รวมเรื่องสั้นอีโรติก 20+

    คุณหนูสายร่าน -2-

            เช้าวันถัดมาแสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวในห้องกว้างวารินนอนพลิกตัวไปมาอยู่นานก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าที่งดงามสะท้อนในกระจกบานใหญ่แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าคือแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดบางอย่างที่ยังวนเวียนไม่หยุด

            เสียงทุ้มของโดมเมื่อคืนยังดังสะท้อนอยู่ในหัว“งั้นก็รอรับบทเรียนได้เลยครับ…คุณหนู”เพียงแค่คิดถึงประโยคนี้ หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับกำลังข่มความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อยากยอมรับ

             

            เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยยิ้มเยาะให้เงาตัวเองในกระจก “อยากสั่งสอนฉันนักเหรอ โดม…งั้นวันนี้ฉันจะลองดูว่านายจะกล้าขนาดไหน” เสียงกระซิบที่เปล่งออกมาเบา ๆแต่เต็มไปด้วยการท้าทายที่เริ่มก่อตัวในใจ

            การแต่งตัวของเธอวันนี้จึงต่างออกไปนิดหน่อยกระโปรงสั้นกว่าเดิม เสื้อเชิ้ตหลวม ๆ ที่ปล่อยกระดุมบนไว้สองเม็ดราวกับตั้งใจจะดูไม่เรียบร้อยนัก วารินยกยิ้มมุมปากเมื่อมองภาพสะท้อนนี่ไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่คือการลองดีอย่างชัดเจน

            และทันทีที่เสียงแตรรถดังเบาๆ จากหน้าบ้าน หัวใจของเธอก็สั่นไหวอย่างไม่อาจอธิบายได้เธอรู้ดีว่าโดมกำลังรออยู่…และวันนี้จะไม่ใช่เหมือนทุกวันก่อนหน้าอีกแล้ว

             

            วารินก้าวขึ้นรถพร้อมเสียงส้นสูงกระแทกพื้นดังชัดก่อนจะโยนกระเป๋าลงข้างตัวอย่างไม่สนใจอะไรเลย เธอเอนตัวพิงเบาะเต็มแรงพลางยกขาไขว่ห้างราวกับ๻้๪๫๷า๹แสดงอำนาจ๻ั้๫แ๻่แรก

            “วันนี้อย่าขับอืดเหมือนเมื่อวานนะ ฉันไม่มีอารมณ์จะทนอีกแล้ว”น้ำเสียงเชิดสูงเจือความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่รถออกตัวเธอเหลือบตามองกระจกมองหลังอย่างจงใจ เหมือนรอดูปฏิกิริยาของโดม

             

            แต่ชายหนุ่มเพียงขับต่อด้วยใบหน้านิ่งเงียบสายตาคมยังจับจ้องถนนตรงหน้า ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดแรง ๆของเธอเลยแม้แต่น้อย

            “ทำเป็๞ไม่ตอบเหรอ ฉันพูดอยู่เนี่ย หรือว่านายหูหนวก” เธอหัวเราะหยันแสร้งเอนตัวไปด้านข้างเหมือนเบื่อหน่ายแต่ในใจกลับตื่นเต้นกับความเงียบที่กดทับจนหายใจไม่ทั่วท้อง

            แสงแดดยามเช้าส่องลอดกระจกเข้ามาทำให้เห็นเสี้ยวหน้าคมเข้มของโดมชัดขึ้น วารินกัดริมฝีปากแน่นพลางกระซิบเบา ๆเหมือนท้าทายอีกครั้ง “เมื่อคืนขู่ว่าจะสั่งสอน…วันนี้ฉันอยากเห็นจริง ๆว่านายจะทำได้แค่ไหน”

             

            บรรยากาศในรถเงียบกริบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจวารินนั่งไขว่ห้างพลางกระดิกเท้าใส่เบาะหน้าเหมือนอยากกวนประสาทรอยยิ้มเยาะผุดขึ้นบนใบหน้าทุกครั้งที่สายตาเหลือบไปเห็นเสี้ยวหน้าคมเข้มของโดม

