“เร็วๆ สิ รีบออกไป”นางเร่งเขาด้วยสีหน้ากระวนกระวายเล็กน้อย
ในพริบตาที่ไม่มีใครทันสังเกตนางโรยผงยาอีกชนิดหนึ่งไปที่เจียวหวงที่นอนสลบอยู่ นึกดีดีตรงบริเวณรังงูมีดอกไม้สีสดงดงามขึ้นอยู่ประปรายเป็ดอกไม้พิษชนิดหนึ่ง หากว่าไม่ได้มีาแ พิษของมันก็คงจะไม่มีอันตรายแต่พอดีว่าเจียวหวงมีาแจากงูนั่นพอดีพิษที่เขาได้รับจึงทำให้เกิดเห็นภาพหลอนขึ้นอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้างได้
โดยมิรู้เลยว่าทุกการกระทำของนางสะท้อนเข้าไปในดวงตาของบุรุษเ็าผู้นั้นตลอดไม่พลาดแม้กระทั่งตอนแอบโรยผงยาไปที่เจียวหวง เขาลอบยกมุมปากเล็กน้อย‘นางฝีมือไม่เลว’
เจียวหย่งตักน้ำกลับมาแล้วยื่นให้นางจากนั้นนางก็หยิบเม็ดยาสีน้ำตาลเม็ดหนึ่งใส่ลงไป ยานั้นละลายเร็วมากจนน้ำกลับมาใสดังเดิม นางส่งกลับคืนให้เจียวหย่งอีกครั้ง “ป้อนเขาให้ได้มากที่สุด”เจียวหย่งพยักหน้า
สิ่งที่ทุกคนสงสัยในใจตอนนี้คือทำไมเจียวหย่งสามารถเข้าใกล้เจียวหวงได้แต่จิวฉิงกลับเข้าใกล้ไม่ได้ละ
ดูเหมือนนางจะรับรู้ความคิดพวกเขาหันไปบอกจิวฉิงที่ยืนไกลออกไปตามคำสั่ง “บังเอิญว่าเ้าก็มีาแที่ข้อเท้าน่ะพิษสามารถกระจายได้”
เขาได้ยินเช่นนั้นก็พลันใที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีาแ พอรู้แล้วขวดยาขวดหนึ่งก็บินมาตรงหน้าเขาพอดีจิวฉิงรีบคว้ามาโรยใส่แผลโดยไม่เอ่ยอะไรอีก นอกจากคำว่า 'ขอบคุณแม่นาง'
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ยาสลบที่ใช้ไปก็หมดฤทธิ์ไม่นานเจียวหวงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น
นางเข้าไปตรวจดูเขาอีกครั้ง แล้วก็แน่ใจว่า 'เจียวหวงปลอดภัยแล้ว' นางส่งสายตาเจือรอยยิ้มให้องครักษ์ที่กำลังเฝ้ารอคำตอบพวกเขาเห็นดังนั้นก็คลายกังวล
"อื้ม หมดหน้าที่ของข้าแล้ว" พูดจบนางก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะจากไปจริงๆเสียทีแต่ยังมิทันได้เยื้องย่าง ขาสองข้างก็เกิดแข็งค้างขึ้นกะทันหันสายตาอำมหิตแวบจิตสังหารพุ่งเข้าใส่นางโดยตรงพอหันไปมองก็พบว่าบุรุษเ็าผู้นั้นกำลังจ้องเขม็งมาที่นาง ‘จะไปไหนหรือ’
