บทที่ 11 ตระกูลหลิงประสบภัย1
หลังผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงหมอกพิษภายในเมืองใบหลิวได้หายไปพร้อมกับผู้คนส่วนใหญ่เฉกเช่นเดียวกับเขตแดนทะเลปี่อ้าน ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทั้งหมดนี้สร้างความใให้ผู้รอดชีวิตในเมืองใบหลิวไม่น้อยเพราะทุกคนไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันกะทันหันเกินไป ไม่ว่าจะหมอกพิษดอกปี่อ้านหรือการหายตัวไปของผู้คนในเมือง
ยิ่งไม่ต้องคิดว่าทุกคนที่เหลือรอดนั้นเพ่งความสนใจไปกับการป้องกันตัว ไม่ได้สนใจเจียอี้ผู้ใช้เขตแดนทะเลปี่อ้านประกอบกับตัวเจียอี้ไม่เพียงแข็งแกร่งอย่างเดียวแต่ยังไปจากเมืองใบหลิวทันทีที่ดูกลืนหมอกพิษ ร่างศพ และผู้ถูกพิษทั้งหมด
จึงไม่มีใครสักคนรู้เกี่ยวกับผู้อยู่เื้ัเื่ที่เกิดขึ้นในเมืองใบหลิว ต่อให้ภายหลังมีผู้คนสืบหาก็ไม่อาจล้วงรู้ความจริงได้
.
.
.
ทางด้านัเทพยดา
หลังจากมันได้รับคำสั่งจากเจียอี้มันได้ตรงมาหาเป้าหมายในสามสิบลมหายใจ และด้วยเป้าหมายของมันเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้หนึ่งต่อให้มีพิษหลอนประสาททลายปัญญาก็ไร้ซึ่งอันตรายสำหรับมัน
นั่นเองทำให้ัเทพยดาพุ่งตรงลงจากฟ้าเข้าแยกคนกับพิษ ก่อนใช้กรงเล็บตรึงร่างไว้กับพื้นดินไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแ่เบาพร้อมปลดปล่อยกลิ่นอายกดดัน รอคอยเจียอี้มาจัดการ
ส่วนมนุษย์ธรรมดาผู้โชคร้ายนั้นถูกัเทพยดาใช้กรงเล็บตรึงร่างไว้ไม่ส่งเสียงร้องสักแอะกระทั่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทุกอย่างมันรวดเร็วเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาสามัญจะตอบสนองทัน
มิหนำซ้ำความรู้สึกทั้งหมดยังคล้ายฟ้าดินพลิกกลับด้านรู้ตัวอีกทีก็อยู่ใต้กรงเล็บัเทพยดา จึงมีความหวาดกลัวแทบสิ้นสติจนลืมเลือนเื่พิษหลอนประสาททลายปัญญาไปทำได้เพียงนอนอยู่ใต้กรงเล็บัอันน่าหวาดกลัว
.
.
.
ทางด้านเจียอี้
หลังจัดการปัญหาในเมืองใบหลิวเขาได้ตรงไปทางัเทพยดา พร้อมสั่งให้ราชสีห์เร้นลับ ที่ทำหน้าที่เสร็จสิ้นเร่งตามเขาไป เหตุที่เราเร่งรีบไม่มีเวลาเก็บราชสีห์เร้นลับกลับเข้าสู่ตันเถียนเพราะเขากลัวว่ามนุษย์สามัญจะฆ่าตัวตายหลังจากถูกัเทพยดาจับกุม
ผ่านไปไม่นาน
เจียอี้ได้มาถึงจุดที่ัเทพยดาอยู่และเขาไม่รีรอจะเดินไปหามนุษย์ธรรมดาใต้กรงเล็บั
“ออกไป”เจียอี้กล่าวสั่งัเทพยดา ซึ่งมันก็รู้ถึงความ้าของเจียอี้จึงยกกรงเล็บออก แล้วถอยไปหนึ่งก้าว
เจียอี้เห็นัเทพยดาทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายเขาจึงให้มันกลับเข้ามาอยู่ในตันเถียนแต่ว่ามนุษย์ธรรมดาสามัญกลับงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เห็นท่าทางงุนงงเจียอี้ไม่เร่งเข้าไปหา เขาปล่อยให้มนุษย์เบื้องหน้าเรียบเรียงเื่ราวชั่วครู่
เมื่อเห็นว่าความงุนงงหายไปจากใบหน้าเจียอี้จึงเข้าไปถามมนุษย์ผู้นั้น ด้วยท่าทางราวจักรพรรดิ
“เ้าตรงไปตระกูลหลิงพร้อมพิษทำไม!” น้ำเสียงดุดันของเจียอี้ ทำเอามนุษย์สะดุ้งเฮือกเร่งลุกขึ้นตั้งตัวราวกับพยายามจะหลบหนี เพราะความรู้สึกบอกว่าอันตราย
ทว่า!
