เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 160 ความสิ้นหวังที่แท้จริง

            ความสิ้นหวังที่แผ่ขยายไปทั่วดันเจี้ยนทะเลทรายรกร้าง ทำให้เหล่าสมาชิกกิลด์ทุกคนรู้สึกอึดอัดและไม่มีทางออก เสียงพายุทรายโหมกระหน่ำ ทำให้แสงแดดแผดเผายิ่งดูร้อนแรงมากยิ่งขึ้น


            สเน็คและสมาชิกกิลด์ต่างต้องเผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้ายที่พวกเขาถูกล้อมไว้โดยฝูงหมาป่านับพัน และพวกมังกรธาตุทั้งสี่ที่ลอยตัวสูงอยู่บนท้องฟ้า


            แต่เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากจอมเวทว่าต้องทำลายแท่นศิลาทั้งสี่แท่นเพื่อให้เขาสามารถใช้พลังร่างจำแลงของเทพอุโรโบรอสได้เต็มที่


            “อะ..อะไรนะ?!!”


            หลายคนในกลุ่มก็หน้าซีดเผือด


            พวกเขารู้ดีว่าการเคลื่อนที่ไปยังแท่นศิลานั้นเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะเป็นไปได้


            บางคนในกลุ่มที่กำลังต่อสู้กับฝูงหมาป่าอยู่เงยหน้ามาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและความท้อใจ


            “แกจะบ้าหรือไง! ไม่เห็นหรือไงว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแย่แค่ไหน!”


            “แท่นศิลาที่แกว่ามันห่างกันเป็นกิโลเมตรเลยนะ! ถึงระยะทางจะไม่ใช่ปัญหา แต่ตอนนี้เรากำลังถูกรายล้อมไปด้วยพวกมันนับพัน!”


            “ด้านบนยังมีมังกรธาตุสี่ตัวคอยโจมตีจากฟ้าอีก! ถึงจะหลุดออกไปได้.. พวกมันก็ไม่มีทางยอมให้เราผ่านไปได้หรอก!”


            คำพูดนี้ทำให้หัวใจของทุกคนต้องหนักอึ้ง ขวัญและกำลังใจที่พวกเขามีเริ่มหดหายลง


            ทุกคนหันมองหน้ากันและเห็นความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในสายตาของกันและกัน


            เสียงคำรามของหมาป่าดังแว่วเข้ามาใกล้มากขึ้น สเน็คที่เป็นหัวหน้ากิลด์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเบนสายตากลับมา


            เขาต้องแสดงออกถึงความเข้มแข็ง แม้ว่าข้างในจะรู้สึกสิ้นหวังเพียงใดก็ตาม


            “ข้าเข้าใจสถานการณ์ดี”


            สเน็คกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ความกดดันถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนคลื่นทะเล


            “แต่ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าอยากจะรอด เราต้องทำลายแท่นศิลาให้ได้เท่านั้น”


            “ข้าจะใช้ร่างจำแลงของอุโรโบรอส.. เคลียร์ดันเจี้ยนและนำพาพวกเราออกไปจากที่นี่”


            คำพูดของเขาจะหนักแน่น แต่ความสิ้นหวังในสถานการณ์นี้ยังคงชัดเจน


            หมาป่าที่ยืนรายล้อมนั้นไม่ได้เพียงแค่คุกคามด้วยขนาดและจำนวนที่มหาศาล แต่ยังรวมถึงเลเวลที่สูงเกินความสามารถของพวกเขาที่จะต่อกรด้วย


            หมาป่าเหล่านี้มีระดับเลเวลมากกว่า 1,800 และทุกครั้งที่หมัดของสเน็คซึ่งเต็มไปด้วยออร่าพลังของอุโรโบรอสกระแทกเข้าไป มันก็ยังคงกลับมายืนได้ใหม่ไม่ต่างจากเดิม


            มังกรธาตุทั้งสี่ที่โคจรอยู่บนฟ้านั้นเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า พวกมันไม่ได้เพียงแค่คอยโจมตีเพื่อสนับสนุนฝูงหมาป่า แต่พลังของมันยังเหนือกว่าที่ผู้เล่นธรรมดาจะต่อต้านได้


            ระดับเลเวลของพวกมันสูงถึง 2,200 ซึ่งถือว่าเป็นเลเวลที่มากกว่าใครในกลุ่มของสเน็ค


            การโจมตีแต่ละครั้งของมันสามารถทำลายล้างพื้นที่กว้างได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากพวกเขาประมาทหรือหันหลังให้กับศัตรูเหล่านี้เพียงแค่ชั่วครู่ ความตายก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้


            สเน็คพยายามรวมรวบความกล้าหาญในใจ เขามองเห็นความหวังที่เลือนรางในท่ามกลางทะเลหมาป่าและมังกรที่โหดเหี้ยมนี้


            เขายกหมัดขึ้นพร้อมกับเสริมพลังออร่าของอุโรโบรอสให้กระจายไปทั่วหมัด


            “ปัง!”