            “เมื่อคืนบอกว่าจะสั่งสอนฉันนี่นา ทำไมวันนี้ยังเงียบอยู่อีกล่ะ หรือจริง ๆก็ทำได้แค่ขับรถ” เธอพูดพลางหัวเราะหยัน เสียงดังจนตั้งใจให้เขาได้ยินชัด

            มือที่จับพวงมาลัยขยับแน่นขึ้นเล็กน้อยแต่โดมยังไม่หันกลับมา เขาเพียงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “คุณหนู อย่าพูดเล่นเกินไปเลยครับ”น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่กดดันจนเหมือนคำเตือนที่ฟังแล้วขนลุก

             

            วารินเบ้ปากทันที“หึ ฉันก็พูดของฉัน จะทำไม นายจะทำอะไรได้ล่ะ”เธอแกล้งเชิดหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ในใจกลับสั่นวูบอย่างห้ามไม่อยู่

            ความเงียบที่ตามมาไม่ใช่ความว่างเปล่ามันเต็มไปด้วยแรงกดทับที่ทำให้มือเล็กเผลอกำชายกระโปรงแน่นเธอรู้ตัวว่ากำลังลองดีกับคนที่ไม่ควรลอง…แต่ก็ยังไม่คิดจะหยุดอยู่ดี

             

            วารินเอนหลังพิงเบาะเต็มแรงมือหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มสองอึกแล้วโยนกลับไปเสียงดัง ปึก น้ำบางส่วนหกเลอะเบาะแต่เธอไม่สนใจแถมยังหัวเราะหยันใส่กระจกมองหลังเหมือนจงใจให้เขาได้ยิน

            “เป็๲แค่คนขับรถ จะทำตัวนิ่งเป็๲พระอยู่ทำไม หูหนวกหรือไงไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ” เสียงแหลมสูงเจือความดูถูกดังเต็มรถคำพูดพ่นออกมาเหมือนหอกที่อยากจะทิ่มแทงให้เขา๼ะเ๿ื๵๲

            โดมเหลือบตามองแวบเดียวผ่านกระจกมองหลังแต่สายตาคมนั้นกลับทำให้วารินเผลอสะดุ้งไปชั่วครู่ เธอรีบเชิดหน้าพูดแรงกว่าเดิม“อะไร…มองแบบนั้นทำไม จะทำอะไรฉันได้มากกว่าขับรถหรือไงอย่าทำหน้าขึงขังไปหน่อยเลย ฉันไม่กลัวหรอก”

             

            บรรยากาศเงียบกดดันจนเหมือนอากาศในรถหนักขึ้นโดมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำออกมาช้า ๆ “คุณหนู…ผมเตือนครั้งสุดท้าย อย่าล้ำเส้นถ้าอีกครั้งผมจะไม่หยุดแค่พูด”

            หัวใจวารินกระตุกวูบแต่ปากยังแข็งไม่ยอมถอย “โอ๊ย ขู่เก่งจริงนะ อยากทำอะไรก็ลองสิอยากเห็นเหมือนกันว่าคนขับรถมันจะกล้าสักแค่ไหน”

            เธอเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างทันทีพยายามซ่อนความร้อนวูบวาบที่แล่นผ่านขึ้นมาบนใบหน้าทั้งที่คำพูดเพิ่งพ่นออกไปหยามเต็มปากแต่ร่างกายกลับสั่นไหวไม่หยุดอย่างที่ไม่อยากให้ใครเห็น

             

            รถเลี้ยวออกจากถนนใหญ่เข้าสู่ซอยเล็กที่เงียบสงัด ไร้เสียงผู้คน มีเพียงแสงไฟถนนส่องสลัว ๆ สองข้างทางวารินหรี่ตามองกระจกแล้วเลิกคิ้วทันที “อ้าว ทำไมเลี้ยวเข้ามาทางนี้จะไปหลงที่ไหนอีกหรือไง”

