เกาะใหญ่รูปวงแหวนซ้อนกันหลายชั้น
ตรงกลางเป็แผ่นดินทรงกลมล้อมรอบด้วยวงแหวนน้ำทะเล 3 ชั้น สลับกับวงแผ่นดินสองชั้นมีลำคลองตัดตรงจากทะเลมาถึงวงนอกสุดเป็ทางเข้าทางเดียวของอาณาจักร
ตึกสูงเสียดฟ้ามีให้เห็นทั่วไปบางพื้นที่มีสีเขียวของป่าไม้ด้านหนึ่งของเกาะมีเทือกเขาตั้งตระหง่านบนแผ่นดินใหญ่
อากาศยานแปลกตาบินไปมาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำมีรถยนต์ มีเรือยนต์ ผู้คนในเมืองดูยิ้มแย้มแจ่มใสบ่งบอกว่ามีความสุขในการใช้ชีวิต
ที่นี่คือมหาอาณาจักร แอตแลนติส ในมหาสมุทรแอตแลนติค
พวกนาสรินและกามิลถูกส่งมาด้วยยานข้ามกาลเวลากับภารกิจ
“หยุดาก่อนแอตแลนติสจะล่มสลาย”เสียงนั้นยังก้องในมโนสำนึกของพวกเขาและเธอ
ทว่า บัดนี้ยานลำนั้นกำลังส่งพวกเขาลงเหยียบผืนแผ่นดินแอตแลนติส ท่ามกลางาระหว่างใครผู้มาเยือนยังหารู้ไม่
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวขีปนาวุธจำนวนมากพุ่งข้ามท้องฟ้าไปมาหากันระหว่างสองมุมเมือง
แรงสั่นะเืราวกับโลกจะแตกสลายกึกก้องไปทั่ว
เปลวเพลิงเผาไหม้บ้านเรือนตามมาด้วยผู้คนที่หนีตายหอบลูกจูงหลานออกไปนอกเมือง
อากาศยานรูปร่างแปลกตาบินโฉบมาทิ้งะเิแล้วจากไปอย่างรวดเร็วตามติดด้วยความพินาศของอาคารสิ่งก่อสร้างที่พังไปเป็แถบใหญ่ในพริบตา
กองกำลังทหารเปิดฉากยิงปืนใส่กันกลางเมืองรถติดอาวุธแล่นต่อเนื่องเป็ขบวนแถวยาวนับสิบคัน มุ่งไปยังหอคอยสูงที่ใกล้ริมทะเล
“พวกคุณมาทำอะไรที่นี่เขากำลังรบกันอยู่ รีบหลบไปเสีย” ทหารคนหนึ่งวิ่งผ่านมากล่าวกับพวกนาสริน
“เรามาช่วยหยุดยั้งาท่านเป็ทหารฝ่ายใด และกำลังจะไปที่ไหน โปรดบอกเราด้วย” เ้าหญิงเปอร์เซียเอ่ยถาม
“ข้าเป็ทหารของฝ่ายรัฐบาลโซลาริสกำลังจะบุกไปยึดหอคอยโอเชียนเนียของตระกูลนีเรอุสซึ่งเก็บรักษาคริสตัลแห่งชีวิตข้าไปล่ะ” ทหารหนุ่มกล่าวแล้วรีบวิ่งต่อไป
“พวกเราตามเขาไปพี่หาญ พี่หนาน พี่ทองฮะ ปล่อยของไปสกัดทัพทั้งสองฝ่ายที อย่าให้เขารบกันอีกเลย”
หนานเขียวเสกวัวธนูออกมาหกตัวให้เ้าหญิงและพลพรรคทีม A ควบขี่ไปยังหอคอยดังกล่าว
“เมืองนี้เจริญถึงขั้นมีรถที่เหาะได้แต่เรายังมาขี่วัวอยู่นี่ มันดูแปลก ๆ นะ “ทองฮะแสดงความเห็นขณะกำลังควบวัวธนูไปกับเพื่อน
“อย่าบ่นน่าระบบของเราซัพพอร์ตมาให้แค่นี้ ทนเอาเถอะ” หนานเขียวกล่าว
เมื่อไปถึงหอคอยริมทะเลหาญกล้าก็ปล่อยกุมารสามตาให้แปลงกายใหญ่โตไปยืนขวางกองทัพของแอตแลนติสทั้งสองฝ่ายทองฮะก็ปล่อยหุ่นพยนต์ไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานขวางกั้นไว้เช่นกัน
“พวกท่านหยุดรบกันเถิดแล้วหันมาเจรจาโดยสันติดีกว่า ดิฉันและเพื่อนมาด้วยความหวังดี”นาสรินประกาศก้องก่อนจะก้าวลงจากหลังวัวธนู ยืนหันหน้าไปทางกองทัพฝ่ายรัฐบาล
กองทัพของโซลาริสหวาดกลัวกุมารและหุ่นพยนต์ก็พากันถอยทัพกลับไป
เ้าหญิงเปอร์เซียเดินเข้าไปหาหญิงสาวท่าทางเป็บุคคลสูงศักดิ์ซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ใกล้หอคอย
“เราขอบใจมากที่มาช่วยระงับาในครั้งนี้ ว่าแต่พวกเธอเป็ใคร มาจากไหนกันหรือ”สตรีผู้งดงามในชุดเกราะสีน้ำทะเลกล่าว
