งง''
มิลลี่ก็ยัง งง อยู่
'' ที่นี่จวนเสนาบดี ตระกูลฟาง ไงเ้าค่ะ ''
'' เข้าใจล้อเล่นนะเนี่ย นี่ตั้งกล้องแอบถ่ายอยู่ตรงไหนละ กำลังถ่ายรายการ แกล้งดารา อยู่ใช่ไหมคะ ''
รายการนี้ จะเป็รายการที่สร้างสถานการณ์แปลกๆมาเพื่อแกล้งดาราโดยเฉพาะ เธอเคยดูนะ แหม หลอกกันไม่ได้หรอก
'' คุณหนู พูดอะไรนะเ้าคะ บ่าวไม่เข้าใจเลย บ่าวไม่ได้แกล้งนะเ้าคะ''
'' แน๊ะๆ ทำสะเนียนเลย เกือบเชื่อแล้วนะเนี่ย นี่ๆขอยืมโทรศัพย์หน่อยสิ ''
เธอลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษดินที่ติดเสื้อผ้าและที่มือที่ขาออก ก็พลันใกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ มองดูเป็สีชมพูหวานแหววยาวกรอบเท้า
'นี่มันอะไรกัน ฉันจำได้ว่าไม่ได้ใส่ชุดนี้นิ '
มิลลี่ มองสำรวจตัวเองด้วยความร้อนรน และใ ชุดที่เธอสวมใส่เหมือนกับในหนังจีนโบราณ เมื่อมองมือของตัวเอง กลับพบว่ามันไม่ใช่มือของเธอ มือนี้อวบอูมและตัวนี้ก็ไม่ใช่ตัวเธอ ยิ่งทำให้เธอใมากยิ่งขึ้น เธอเอามือจับที่หน้าของตัวเอง ก่อนจะรีบก้มหน้าเพื่อมองดูเงาในน้ำ สิ่งที่สะท้อนให้เห็น คือ ใบหน้าของเด็กสาว ตัวอ้วนกลม อายุน่าจะ สัก 17 - 18 ปี ซึ่งไม่ใช่เธอ ถึงจะเหมือนเธอ แต่เธอไม่ได้อ้วนแบบนี้ มิลลี่ไม่มั่นใจในสายตาตัวเอง ที่อาจเลอะเลือน จึงก้มลงไปมองอีกรอบ แต่ก็ยังเป็ภาพเดิม เธอคิดว่าตัวเอง คงฝันไปแน่ๆ เลย ลองหยิกตัวเองดู
"โอ้ย เจ็บจริง แปลว่าไม่ใช่ฝัน ไม่นะ อะไรกันนี่ "
เธอทั้งใ และ สับสนมาก เธออยู่ในร่างกายนี้ได้อย่างไร แล้วตัวเธอละ หายไปไหน หรือว่าจะเป็เหมือน ละครที่เคยแสดง สลับร่างหรอ หรือ เ้าของร่างนี้ไปอยู่ ในร่างเธอ แล้วเธอก็มาอยู่ในร่างเขา เอ๊ะ ! หรือ จะเป็แบบว่า เธอย้อนเวลา มาอยู่ในร่างนี้ แล้วเ้าของร่างนี้ละไปไหน แล้วเธอก็มาอยู่ในยุคนี้
''โอ้ยยยย ไม่ไหวแล้ว นี่มันอะไรกานนนนนนนน ''
มิลลี่คิดจนสับสน วุ่นวายในสมองไปหมด ก่อนจะช็อกหมดสติล้มพับ ไปต่อหน้า ต่อตา เลียงลี่ และบ่าวคนอื่นๆ
"คุณหนู เป็อะไรไปเ้าคะ เร็วเข้ามาช่วยกันพาคุณหนูกลับห้อง "
เลียงลี่และบ่าวทุกคนต่างพากันใ รีบเค้ามาช่วยประคอง คุณหนูเพื่อพาไปยังห้อง เลียงลี่ ได้ให้คนไปตามหมอ มาเพื่อดูอาการ หมอใช้เวลาดูอาการไม่นาน พร้อมกับจ่ายยาให้
'' เป็อย่างไรเ้าคะ คุณหนูปลอดภัยดีไหมเ้าคะ ท่านหมอ ''
'' ไม่ต้องห่วง ปลอดภัยดี ให้กินยาตามที่ข้าจัดให้ สองสามวันก็หาย''