            โดมไม่ตอบเขาขับไปจนถึงมุมเปลี่ยวที่ไม่มีรถสวน ก่อนจอดชิดขอบถนน เสียงเบรกดังสั้น ๆทำให้วารินสะดุ้งเล็กน้อย แต่ปากก็ยังไม่ยอมแพ้ “นี่นายจอดทำไม ฉันยังไม่ถึงบ้านนะอย่ามาเล่นพิเรนทร์นะโดม”

            เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในความเงียบ“คุณหนู ผมเตือนแล้วว่าอย่าพูดจาไม่ให้เกียรติ” น้ำเสียงนั้นเรียบแต่หนักจนเหมือนกดอากาศในรถให้แน่นขึงไปทั้งคัน

            “แล้วถ้าฉันจะพูดอีกล่ะ จะทำไม จะทำอะไรได้ นายมันก็...!” คำพูดยังไม่ทันจบ มือใหญ่ของโดมก็คว้าข้อมือเล็กกดลงกับเบาะทันทีแรงไม่ถึงกับทำให้เจ็บ แต่หนักพอให้รู้ว่าเธอไม่สามารถดิ้นหนีได้

            วารินเบิกตากว้างหัวใจเต้นแรงแทบทะลุอก เธออยากจะเถียง อยากจะด่าต่อแต่สายตาคมกริบที่จ้องมากลับทำให้คำพูดติดค้างอยู่ในลำคอริมฝีปากสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่

            “นี่เป็๲ครั้งสุดท้ายที่ผมเตือนด้วยวิธีนี้” เสียงทุ้มเอ่ยช้า ๆชัดทุกถ้อยคำ “ครั้งหน้า…ผมจะไม่หยุดแค่นี้อีกแล้ว คุณหนู”

            บรรยากาศในรถเงียบงันเหลือเพียงเสียงหอบหายใจแรงของวารินที่พยายามกลั้นไม่ให้หลุดเกินไปร่างกายสั่นวูบทั้งที่ปากยังอยากแสดงว่าไม่กลัว แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามทุกอย่าง

             

            ทันทีที่รถจอดหน้าบ้านวารินคว้ากระเป๋าแล้วก้าวลงอย่างรวดเร็ว เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองโดมเหมือนทุกครั้งปากยังเอ่ยเสียงแข็ง “ไม่ต้องลงมาส่ง ฉันเดินเองได้”ก่อนจะสาวเท้าขึ้นบันไดไปโดยไม่รอคำตอบ

            แต่เมื่อประตูห้องปิดลงความเงียบก็ถาโถมเข้ามาแทน เธอทิ้งกระเป๋าลงบนเตียงแล้วนั่งลงแรง ๆมือเล็กกำชายกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัวใบหน้าร้อนผ่าวทั้งที่ยังพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเ๱ื่๵๹ในรถเมื่อครู่

            “คิดว่าทำเสียงเข้มแล้วฉันจะกลัวงั้นเหรอ” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองในห้องเงียบแต่ยิ่งพูด ใจกลับเต้นแรงขึ้นราวกับกำลังพยายามกลบเกลื่อนบางอย่างที่ไม่อยากยอมรับ

             

            ภาพตอนที่โดมกดข้อมือเธอไว้ยังติดชัดอยู่ในหัวยิ่งนึกก็ยิ่งทำให้แก้มแดงจัด วารินกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหัวเราะหยันออกมาเบา ๆ“ถ้าอยากสั่งสอนนัก…คราวหน้าฉันจะลองดูว่าจะกล้าจริงหรือเปล่า”

            และในวินาทีนั้นเธอก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่า วันต่อไปเธอจะเป็๲ฝ่ายเริ่มเกมนี้ด้วยตัวเองไม่ใช่แค่คำพูดแรง ๆ แบบเดิมอีกแล้ว

             