“ดิฉันชื่อนาสรินและพวกเดินทางมาจากโลกอนาคตได้รับภารกิจมาช่วยหยุดยั้งาก่อนจะทวีปของท่านจะล่มสลาย”
“กระนั้นหรือเช่นนั้นเราเข้าไปคุยกันในหอคอยก่อนเถิด”
นาสรินและเพื่อนก็ติดตามเข้าไป
“ข้าชื่อ เทมิสเป็เ้าหญิงของราชสกุลนีเรอุส ผู้สืบทอดการดูแลรักษา เดอะไลฟ์ คริสตัลหรือผนึกแก้วแห่งชีวิต จากต้นตระกูลที่เป็นักบวชผู้ชำนาญเวทย์มนตร์แต่พวกราชวงศ์โซลาริสที่ปกครองเมือง้าแย่งชิงคริสตัลแห่งชีวิตไปจึงเกิดาขึ้นดังที่เห็น”
นาสรินเอ่ยถาม“ แล้วโซลาริส้าจะนำคริสตัลไปเพื่ออะไรเพคะ”
“นั่นคือสิ่งที่ข้า้าคำตอบเช่นกันข้ารู้แต่เพียงว่า คริสตัลนี้เป็สิ่งที่เทพเ้าโพไซดอนประทานให้ชาวเมืองของเราั้แ่เริ่มสร้างเกาะแห่งนี้มันคือพลังที่หล่อเลี้ยงการดำรงอยู่ของสรรพชีวิตในแอตแลนติสซึ่งจะเกิดหายนะอย่างรุนแรงขึ้น หากมันถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด คงต้องอาศัยพวกเ้าช่วยสืบจุดประสงค์ของโซลาริสแล้วนะนาสริน” เ้าหญิงเทมิสจ้องมองด้วยสายตาวิงวอน
หลายเดือนก่อนหน้านี้
ท่ามกลางเมืองแอตแลนติสสองข้างถนนคราคร่ำไปด้วยประชาชนที่มายืนรอชมขบวนเสด็จของจักรพรรดิแอตลาส
“ทรงพระเจริญ”เสียงผสกนิกรร้องดังเซ็งแซ่เมื่อชายชราผมและหนวดเคราสีขาวผู้เป็เ้าครองอาณาจักรพร้อมข้าราชบริพารนั่งมาในราชรถที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าทรงโบกพระหัตถ์ทักทายราษฎรของพระองค์ด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม
ทันใดนั้น
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับพระโลหิตไหลออกมาจากพระเศียรของจอมกษัตริย์
ผู้คนแตกตื่นบ้างวิ่งหนี บ้างหมอบตัวลง เหล่าผู้ติดตามกรูกันเข้ามาล้อมรถพระที่นั่งไว้
“ตามหาตัวคนลอบยิงให้ได้”เสียงนายทหารคนหนึ่งะโลั่น
ชายคนหนึ่งถูกพลทหารลากตัวมาสอบเค้น
“บอกสิใครใช้แกมา”
แต่ชายดังกล่าวมิทันได้พูดก็มีเืไหลออกจากปาก สิ้นใจทันที
“บัดซบมันกลืนยาพิษฆ่าตัวตายแล้ว”
ณ ท้องพระโรงพระราชวังโซลาริส
“ใครกันนะที่มาขัดขวางกองทัพของเรา” ชายหนุ่มรูปงาม ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า ในชุดสีขาวผ้าคลุมสีทอง มีสร้อยคอประดับอัญมณีดูเลอค่านั่งบนบัลลังก์ทองเอ่ยถามชายวัยกลางคนในชุดทหารสวมเกราะ
“พวกมันปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอยมิทราบที่มาพะยะค่ะ”
“แล้วเมื่อไรเ้าจะหาตัวผู้อยู่เื้ัการลอบสังหารเสด็จพ่อของข้าได้เสียทีเล่าแม่ทัพอเรส”
“หม่อมฉันกำลังพยายามอยู่ขอรับฝ่าา”
“หากยังหาตัวฆาตกรไม่ได้ทางรัฐสภาแห่งนครแอตแลนติสก็ยังไม่ยอมให้ข้าขึ้นสืบราชสมบัติต่อจากพระบิดาได้จงเร่งดำเนินการให้ไว ภายในเดือนนี้ มิเช่นนั้นข้าจะหาคนอื่นมาทำแทน ไปได้แล้ว”
“กราบถวายบังคมลาฝ่าา” แม่ทัพใหญ่ล่าถอยออกไป
ขณะเดียวกันหญิงสูงศักดิ์ ผมยาวสีเงิน ั์ตาสีม่วงในชุดรัดรูปสีดำก็เดินสวนเข้ามาหาเ้าชายหนุ่ม
“เ้ายังไม่หายหงุดหงิดอีกเหรอ ไครอส น้องชายที่รักของข้า”
“ก็เ้าแม่ทัพอเรสยังตามหาคนลอบปลงพระชนม์เสด็จพ่อไม่ได้จะให้ข้าสบายใจได้อย่างไร เซเรน่า พี่สาวของข้า”
