คำพูดของิญญาชายชรานั้น แม้เต็มไปด้วยการข่มขู่ แต่กลับทำให้ผมรู้สึกสงสัย
ถ้า ‘ผู้หญิงน่ากลัวคนนั้น’ ที่เขาพูดถึงคือเสี่ยวอวี่ ทำไมเขาถึงพูดว่าเธอเองก็คงเอาตัวไม่รอด
หรือว่า...เสี่ยวอวี่ก็กำลังตกอยู่ในอันตราย
คำถามมากมายผุดขึ้นในใจแต่ชายชราที่อยู่ตรงหน้ากลับขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ความเย็นะเืในอากาศยิ่งหนักหน่วงขึ้น
พวกิญญาเร่ร่อนรอบๆ ก็เริ่มเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาเต็มไปด้วยการคุกคาม
ผมไม่มีทางเลือก จำเป็ต้องจัดการกับปัญหาตรงหน้า หากไม่สามารถจัดการกับิญญาชายชราตนนี้ได้ไม่ต้องพูดถึงการส่งจางเฉียงไปสู่สุคติเลย ผมอาจจะเอาตัวเองไม่รอดด้วยซ้ำ
เมื่อตัดสินใจได้ ผมไม่ลังเลอีกต่อไป “ชิ้ง!”เสียงดังขึ้นเมื่อผมชักมีดหัวัออกจากฝัก
ทันทีที่มีดหัวัออกจากฝัก มันสะท้อนแสงเป็ประกายเย็นเยียบ ิญญาชายชราที่กำลังเดินเข้ามาพลันหยุดชะงักสีหน้าเต็มไปด้วยความใ ก่อนจะถอยหลังไปสองก้าวโดยอัตโนมัติ
เขาจ้องมองมีดในมือผมด้วยสายตาประหลาดใจ
แม้แต่พวกิญญาเร่ร่อนที่กำลังแย่งถั่วลิสงอยู่รอบๆ ก็หยุดชะงักพวกเขาถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
นี่แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจอันน่ากลัวของมีดหัวัที่ลุงอวี๋ให้มา
ตอนนี้ผมชักมีดออกมาแล้วเลยตัดสินใจเผยท่าทีแข็งกร้าวพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “เฮ้ย ลุง! อย่ามาเล่นตัวให้เสียเวลาถั่วลิสงนี่อยากกินเท่าไหร่ก็เอาไปเถอะ แต่อาหารในตะกร้าอย่าได้คิดแม้แต่จะฝันถึง!”
แม้ว่าภายนอกผมจะดูนิ่งสงบ แต่ข้างในใจกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตาม ผมรู้ดีว่ายิ่งสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งต้องรักษาความนิ่งไว้ให้ได้
ครูวิชาจิตวิทยาเคยสอนไว้ว่าเมื่อแสดงความหวาดกลัวหรือหวั่นไหวต่อหน้าคู่ต่อสู้จะสูญเสียความได้เปรียบ และกลายเป็ปล่อยให้อีกฝ่ายควบคุมสถานการณ์แทนทันที
ในสถานการณ์ที่กดดันเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความเยือกเย็นและความกล้าหาญ
ิญญาชายชรายืนอยู่ห่างจากผมไม่กี่เมตร เขาหรี่ตามองมาที่ผม
หลังจากนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “เมื่อคืนแกถือชามมาคืนนี้ถือมีดมา แกคิดว่าแค่นี้ฉันจะกลัวแกหรือไง”
ผมตอบกลับทันที “ไม่กลัวก็ลองเข้ามาสิ จะได้รู้ว่าผมจะฟันคุณไหม!”