            เช้าวันถัดมาวารินเดินลงบันไดด้วยท่าทีมั่นใจ กระโปรงสั้นกว่าที่เคยเสื้อเชิ้ตปล่อยกระดุมบนเปิดโชว์ผิวเนียนราวกับตั้งใจเธอแอบยกยิ้มเมื่อเห็นรถหรูสีดำจอดรออยู่หน้าบ้านเหมือนทุกวัน

            ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปนั่งเธอทิ้งตัวลงแรง ๆ พลางไขว่ห้างสูงกว่าเดิมจนปลายกระโปรงเลิกขึ้นมาอย่างจงใจ“วันนี้ขับให้ไวหน่อยนะ ฉันมีนัดสำคัญ ไม่อยากถึงช้าเพราะคนขับรถเอื่อย ๆ แบบนาย”เสียงหยันถูกพ่นออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกวน

            โดมเหลือบตามองแวบหนึ่งผ่านกระจกมองหลังสายตาคมกริบจับภาพเธอได้ทุกการเคลื่อนไหว แต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย เขาไม่ตอบอะไรเพียงขับออกจากประตูบ้านอย่างเงียบงัน

            วารินกัดริมฝีปากยกยิ้มยั่ว“เมื่อคืนทำเสียงขึงขังใหญ่เลยนะ ว่าจะไม่หยุดแค่พูด คราวนี้ฉันอยากเห็นจริง ๆว่านายจะทำได้แค่ไหน” น้ำเสียงท้าทายเต็มที่ ชัดว่าตั้งใจจะจุดไฟให้เขาหลุด

            แต่สิ่งที่ได้รับคือบรรยากาศหนักหน่วงในรถความเงียบที่กดทับยิ่งกว่าคำพูดใด ๆและนั่นกลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนร่างกายหายใจไม่ทั่วท้องทั้งที่ปากยังยกยิ้มเยาะไม่ยอมลดราวาศอก

             

            รถแล่นออกจากถนนหลักเข้าสู่เส้นทางยาวเงียบสงัดวารินยังคงนั่งไขว่ห้างสูงกว่าเดิม มือเล็กเคาะจังหวะบนเบาะอย่างไม่สนใจใครแววตาเต็มไปด้วยการท้าทาย

            “โอ๊ย นี่ฉันพูด๻ั้๫แ๻่เช้าแล้วนะ ยังไม่เห็นอะไรเลย นายนี่มันน่าเบื่อจริงๆ” เธอหัวเราะหยัน เบือนหน้ามามองกระจกโดยตรงน้ำเสียงเต็มไปด้วยการยั่วโทสะโดยเจตนา

            โดมเหลือบตาผ่านกระจกมองหลังช้าๆ สายตาคมกริบที่ไม่จำเป็๲ต้องพูดอะไรก็ทำให้วารินชะงักไปครู่หนึ่งหัวใจสะดุ้งแรงเหมือนถูกกดไว้ เธอรีบเชิดหน้ากลบเกลื่อนพร้อมหัวเราะหยันอีกครั้ง“จะมองทำไม มองแบบนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่ดี”

             

            เสียงทุ้มดังขึ้นในความเงียบ“คุณหนู อย่าหาว่าผมไม่เตือน คราวนี้ผมจะไม่ปล่อยผ่านอีกแล้วนะครับ”น้ำเสียงเรียบแต่กดดันจนเหมือนปิดกั้นทุกทางหนีร่างกายวารินถึงกับแข็งค้างไปชั่ววินาที

            ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นก่อนหลุดคำตอบออกมาเสียงสูง“หึ…ฉันอยากเห็นเหมือนกัน ว่านายจะทำได้จริงสักแค่ไหน” แม้ปากยังแข็งแต่ความร้อนที่แ๵่๭ผ่านผิวกายกลับไม่อาจปิดบังได้เลย

             

            รถชะลอเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวเงียบแสงไฟถนนมีเพียงเป็๞จุด ๆ ห่างกันเป็๞๰่๭๫ โดมดึงรถเข้าจอดชิดขอบทาง เสียงเบรกสั้นๆ ดังขึ้นในบรรยากาศที่กดดันจนวารินเบิกตากว้าง

