สตรีชุดสีชมพูอ่อนใบหน้าจิ้มลิ้ม แย่งชิงดอกไป๋หลันฮวาของนางแล้วจับดอกไม้ยัดเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ ด้วยใบหน้าที่คล้ายว่าโกรธเกลียดเคียดแค้นดอกไม้ดอกนั้นเสียเต็มประดา
“จ..จ..เ้า” หูอี้เหลียนตีให้ตายก็ไม่มีวันจะคิดออกว่าวันหนึ่งนางจะเห็นสตรีผู้นี้กลืนกินดอกไม้สดต่อหน้าต่อตาตน ซ้ำดอกไป๋หลันฮวาดอกนั้นก็มีความหมายกับนางเสียด้วย
หยูจินเซียงจะไม่ยอมให้นางอสรพิษชุดขาวผู้นี้ได้สมหวังกับเวยหวังหย่งโดยเด็ดขาด!! และนางก็ไม่คิดจะให้ผู้ใดได้ดอกไป๋หลันฮวาดอกนี้ต่อไปด้วย ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีคนถูกแขวนคอแทนตนเองเหมือนครั้งที่ผ่านมา ทางเลือกในยามคับขันที่จะไม่ให้สตรีคนใดได้ดอกไป๋หลันฮวามีทางเดียวคือ กินมันซะ!!
หญิงสาวไม่สนใจกับท่าทางตกอกใของหูอี้เหลียน นางวิ่งไปหาดอกเบญจมาศสีเหลืองที่สหายของนางจะเลือกมันเป็ครั้งที่สี่ เบญจมาศเหลืองเป็ของกู้อู๋ซวนลูกพี่ลูกน้องของเวยเยว่ฉี นาง้าให้สหายและกู้อู๋ซวนได้มีโอกาสพบรักบ้าง
“จินเซียง ข้าจะเลือกดอกนั้นพอดี ใจเ้าตรงกับข้าเลย” เวยเยว่ฉีเห็นแล้วว่าหยูจินเซียงเลือกดอกไม้สีม่วงไปเก็บไว้ในเสื้อจากนั้นก็วิ่งพรวดพราดมาจากทางไหนไม่รู้มาคว้าเอาดอกเบญจมาศนางมาถือไว้ ในเมื่อนางมีดอกหยูจินเซียง (ทิวลิป) อยู่ในอกเสื้อ เช่นนั้นดอกเบญจมาศดอกนี้สหายคงตั้งใจเลือกเพื่อตน
และแล้วเวยเยว่ฉีก็ต้องอ้าปากค้างไปอีกคน เมื่อสหายรักของตนออกแรงวิ่งหนีไปพร้อมกับแจกันดอกเบญจมาศหายลับไปกับตา แล้ว..เมื่อครู่..ในปากของจินเซียง..ใช่กลีบดอกไม้หรือเปล่านั่น!
หยูจินเซียงขโมยแจกันดอกเบญจมาศวิ่งหนีห่างจากเวยเยว่ฉีและแอบดูจนเห็นว่าสหายเลือกดอกไม้ดอกอื่นไปแล้ว นางจึงวางแจกันไว้บนโต๊ะดังเดิม เพื่อเปิดโอกาสให้กู้อู๋ซวนได้พบสตรีคนอื่นบ้าง แล้วนางก็หลบสายตาของหูอี้เหลียนไปด้านหลังกระโจมอย่างที่เคยทำ
“เหนื่อยชะมัด ทีนี้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเกมมันถึงสมจริงนัก ที่แท้มันก็เป็เื่จริงนี่เอง”
นางเช็ดเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากและจมูก รู้สึกขมปากเฝื่อนคอจนหน้าแดงก่ำ สุดท้ายก็ต้องมุดเข้าไปในกระโจมผู้อื่นขโมยน้ำชาของเขามาดื่มจนหมดถ้วยแล้วกลับมาแอบอยู่ที่เดิมไม่ยอมกลับไปที่กระโจมตัวเอง
“ข้าต้องมีเวลามองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวให้มากกว่านี้ ขอโทษด้วยนะเยว่ฉีที่ไม่ได้อยู่เป็เพื่อนเ้า”
หยูจินเซียงชะเง้อมองเวยเยว่ฉีที่เดินเข้าไปในอุทยานตามคำเชื้อเชิญของขันทีเพียงลำพัง ภายในใจรู้สึกผิดกับสหายยิ่งนัก อีกฝ่ายคอยดูแลและเป็ห่วงนางตลอดเวลา แต่ยามนี้นางมีเื่จำเป็จริงๆ