''ขอบคุณท่านหมอมากเ้าค่ะ ข้าไปส่งท่านนะเ้าคะ ''
ว่าแล้วเลียงลี่ก็เดินไปส่งท่านหมอที่หน้าจวน
ระหว่างนั้นมิลลี่ก็รู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี ในที่สุดเธอก็ตื่นสักที เธอยิ้มน้อยๆ ก่อนจะนึกถึงเื่ราวที่ทำให้เธอใแทบสิ้นสติ เธอจำได้ว่าฝันแปลกๆ ฝันว่าตัวเองนั้นโดนพลักลงแม่น้ำแล้วก็มาอยู่ในร่างกายของใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ตัวเธอ แต่หน้าตาเหมือนเธอ
'' ฮ่า ฮ่า ฝันประหลาดชะมัดเลยเรา ''
ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นนั่ง เพราะคิดว่านี่คือที่นอนที่บ้าน พอมองไปรอบๆก็ทำให้ใ อีกครั้ง
'นี่มันอะไรกัน อย่าบอกนะ ว่าไม่ใช่ความฝัน '
ห้องที่เธออยู่ตอนนี้ แตกต่างจากบ้านของเธอ โดยสิ้นเชิง ทุกอย่างต่างเป็ไม้ที่แกะสลักอย่างสวยงาม เครื่องลายคราม โต๊ะเครื่องแป้ง ผ้าห่ม ผ้าม่าน ล้วนแต่ดูสวยงาม แปลกตา ที่บ้านเธอไม่มีแบบนี้แน่ๆ
'' เอ๊ะ หรือว่าฉันยังไม่ตื่น อาจเป็ฝัน ซ้อนฝัน ก็ได้นะ ''
มิลลี่ ลองเอามือหยิกที่แขนตัวเอง แรงๆ จนเนื้อแดง
''โอ้ยย เจ็บขนาดนี้ไม่ใช่ฝันแล้วว กรรมจริงๆ ทำยังไงดี ฉันจะบ้าตาย โถ่ชีวิตของฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ''
''คุณหนู ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ''
เหมียนมี่ รีบเดินเข้ามาพยุงนายของตน ทันที
''เธอเลียงลี่ใช่ไหม ''
''บ่าวหรือเ้าคะ เหมียนมี่ เ้าค่ะ ''
''หือ ก็ก่อนนั้นเธอยังบอกว่าชื่อ เลียงลี่อยู่เลยนิ''
มิลลี่เอียงคอสงสัย
'' คุณหนูเ้าคะ ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ทำบ่าวใแทบแย่นะเ้าค่ะ ''
ระหว่างนั้นเลียงลี่ที่ไปส่งหมอเสร็จ ก็เดินกลับเข้ามาพอดี
'' เฮ้ย ทำไมเธอสองคนถึงหน้าตาเหมือนกันแบบนี้เนี่ย ''
'' คุณหนู จำไม่ได้หรือเ้าคะ ก็บ่าวสองคนเป็ ฝาแฝดกันไงเ้าค่ะ ''
เลียงลี่ได้แต่สงสัยเพราะปกติคุณหนูนั้นรู้จักพวกนางเป็อย่างดี
'' ออๆ คือแบบว่า ฉันคงสมองกระทบกระเทือนนะ ตอนตกน้ำหัวคงไปกระแทกอะไรเข้า จำอะไรไม่ค่อยได้ ''
มิลลี่ได้แต่โกหกเพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัยมากนัก เพราะเธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรกับสองคนนี้ดี
''เอางี้นะ เลียงลี่ เหมียนมี่ ช่วยพาฉันไปที่สระบัวหน่อยได้ไหม ''
