พลอยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ไหว้แม่และปิติยาพรด้วยท่าทางสุภาพ แต่สีหน้าเรียบเฉย “หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว เดินออกจากโถงโดยไม่หันมองกลับ แสงไฟนีออนสีขาวสว่างสะท้อนพื้นกระเบื้องเงาวับ ขณะที่ฝีเท้าของเธอค่อยๆ เร่งขึ้น ป้าแก้วที่รีบลุกตาม “พลอย! รอแม่ด้วย!” เสียงของป้าแก้วร้องเรียก แต่พลอยไม่หยุด เดินต่อไปจนเงาของทั้งคู่ค่อยๆ จางหายไปในทางเดินยาวที่ทอดไปสู่ประตูทางออก
ปิติยาพรที่ยังนั่งอยู่ข้างแม่ มองตามเงาของพลอยด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เธอขยับตัวเข้าใกล้แม่ กอดไหล่เบาๆ เพื่อปลอบใจ “พี่ ไม่ต้องห่วงนะคะ พยาบาลบอกแล้วว่านัทปลอดภัยแล้ว” น้ำเสียงของเธออ่อนโยน แฝงด้วยความหวัง แม่พยักหน้าช้าๆ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ขอบใจมากนะ ที่มาอยู่เป็นเพื่อน” เธอบอกด้วยรอยยิ้มบางๆ ปิติยาพรยิ้มตอบ ใบหน้าของเธอสว่างขึ้นใต้แสงไฟโรงพยาบาล “ไม่เป็นไรค่ะ นัทสำคัญกับเราทั้งคู่”
“พี่ค่ะ ฉันขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนะคะ” ปิติยาพรเอ่ย มือลูบท้องที่โตอย่างระมัดระวัง “เดี๋ยวพี่ไปด้วย” แม่ตอบทันควัน สายตาห่วงใยมองไปที่ปิติยาพร ปิติยาพรส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้หนูไหว” เธอค่อยๆ ลุกขึ้น เดินช้าๆไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล มือประคองท้องด้วยความระวัง ในขณะนั้น ไหมฟ้า หมอหญิงที่เพิ่งออกจากควงเวรยาวนานหลายชั่วโมง เดินเข้ามาในโถงโรงพยาบาล ใบหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดทั้งวัน เธอสะพายกระเป๋าใบเล็กสีน้ำเงิน ถอนหายใจยาวขณะเดินผ่านเก้าอี้ที่เรียงรายอยู่ สายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่คนเดียว ใบหน้าคุ้นเคยเหมือนเพื่อนสมัยมัธยมปลาย เธอหยุดชะงักครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไป “ขอโทษนะค่ะ ใช่สาใช่ไหม?” เสียงของไหมฟ้าดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นปนสงสัย แม่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ มองคนที่ทักด้วยสีหน้างุนงง “ใช่ค่ะ... ทำไมรู้จักชื่อ?” เธอถาม สายตาสำรวจใบหน้าของไหมฟ้าด้วยความสงสัย ไหมฟ้าฉีกยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าไม่ผิดคน “จำเราไม่ได้เหรอ? เราไหมไง! ไหมฟ้า เพื่อนสมัยม.ปลาย!” แม่จ้องหน้าไหมฟ้าดีๆ ความทรงจำสมัยเรียนผุดขึ้นในหัว “ไหมฟ้า!” เธออุทานขึ้นทันที ทั้งคู่โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าหลังจากห่างหายกันไปนานนับสิบปี พวกเธอเริ่มถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างเป็นกันเอง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มทำให้โถงโรงพยาบาลที่เงียบสงบดูมีชีวิตชีวาขึ้น
“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่? ไม่สบายหรือเปล่า?” ไหมฟ้าถามด้วยความห่วงใย มือจับแขนแม่เบาๆ “เปล่าหรอก ลูกชายฉันถูกแทง ต้องมารักษาที่นี่” แม่ตอบ สีหน้าเคร่งเครียดกลับมาปรากฏอีกครั้ง ไหมฟ้าส่งยิ้มให้กำลังใจ “ไม่ต้องห่วงนะ หมอที่นี่เก่งมาก ไว้ใจได้เลย” เธอบอกด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “อืม พยาบาลก็บอกแล้วว่านัทปลอดภัยแล้ว แต่ยังเยี่ยมไม่ได้” แม่พูด รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า “เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วหมอที่นี่เก่ง!” ไหมฟ้าชูนิ้วโป้งให้เหมือนสมัยเรียน ทำเอาแม่อดขำไม่ได้ “เธอนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ไหมฟ้า” เธอว่า พร้อมหัวเราะเบาๆ “เธอก็เหมือนกัน ยังยิ้มง่ายเหมือนเดิม” ไหมฟ้าตอบพร้อมกอดเพื่อนอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดวันเหมือนหายไปเมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนเก่า