            เป้าหมายของเขาคือหมาป่าตัวหนึ่งที่ยืนขวางหน้า เสียงหมัดของเขาที่กระทบกับร่างของหมาป่าดังกึกก้อง จนหมาป่าตนนั้นปลิวกระเด็นออกไปไกล แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังกลับมายืนใหม่ได้ในพริบตา กรงเล็บของมันตะปบเข้าหาสเน็คจนเขาต้องถอยหลังไปอีกสองก้าว


            “เราต้องการแผนที่ดีกว่านี้”


            “พวกมันแข็งแกร่งเกินไป หากไม่มีแผนการหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจน เราจะถูกมันบดขยี้หมด!”


            คำพูดนี้ทำให้สเน็คต้องคิดหนัก


            และรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่แทบจะไม่มีทางรอด


            ขณะนั้นเอง หนึ่งในสมาชิกกิลด์ซึ่งเป็นนักเวทย์ผู้มากความสามารถตัดสินใจลองเสี่ยงชีวิต


            เขายืนขึ้นและกล่าวว่า


            “ให้ผมลองใช้ทักษะสกิลวาร์ปชั่วคราวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันดู”


            “ถ้าผมโชคดี อาจจะสามารถพาพวกหัวหน้าไปยังแท่นศิลาได้!”


            แต่สเน็คได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดเผือดและพูดโต้แย้งออกมาทันที


            “นั่นมันเสี่ยงมากเกินไป! เจ้าจะกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันทั้งหมด”


            “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า..”


            “เราจะเสียกำลังสำคัญไป”


            นักเวทย์คนนั้นมองสบตาสเน็คด้วยความแน่วแน่ พร้อมตอบกลับออกมา


            “ถ้าเราไม่เสี่ยงเลย..”


            “เราจะไม่มีวันผ่านดันเจี้ยนนี้ได้”


            “ผมยอมเสียสละ ถ้ามันจะช่วยให้เราทุกคนมีโอกาสรอด”


            คำพูดนี้ทำให้ทุกคนต้องนิ่งอึ้ง


            แม้กระทั่งสเน็คเองก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาของเขาได้ เขารู้ดีว่าคำพูดของนักเวทย์ผู้นั้นมีเหตุผล และตัวของเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหยุดยั้งความกล้าหาญเช่นนั้น


            เสียงคำรามของหมาป่าดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้สเน็คมีสติและพยักหน้ารับช้าๆ


            “ตกลง เราจะลองเสี่ยงดู ข้าจะไม่ยอมให้ความกล้าหาญของเจ้าเป็นสิ่งที่สูญเปล่า”


            เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เตรียมพร้อม


            “เราจะใช้เวลาที่เวทย์ถูกสร้างขึ้นในการบุกทะลวงไปยังแท่นศิลา ทุกคนต้องทำให้เต็มที่”


            “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”


            พริบตานั้น นักเวทย์ผู้นั้นด้เริ่มเปิดใช้ทักษะสกิล เวทย์วาร์ปที่เขากำลังใช้เป็นเวทย์ที่ทรงพลังและมีความเสี่ยงสูง


            พลังเวทย์ที่ถูกปล่อยออกมาทำให้สภาพอากาศรอบตัวสั่นสะเทือน พื้นทรายถูกพัดพาด้วยลมแรงที่เกิดจากพลังงานเวทย์ ในขณะที่หมาป่าและมังกรธาตุเริ่มหันมองทางนักเวทย์ผู้กล้าหาญ


            “ไปเร็วเข้า!”


            สเน็คและคนอื่นๆเริ่มใช้โอกาสนี้พุ่งตัวออกจากจุดที่ยืนอยู่ พยายามมุ่งหน้าไปยังแท่นศิลาที่อยู่ห่างไกล ทุกก้าวของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวังและความกลัว ท่ามกลางพายุที่กระหน่ำและเสียงคำรามของหมาป่าที่กึกก้อง


            พวกเขายังคงยืนหยัดและพยายามอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่นักเวทย์ผู้กล้าหาญนั้นใช้พลังเวทย์สุดท้ายของเขาเพื่อยื้อเวลาและสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม เสียงระเบิดของพลังเวทย์ที่กระทบกับหมาป่าดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า


            สเน็คและกลุ่มของเขาพยายามพุ่งตัวไปให้ถึงแท่นศิลาท่ามกลางความสิ้นหวังและความยากลำบาก ทุกคนต่างรู้ดีว่าโอกาสในการผ่านไปให้ได้มีเพียงน้อยนิด หากพวกเขาหยุดหรือถอยกลับ


            ความตายจะตามมาทันที


            “อะ..อะไรน่ะ?!!”