เธอคิดอะไรดีๆออกแล้ว เธอโพล่มาจากสระน้ำนั่น เพราะฉะนั้นถ้าเธอจะกลับไปยังโลกที่เธอจากมาละก็ เธอต้องะโลงไปในสระนั้นสินะ ความคิดบรรเจิดจริงๆ
''ไปตอนนี้หรือเ้าคะ คุณหนูยังไม่สบายอยู่ ''
เลียงลี่รีบถามด้วยความเป็ห่วง
''ใช่นะสิ เร็วเข้า''
'' เ้าค่ะ /เ้าค่ะ ''
เหมียนมี่ กับเลียงลี่ ต่างรับคำพร้อมกัน อย่างเลี่ยงไม่ได้
พอเดินมาถึงสระบัวโดยที่เลียงลี่ และ เหมียนมี่ เป็คนนำทาง เธอก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ะโ ลงไปในสระทันที
'' ตู้มมมม''
''อ้ายยย คุณหนู ทำอะไรนะเ้าคะ /อ้ายยยยคุณหนู "
เลียงลี่ และ เหมียนมี่ ใแทบสิ้นสติ เมื่ออยู่ๆคุณหนูของพวกนางก็ะโลงไปในแม่น้ำแบบที่พวกนางไม่ทันตั้งตัว หรือว่าคุณหนูของพวกนางคิดจะฆ่าตัวตายกันถึงได้ทำเช่นนี้
'' ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยคุณหนูด้วย ใครอยู่แถวนี้บ้าง''
เลียงลี่ และ เหมียนมี่ พยายามะโสุดเสียงเพื่อหาคนมาช่วย
ทางด้านมิลลี่พอมาอยู่ใต้น้ำ เธอก็พยายามกลั้นหายใจและหลับตาเอาไว้ เพื่อที่พอลืมตามาอีกครั้งจะได้พบว่าตัวเองกลับมายังโลกปัจจุบันแล้ว เธอพยายามอดทน จนกลั้นไม่ไหวแล้ว จึงตะเกียกตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำพอถึงผิวน้ำ สิ่งที่เห็นกลับเป็สถานที่เดิม
''ทำไมกัน ฉันยังอยู่ที่เดิมนิ''
มิลลี่ไม่ยอมแพ้ เธอดำลงไปใต้น้ำอีกแล้วก็ทำแบบเดิม พอขึ้นมาก็ยังเป็สถานที่เดิม เธอก็ดำลงไปอีก ทำแบบนี้ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ส่วนสาวใช้ทั้งสอง ตามบ่าวผู้ชายมาได้ ก็ให้ะโลงไปช่วยคุณหนูของตนทันที ทุกคนต่างพากันว่ายน้ำ ไปหาคุณหนู เพื่อพาเข้าฝั่ง
'' อะไรกันเนี่ย ปล่อยฉันนะ ฉันยังไม่ขึ้น ''
''คุณหนูขึ้นมาเถอะเ้าคะ อย่าทำแบบนี้เลยนะเ้าคะ ฮือ ฮือ ถึงใครจะว่าคุณหนูอย่างไร แต่บ่าวสองคนก็รักคุณหนูนะเ้าคะ อย่าคิดสั้นเลยนะเ้าคะ''
เลียงลี่บอกแก่คุณหนูของตน ก่อนสาวใช้ทั้งสองจะพากันร้องไห้ ไม่ยอมหยุด
''ห๊าาาา ฉันนี่นะ คิดสั้น นี่คิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายหรอ ฉันปล่าวคิดแบบนั้นสักหน่อย ปล่อยฉันได้แล้ว''
'' ไม่ได้ ขอรับคุณหนู ขึ้นฝั่งเถอะขอรับ ''
'' พวกบ่าวขอร้องละ ขอรับ ขึ้นฝั่งเถอะ ขอรับ ''
พวกบ่าวต่างคิดกันไปไกลว่าคุณหนูของตนกำลังพยายามฆ่าตัวตาย จึงพยายามจับเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
'' อะๆๆ รู้แล้วๆ ปล่อย ฉันจะว่ายไปเอง ''