ร่างของราชสีห์เร้นลับได้พุ่งลงจากฟากฟ้ามาขวางมนุษย์เอาไว้แม้ท่วงท่าลงแ่เบาไร้เสียงตึงตัง แต่ปีกนั้นกระพือลมดัง พรึบพรับซ้ำยังพัดฝุ่นกระจายไปรอบด้าน
มนุษย์ธรรมดาสามัญผู้โชคร้ายเจอเช่นนี้ถึงกับเข่าอ่อนทรุดร่างลงเบื้องหน้าราชสีห์เร้นลับแต่น่าเสียดายมนุษย์ผู้นี้อ่อนแอเกิน จึงถูกลมจากปีกราชสีห์เร้นลับพัดกลิ้งไปอยู่ต่อหน้าเจียอี้
“ตอบ!” เจียอี้แค่นเสียงทันที เมืุ่์อยู่เบื้องหน้า
มนุษย์ได้ยินจึงทราบได้ว่าเจียอี้เป็ผู้ลงมือ ท่าทีของมันพลันเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ลิบลับ
“ท่านผู้สูงส่ง โปรดไว้ชีวิตอันต่ำต้อยของผู้น้อย”
“ไม่ตอบ?” เจียอี้มองหน้ามนุษย์เบื้องหน้า น้ำเสียงเขาแฝงจิตสังหารไว้ชัดเจน เพียงแต่มนุษย์ผู้นั้นหาได้ฟังคำถามก่อนหน้าจึงถามเจียอี้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผู้สูงส่งโปรดถามอีกครั้งผู้น้อยไร้ความสามารถ มิอาจฟังวาจาของท่านชัดเจน”
หึ! เจียอี้พ่นลมหายใจ มือขวาสะบัดส่งคลื่นพลังสีดำทมิฬเข้าสู่ทวารทั้งห้าตรงเข้าสู่ใจมนุษย์ ฉับพลันมนุษย์เบื้องหน้าได้สิ้นสติเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันเพราะนี่คือหนึ่งในสองเคล็ดวิชามาร ที่ได้มาหลังจากเอาชนะจิตเทพมาร ‘เคล็ดวิชามารห้วงฝัน’
“เดิมทีไม่คิดใช้เป็เ้าน่ารำคาญเกินไปจึงลงเอยเช่นนี้” เจียอี้เฝ้ามองมนุษย์อย่างรอคอยเพราะว่ามันเป็ทางเลือกเดียวสำหรับเขา ที่จะได้ข้อมูลแท้จริงไร้คำโกหก
เพียงแต่เจียอี้ต้องรอคอยสักพักให้จิตใจของมนุษย์เบื้องหน้าถูกจิตมารครอบงำ ไม่งั้นเขาจะไม่สามารถใช้ ‘เคล็ดวิชาบงการมวลมาร’อีกหนึ่งเคล็ดวิชามารที่ได้มาหลังจากเอาชนะจิตเทพมาร
ขอเพียงใช้เคล็ดวิชานี้กับเหล่ามารพวกมันล้วนบอกกล่าวทุกอย่างไปตามจริง เพราะจะถูกเจียอี้ครอบงำราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์
ผ่านไปพักใหญ่
กลิ่นอายของมนุษย์เบื้องหน้าเจียอี้ได้เปลี่ยนไปเป็กลิ่นอายมาร ไม่นานมนุษย์ผู้ถูกมารครอบงำได้ลืมตาตื่นเห็นดังนั้นเจียอี้จึงใช้เคล็ดวิชาบงการมวลมารอย่างไม่รอช้า
พรึบ!