            แต่ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน หมาป่าส่วนใหญ่กลับไม่ได้ตกหลุมพราง พวกมันต่างแสดงออกถึงสติปัญญาที่สูงส่ง ไม่เพียงแต่สามารถวางแผนโจมตีได้ แต่ยังมองเห็นแผนการที่เหล่าพวกสเน็คกำลังใช้เพื่อหลอกล่ออีกด้วย


            แน่นอนว่าพวกมันไม่ตกใจหรือสะดุ้งแต่อย่างใด ทั้งหมดเปลี่ยนทิศมาในทันที


            “กรร!”


            เมื่อเห็นแผนการนี้ปรากฏขึ้น สายตาอันเข้มงวดของพวกหมาป่าทั้งหลายก็หันเหเป้าหมายไปยังพวกสเน็คและกลุ่มของเขา


            ความเงียบสงบที่คลุมเครือในช่วงเวลาสั้นๆนั้น ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามและเสียงฟาดฟันที่กึกก้องทั่วทุกมุมของสนามรบ


            “ไอ้บ้า พวกมันฉลาดเป็นกรดเลย!”


            “ดูเหมือนพวกมันจะรู้นะหัวหน้า!”


            ชั่วพริบตาเดียว สถานการณ์ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม สเน็คและพรรคพวกถูกผลักให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่าที่เคยเป็น


            นักเวทย์หนุ่มที่เคยถือว่าเป็นความหวังในกลุ่ม ถูกกดดันจนต้องถูกหมาป่าหลายตัวรุมกัดกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของเขา


            ภาพนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกสั่นสะท้าน หัวใจถูกกุมด้วยความสิ้นหวังที่เข้ามาบดบังทุกสิ่ง


            “บัดซบ!บัดซบ!บัดซบ!”


            ดวงตาของสเน็คเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความโกรธและความคับแค้น


            เขาร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง


            ความภาคภูมิใจที่เคยมีในการปกครอง และการนำพาลูกกิลด์ของเขา ทั้งหมดต้องมาถูกทำลายลงในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง


            เขาได้เห็นเพื่อนร่วมทางที่เคยต่อสู้เคียงข้างกันตกตายไปทีละคนๆ เหมือนโดมิโนที่ล้มลงไปโดยไร้ทางหยุด สถานการณ์นี้ทำให้หัวใจของชายวัยกลางคนกระทบกระเทือน เหมือนโลหิตภายในร่างกำลังไหลย้อนกลับ เขาแทบจะพ่นเลือดออกมาเพราะความทุกข์ใจที่ท่วมท้น


            “โฮกกกกกกกกกกกก!”


            แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อยในขณะที่มังกรสี่ทิศซึ่งมีพลังมหาศาลเริ่มเข้ามาใกล้ เสียงคำรามของพวกมันทำให้หมาป่าทั้งหลายยิ่งตื่นตัวขึ้น


            สเน็คเฝ้ามองภาพการต่อสู้ที่ไร้ความหวังตรงหน้านี้อย่างไร้กำลัง เขาไม่รู้ว่าจะสามารถกู้สถานการณ์ได้อย่างไร เสียงลมที่พัดหวีดหวิวอยู่ข้างหู เหมือนเป็นเสียงตะโกนย้ำเตือนถึงความล้มเหลวของเขาเอง ความหวังที่เคยมีถูกลบเลือนไปโดยสิ้นเชิงในเวลานี้เอง


            แต่แล้วจู่ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยพลัง


            “หัวหน้า เราจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”


            เสียงของเพื่อนเก่าที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา ตัดผ่านความสิ้นหวังนี้มาได้


            “นิโคไล..”


            สเน็คหันไปมอง เห็นเงาร่างของคนที่เขารู้จักมานานยืนอยู่พร้อมกับมือที่ถือดาบที่เต็มไปด้วยพลังเวท รอยยิ้มที่เผลอเผยออกมาในที่สุด


            เส้นทางการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น ความหวังที่กำลังจะหายไป ถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง



            ..

            ลุงงงงงงง