ความสิ้นหวังที่แผ่ขยายไปทั่วดันเจี้ยนทะเลทรายรกร้าง ทำให้เหล่าสมาชิกกิลด์ทุกคนรู้สึกอึดอัดและไม่มีทางออก เสียงพายุทรายโหมกระหน่ำ ทำให้แสงแดดแผดเผายิ่งดูร้อนแรงมากยิ่งขึ้น
สเน็คและสมาชิกกิลด์ต่างต้องเผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้ายที่พวกเขาถูกล้อมไว้โดยฝูงหมาป่านับพัน และพวกมังกรธาตุทั้งสี่ที่ลอยตัวสูงอยู่บนท้องฟ้า
แต่เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากจอมเวทว่าต้องทำลายแท่นศิลาทั้งสี่แท่นเพื่อให้เขาสามารถใช้พลังร่างจำแลงของเทพอุโรโบรอสได้เต็มที่
“อะ..อะไรนะ?!!”
หลายคนในกลุ่มก็หน้าซีดเผือด
พวกเขารู้ดีว่าการเคลื่อนที่ไปยังแท่นศิลานั้นเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะเป็นไปได้
บางคนในกลุ่มที่กำลังต่อสู้กับฝูงหมาป่าอยู่เงยหน้ามาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและความท้อใจ
“แกจะบ้าหรือไง! ไม่เห็นหรือไงว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแย่แค่ไหน!”
“แท่นศิลาที่แกว่ามันห่างกันเป็นกิโลเมตรเลยนะ! ถึงระยะทางจะไม่ใช่ปัญหา แต่ตอนนี้เรากำลังถูกรายล้อมไปด้วยพวกมันนับพัน!”
“ด้านบนยังมีมังกรธาตุสี่ตัวคอยโจมตีจากฟ้าอีก! ถึงจะหลุดออกไปได้.. พวกมันก็ไม่มีทางยอมให้เราผ่านไปได้หรอก!”
คำพูดนี้ทำให้หัวใจของทุกคนต้องหนักอึ้ง ขวัญและกำลังใจที่พวกเขามีเริ่มหดหายลง
ทุกคนหันมองหน้ากันและเห็นความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในสายตาของกันและกัน
เสียงคำรามของหมาป่าดังแว่วเข้ามาใกล้มากขึ้น สเน็คที่เป็นหัวหน้ากิลด์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเบนสายตากลับมา
เขาต้องแสดงออกถึงความเข้มแข็ง แม้ว่าข้างในจะรู้สึกสิ้นหวังเพียงใดก็ตาม
“ข้าเข้าใจสถานการณ์ดี”
สเน็คกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ความกดดันถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนคลื่นทะเล
“แต่ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าอยากจะรอด เราต้องทำลายแท่นศิลาให้ได้เท่านั้น”
“ข้าจะใช้ร่างจำแลงของอุโรโบรอส.. เคลียร์ดันเจี้ยนและนำพาพวกเราออกไปจากที่นี่”
คำพูดของเขาจะหนักแน่น แต่ความสิ้นหวังในสถานการณ์นี้ยังคงชัดเจน
หมาป่าที่ยืนรายล้อมนั้นไม่ได้เพียงแค่คุกคามด้วยขนาดและจำนวนที่มหาศาล แต่ยังรวมถึงเลเวลที่สูงเกินความสามารถของพวกเขาที่จะต่อกรด้วย
หมาป่าเหล่านี้มีระดับเลเวลมากกว่า 1,800 และทุกครั้งที่หมัดของสเน็คซึ่งเต็มไปด้วยออร่าพลังของอุโรโบรอสกระแทกเข้าไป มันก็ยังคงกลับมายืนได้ใหม่ไม่ต่างจากเดิม
มังกรธาตุทั้งสี่ที่โคจรอยู่บนฟ้านั้นเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า พวกมันไม่ได้เพียงแค่คอยโจมตีเพื่อสนับสนุนฝูงหมาป่า แต่พลังของมันยังเหนือกว่าที่ผู้เล่นธรรมดาจะต่อต้านได้
ระดับเลเวลของพวกมันสูงถึง 2,200 ซึ่งถือว่าเป็นเลเวลที่มากกว่าใครในกลุ่มของสเน็ค
การโจมตีแต่ละครั้งของมันสามารถทำลายล้างพื้นที่กว้างได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากพวกเขาประมาทหรือหันหลังให้กับศัตรูเหล่านี้เพียงแค่ชั่วครู่ ความตายก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
สเน็คพยายามรวมรวบความกล้าหาญในใจ เขามองเห็นความหวังที่เลือนรางในท่ามกลางทะเลหมาป่าและมังกรที่โหดเหี้ยมนี้
เขายกหมัดขึ้นพร้อมกับเสริมพลังออร่าของอุโรโบรอสให้กระจายไปทั่วหมัด
“ปัง!”
