แต่แล้วทันใดนั้น ต้นขาบริเวณที่เลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อยพลันรู้สึกเจ็บแปลบ น้ำแกงร้อนๆ มีเจิงชิวเหมยเป็นผู้เทลงมา!
“กรี๊ด!” เย่ชิงชิงร้องเสียงหลง เนื่องจากท่าทางที่นั่งอยู่ทำให้วางเป็นแนวระนาบ น้ำแกงร้อนๆ หนึ่งทัพพีนี้จึงไม่ไหลลงพื้นแม้แต่น้อย! “เจ้าอยากทำอันใดกันแน่!”
“จุ๊” เจิงชิวเหมยยกนิ้วชี้ขึ้นเพื่อบอกให้นางลดเสียงลง จากนั้นโบกทัพพีไม้ในมือแล้วหัวเราะ “คนเรามีอายุสิบห้าปีได้เพียงครั้งเดียวนะ เย่ชิงชิง เจ้าคงไม่อยากทำลายงานเลี้ยงวันเกิดของพี่เกาเฟิงใช่หรือไม่?”
ขณะนั้นหูหลิ่วหมิงออกไปชั่วคราว โต๊ะนี้มีเพียงพวกนางสองคนเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มกินอาหารกันแล้ว คุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีเวลามาสนใจสิ่งอื่นใด
เพราะไม่มีใครเห็น นางถึงได้กล้าหาญเพียงนี้ใช่หรือไม่? เย่ชิงชิงกุมขาตนเองแล้วหัวเราะด้วยความโมโห “เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าข้าจะไม่ทำลายงานเลี้ยงวันเกิดของเขา?”
เจิงชิวเหมยค่อยๆ วางทัพพีไม้กลับลงไปในหม้อแกง ผายมือหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ข้าหวังดีตักน้ำแกงให้เจ้าด้วยตนเอง แค่พลาดไปเท่านั้น เจ้าอยากจะตำหนิข้าหรือ? แต่เจ้าจะตำหนิข้าได้อย่างไรกันล่ะ หืม?”
เวรเอ๊ย เย่ชิงชิงนึกแล้วก็ประหลาดใจนัก ไม่แปลกที่ผู้คนจะกล่าวกันว่า ‘เมื่อบัณฑิตจากไปสามวัน ควรขยี้ตาเฝ้ารอคอย [*]’ เจิงชิวเหมยผู้นี้ผิดจากเดิมไปมากนัก ถึงกับวิวัฒนาการเป็นสตรีเจ้าเล่ห์เสียแล้ว!
“เอาเถิด เจ้าพูดถูกทุกอย่าง” เย่ชิงชิงพยักหน้า พลันยื่นมือไปตบต้นขานางสองครั้งติดกัน “ยอดเยี่ยมจริงๆ เจิงชิวเหมย!”
“ซี้ด!”
เจิงชิวเหมยเจ็บจี๊ด นางถอยหลังไปสองก้าว จ้องมองมาอย่างสงสัย “เจ้าใช้สิ่งใดแทงข้า!”
“เข็มเย็บปักน่ะ~” เย่ชิงชิงยิ้มแล้วแบมือออกให้นางดู ทว่าว่างเปล่ามิมีสิ่งใดเลย “แม้ข้าจะบอกเจ้าว่าข้าใช้เข็มแทงเจ้า แต่ใครเห็นเล่า? ในมือข้ามีเข็มหรือ? ไม่มีนี่นา~”
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ตาต่อตาฟันต่อฟัน’ เจิงชิวเหมยจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเย่ชิงชิงมีมิติ สามารถหยิบเข็มเย็บปักออกมาแล้วซ่อนกลับเข้าไปได้อย่างไร้ร่องรอย
“เจ้า!” เจิงชิวเหมยกัดริมฝีปากล่าง ดูเหมือนจะโกรธจนแทบคลั่งแล้ว
เย่ชิงชิงเตือนนางเบาๆ “คนเรามีอายุสิบห้าปีได้เพียงครั้งเดียวนะ เจิงชิวเหมย เจ้าหลงรักเขาถึงเพียงนี้ คงไม่ใจร้ายทำลายงานเลี้ยงวันเกิดของเกาเฟิงใช่หรือไม่?”
“เจ้าคอยดูเถิด!” เจิงชิวเหมยทิ้งท้ายคำพูดอย่างอาฆาต แล้วกุมต้นขาตนเองเดินออกไป
เมื่อไม่เห็นร่างของนางแล้ว เย่ชิงชิงก็ดึงกระโปรงที่เหนียวเหนอะหนะติดขาออก นางกัดริมฝีปากแล้วค่อยๆ แยกมันออกจากกัน น้ำแกงร้อนจัดหนึ่งทัพพี ไม่มีทางไม่เจ็บปวด นางอุตส่าห์คอสเพลย์เป็นหรงหมัวมัว [**] ทั้งที ควรจะแทงนางเพิ่มอีกสองเข็มด้วยซ้ำ
ทว่าเจิงชิวเหมยก็พูดถูก หากพวกนางทะเลาะกันตรงนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดเรื่องตลกขบขัน แต่ยังทำลายงานเลี้ยงวันเกิดสำคัญนี้อีกด้วย
ถึงเวลานั้นก็ไม่ใช่แค่เรื่องของเกาเฟิงเพียงผู้เดียว นางเองก็ต้องอับอายเช่นกัน หญิงสาวสองคน คนอื่นอาจจะมองว่ากำลังแย่งชิงความรัก แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครได้อะไรเลย เป็นอุบายที่แย่ที่สุด ไม่ว่าอย่างไร เย่ชิงชิงก็รับความแค้นนี้ไว้แล้ว ย่อมมีเวลาแก้แค้นคืนแน่นอน
ไม่นานหูหลิ่วหมิงก็กลับมา มือหนึ่งถือไหเหล้ามาด้วย หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ไอ้เจ้าเกาเฟิงซ่อนของดีไว้ข้าไปขุดเจอมาแล้ว...เจ้าเป็นอันใดไป?”