พระพี่นางยิ้มก่อนจะกล่าว
“หากเราได้คริสตัลแห่งชีวิตมาเ้าจะเป็ะและมีพลังมหาศาลที่จะควบคุมทุกสิ่งบนโลกได้ เมื่อนั้นผู้ใดก็มาต่อต้านเ้าไม่ได้”
“แต่พวกนีเรอุสยังไว้และเรายังเอาชนะมันไม่ได้ จะทำเช่นไรจึงจะได้มากันเล่า”เ้าชายมีสีหน้าเคร่งเครียด
“ข้อนั้นเ้ามิต้องกังวลพี่มีคณะบุคคลมาช่วยแล้ว” เซเรน่าเอ่ยแล้วหันไปทางประตูกล่าวต่อ “เอาละพวกเ้าเข้ามาได้”
กามิล อาริฟจาฮัด ฟาฮัด พร้อมญินสองตนก็เดินเข้ามา
“พวกเขาเป็ใครหรือ”ไครอสเอ่ยถาม
“คงเป็คนที่เทพเ้าส่งมาช่วยเราเอ้าพวกเ้าแนะนำตัวสิ”
“กระหม่อมชื่อกามิลเป็เ้าชายจากอาหรับ และนี่คืออาริฟ เป็ผู้วิเศษจอมเวทย์มนตร์สามารถจะสนองงานฝ่าาได้พะยะค่ะ”
“งั้นเหรอข้าก็อยากจะทดสอบฝีมือเ้าดูสักครา จงไปเอาคริสตัลแห่งชีวิตมาจากหอคอยโอเชียนเนียของพวกนีเรอุสให้ได้”
“น้อมรับพระบัญชา”
วันรุ่งขึ้น ณหอคอยโอเชียนเนีย
กามิลและอาริฟนำกองทัพของโซลาริสมารายล้อมหอคอยศักดิ์สิทธิไว้ พร้อมเปล่งเสียงประกาศกร้าว
“พวกนีเรอุสจงฟังเร่งมอบคริสตัลแห่งชีวิตมาให้เราเดี๋ยวนี้ เ้าชายไครอสจะไว้ชีวิตพวกเ้าหาไม่แล้ว อย่าร้องเรียกความปราณีจากเรา”
เ้าหญิงเทมิสในชุดเกราะสีน้ำทะเลนั่งบนหลังม้าศึกตอบผู้รุกราน
“คริสตัลแห่งชีวิตเป็สิ่งที่เทพเ้ามอบให้บรรพบุรุษของเราดูแลรักษาหาใช่มีไว้ให้ใครนำไปใช้ส่วนตัวไม่ จงถอยกลับไปเสีย”
“ในเมื่อพูดคุยกันดีๆ ไม่รู้เื่ เช่นนั้นก็จงรอดูสิ่งที่ข้าจะสั่งสอนเ้าก็แล้วกัน อาริฟท่านจัดการเลย” กามิลออกคำสั่ง
พ่อมดแห่งอาหรับก็ให้ญินสองตนแปลงกายเป็ัใหญ่ดำทะมึนสองตัวพ่นไฟใส่กองทัพของนีเรอุสจนแตกกระเจิงไปครู่หนึ่ง แต่พวกหาญกล้าเนรมิตกุมารสามตาหุ่นพยนต์ และวัวธนู ขนาดเท่าูเาเลากาออกไปต่อกรกับันั้นอย่างดุเดือด
กุมารสามตาปล่อยแสงออกจากตาที่สามกลางหน้าผากไปโดนัตัวหนึ่งจนร้องครวญครางแล้วกลับกลายร่างเป็ญินดังเดิม
หุ่นพยนต์จับัอีกตัวฟาดกับพื้นดังสนั่นก่อนจะเด็ดปีกทั้งสองของมันจนร้องโหยหวนด้วยความเ็ปแล้วกลับร่างเป็ญินดังเดิม
วัวธนูตัวั์วิ่งเข้าไล่เหยียบย่ำรถศึกของฝ่ายโซลาริสจนย่อยยับ
กามิลเห็นท่าไม่ดีจึงร้องสั่งให้ถอยทัพ
พระราชวังโซลาริส
เ้าชายไครอสกริ้วหนัก
“นี่คือผลงานจากการคุยโวของพวกเ้า ไอ้เศษผงฝ่าเท้าของข้า”
“กราบทูลฝ่าานี่เป็เพียงแผนหลอกให้ศัตรูตายใจเท่านั้นหม่อมฉันยังมีแผนสองที่จะตลบหลังพวกมันอยู่ โปรดเย็นพระทัยไว้ก่อน”
พ่อมดอาริฟกล่าวอย่างนอบน้อมโดยมีพวกกามิลยืนนิ่งอยู่เื้ั
ณหอคอยโอเชียนเนีย
“เราขอบใจพวกท่านมากที่ช่วยปราบปรามฝ่ายโซลาริสในครั้งนี้” เ้าหญิงเทมิส กล่าวด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน
“มิเป็ไรเพคะแต่พวกมันยังหนีไปได้ หม่อมฉันเกรงว่ามันจะหวนกลับมาเล่นงานเราอีก”
“อืมอีกสองวันเราจะขึ้นไปสวดภาวนาบนยอดเขา ฝากพวกท่านดูแลทางนี้ด้วยระวังอย่าให้พวกโซลาริสมาชิงคริสตัลไปได้”
“โปรดวางใจเพคะเ้าหญิง” นาสรินกล่าว
เย็นวันนั้นที่ชายทะเลใกล้หอคอย
เ้าหญิงเปอร์เซียกับหนุ่มโคราชนั่งชมพระอาทิตย์ตกเคียงข้างกัน