เจียอี้สะบัดมือส่งกลิ่นอายมารหนาแน่นสายหนึ่งพร้อมกฎเกณฑ์ลี้ลับบางอย่าง ตรงเข้าสู่ร่างมนุษย์ผู้ถูกมารครอบงำ
หกลมหายใจหลังจากนั้นร่างมนุษย์ค่อยๆสลายหายไป เหลือไว้เพียงร่างเงาสีดำทมิฬปลดปล่อยกลิ่นอายมารคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเจียอี้
“ไปตระกูลหลิงพร้อมพิษทำไมเล่ามาให้หมด” เจียอี้กล่าวเสียงเรียบ มนุษย์ผู้ถูกมารครอบงำตอบกลับทันที
“ทาสผู้นี้กลืนกินจิตใจมนุษย์ครอบงำความทรงจำทั้งหมด รู้ว่ามนุษย์เป็คนตระกูลเจียงได้รับสั่งและรับมอบพิษหลอนประสาททลายปัญญามาจำนวนหนึ่งจากผู้าุโหกในตระกูล ให้ฆ่าล้างชีวิตรอบป่าธารธาราในระยะพันลี้”
“มันทำไปเพื่ออะไร” เจียอี้ถามมารพลันตอบไปตามความรู้จากมนุษย์ที่ถูกมันกลืนกิน
“ทาสผู้นี้มิอาจทราบเจตนาแท้จริงเพียงบังเอิญได้ยินผู้าุโในตระกูลเจียงพูดคุยเกี่ยวกับ ‘พิธีปลุกศพ’ ”
“น่าสนใจ”เจียอี้พึมพำกับตนเอง ก่อนถามมารอีกครั้ง “นอกจากเมืองใบหลิว ที่ไหนถูกพิษหลอนประสาททลายปัญญาไปแล้วบ้าง”
“เมืองหมอกใต้เมืองพืชเขียว เมืองธารหิน เมืองน้ำพุ เมือง..” มารกล่าวไม่ติดขัด ทั้งยังรวดเร็วแต่มันกลับถูกเจียอี้ขัดจนต้องหยุด
“พอ! ข้าถามใหม่ มีที่ไหนยังไม่ถูกพิษ”
“เมืองหลักแดนใต้เมืองจักรพรรดิวารี ตระกูลหลิง ตระกูลซ่ง ตระกูลจิน”
เจียอี้ได้ฟังมารกล่าวนามสองเมืองสามตระกูลเขาถึงกับบอกตัวเองในใจว่า ‘ตระกูลหลิงประสบภัยแล้ว’เพราะเมืองและตระกูลนับร้อยทางตอนใต้ของป่าธาราราได้หายไปเกือบหมดเหลือเพียงเมืองใหญ่สองเมือง กับอีกสามตระกูลเก่าแก่
“เล่าถึงตระกูลเจียงข้าไม่เคยได้ยินนามตระกูลนี้มาก่อน” เจียอี้กล่าวอีกครั้งเป็เขาไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลเจียง เพราะมันไม่มีอยู่ในความทรงจำของหลิงฮุ่ย
“เกี่ยวกับตระกูลเจียงทาสผู้นี้ไม่รู้ว่าต้นกำเนิดแท้จริงเป็มาอย่างไร รู้เพียงก่อนหน้านี้สามพันปีตระกูลเจียงเข้ามาตั้งรกรากใกลู้เาทิศเหนือ ห้าร้อยปีต่อมาแผ่ขยายอำนาจครอบคลุมลงมายังทางทิศเหนือของป่าธารธาราขอบเขตอำนาจแผ่ขยายทุกปี ปัจจุบันกลืนกินไปครึ่งทวีป โดยไม่มีใครรู้ตัวเป็ตระกูลเจียงทำการทุกอย่างเื้ัลับๆ”
“มีแค่นี้”เจียอี้ถามหลังเห็นว่ามารหยุดกล่าวไป อีกทั้งเขายังไม่สามารถได้ข้อมูลเบื้องลึกจึงปะติดปะต่ออะไรได้ไม่มาก มิหนำซ้ำเขายังไม่รู้ว่าสองเมืองสามตระกูลรับรู้ถึงสถานการณ์รึยัง
“สิ่งที่ทาสรู้มีเพียงเท่านี้”มารกล่าวตามจริง เจียอี้จึงไม่คิดถามต่อ แต่เขาเปลี่ยนไปคิดวางแผนว่าควรทำอะไรนอกจากปกป้องตระกูลหลิง เพราะจากที่มารเล่ามา รวมกับสิ่งที่เขาพบเจอในเมืองใบหลิวตัวเขาบอกได้ว่ามันเป็เื่ใหญ่
เื่ใหญ่หาใช่อันตรายอะไรแต่เป็ศพและผู้ถูกพิษ อันเป็แหล่งพลังแสนเย้ายวนสำหรับเจียอี้ เพียงคิดถึงซากศพของผู้คนนับพันล้านเขาถึงกับรับรู้ได้ถึงพลังแห่งความตายมหาศาลยากห้ามใจ