เป้าหมายของเขาคือหมาป่าตัวหนึ่งที่ยืนขวางหน้า เสียงหมัดของเขาที่กระทบกับร่างของหมาป่าดังกึกก้อง จนหมาป่าตนนั้นปลิวกระเด็นออกไปไกล แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังกลับมายืนใหม่ได้ในพริบตา กรงเล็บของมันตะปบเข้าหาสเน็คจนเขาต้องถอยหลังไปอีกสองก้าว
“เราต้องการแผนที่ดีกว่านี้”
“พวกมันแข็งแกร่งเกินไป หากไม่มีแผนการหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจน เราจะถูกมันบดขยี้หมด!”
คำพูดนี้ทำให้สเน็คต้องคิดหนัก
และรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่แทบจะไม่มีทางรอด
ขณะนั้นเอง หนึ่งในสมาชิกกิลด์ซึ่งเป็นนักเวทย์ผู้มากความสามารถตัดสินใจลองเสี่ยงชีวิต
เขายืนขึ้นและกล่าวว่า
“ให้ผมลองใช้ทักษะสกิลวาร์ปชั่วคราวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันดู”
“ถ้าผมโชคดี อาจจะสามารถพาพวกหัวหน้าไปยังแท่นศิลาได้!”
แต่สเน็คได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดเผือดและพูดโต้แย้งออกมาทันที
“นั่นมันเสี่ยงมากเกินไป! เจ้าจะกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันทั้งหมด”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า..”
“เราจะเสียกำลังสำคัญไป”
นักเวทย์คนนั้นมองสบตาสเน็คด้วยความแน่วแน่ พร้อมตอบกลับออกมา
“ถ้าเราไม่เสี่ยงเลย..”
“เราจะไม่มีวันผ่านดันเจี้ยนนี้ได้”
“ผมยอมเสียสละ ถ้ามันจะช่วยให้เราทุกคนมีโอกาสรอด”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนต้องนิ่งอึ้ง
แม้กระทั่งสเน็คเองก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาของเขาได้ เขารู้ดีว่าคำพูดของนักเวทย์ผู้นั้นมีเหตุผล และตัวของเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหยุดยั้งความกล้าหาญเช่นนั้น
เสียงคำรามของหมาป่าดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้สเน็คมีสติและพยักหน้ารับช้าๆ
“ตกลง เราจะลองเสี่ยงดู ข้าจะไม่ยอมให้ความกล้าหาญของเจ้าเป็นสิ่งที่สูญเปล่า”
เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เตรียมพร้อม
“เราจะใช้เวลาที่เวทย์ถูกสร้างขึ้นในการบุกทะลวงไปยังแท่นศิลา ทุกคนต้องทำให้เต็มที่”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
พริบตานั้น นักเวทย์ผู้นั้นด้เริ่มเปิดใช้ทักษะสกิล เวทย์วาร์ปที่เขากำลังใช้เป็นเวทย์ที่ทรงพลังและมีความเสี่ยงสูง
พลังเวทย์ที่ถูกปล่อยออกมาทำให้สภาพอากาศรอบตัวสั่นสะเทือน พื้นทรายถูกพัดพาด้วยลมแรงที่เกิดจากพลังงานเวทย์ ในขณะที่หมาป่าและมังกรธาตุเริ่มหันมองทางนักเวทย์ผู้กล้าหาญ
“ไปเร็วเข้า!”
สเน็คและคนอื่นๆเริ่มใช้โอกาสนี้พุ่งตัวออกจากจุดที่ยืนอยู่ พยายามมุ่งหน้าไปยังแท่นศิลาที่อยู่ห่างไกล ทุกก้าวของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวังและความกลัว ท่ามกลางพายุที่กระหน่ำและเสียงคำรามของหมาป่าที่กึกก้อง
พวกเขายังคงยืนหยัดและพยายามอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่นักเวทย์ผู้กล้าหาญนั้นใช้พลังเวทย์สุดท้ายของเขาเพื่อยื้อเวลาและสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม เสียงระเบิดของพลังเวทย์ที่กระทบกับหมาป่าดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า
สเน็คและกลุ่มของเขาพยายามพุ่งตัวไปให้ถึงแท่นศิลาท่ามกลางความสิ้นหวังและความยากลำบาก ทุกคนต่างรู้ดีว่าโอกาสในการผ่านไปให้ได้มีเพียงน้อยนิด หากพวกเขาหยุดหรือถอยกลับ
ความตายจะตามมาทันที
“อะ..อะไรน่ะ?!!”