“พี่คิดถึงบ้านไหมพี่หาญ”
“คิดถึงสิยายพี่ป่วยติดเตียงอยู่บ้าน ป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้างไม่รู้เมื่อก่อนก็ส่งเงินค่าแรงไปให้หลานช่วยดูแลยาย แต่พวกเราโดนระบบมันกักขังไว้แบบนี้พี่อดห่วงไม่ได้”
“พี่ยังดีมีคนให้ห่วงแต่น้องสิ ไม่เหลือใคร ...สักวันหนึ่ง เราจะต้องหนีจากระบบนี้ไปให้ได้”
ณห้องประชุมรัฐสภาแห่งแอตแลนติส
เหล่าสมาชิกสภานับพันคนนั่งรายล้อมเต็มห้องเป็วงกลมโดยมีประธานที่ประชุมนั่งบนบัลลังก์ขนาบข้างด้วยเ้าชายไครอสและรัฐมนตรีสำคัญอีกหลายคน
ประธานเริ่มอ่านวาระการประชุม
“สำหรับวาระการประชุมที่หนึ่งเื่เ้าชายไครอสขอเสนอการพิจารณาใช้คริสตัลแห่งชีวิตเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขอกราบทูลเชิญเ้าชายนำเสนอรายละเอียดครับ”
“สมาชิกรัฐสภาที่รักทั้งหลาย
ข้าพเ้าขอความเห็นชอบจากที่ประชุมในการนำไลฟ์คริสตัลซึ่งเ้าหญิงเทมิสเก็บรักษาไว้มาทำการวิจัย เพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์การพลังงานของอาณาจักรเราโดยมีเ้าหญิงเซเรน่าเป็หัวหน้าคณะอันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองไม่รู้สิ้นสุด”
เมื่อเ้าชายไครอสกล่าวจบก็มีชายชราในชุดนักบวชยืนขึ้นประท้วง
“ประธานที่เคารพข้าขอคัดค้าน”
ประธานจึงกล่าวว่า
“เชิญท่านออร์เฟอุส”
นักบวชชรามีผ้าสีดำปกปิดั์ตาที่บอดข้างหนึ่งเขาสวมชุดคลุมยาวสีฟ้าเข้ม ถือคฑาประดับเปลือกหอยยืนขึ้นกล่าว
“ขอบคุณท่านประธาน
ข้าพเ้าไม่เห็นด้วยในการนำคริสตัลแห่งชีวิตมาใช้ หากทำเช่นนั้นจะเกิดภัยพิบัติมาสู่แอตแลนติสเพราะจุดประสงค์ดั้งเดิมเทพโพไซดอนมอบไว้ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเป็พลังชีวิตแก่ประชาชนของเราทุกคนเป็ส่วนรวมการทำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของไครอสจะทำให้เทพเ้าพิโรธอันจะนำมาซึ่งหายนะแก่อาณาจักรในที่สุด”
“ข้าพเ้าของมติที่ประชุมใครเห็นควรคัดค้านโปรดยกมือขึ้น”
กว่าครึ่งหนึ่งของที่ประชุมยกมือคัดค้านข้อเสนอนี้
“ผู้คัดค้าน550 ท่านในจำนวน 1000 คน เป็อันว่าวาระนี้เป็อันพับไป”
เ้าชายไครอสโกรธจัดเืขึ้นหน้าจึงหันไปหาอาริฟ
“จัดการออร์เฟอุสซะ”ก่อนเข้าจะลุกเดินออกไปจากห้องประชุม
พ่อมดอาหรับจึงให้ญินไซต้าเข้าสิงร่างนักบวชเฒ่ากัดกินอวัยวะภายในจนดิ้นทุรนทุราย เืออกทางทวารทั้งเจ็ดสิ้นใจกลางที่ประชุมนั้น ยังผลให้สมาชิกสภาตื่นตระหนกหวาดกลัวยิ่งนัก
บนยอดเขาเอเฟซุสเื้ัเกาะแอตแลนติส
เ้าหญิงเทมิสในชุดยาวสีขาว นั่งสวดภาวนาอยู่ในวิหารบูชาเทพ โดยมีนางกำนัลสาวใช้นั่งเฝ้าอยู่ราวสิบคนและมีทหารองค์รักษ์ซึ่งเป็สตรียืนถือหอกถวายความปลอดภัยอยู่หน้าทางเข้า
ครู่หนึ่งก็มีชายร่างสูงใหญ่ผมสีดำ ในชุดเกราะทหารคล้ายเกล็ดปลาดูเลื่อมลายสีคราม ถือหอกพร้อมทหารติดตามสองนายเดินเข้ามายังวิหาร
แต่องครักษ์หญิงทั้งสองใช้หอกวางไขว้กันขวางกั้นแม่ทัพไว้
“แม่ทัพไทรทันมีธุระสิ่งใด บัดนี้เป็เวลาบำเพ็ญภาวนาของเ้าหญิง ท่านยังเข้าไปไม่ได้”
“ถอยไปข้ามีเื่สำคัญมาบอกเ้าหญิง”