พวกบ่าวต่างปล่อยมือเมื่อเห็นว่าเธอจะไม่ฆ่าตัวตาย มิลลี่จึงว่ายเข้าฝั่งมาที่เลียงลี่และเหมียนมี่ที่กำลังร้องไห้อยู่
''หยุดร้องได้แล้ว ฉันยังไม่ตายสักหน่อย''
'' บ่าวไม่ร้องแล้วเ้าค่ะ คุณหนูอย่าทำแบบนี้อีกนะเ้าคะ อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก ''
เหมียนมี่กล่าวพร้อมน้ำตา
'' ใช่เ้าค่ะ อย่าทำอีกนะเ้าคะ ''
เลียงลี่รีบพยุงคุณหนูของตนทันที
''ก็บอกแล้วว่าฉันนะ ไม่ได้จะฆ่าตัวตายสักหน่อย ตกอก ใ กันไปได้ ''
ตอนนี้เธอกลับมานอนพักที่ห้องแล้ว เลียงลี่และเหมียนมี่ คะยั้นคะยอให้เธออาบน้ำ แล้วก็กินข้าวกินยา นอนพักผ่อน ไม่งั้นก็ไม่ยอมออกไปไหน เธอจึงจำเป็ต้องตามใจพวกนางไปก่อน ตอนนี้เธออยู่คนเดียว จึงใช้เวลานี้ลองนึกทบทวนดูถึงร่างนี้ ว่าร่างนี้คือใคร แต่ก็นึกไม่ออกตอนนี้ เธอคิดถึงพ่อ เธออยากกลับบ้าน
''โอ้ยยย นี่ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ มันต้องไม่ใช่ความจริง ต้องไม่ใช่ความจริง''
เธอรู้สึกสับสนวุ่นวายใจไปหมด ไม่รู้จะทำเช่นไรดี มาอยู่ในสถานที่แปลกๆ ผู้คนก็แปลกๆ อยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ ที่หน้าตาเหมือนเธอ
''โป๊กกกก โอ้ย''
มิลลี่ตัดสินใจเอาหัวโขกกับเสาไม้เผื่อว่าจะตื่นจากฝันประหลาดนี้เสียที แต่กลับเป็ว่าเธอได้รับความเ็ปมาแทน มิลลี่ยกมือสองข้างขึ้นกุมขมับไว้ อย่างทรมาน ตอนนี้เธอปวดหัวจนแทบจะะเิ
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนความเ็ปของเธอจะค่อยๆทุเลาลง มิลลี่นั่งลงหอบหายใจด้วยความใ เธอจำทุกอย่างได้แล้ว ซึ่งเป็ความทรงจำของร่างนี้
ยังดีที่ความทรงจำไม่ได้หายไปด้วย ร่างนี้ มีชื่อว่า ฟางเหม่ยหลิง อายุ 18 ปี ที่เธออยู่ตอนนี้เรียกว่าแคว้นเหลียง และ แคว้นใหญ่ๆที่เ้าของร่างนี้พอจะรู้จัก ได้แก่ แคว้นเว่ย แคว้นซ่ง รวมแคว้นเหลียง ก็เป็สามแคว้น ซึ่งเป็แคว้นใหญ่ ใกล้เคียงกัน
ทุกคนในที่นี้ ก็จะมีคนเป็วรยุทธ์ไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็ ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งต้องฝึกฝนกันั้แ่เด็ก ส่วนผู้หญิงนั้นต้องอยู่ในห้องหอ ถูกฝึกเป็กุลสตรี ให้มีความเพรียบพร้อม เพื่อเตรียมตัวเป็เ้าสาวในอนาคต จะมีไม่กี่คนที่เรียนการปรุงยาและเรียนวรยุทธ์ ซึ่งก็แล้วแต่พร์และความสามารถของแต่ละคน และที่สำคัญ ใครที่เก่งมากๆจะมีพร์ด้านการใช้เวทย์ น้อยคนนักที่จะมีพลังเวทย์ บางคนสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษ ต่อๆกันมา ซึ่งหาได้ยากยิ่ง ส่วนมากจะเป็เชื้อพระวงค์ ผู้ที่มีศักดิ์สูง และพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่