‘เยี่ยมจริงๆไม่ต้องไปหาจุดก่อกำเนิดพลัง ไม่ต้องย่างเท้าเข้าสุสาน แค่อยู่บนทวีปหยุนไห่ ใช่เขตแดนทะเลปี่อ้านดูดกลืนศพเ่าั้แม้ดูอุกอาจไปบ้าง และอาจพบเจอปัญหาจากผู้ครองดวงดาว มันก็คุ้มค่าอยู่ดี’ เจียอี้รู้สึกดีเป็ล้นพ้น แต่เขาไม่ลืมว่า เขามีปัญหาต้องจัดการ
“เ้ามารน้อยข้าขอสั่งให้เ้าปลอมตัวเป็มนุษย์ เข้าไปสืบเื่ราวภายในตระกูลเจียง ได้รับข่าวคราวอะไรมาจงส่งกระแสจิตบอกข้าให้เร็วที่สุด”เจียอี้กล่าวสั่งมาร มารพลันตอบรับคำสั่งของเขาอย่างยินดีราวกับว่ามันเป็เกียรติสูงสุดในชีวิต
“ทาสผู้นี้จะทำสุดความสามารถไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้”
“ดี! ถึงคราวเ้าสืบเื่ราวจนข้าพอใจ หากตอนนั้นข้าพอใจ จะมอบโชคให้เ้าไปได้แล้ว!” เจียอี้ผายมือ เผยของล้ำค่าปลดปล่อยกลิ่นอายมารครู่หนึ่งแล้วเก็บกลับไป
“ขอรับ! องค์เหนือหัว” มารกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนจะกลายเป็หมอกสีดำสลายหายไปในอากาศ
หลังมารหายไปได้ครู่หนึ่งเจียอี้ได้สั่งให้ราชสีห์เร้นลับตรงไปยังตระกูลหลิงเพื่อปกปัก พิทักษ์ไม่ให้เกิดอันตรายตามคำสัญญาส่วนตัวเขาเลือกใช้พลังขุดหลุมลึกลงไปใต้พื้นดินนับสิบลี้ แล้วสร้างเป็ถ้ำใต้ดินก่อนทำให้สภาพพื้นดินกลับมาเป็ดังเดิม
“เรียบร้อย! เหลือแค่เสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่รอบด้านกับใช้กลิ่นอายแห่งความตายปกปิด”กล่าวแล้วเจียอี้พลันปลดปล่อยพลังแห่งความตายมหาศาล ครอบคลุมพื้นที่ใต้ดินห้าลี้พร้อมกับเสริมแกร่งพื้นที่รอบด้านไปในตัวแล้วเปิดใช้เขตแดน
เขตแดนทะเลปี่อ้าน!
เขตแดนทะเลปี่อ้านถูกเปิดใช้แต่ว่าครั้งนี้ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเหมือนครั้งก่อนเพราะเจียอี้ควบคุมให้มีดอกปี่อ้านปรากฏในบริเวณที่มีร่างศพ ผู้ถูกพิษหรือกลิ่นอายแห่งความตายรุนแรงเท่านั้น
นอกจากนี้เจียอี้ยังจำกัดบริเวณ ให้ครอบคลุมทางตอนใต้ของป่าธารธารา ไม่เกินเลยไปพื้นที่ใด เพราะมันไม่ใช่สนามรบาแต่เป็ดาวเทียนไห่
เมื่อทุกอย่างลงตัวเจียอี้จึงให้ดอกปี่อ้านเริ่มดูดกลืน และตัวเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนสิ่งเ่าั้ให้กลายเป็พลังแห่งความตายเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
‘คาดว่าใช้เวลาไม่เกินสิบปีจะบ่มเพาะเสร็จ ระหว่างนี้ปล่อยให้ราชสีห์เร้นลับพิทักษ์ตระกูลหลิงไปก่อน หวังว่าคงไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามหรือมีเื่ไม่คาดฝันเกินกำลังราชสีห์เร้นลับคงไม่เกิดขึ้น’เจียอี้ครุ่นคิดในใจ ไม่นานเขาจึงรวบรวมสมาธิ จมลงสู่การบ่มเพาะอันแสนคุ้นเคย