“ไม่ได้ข้าบอกว่าเข้าไม่ได้” ทหารหญิงชูหอกจ่อหน้าแม่ทัพ
“เสียงเอะอะกระไรกันน่ะ”
เ้าหญิงเทมิสเอ่ยถามก่อนจะเดินออกมาดู
“อ้อแม่ทัพไทรทันหรอกหรือ เพลานี้ข้าสวดภาวนาอยู่ ท่านมีสิ่งใดสำคัญจงเร่งบอกมา”
“นักบวชออร์เฟอุสถูกสังหารแล้วโดยฝ่ายโซลาริสกลางที่ประชุมสภาเมื่อวานเนื่องจากเขาคัดค้านการนำคริสตัลแห่งชีวิตไปใช้ในการงานวิจัยของเ้าหญิงเซเรน่าข้าจึงอยากทูลเชิญเ้าหญิงกลับไปประชุมปรึกษาหารือในการรับมือกับฝ่ายเ้าชายไครอสขอรับกระหม่อม”
เทมิสตกพระทัยกับข่าวร้ายแล้วมีสีหน้าสลดก่อนจะกล่าว
“โธ่ ไม่น่าเลยท่านออร์เฟอุส เอาละ รอสักครู่เดี๋ยวข้ากราบลาเทพแล้วจะตามท่านไป”
“ขอรับกระหม่อม”แม่ทัพไทรทันก้มลงคำนับ แล้วไปยืนรออยู่
เมื่อกราบลาเทพเ้าแล้วเ้าหญิงแห่งนีเรอุส ก็เสด็จตามแม่ทัพไปแต่สถานที่ปลายทางกลับไม่ใช่หอคอยโอเชียนเนียที่ประทับ
“เ้าพาข้ามาขังที่นี่ทำไมไทรทัน เ้าบ้าไปแล้วเหรอ”
เสียงเ้าหญิงร้องลั่นหลังถูกนำมาขังในห้องสวยหรูราวกับราชวังแห่งหนึ่ง
แม่ทัพไทรทันก็กลายร่างเป็พ่อมดอารีฟ
“เ้า....”เทมิสตกตะลึงเมื่อรู้ว่าถูกหลอก
“เชิญประทับอยู่ที่นี่แหละรอให้ข้าไปทำงานสำเร็จแล้ว ท่านจะได้เสวยสุขกับเ้าชายไครอส ฮ่าฮ่าฮ่า”
จอมเวทย์แห่งอาหรับพูดแล้วก็เดินทะลุผนังออกไปพร้อมญินสองตน
ณห้องเก็บคริสตัลแห่งชีวิต หอคอยโอเชียนเนีย
ทหารหลายนายรักษาการแ่าเบื้องหน้าประตูห้อง
เ้าหญิงเทมิสพร้อมนางกำนัลติดตามเดินผ่านทางเดินยาวเข้ามายังหน้าห้องเก็บคริสตัล
“ถวายบังคมเ้าหญิงไยท่านจึงกลับมาก่อนกำหนด” หัวหน้าทหารรักษาคลังสมบัติเอ่ยถาม
“ข้าได้ยินข่าวของออร์เฟอุสแล้ว้ามาตรวจดูคริสตัล จงเปิดให้ข้าเข้าไปเถิด”
“ขอรับกระหม่อม”
เ้าหญิงเดินผ่านประตูเหล็กสามชั้นเข้าไปยังห้องเก็บสมบัติ หีบสีทองถูกเปิดออกเผยให้เห็นผนึกแห่งชีวิตสีรุ้งเปล่งประกายวิบวับ
เทมิสปิดหีบนั้นแล้วยกขึ้นหัวเราะร่าก่อนจะกลายร่างเป็พ่อมดอารีฟ แล้วหายตัวไปท่ามกลางหมอกควันสีดำสร้างความตกตะลึงให้ทหารรักษาคลังที่ติดตามมา
ณสำนักงานของทีมเ้าหญิงนาสริน หน้าหอคอยโอเชียนเนีย
แม่ทัพไทรทันพร้อมทหารคนสนิทเดินเข้ามาก่อนจะกล่าวกับสาวเปอร์เซียว่า
“พวกท่านเห็นเ้าหญิงเทมิสมาที่นี่หรือไม่”
“อ้าวก็เ้าหญิงไปสวดภาวนาบนเขามิใช่หรือ”
“ข้าขึ้นไปบนวิหารเทพแล้วแต่คนเฝ้าบอกว่าข้าไปทูลเชิญเสด็จลงมา สงสัยมีคนปลอมเป็ข้าเ้าหญิงถูกลักพาตัวไปแล้ว”
“อะไรกันนะแย่ละสิ” ทองฮะร้องเสียงดัง
ขณะที่พวกนาสรินกำลังตกตะลึงก็มีทหารวิ่งเข้ามารายงานข่าว
“ท่านแม่ทัพขอรับคริสตัลแห่งชีวิตถูกพ่อมดฝ่ายโซลาริสขโมยไปแล้ว มันปลอมตัวเป็เ้าหญิงเทมิสหลอกทหารรักษาห้องพระคลังเข้าไป”
“ว่าไงนะ” แม่ทัพไทรทันใซ้ำสอง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย”นาสรินอุทาน
“เราต้องไปหาที่พระราชวังของไครอสมันต้องอยู่ที่นั่นแน่” หนานเขียวจับยามสามตา แล้วเสนอความเห็น
“แต่ที่นั่นมีทหารองครักษ์คุ้มกันแ่าเราจะเข้าไปอย่างไรล่ะ” เ้าหญิงเปอร์เซียเอ่ยถาม
“ผมจะให้กุมารสามตาเข้าไปสอดแนมก่อน”หาญกล้ากล่าวแล้วก็เสกกุมารให้เหาะไปยังพระราชวังโซลาริสทันที