แม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “มาแลกช่องทางติดต่อกันเถอะ จะได้คุยกัน” ทั้งสองแลกเบอร์โทรศัพท์และช่องทางโซเชียลมีเดียกันอย่างรวดเร็ว “ดึกแล้ว เราไปก่อนนะ ป่านนี้ลูกคงคิดถึงแย่แล้ว” ไหมฟ้าบอกลา “อืม ไปเถอะ ไว้เจอกันนอกรพ.บ้างนะ มากินข้าวเหมือนสมัยก่อน!” แม่โบกมือลา ไหมฟ้ายิ้มกว้าง เดินไปยังลานจอดรถที่แสงไฟสลัว ขณะนั้นโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เป็นเอฟ ลูกชายสุดที่รักโทรมา “แม่กำลังจะกลับแล้ว มีอะไร?” “ก็ผมคิดถึงนี่แหละ อยากกอด!” ไหมฟ้าคิดในใจ ‘แกน่ะเหรอจะคิดถึง คงอยากเย็ดละสิไม่ว่า’ เธอยิ้ม วางสายแล้วขึ้นรถ ขับออกจากโรงพยาบาลท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน
ปิติยาพรเดินออกจากห้องน้ำ เห็นแม่กำลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอนึกออกว่าเป็นหมอที่เคยตรวจครรภ์ให้เมื่อหลายเดือนก่อน แต่จำชื่อไม่ได้ เธอจึงเลือกนั่งรอบนเก้าอี้ใกล้ๆ มือลูบท้องเบาๆ ขณะมองแม่และเพื่อนเก่าคุยกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นว่าทั้งคู่คุยจบแล้ว เธอจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหา “พี่ รู้จักหมอคนนั้นด้วยเหรอ?” เธอถามด้วยความสงสัย “อ๋อ เพื่อนสมัยเรียน บังเอิญเจอกัน เธอเป็นหมอที่นี่” แม่ตอบ สีหน้ายังคงมีรอยยิ้มจากบทสนทนาก่อนหน้า ปิติยาพรพยักหน้า “เรากลับกันเถอะค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมนัท” ทั้งสองเดินออกจากโรงพยาบาล แสงไฟถนนสีส้มสลัวส่องลงมาบนทางเท้า แม่โบกรถแท็กซี่ ขณะนั่งในรถที่เคลื่อนตัวช้าๆ ผ่านถนนเมืองยามค่ำ แม่เอ่ยขึ้น “ปิติยาพร เธอว่าเรายังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพลอยหรือเปล่า? ดูเหมือนเธอจะโกรธแม่ตัวเองมาก” น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความกังวล ปิติยาพรพยักหน้า “หนูก็รู้สึกแปลกๆค่ะ พลอยแทบไม่มองหน้าแม่ตัวเองเลยสักครั้ง” เธอตอบ มองออกไปนอกหน้าต่างรถ แม่ถอนหายใจยาว “พรุ่งนี้ต้องถามนัทให้รู้เรื่อง เขาน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพลอยถึงหนีออกไปเดินข้างตอนดึกๆแบบนั้น” สายตาของแม่จับจ้องไปที่แสงไฟถนนที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในห้องนอนเล็กๆ ของพลอย แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องแสงสลัวลงบน พลอยนั่งกอดอกบนเตียง น้ำตาคลอในดวงตา ภาพเหตุการณ์ในห้องน้ำที่โรงพยาบาลยังคงวนเวียนในหัวของเธอราวกับฝันร้ายที่ไม่ยอมจางหาย ป้าแก้วยืนอยู่นอกห้อง เคาะประตูเบาๆ “พลอย... แม่ขอคุยด้วยหน่อย” น้ำเสียงของป้าแก้วอ่อนลงด้วยความห่วงใย แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากในห้อง ป้าแก้วยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว เดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความรู้สึกผิดที่ไม่อาจอธิบายได้