“นั่นนาง!” หยูจินเซียงเห็นความเปลี่ยนแปลงอีกหนึ่งเื่ ครั้งก่อนหลังจากที่นางชิงดอกไป๋หลันฮวามาจากหูอี้เหลียนแล้ว นางเห็นว่าหูอี้เหลียนไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงต่อและแยกตัวกลับออกไป แต่ครั้งนี้หูอี้เหลียนกำลังเดินเข้าไปในอุทยาน เช่นนั้นหมายความได้อย่างเดียวคือนางได้เลือกดอกไม้ดอกอื่นไปแล้ว
หยูจินเซียงไม่ได้รีบร้อนตามหาเ้าของดอกทิวลิปสีม่วงของตนเองแต่อย่างใด เวลานี้นางซ่อนดอกไม้เอาไว้ในเสื้อไม่ให้ผู้ใดเห็น แล้วออกเดินไปตามเส้นทางคดเคี้ยวภายในอุทยาน พยายามจดจำว่าใครเป็สหายกับใคร
นางเห็นเวยเยว่ฉีพบกับกู้อู๋ซวนแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ร่วมทางไปด้วยกันและแยกย้ายกันออกไปหาคู่ของตน
หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าตนเองเป็เป้าสายตามากขึ้น เพราะทุกคนล้วนเอาดอกไม้ของตนเองออกมาถือไว้ในมือ เพื่อให้คู่ของตัวเองตามหาตัวเจอ แต่นางกลับเดินตัวเปล่าไม่ถือดอกไม้ หญิงสาวจึงเลือกเดินไปทางแนวป่ารอบนอกทางด้านหลังแทน
“ปีนขึ้นไปหลบอยู่บนนั้นท่าจะดี” หยูจินเซียงมองเห็นต้นไม้ที่ไม่สูงนักด้านล่างมีโขดหินหลายก้อนพอให้นางปีนขึ้นไปซ่อนตัวได้
ร่างเล็กๆ ของหยูจินเซียงตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนก้อนหินอย่างยากลำบาก นางแค่อยากดูว่าครั้งนี้ใครจะคู่กับใคร โดยเฉพาะเวยหวังหย่ง ไหวอี้ตี่ คุณชายลี่และคุณชายอีกคนที่นางไม่รู้จักในเรือนท้ายจวนสกุลเวย นางจดจำใบหน้าเขาเอาไว้ได้แม่นยำแล้ว
หากคนพวกนี้จับคู่กับผู้ใดหรือสนิทสนมกับผู้ใดนางจะพยายามหลีกเลี่ยงให้ไกลคนอันตรายกลุ่มนี้ ไม่้าเข้าไปข้องเกี่ยวกับเื่ที่พวกเขาแอบซ่อนทำกันอยู่
“นั่นเยว่ฉี นางพบกับใครกันนะ” หยูจินเซียงเห็นเวยเยว่ฉีพบกับคู่ใหม่ของนางแล้วแต่นางยังไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าคนผู้นั้นมาก่อน
“กู้อู๋ซวน เป็นางนั่นเอง” กู้อู๋ซวนได้พบกับสตรีที่เลือกดอกเบญจมาศสีเหลืองแทนเวยเยว่ฉีในสามครั้งก่อน สตรีผู้นั้นนางเคยพบในพิธีแต่งงานของไหวอี้ตี่ เป็หญิงสาวที่ดูเป็มิตรและดูไม่มีพิษภัยแต่อย่างใด
“ดูเหมือนจะมีหลายคนสลับสับเปลี่ยนไปอยู่นะ”
“ไหวอี้ตี่กับคนเดิม”
“ครั้งนี้เขานั่งอยู่คนเดียวในศาลา เหอะ!! รอไปก่อนเถิดพี่ชายรอบนี้ดอกไม้ของท่านอยู่ในท้องข้าแล้ว! แล้วนางอสรพิษนั่นเล่า นางหายไปไหน”
หญิงสาวนั่งแอบมองทุกสิ่งทุกอย่างบนกิ่งไม้ พร้อมกับบันทึกทุกอย่างไว้ในความทรงจำ
“นั่นเ้ากำลังมองหาผู้ใด”
“ว้าย!!” เสียงเย็นเยียบดังมาจากด้านหลังของหยูจินเซียงกะทันหันจนนางใและพลัดตกจากกิ่งไม้
หญิงสาวหลับตาแน่น ด้านล่างเป็ก้อนหินถึงแม้ระยะห่างจะไม่สูงนัก แต่ตกลงไปกระแทกก้อนหินอย่างไรนางก็ต้องเจ็บ และนี่มันไม่ใช่เกมมันเป็เื่จริง หญิงสาวพยายามขดตัวรอรับแรงกระแทก
ไม่เจ็บ? นางไม่ได้กำลังตกจากต้นไม้หรอกหรือ?