ณพระราชวังโซลาริส
กุมารสามตาจำแลงกายเป็นางกำนัลเข้าไปในโรงครัวของวัง
“นี่เ้ามาก็ดีแล้วมายกสำรับอาหารไปถวายเ้าหญิงเทมิสในห้องประทับด้วย” แม่ครัวสั่งสาวใช้หน้าใหม่
กุมารในร่างสาวชาววังก็ยกถาดข้าวปลาอาหารไปยังห้องที่คุมขังเทมิสอยู่
ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตู ทำให้เ้าหญิงเอ่ยขึ้น
“เข้ามาสิ”
สาวใช้จำแลงยกถาดไปวางบนโต๊ะในห้อง
“พระกระยาหารกลางวันทรงเสวยนะเพคะ”
“ข้าไม่กิน ปล่อยข้าออกไปนะ”เ้าหญิงเมินหน้าหนี
“ข้าเป็กุมารของฝ่ายนาสรินมาช่วยเ้าหญิงขอรับ”
เทมิสหันมามองก็เห็นว่าเป็กุมารสามตา
“จริงเหรอเช่นนั้นพาข้าหนีไปทีเถิด”
“ไปกันเถิดขอรับหม่อมฉันจะพาเหาะไป”
แต่ทันใดนั้น
“จะหนีไปไหน หนีพวกข้าไม่พ้นหรอก”
ญินสองตนไซต้ากับอิบรีส ปรากฏตัวจับเ้าหญิงไว้กุมารสามตาจึงรีบหายตัวกลับไปหาหาญกล้าทันที
ณหอคอยโอเชียนเนีย
“ข้าทำไม่สำเร็จนายท่าน ญินของอารีฟมันมาขัดขวางแล้วจับตัวเ้าหญิงไว้ ข้าเกรงนางจะเป็อันตรายจึงมิกล้าลงมือต่อสู้กับมัน”
“เ้าทำดีที่สุดแล้วกุมารสามตา ขอบใจนะ” หาญกล้าเอ่ยก่อนกุมารจะพุ่งเข้าไปในย่ามของหนุ่มโคราช
“ทีนี้เราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ”ทองฮะร้อนรนใจ
“พวกเราคงต้องยกทีมกันไปทั้งหมดลุยกันให้รู้กันไปเลย” หนานเขียวกล่าว
“ใช่เรายังมีวัวธนู มีหุ่นพยนต์อีก ต้องสู้กับมันได้แน่” นาสรินกล่าว
ค่ำคืนวันต่อมาณ ห้องทดลองของเ้าหญิงเซเรน่า ในพระราชวังโซลาริส
สตรีผู้สูงศักดิ์ในชุดคลุมยาวสีขาวยืนคุมอุปกรณ์ระโยงระยางที่เชื่อมต่อกับร่างกายของเ้าชายไครอสซึ่งนอนอยู่บนแท่นกลางห้องโดยมีคริสตัลแห่งชีวิตวางอยู่เหนือฐานรองบนเครื่องมือประหลาดนั้น
“หลังจากการถ่ายทอดพลังของผนึกวิเศษนี้เข้าสู่ร่างกายเ้าความเป็ะและฤทธิ์เดชก็จะเปี่ยมล้นในตัวเ้า น้องชายข้า”เซเรน่ากล่าวอย่างมั่นใจ ขณะที่เ้าชายนอนลืมตามองพี่สาว
“รีบจัดการเลยข้าทนรอต่อไปไม่ได้แล้ว ลงมือสิ”
มืออันนุ่มขาวของเ้าหญิงโซลาริสเลื่อนคันโยกของเครื่องถ่ายทอดพลังลงก็เกิดปฏิกิริยาทางชีวโมเลกุล ร่างของเ้าชายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีต่าง ๆ
ขณะเดียวกันที่ด้านหน้าพระราชฐานนั้น
เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ในมุมหนึงของวังเสียงคนะโให้ช่วย
“ช่วยด้วยไฟไหม้ ช่วยกันดับเร็ว”
คนในวังต่างวิ่งไปมาด้วยความโกลาหลเร่งหาน้ำมาดับไฟ
พร้อมกันนั้นก็มีกลุ่มคนในชุดสีดำฉวยจังหวะวุ่นวายลอบเข้าไปยังพระตำหนักหลังหนึ่ง
ภายในมีทางเดินคดเคี้ยวสองข้างมีห้องต่าง ๆ เรียงรายนับสิบนับร้อยห้อง พวกเขาพากันเปิดดูห้องต่าง ๆว่ามีสิ่งที่กำลังค้นหาหรือไม่
หนึ่งในคนกลุ่มนั้นเปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไปพบว่าเป็ห้องที่มีชั้นวางสิ่งของอย่างเป็หมวดหมู่กระทั่งไปพบผลไม้สีแดงฉ่ำลูกหนึ่งวางอยู่ในลัง จึงหยิบขึ้นมาดู