แต่ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน หมาป่าส่วนใหญ่กลับไม่ได้ตกหลุมพราง พวกมันต่างแสดงออกถึงสติปัญญาที่สูงส่ง ไม่เพียงแต่สามารถวางแผนโจมตีได้ แต่ยังมองเห็นแผนการที่เหล่าพวกสเน็คกำลังใช้เพื่อหลอกล่ออีกด้วย
แน่นอนว่าพวกมันไม่ตกใจหรือสะดุ้งแต่อย่างใด ทั้งหมดเปลี่ยนทิศมาในทันที
“กรร!”
เมื่อเห็นแผนการนี้ปรากฏขึ้น สายตาอันเข้มงวดของพวกหมาป่าทั้งหลายก็หันเหเป้าหมายไปยังพวกสเน็คและกลุ่มของเขา
ความเงียบสงบที่คลุมเครือในช่วงเวลาสั้นๆนั้น ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามและเสียงฟาดฟันที่กึกก้องทั่วทุกมุมของสนามรบ
“ไอ้บ้า พวกมันฉลาดเป็นกรดเลย!”
“ดูเหมือนพวกมันจะรู้นะหัวหน้า!”
ชั่วพริบตาเดียว สถานการณ์ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม สเน็คและพรรคพวกถูกผลักให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่าที่เคยเป็น
นักเวทย์หนุ่มที่เคยถือว่าเป็นความหวังในกลุ่ม ถูกกดดันจนต้องถูกหมาป่าหลายตัวรุมกัดกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของเขา
ภาพนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกสั่นสะท้าน หัวใจถูกกุมด้วยความสิ้นหวังที่เข้ามาบดบังทุกสิ่ง
“บัดซบ!บัดซบ!บัดซบ!”
ดวงตาของสเน็คเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความโกรธและความคับแค้น
เขาร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ความภาคภูมิใจที่เคยมีในการปกครอง และการนำพาลูกกิลด์ของเขา ทั้งหมดต้องมาถูกทำลายลงในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง
เขาได้เห็นเพื่อนร่วมทางที่เคยต่อสู้เคียงข้างกันตกตายไปทีละคนๆ เหมือนโดมิโนที่ล้มลงไปโดยไร้ทางหยุด สถานการณ์นี้ทำให้หัวใจของชายวัยกลางคนกระทบกระเทือน เหมือนโลหิตภายในร่างกำลังไหลย้อนกลับ เขาแทบจะพ่นเลือดออกมาเพราะความทุกข์ใจที่ท่วมท้น
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อยในขณะที่มังกรสี่ทิศซึ่งมีพลังมหาศาลเริ่มเข้ามาใกล้ เสียงคำรามของพวกมันทำให้หมาป่าทั้งหลายยิ่งตื่นตัวขึ้น
สเน็คเฝ้ามองภาพการต่อสู้ที่ไร้ความหวังตรงหน้านี้อย่างไร้กำลัง เขาไม่รู้ว่าจะสามารถกู้สถานการณ์ได้อย่างไร เสียงลมที่พัดหวีดหวิวอยู่ข้างหู เหมือนเป็นเสียงตะโกนย้ำเตือนถึงความล้มเหลวของเขาเอง ความหวังที่เคยมีถูกลบเลือนไปโดยสิ้นเชิงในเวลานี้เอง
แต่แล้วจู่ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยพลัง
“หัวหน้า เราจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”
เสียงของเพื่อนเก่าที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา ตัดผ่านความสิ้นหวังนี้มาได้
“นิโคไล..”
สเน็คหันไปมอง เห็นเงาร่างของคนที่เขารู้จักมานานยืนอยู่พร้อมกับมือที่ถือดาบที่เต็มไปด้วยพลังเวท รอยยิ้มที่เผลอเผยออกมาในที่สุด
เส้นทางการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น ความหวังที่กำลังจะหายไป ถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
..
ลุงงงงงงง