หยูจินเซียงลืมตาขึ้นมาช้าๆ ร่างของนางค้างเติ่งอยู่บนอากาศไม่ได้หลุดร่วงลงมาอย่างที่ควรจะเป็ เวลานี้นางจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง้า
บุรุษรูปงามั์ตาเฉียบคมก้มหัวเล็กน้อยมองตอบหญิงสาวที่ตนคว้าคอเสื้อของนางเอาไว้ได้ทันอย่างพินิจพิเคราะห์
เขานั่งอยู่บนต้นไม้นี้นานแล้ว อยู่ดีๆ หญิงสาวร่างเล็กในชุดสีชมพูก็ปีนขึ้นมานั่งที่กิ่งไม้ด้านล่างโดยที่ไม่ทันได้เห็นตน
ทีแรกสือเซียวฉินก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจกับสตรีที่ถกกระโปรงปีนต้นไม้ผู้นี้เท่าใดนัก จนนางเริ่มพูดคนเดียวด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ไม่น่าไว้วางใจ เขาจึง้ารู้ว่าแท้จริงแล้วสตรีผู้นี้คือใคร
“ปล่อยข้าลงไป ข้ากลัว!” ร่างเล็กไม่วางใจในความแข็งแกร่งของชายหนุ่มรูปงาม้า เขาดึงร่างนางเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวทั้งที่ยังอยู่บนต้นไม้ หากร่วงลงไปทั้งคู่เมื่อใด ใช่ว่าตนจะต้องกระแทกทั้งหินทั้งถูกทับด้วยบุรุษร่างใหญ่อีกคนหรอกหรือ
ฉินอ๋องหรี่ตามองสตรีไม่รู้จักตายตรงหน้าแวบหนึ่งในแววตาปรากฏความไม่พอใจขึ้นมา
“ตุ้บ!!”
“กรี๊ด!!”
หยูจินเสียงกรีดร้องเสียงหลง คนผู้นั้นไม่ได้ปล่อยนางลงพื้นดีๆ แต่เขาจับนางโยนลงบนพื้นดินห่างจากก้อนหินออกมาเล็กน้อย
ฉินอ๋องะโลงจากต้นไม้ตามร่างเล็กมาติดๆ ไม่ได้สนใจว่าเสื้อผ้าของอีกฝ่ายจะหลุดลุ่ยเพราะถูกตนจับเหวี่ยงลงมาอย่างไม่ปรานี
“เ้าคือใคร แล้วเ้ารู้จักกับเขาเช่นนั้นหรือ?”
ฉินอ๋องชี้มือไปทางเวยหวังหย่งที่นั่งอยู่ในศาลารับลมเพียงลำพัง เมื่อครู่เขาเห็นสตรีผู้นี้มองเวยหวังหย่งอยู่ แล้วยังพึมพำอะไรบางอย่างซึ่งเขาฟังไม่ชัด
มาอีกคนแล้ว! น้ำเสียงดุดันเช่นนี้ แววตาแข็งกระด้างแบบนี้เหมือนกับเวยหวังหย่งที่พบตนครั้งแรกไม่มีผิด คนเช่นนี้นางสมควรหลีกให้ไกลใช่หรือไม่?