เขามีความรู้สึกว่านางมีเื้ัไม่ธรรมดา 'ถ้าไม่มีวิทยายุทธ์แข็งแกร่งเพียงพอ สตรีตัวคนเดียวปรากฏตัวอยู่กลางป่าถือว่าแปลกยิ่งนักอีกอย่างนางเหมือนจะรู้เบาะแสของกล้วยไม้พันปีที่พวกเขากำลังตามหาดังนั้นนางยังไปไหนไม่ได้
เหล่าองครักษ์ก็แอบคิดในใจเช่นกัน แต่เป็ในทางชื่นชมเสียมากกว่าเื่งูเพลิงกัลป์พวกเขาสี่คนจัดว่าวรยุทธ์ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลยแต่นางกลับตอบสนองได้เร็วกว่าพวกเขาเสียอีก ส่วนเจียวหวงนั้นถ้าไม่ได้นางช่วยไว้ป่านนี้คงจะไปเยือนแม่น้ำเหลืองปรโลกนานแล้ว การที่พบเจอนางในสถานที่เช่นนี้ช่างเป็เื่ดียิ่งนัก พวกเขายังอยากให้นางอยู่ต่อ
“แม่นางท่านช่วยชีวิตข้าไว้หรือ” เจียวหวงได้สติแล้วเขาพยายามฝืนลุกขึ้นมาคุกเข่า นางจึงต้องรีบมาห้ามไว้
“เล็กน้อยๆ”
“ข้าเจียวหวงเป็หนี้ชีวิตแม่นางชาตินี้จักต้องตอบแทนให้ได้ ข้าขอบังอาจทราบชื่อแซ่แม่นางได้หรือไม่” เหล่าองครักษ์คนอื่นได้ยินดังนั้นก็มีแววตาเป็ประกาย จริงสิ พวกเรายังไม่รู้ชื่อของนางเลย
“เอ่อ…ข้าแซ่เฟิง ชื่อฮวาเ้าไม่ต้องมาตอบแทนอะไรข้าหรอก” นางโบกมือๆ
“นี่ก็เริ่มมืดแล้ว พวกเ้าเป็บุรุษข้าเป็สตรีจะให้อยู่ที่นี่ด้วยกันคงไม่เหมาะนัก” นางไม่ได้หันหน้าไปมองใครแต่ทุกคนรู้ว่านางกำลังแจ้งกับเ้านายพวกเขาอยู่
“หึ…อัปลักษณ์เช่นนี้” ไม่มีใครคิดจะทำอะไรเ้าหรอกเขาไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไปจนหมด
นางกำลังจะหันไปต่อปากต่อคำกับเขาต่อ
“แม่นางเฟิง ข้าสามารถเข้าใกล้เขาได้หรือยัง”จิวฉิงะโเตือนความจำทุกคน เขายังอยู่ตรงนี้นะ
เฟิงฮวาหันไปยิ้มให้เขา 'ลืมไปเลย' กระดิกนิ้วแทนคำตอบ ‘เข้ามาได้แล้วพ่อหนุ่ม’จิวฉิงพลันหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยกับสายตาเ้าเล่ห์ของนาง
"แม่นางเฟิงก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าเคยได้ยินเกี่ยวกับกล้วยไม้พันปีท่านพอจะรู้อะไรบ้างหรือ"
นางเหล่สายตาไปทางจิวฉิงหนึ่งที'แหม...เ้าก็ถามข้าง่ายๆเลยนะ' เขาได้แต่ยิ้มแห้งๆมิกล้าเอ่ยอะไรต่อ
"...ราตรีมืดก่อนสว่าง หนาวน้ำค้างข้างวารี
ผลิบานบนคีรี เพียงสตรีมาเก็บไป..."