“นี่มันลูกอะไรเนี่ยน่ากินจัง เอ้ ป้ายบอกว่า ผลไม้แห่งปัญญา มันเป็ยังไงนะ ลองกินดูดีกว่า”เขาพูดแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าออก หล่อนคือ ดานา สาวใช้ของนาสรินนั่นเองเมื่อกัดผลไม้นั้นเข้าไปคำหนึ่ง ก็เปิดประกายวูบวาบ เืลมพลุ่งพล่านไปทั่วร่างภาพแปลก ๆ ทยอยวิ่งเข้ามาในประสาทรับรู้ของเธอ
และหนึ่งในภาพนิมิตที่เห็นคือเ้าหญิงเทมิสถูกขังอยู่ในอีกห้องไม่ไกลจากนี้ ดานาจึงรีบวิ่งออกจากห้องไปสมทบกับพวกหาญกล้า
ฝ่ายนาสรินกับพวกหาญกล้าเดินไประยะหนึ่งก็พบสิ่งผิดปกติ
“นี่เราเดินวนกลับมาที่เดิมอีกแล้วเราติดอยู่ในเขาวงกตหรือนี่” เ้าหญิงเปอร์เซียกล่าว
“เราจะทำอย่างไรกันดีดานาหายไปไหนเนี่ย คงไม่ถูกจับตัวไปนะ” ทองฮะโวยวาย
“ข้าอยู่นี่แล้ว”เสียงของดานาดังขึ้น
“เ้าไปไหนมาดานา” นาสรินเอ่ยถาม
“หม่อมฉันไปเจอของวิเศษมาข้าบอกได้ว่าเ้าหญิงเทมิสอยู่ไหน ทางโน้นไง ตามข้าน้อยมา”สาวใช้ขี้เหร่แต่แสนฉลาดวิ่งนำไป
ทั้งหมดวิ่งตามดานาไปจนถึงผนังทางเดินแห่งหนึ่งที่ไม่มีประตูแต่สาวใช้คนเก่งใช้มือแตะที่ผนัง ก็ปรากฏประตูเปิดห้องเปิดออก
“เ้าหญิงเทมิส”ทุกคนอุทานพร้อมกัน
“พวกเ้ามาได้อย่างไร” ผู้ถูกขังกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“คริสตัลแห่งชีวิตถูกพวกไครอสขโมยไปแล้วพระองค์ตามหม่อมฉันออกไปเถิด”
เทมิสเดินตามนาสรินและทีมงานออกไปแต่ก็ต้องเผชิญกับสมุนของไครอส มีแม่ทัพอเรส ชายร่างใหญ่ ผมสีน้ำตาลแดงกล้ามเป็มัด สวมเกราะสีทอง ถือดาบเล่มโต นำกองกำลังพุ่งเข้ามา
“ยอมให้จับเสียโดยดีเ้าหญิง ท่านไม่รอดไปจากที่นี่หรอก”
หาญกล้าหนานเขียว และทองฮะ พร้อมใจกันปล่อยของดีออกมา กุมารสามตา วัวธนูไฟหุ่นพยนต์สามเศียรหกกร พุ่งไปปะทะกับกองทหารโซลาริสจนแตกกระเจิง
แม่ทัพไทรทันกระโจนเข้าสู้กับแม่ทัพอเรสด้วยหอกศักดิ์สิทธิเสียงอาวุธกระทบกันดังลั่นห้อง ประกายไฟพุ่งกระจาย
ขณะเดียวกันที่ห้องทดลองของเซเรน่า
เ้าชายไครอสรับการถ่ายทอดพลังจากคริสตัลแห่งชีวิตจนร่างกายใหญ่ขึ้นมีสีกายเป็สีฟ้าเข้ม ดวงตาแดงฉาน มีเกล็ดและครีบตามลำตัวคล้ายกับสัตว์ทะเล เขาเกิดอาการคลุ้มคลั่งลุกขึ้นปลดสายที่ติดตามตัวออก แล้วตรงเข้าหาเ้าหญิงผู้เป็พี่สาว
“ไครอส อย่านะเ้าจะทำอะไรพี่ นี่พี่สาวเ้าเองไง ว้าย”
เสียงคำรามของไครอสในร่างอสูรร้ายดังน่ากลัวยิ่งนักเขาเหวี่ยงแขนใส่ครั้งเดียวร่างขององค์หญิงนักวิจัยก็ปลิวไปกระแทกกับแผงอุปกรณ์บนตู้ควบคุมดังโครมก่อนจะกลิ้งลงไปฟุบกับพื้น
ไครอสยังไม่รามือคงเดินเข้าหาเซเรน่าอย่างบ้าคลั่ง กวาดเขาสิ่งของที่ขวางทางจนกระจัดกระจาย
“ไครอสอย่าทำพี่ ได้โปรด” เ้าหญิงยกมือพนมวิงวอนของชีวิต
แต่ไครอสไม่ฟังยกกำปั้นขึ้นเตรียมจะทุบลงบนหัวของพี่สาว
“หยุดนะเ้าชาย”
สิ้นเสียงนั้นดาบของหาญกล้าพุ่งเข้าปักกลางหลังของไครอส แต่อสูรหันมาดึงดาบออกทิ้งอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะวิ่งทะลุกำแพงจนพัง แล้ววิ่งเตลิดออกนอกวังไป
นาสรินและเทมิสวิ่งเข้าไปประคองร่างของเซเรน่า
เทมิส :“ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
เซเรน่า :“ข้าไม่เป็ไร แค่จุกนิดหน่อยพวกเ้ามาช่วยข้าทำไม ข้าเป็ศัตรูของเ้ามิใช่หรือ”