ฟางเหม่ยหลิง เป็บุตรตรีคนเดียวของ ฟางหมงหวิน กับ ฮูหยิน เป่ยฉิงเหย่ ซึ่งทั้งสองได้เสียไปแล้วั้แ่นางอายุเพียง 10 ขวบ เท่านั้น ตอนนี้เหลือแต่ท่านปู่ คือเสนาบดีฝ่ายซ้าย ฟางเฉินฟง ตระกูลของนางเคยรุ่งเรืองมาก แต่เดี่ยวนี้ เหมือนว่าครอบครัวของนาง จะได้รับความโปรดปราณจากองค์จักพรรดิ น้อยลง เมื่อก่อนตอนที่บิดาของนางยังอยู่ และท่านปู่ยังแข็งแรงมากกว่านี้ ได้ทำผลงาน ความดีความชอบ ไว้มากมาย เป็ที่โปรดปราณแก่องค์จักพรรดิเป็อันมาก แต่พอบิดาของนางได้สิ้นลงในสนามรบ ท่านปู่ของนางอายุมากขึ้น ทำให้อำนาจเสื่อมถอยลง ตามกาลเวลา ท่านปู่ของนางอายุมากแล้ว ทำให้มีงานสำคัญอะไร องค์จักพรรดิ มักจะมอบหมายให้เสนาบดีฝ่ายขวาที่อายุน้อยกว่าทำเสมอ เสนาบดีฝ่ายขวานั้นก็คือเพื่อนของพ่อนางนั้นเอง เสนาบดีฝ่ายขวาจึงเป็ที่โปรดปราณ ได้รับความดีความชอบ อยู่ในเวลานี้
ตระกูลของนาง มีนางเป็ทายาทเพียงคนเดียว แต่นางก็เปรียบเสมือนคนไร้ค่า ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์เพราะร่างกายไม่แข็งแรง แถมมีร่างกายที่อ้วนกลมจนคุณหนูตระกูลอื่นๆ พากันหัวเราะ เหยียดหยาม ต่างๆนาๆ ปรุงยาก็ไม่เป็ พลังเวทย์ยิ่งแล้วใหญ่ แต่ท่านปู่ก็ไม่เคยรังเกียจ ยังรักและคอยดูแลเอาใจใส่นางเป็อย่างดี เพราะนางเป็บุตรตรีเพียงคนเดียวของบุตรชายที่เขารักมาก
พอนึกมาถึงตอนนี้ ทำให้เธอรู้ว่าชีวิตของเ้าของร่างนี้ น่าสงสารนัก ถึงจะเกิดมาในตระกูลที่สูงส่ง แต่ก็ต้องแบกรับสังคมที่มองคนเพียงรูปร่างหน้าตา ความสามารถเป็หลัก แต่ไม่เคยมองถึงความดีงามภายในจิตใจของคน ถึงยังไงก็ไม่ใช่เื่ของเธอ เธอไม่คิดที่จะใส่ใจ ตอนนี้เธอ้าที่จะกลับบ้าน เท่านั้น
''ขอนอนเอาแรงก่อนแล้วกัน แล้วค่อยคิดหาวิธีกลับ เหนื่อยจะตายแล้ว ''
รู้สึกว่าร่างกายเ้าของร่างนี้จะอ่อนแอมาก ้า การพักผ่อนเป็พิเศษ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะต้องหาทางกลับไปยังโลกปัจจุบันให้ได้ เธอจะต้องกลับไปหาพ่อ กลับไปชำระความแค้นกับยัยเชอรี่ให้ได้ เธอคิดไป คิดมา เพื่อหาวิธี จนเผลอหลับไป และเข้าสู่ห้วงนิทรา