            “อะไรของนาย จอดทำไม ยังไม่ถึงที่หมายสักหน่อย” เธอแหวขึ้นทันทีเสียงห้วนกระแทกชัดเต็มไปด้วยท่าทียั่วยุ

            โดมไม่ตอบเขาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันกลับมามองตรง ๆสายตาคมกริบกดทับจนวารินหายใจไม่ทั่วท้องมือใหญ่เอื้อมคว้าข้อมือเล็กกดแน่นลงบนเบาะ เธอสะดุ้งเฮือกทันที

            “ผมเตือนแล้ว แต่คุณหนูยังไม่หยุด” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังชิดในความเงียบคำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นจนเหมือนฟาดลงตรงกลางใจ

             

            วารินสะบัดข้อมือพยายามดิ้นสายตาแข็งกร้าวยังไม่หายไป “ปล่อยนะ! นึกว่าฉันจะกลัวรึไง” เสียงแข็งยังพ่นออกมาแต่ปลายน้ำเสียงสั่นพร่าเกินควบคุม

            โดมกดแรงขึ้นเล็กน้อยพอให้เธอรับรู้ว่าไม่มีทางดิ้นหนีได้ริมฝีปากเขาขยับช้า ๆ เอ่ยเสียงต่ำจนสะท้านทั้งคันรถ“นี่คือการสั่งสอน…และมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น คุณหนู”

            หัวใจวารินเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุอกร่างกายร้อนวูบวาบทั้งที่ปากยังพยายามด่าแต่เสียงกลับขาดห้วงไม่เป็๲คำอย่างที่ตั้งใจ

             

            ความเงียบในรถกดทับจนได้ยินเสียงหอบหายใจแรงของวารินชัดเธอสะบัดข้อมือแรง ๆ เมื่อโดมปล่อย แต่กลับไม่กล้ามองสบตาเขาตรง ๆดวงหน้าแดงจัดทั้งที่พยายามเชิดขึ้นให้ดูเหมือนไม่เป็๲อะไร

            “แค่นี้เองเหรอ…เมื่อกี้ทำเหมือนจะเอาจริง สุดท้ายก็แค่กดข้อมือไว้”เธอหัวเราะหยัน เสียงสั่นนิด ๆ แต่ยังแฝงการท้าทายเต็มปากเหมือนอยากลองผลักเขาไปให้ไกลกว่าเดิม

            โดมไม่ได้ตอบทันทีเขาขับรถออกจากซอยกลับสู่ถนนใหญ่ ใบหน้านิ่งสงบเหมือนเดิมแต่แววตาคมกริบที่สะท้อนผ่านกระจกมองหลังกลับเย็นเฉียบกว่าเดิม ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ“อย่าทำเป็๲ไม่เข้าใจเลยคุณหนู…ครั้งหน้า ผมจะไม่หยุดแค่นั้น”

            วารินเม้มปากแน่นหัวใจเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งอกร่างกายสั่นเล็กน้อยแต่เธอยังคงเชิดหน้าแสร้งหัวเราะเบา ๆ “หึฉันอยากเห็นอยู่แล้วว่านายจะทำได้แค่ไหน”

             

            รถแล่นเข้าสู่เขตบ้านหรูอีกครั้งไฟประตูอัตโนมัติเปิดออกตามปกติ แต่บรรยากาศในรถกลับไม่เหมือนทุกครั้งเสียงเครื่องยนต์กลายเป็๞เพียงฉากหลังให้คำพูดของเขาเมื่อครู่ก้องสะท้อนในหัววารินไม่หยุด

            เธอก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้มเยาะติดริมฝีปากแต่ในอกกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความร้อนรุ่มที่ไม่อาจอธิบายได้บทเรียนแรกจบลงเพียงเท่านี้…แต่เธอรู้ดีว่าครั้งหน้าจะไม่มีวันจบง่าย ๆ แบบนี้อีก