เทมิส :“ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นสิเราต่างเป็ชาวแอตแลนติสเหมือนกัน”
เซเรน่า:“ข้าผิดเองที่คิดจะใช้คริสตัลแห่งชีวิตในการค้นคว้าของข้า แต่ผลที่ออกมาผิดพลาดน้องชายข้ากลายเป็อสูรร้ายไปแล้ว ข้าผิดต่อเทพโพไซดอนจริง ๆ “
ยังกล่าวไม่ทันขาดคำก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงจนสิ่งของในห้องล้มระเนระนาด ขวดแก้วแตกกระจายชั้นวางของลงไปกองกับพื้น
เซเรน่า :“เทพเ้าลงโทษแล้วอาณาจักรเรากำลังจะล่มสลาย เทมิส เ้าจงรับผลึกแห่งชีวิตแล้วรีบหนีไป”
เทมิส :“ ท่านก็จงไปกับเรา”
ฝ้าเพดานเริ่มร่วงหล่นลงมา
เซเรน่า :“ไม่ต้องห่วงข้า ขาข้าหักวิ่งไปกับพวกเ้าไม่ไหวแล้ว นาสรินรีบพาเ้าหญิงของเ้าไปเดี๋ยวนี้แผ่นดินกำลังจะจมมหาสมุทรแล้ว”
เสียงตูมดังลั่น
เซเรน่า :“ูเาไฟะเิแล้วอีกไม่นานลาวาจะไหลลงมาท่วมทับบ้านเมือง จงหนีไปเดี่ยวนี้”
เ้าหญิงแห่งโซลาริสกล่าวแล้วเอื้อมมือไปหยิบเศษแก้วบนพื้นปาดคอตัวเองท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
“เ้าหญิง!!!!”
หาญกล้ารีบวิ่งไปหยิบครัสตัลบนอุปกรณ์ทดลองแล้วกลับมาคว้าแขนนาสรินก่อนจะะโบอกทุกคน
“พวกเรารีบหนีออกไปเถิด”
ทุกคนวิ่งออกมาหน้าพระราชวังก่อนจะขึ้นยานที่จอดรออยู่ ลอยขึ้นไปในอากาศ มุ่งไปยังน่านฟ้าเหนือหอคอยโอเชียนเนีย
ส่วนแม่ทัพไทรทันกับแม่ทัพอเรสที่ต่อสู้กันในวังก็จบชีวิตลงพร้อมกันด้วยแผ่นดินแยก ทำให้พระราชวังถล่มลงใต้พสุธาไปหมด
ระหว่างนั้นเ้าชายไครอสที่กลายเป็อสูร เข้าไปอาละวาดตามท้องถนนกลางเมืองหลวงพ่นน้ำกรดจากปากใส่ผู้คนที่สัญจรไปมาร่างผู้เคราะห์ร้ายกลายเป็โครงกระดูกในทันทีจากการกัดกร่อนผู้คนที่พบเห็นหวีดร้องด้วยความสยองขวัญ บ้างก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
ทางฝั่งทะเลนั้นคลื่นขนาดั์สูงร้อยเมตรสาดซัดเข้าชายฝั่งกวาดทุกสิ่งที่อยู่บนผืนแผ่นดินไว้ใต้มวลน้ำมหาศาล รวมไปถึงอสูรไครอส
เสียงกรีดร้องของชาวเมืองที่หนีตายดังโหยหวนขึ้นมาถึงบนยานที่ลอยบนอากาศ
บริเวณหอคอยโอเชียนเนียก็โดนน้ำท่วมยานจึงลงจอดไม่ได้
บนอากาศยานนั้นเ้าหญิงเทมิสถือคริสตัลแห่งชีวิตไว้ในสองมือแล้วร่ายคาถาให้ผลึกแก้วนั้นหายวับเข้าไปในกายของหล่อน
“ข้าผนึกมันไว้กับกายของข้าแล้วเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็ภัยแก่แผ่นดินโลกต่อไป แต่ข้ากับชาวแอตแลนติสจำเป็ต้องเสียสละเพื่อชาวโลกทุกคน ขอให้พวกเ้าโชคดี ลาก่อน”
เทมิสกล่าวจบก็เปิดประตูอากาศยานโดดลงไปยังพื้นดินเบื้องล่าง
“เ้าหญิง!!!!ไม่นะ” นาสรินร้องสุดเสียงเช่นเดียวกับทุกคนที่ตกตะลึง
แสงสว่างวาบปรากฏขึ้นในจุดที่เทมิสตกลงไปก่อนจะดึงดูดทุกสิ่งในอาณาจักรบนเกาะแห่งนี้จ่อมจมลงใต้มหาสมุทรแอตแลนติค
ทิ้งไว้เพียงตำนานของนครโบราณที่สาบสูญให้คนเล่าขาน
นาสรินและพวกถูกแสงสีทองของระบบวาร์ปกลับไปยังถ้ำใหญ่กลางทะเลทรายเช่นเดิม
จบตอนที่ 5
โปรดติดตามตอนที่6 ตอน (ยังไม่ได้คิดพล็อตเื่เลย อิอิ)
แต่งจบตอนที่ 5วันที่ 1 พ.ค. 68 วันแรงงานแห่งชาติ