เย่ชิงชิงกำลังใช้ผ้าปูโต๊ะเช็ดขาตนเองไปมา กระโปรงสีฟ้าอ่อนเปื้อนคราบน้ำมันสีเหลืองเป็นวงใหญ่ ดูเด่นชัดยิ่งนัก
“เมื่อครู่เจิงชิวเหมยมาที่นี่ แล้วป้อนแกงหงส์มังกร [***] ให้ข้าหนึ่งทัพพี”
“แม่หนูผู้นั้นอีกแล้วหรือ?” หูหลิ่วหมิงขมวดคิ้ว วางไหเหล้าลงบนโต๊ะ แล้วถามว่า “เจ้าปล่อยให้นางรังแกขนาดนี้เชียวหรือ? ไม่บาดเจ็บอันใดใช่หรือไม่?”
“แล้วจะให้ทำอย่างไรได้? ตบนางจากนั้นพวกเราก็ตบตีกัน ดึงผม หยุมหัวกันอย่างนั้นหรือ?” เย่ชิงชิงมิได้บอกว่าตนแทงนางไปแล้วสองเข็ม!
หูหลิ่วหมิงกอดอกแล้วกล่าวว่า “ปากเก่งเช่นนี้ แสดงว่ายังสบายดี ลูกไม้ตื้นๆ ของผู้หญิงเจ้าก็คุ้นเคยดีนี่นา”
“ไปให้พ้น!” ยังมีกะจิตกะใจมาตำหนินางอีก เย่ชิงชิงยืนขึ้น ก้มมองสภาพตนเองแล้วกล่าวว่า “ข้าก็หมดอารมณ์กินข้าวแล้ว ต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ท่านช่วยบอกพี่เกาเฟิงด้วย เขาคงได้โกรธอีกแล้ว”
หูหลิ่วหมิงครุ่นคิดแล้วพยักหน้าตกลง จากนั้นก็ถามต่อว่า “อยากให้ข้าช่วยเจ้าฟ้องร้องหรือไม่?”
เย่ชิงชิงส่ายหน้า ปากร้ายของเกาเฟิง หากไม่พอใจขึ้นมาถึงกับด่าทอสตรีได้อย่างไม่ลังเล และอาจจะออกอาการตรงนี้ทันที และไม่ปล่อยเจิงชิวเหมยไปง่ายๆ เป็นแน่
“ไม่ต้องหรอก วันนี้ข้าขอรับกรรมแทนเขาไปก่อน หลังจากนี้ค่อยไปทวงคืนจากเขาแล้วกัน”
นางเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีเหตุผลที่จะถูกความหึงหวงเล่นงานเช่นนี้ แต่น่าเสียดายนัก เห็นแก่วันเกิดของเขาในวันนี้ นางจึงยอมรับไว้ชั่วคราว นางช่างเป็นคนดีงามเหลือเกิน
พอโบกมืออำลาหูหลิ่วหมิง เย่ชิงชิงก็ฉวยโอกาสที่คนในบ้านโจวปิ่งวั่งไม่ทันสังเกต ปกปิดร่างกายตนเองแล้วเดินออกประตูไป
เมื่อขี่ม้ากลับมาถึงหมู่บ้านเถียนซิน ก็เป็นเวลาอาหารกลางวันพอดี ในลานบ้านบรรดาแม่บ้านก็กลับบ้านของตนเองไปหมดแล้ว เย่ชิงชิงจึงไม่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับคราบสกปรกบนกระโปรงของตน
นางซูกำลังกินข้าวอยู่ใต้เพิง ขณะพูดคุยกับสาวใช้ทั้งสองคน เมื่อเห็นบุตรสาวกลับมาเร็วก็อดประหลาดใจมิได้
เรื่องนี้ไม่อาจปิดบัง เย่ชิงชิงก็ไม่คิดจะเก็บเงียบกับมารดา และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังตามตรง
เชิงอรรถ
[*] เมื่อบัณฑิตจากไปสามวัน ควรขยี้ตาเฝ้ารอคอย เป็นสำนวน ใช้เพื่อสื่อว่า ไม่ควรตัดสินคนจากอดีต เพราะเวลาสั้นนัก คนเราเปลี่ยนไปได้
[**] หรงหมัวมัว (容嬷嬷) หัวหน้านางในคนสนิทของฮองเฮาในซีรีส์องค์หญิงกำมะลอ โด่งดังในฉากทรมานจื่อเวย ตัวเอกของเรื่องอย่างเหี้ยมโหด โดยใช้เข็มปักผ้า
[***] แกงหงส์มังกร (龙凤汤) หมายถึง แกงที่มีวัตถุดิบหลักคืองู ไก่ และเต่า เป็นที่นิยมในงานเลี้ยงใหญ่ หรืออาหารในวัง เชื่อว่าน้ำแกงสามารถบำรุงสุขภาพและนำพาโชคลาภมาให้