แม้เหงื่อเย็นจะชุ่มมือ แต่ผมก็ไม่แสดงความหวาดหวั่น
ชายชราหรี่ตาจ้องผมอย่างไม่ละสายตา จากนั้นเขาก็เริ่มเดินวนรอบตัวผมไปมาพร้อมกับมองผมขึ้นลงด้วยสายตาประหลาด
ขณะเดียวกันถั่วลิสงที่โปรยไว้รอบๆ ก็ถูกิญญาเ่าั้แย่งกันกินจนหมด แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจากไป ซ้ำยังยืนล้อมผมไว้ราวยี่สิบตน ทุกตนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นและจ้องมาที่ผมด้วยสายตาว่างเปล่า
ผมรู้ดีว่า ถ้าจะไล่พวกสิ่งสกปรกเหล่านี้ไปให้พ้น กุญแจสำคัญก็คือิญญาชายชรา เพราะเขาเป็ตัวปัญหาใหญ่ที่สุด และยังเป็หัวโจกที่พาิญญาตนอื่นมา
แต่ปัญหาคือผมจะไล่เขายังไงนี่สิ แม้ว่าผมจะถือมีดหัวัอยู่และมั่นใจว่าใช้ป้องกันตัวได้ แต่ถ้าจะบุกเข้าไปจัดการเขาแบบเด็ดขาดผมก็ไม่มั่นใจนักว่าจะทำสำเร็จ นึกแล้วก็เสียดาย น่าจะเข้าชมรมต่อสู้ไว้ั้แ่แรก
เรายืนชะงักกันอยู่พักใหญ่ ิญญาชายชราเองก็ไม่มีท่าทีจะไปไหน ผมเริ่มกังวลว่าถ้าจางเฉียงโผล่มาตอนนี้ เขาอาจจะเข้ามาปั่นป่วนและทำให้เื่ยุ่งยากขึ้น
หลังจากไตร่ตรอง ผมตัดสินใจว่าต้องหาทางจัดการให้ได้ ไม่ว่าจะไล่เขาไปหรือทำลายเขาให้สิ้นซาก ผมจะไม่ยอมให้เขามาขัดขวางเื่สำคัญของผมแน่ แต่สิ่งที่ผม้าตอนนี้คือโอกาสที่เหมาะสม...
ิญญาชายชราเดินวนรอบตัวผมสองสามรอบก่อนจะหยุดยิ้มเยาะอย่างแปลกประหลาดและพูดขึ้น “ไอ้หนุ่มลี้ภัยทำไมเราไม่ลองทำข้อตกลงกันล่ะ”
“ข้อตกลง?”
ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงระมัดระวังพร้อมทั้งเริ่มเห็นโอกาสบางอย่างที่อาจจะช่วยแก้สถานการณ์นี้ได้ จึงตั้งใจฟังว่าเขาจะพูดอะไร
“ไอ้หนุ่มลี้ภัย แกก็แค่โดน ‘ลิงน้ำ’ ตามรังควานอยู่ใช่ไหม เื่นี้ง่ายมาก แกแค่เอาอาหารเซ่นในตะกร้าของแกออกมาให้ฉันกินสักหน่อยแล้วพอเ้า ‘ลิงน้ำ’ นั่นโผล่มา ฉันจะจับมันกดให้ติดดินเอง จากนั้นแกก็ใช้มีดนี่ฟันมันให้ตายเื่ก็จบแล้ว ว่าไงล่ะ ลุงคนนี้อยากร่วมมือกับแกอย่างจริงใจนะเมื่อคืนลุงยังช่วยให้แกหลบฝนในศาลาเลย...”
เมื่อได้ยินคำพูดของิญญาชายชรา ผมก็อดหัวเราะในใจไม่ได้ ‘คำพูดของแกนี่มันเหลวไหลจริงๆนึกว่าฉันเป็เด็กสามขวบหรือไง’ ถึงผมจะไม่ค่อยรู้เื่เกี่ยวกับโลกของิญญามากนักแต่ยังไงผมก็เคยดูหนังของ ‘หลินเจิ้งอิง’[1]มาหลายเื่
‘แกเป็แค่ิญญาเร่ร่อนที่ซุกหัวหลบฝนในศาลาแถมไม่มีแม้แต่ของเซ่นไหว้จะกินคิดว่าจะไปสู้กับิญญาอาฆาตที่กลายเป็ผีดุได้งั้นเหรอ จะกดิญญาอาฆาตให้อยู่หมัดเนี่ยนะ’
เห็นได้ชัดว่าเขาแค่้าหลอกกิน ‘อาหารเซ่น’ ของผม แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเขาอยากกินนัก งั้นก็ถือโอกาสนี้จัดการเขาไปเลยจะได้ไม่มาป่วนแผนของผม
คิดได้แบบนี้ ผมก็วางแผนในใจทันที จากนั้นผมก็แสร้งทำท่าทีลังเลแล้วพูดถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
“ลุง คุณจะช่วยผมจริงๆ ใช่ไหม”
เมื่อิญญาชายชราได้ยินคำพูดของผม สีหน้าของเขาก็ดูพอใจยิ่งขึ้น “แน่นอน! ฉันขึ้นชื่อว่าเป็ ‘ผีแก่ใจดี’ ที่สุดในย่านนี้เลยนะ! ‘อาหารเซ่น’ พวกนี้ แกจะเอาไปให้ ‘ลิงน้ำ’ กินทำไม ไม่สู้เอามาให้ฉันกินดีกว่าฉันกินแล้ว ยังจะช่วยแกได้ แต่ถ้า ‘ลิงน้ำ’ ได้กินเข้าไป มันก็จะฆ่าแกอยู่ดี...”