"ข้าเองก็รู้เพียงเท่านี้"อาจารย์ไม่ได้บอกอะไรต่อ เป็แค่คำกล่าวที่ถูกถ่ายทอดต่อกันมา จริงหรือไม่ก็ไม่อาจรู้
จิวฉิงลอบคิดในใจ...แม่นางท่านรู้เพียงเท่านี้ยังรู้มากกว่าพวกเขาเสียอีก
"แล้วพวกเ้ามาที่นี่โดยไม่รู้อะไรอย่างอื่นเลยหรือ"นางถามกลับบ้าง
"พวกเรารู้แค่ว่ากล้วยไม้พันปีจะบานในป่าลึกติดกับหน้าผาสายลืบที่ส่งไปค้นหาก็บังเอิญพบบริเวณนี้ที่ดูน่าจะเป็ไปได้แต่หลังจากส่งข่าวกลับมาก็ขาดการติดต่อไปเลย" เจียวหย่งยังกล่าวต่อไปว่า"หากไม่จำเป็จริงๆ พวกเราคงไม่มาด้วยตัวเอง"สีหน้าของเขามีความกังวลถึงเจ็ดแปดส่วนในเวลานี้
'โครกครากกก' กำลังจะเข้าสู่บรรยากาศจริงจังท้องเ้ากรรมก็ดันมาหิวเสียได้ นางเอามือกุมท้อง 'แหะๆ'
"แม่นางท่านอยู่กินอาหารกับพวกเราก่อนเถอะ"
กองไฟถูกก่อขึ้นมาอย่างรวดเร็วผ่านไปไม่นานบนนั้นมีปลาสองสามตัววางอยู่ เนื้อปลาเริ่มสุกส่งกลิ่นหอมยิ่งนักแต่พอลองกัดเข้าไปหนึ่งคำ สีหน้าแหยะก็ปรากฏขึ้นมาทันที 'รสชาติไม่ได้เื่' นอกจากไม่อร่อยเนื้อยังน้อยอีกไม่อิ่มเลยสักนิด นางทนไม่ไหวออกไปจับปลามาเพิ่มสามสี่ตัวด้วยตนเองตอนที่เดินกลับมาเหล่าบุรุษต่างก็อ้าปากค้าง นั่นเยอะกว่าที่พวกเขาหามาถึงสองเท่าพวกเขาเห็นนางเอาใบไม้อะไรก็ไม่รู้มาห่อปลาก่อนจะเอาไปย่างบนไฟอีกรอบย่างไม่นานก็พลิกกลับ ทำสลับไปเรื่อย ๆ
"เอาละ ได้ที่แล้ว" กำลังจะอ้าปากกัดแต่...พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบเข้ากับสายตาละห้อยของเหล่าบุรุษผู้ไม่ประณีตในการทำอาหารขนาดพวกเขาหิวมากๆ แล้ว แต่ปลาย่างเมื่อสักครู่กลับไม่รู้สึกถึงความอร่อยเลยครั้นจะเอ่ยปากขอกินด้วยก็เสียศักดิ์ศรีบุรุษอย่างพวกเขายิ่งนัก
"เฮ้อ...ชาติก่อนข้าไปบังเอิญขัดขวางผู้ใดไม่ให้กินข้าวกันหรือข้าถึงต้องรับกรรมเช่นนี้"
ก็มีนั่นแหละ...มิใช่ชาติก่อนอะไรหรอกที่ผ่านมานางชอบหยอกล้ออาจารย์เล็กน้อย เล็กน้อยเท่านั้น เช่น บังเอิญทำเกลือหกหุงข้าวไม่สุก หรือไม่ก็เอาอาหารไปซ่อน ถ้าตอนนี้อาจารย์รู้ว่านางจะได้ชดใช้กรรมเร็วขนาดนี้คงะโลอยไปไกลถึงพันลี้
่เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านพักบนเขา ผู้าุโเฟิงเค่อ จู่ ๆก็จามขึ้นมา ‘มีใครพูดถึงข้าในทางไม่ดีหรือไม่’ พอมองซ้ายมองขวาไม่เห็นความผิดปกติทำใจสงบนิ่งแล้วก็กลับไปนั่งสมาธิต่อ
"แบ่งให้พวกเ้าก็ได้" นางเอ่ยปากไม่ทันจบประโยคดีปลาทั้งหมดถูกแจกจ่ายอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าพวกเขาต้องส่งให้เ้านายก่อน พอได้กัดไปคำแรก ทุกคนพลันตกตะลึง สายตาปริ่มด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มจิตใจล่องลอยไปไกล ‘นี่มันช่างอร่อยอะไรเช่นนี้นางทำได้อย่างไรกันนะ'