ผมแสร้งทำเป็เหมือนกำลังชั่งใจหนักก่อนจะกัดฟันพูดออกไป “ตกลง! ลุง ถ้าผมให้ลุงกินอาหาร ลุงต้องช่วยผมด้วยนะ”
“แน่นอนๆ!”
ิญญาชายชรายิ้มกว้าง เริ่มขยับเข้ามาใกล้ผมแต่เขาก็ยังเก็บมือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง ดูเหมือนเขาจะยังระวังตัวอยู่ไม่น้อย
ผมยืนประจันหน้าเขาพลางทำทีเก็บมีดหัวัเข้าฝักต่อหน้าต่อตาแต่ตอนล็อกฝัก ผมจงใจล็อกไม่สนิท แค่แกล้งทำเหมือนล็อกเพื่อหลอกเขา
ผม้าให้เขาเข้าใจผิด คิดว่าผมผ่อนคลายความระแวงลงแล้ว
จากนั้นผมเอื้อมมือไปตบฝาตะกร้าของอาหารเซ่นสองสามครั้ง “ปัง ปัง ปัง”
เมื่อิญญาชายชราเห็นว่าผมเก็บมีดหัวัแล้ว แถมยังตบฝาตะกร้าเสียงดังสายตาของเขาก็จดจ่ออยู่ที่ตะกร้าทันที
เขาคงคิดว่าผมที่ไม่มีมีดอยู่ในมือแล้ว ไม่ใช่ภัยคุกคามอะไรอีก
เขาลดมือที่อยู่ด้านหลังลงและพูดอย่างกระสับกระส่าย“น้องชาย รีบเปิดผนึกสิ ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว!”
ชายชราทำท่ากลืนน้ำลายเสียงดัง และขยี้มือเหมือนคนที่รอไม่ไหว
ยิ่งเขาแสดงออกแบบนั้นผมยิ่งทำท่าทางเชื่องช้า
สุดท้ายผมค่อยๆ แกะผนึกบนฝาตะกร้าออกอย่างช้าๆก่อนจะยกฝาตะกร้าขึ้นทีละนิดจนกลิ่นหอมของอาหารเซ่นลอยฟุ้งออกมา
ิญญาชายชราสูดกลิ่นเข้าเต็มปอดสีหน้าเหมือนคนเคลิบเคลิ้มจนแทบจะหลุดลอย
ผมถือฝาตะกร้าขึ้นเพื่อบดบังมีดหัวัที่อยู่เบื้องหน้าแต่สายตาของผมยังคงจับจ้องเขา พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ลุงอันแรกนี่คือขนมกุ้ยฮวาเืไก่ ลองชิมก่อนสิ แต่จำไว้นะว่าลุงต้องช่วยผมด้วย!”
ผมพูดยิ้มๆ ดูเหมือนคนไม่มีพิษภัยพร้อมย้ำคำว่าให้ช่วยเพื่อทำให้เขาหายระแวง ในขณะที่มือขวาของผมซึ่งอยู่หลังฝาตะกร้ากำด้ามมีดไว้แน่นพร้อมจะลงมือทันทีถ้าเขากล้าเข้ามา
สายตาของิญญาชายชราแทบไม่ละไปจากขนมกุ้ยฮวาเืไก่ในตะกร้าเลยเขาซึ่งไม่ได้รับของเซ่นไหว้มานานหลายปีเมื่อเห็นอาหารที่ดูน่ากินเช่นนี้ก็อดใจไม่ไหว
“ได้ๆ!” เขาตอบรับพลางก้าวพรวดเข้ามาใกล้สองก้าว มือที่แห้งเหี่ยวเอื้อมมาหมายจะคว้าขนมกุ้ยฮวาเืไก่ในตะกร้าเมื่อเห็นแบบนั้น สีหน้าของผมก็เปลี่ยนเป็เ็าในทันที
“ชิ้ง!”
เสียงของมีดหัวัที่ถูกดึงออกจากฝักดังขึ้นพร้อมกับที่ผมฟันมีดลงตรงไปยังใบหน้าของิญญาชายชราโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย...
[1]หลินเจิ้งอิง ผู้กำกับหนังผีฮ่องกงมากฝีมือเื่ดังๆ ที่คนไทยรู้จักคือ ผีกัดอย่ากัดตอบ