บทที่สองตื่นจากการหลับใหล
ภายในโลงศพไม้
ลึกลงไปภายในร่างกายของเยว่ช่างม่านหัวใจดวงน้อยที่มีโซ่สีเงินผูกรัดไว้ค่อยๆ คลายออก เมื่อผู้ถูกผนึกใกล้ดับขันธ์ผนึกมายาเริ่มสั่นคลอน ค่อยๆ คลายตัวออกเองอย่างช้าๆ หากเป็คนทั่วไปผนึกจะคลายออกแล้วร่างนั้นจะดับขันธ์โดยสมบูรณ์ทว่ากฎเกณฑ์นี้ใช้มิได้กับเยว่ช่างม่าน
โซ่สีเงินที่ตรึงรัดหัวใจของหญิงสาวไว้ั้แ่เมื่อครั้งอายุได้เพียงห้าวันโซ่ตรวนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ก่อนจะปลาสนาการสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยหัวใจดวงน้อยของทารกวัยห้าวัน ยามนี้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนก้อนเนื้อสีแดงเริ่มขยายออกเรื่อยๆ จนพองโตสมวัย
หัวใจที่หยุดเคลื่อนไหวไปนานแล้วกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพียงหัวใจสั่นไหวกระตุกปลาบก่อเกิดคลื่นพลังสายหนึ่งยังใจกลางของก้อนเนื้อ ลำแสงสีน้ำเงินเริ่มเคลื่อนไปตามเส้นโลหิตสีแดงทุกครั้งที่หัวใจบีบรัดเต้นตึกตัก ของเหลวสีน้ำเงินเข้มไหลอย่างไม่หยุดยั้งสูบฉีดโลหิตไหลเวียนไปทั่วเรือนร่างของเยว่ช่างม่าน
เืสีน้ำเงินบริสุทธิ์ที่ถูกผนึกไว้บัดนี้เริ่มเคลื่อนไหว ไหลไปตามหลอดเืแต่ละเส้นทั่วทั้งร่างกาย ั้แ่เส้นผมจรดปลายเท้าร่างกายของเยว่ช่างม่านเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง
ผิวพรรณเหลืองซีดแห้งกร้านหลุดลอกออกเผยผิวขาวใสอมชมพูดุจไข่มุกล้ำค่าในทะเลลึกผิวพรรณนวลเนียนแวววาวกระจ่างใสไร้ที่ติ ร่างกายแคระแกร็นดังเด็กน้อย ค่อยๆยืดขยายยาวขึ้น สัดส่วนเรือนร่างคล้ายเด็กหญิงน้อยกลับขยายใหญ่เกิดส่วนเว้าโค้งเย้ายวนดังสตรีเต็มวัย
ดวงหน้าที่เคยเหี่ยวย่นแปรเปลี่ยนอย่างชัดเจน ผิวพรรณเริ่มผลัดเปลี่ยนเผยคิ้วโค้งโก่งได้รูป จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางกระจับได้รูปสีแดงระเรื่อใบหน้ายื่นยาวเรียวรีรูปทรงไข่ เส้นผมหยกศกแห้งเสีย กลับยาวสลวยเหยียดตรงดำขลับเงางามตลอดโคนผมจรดปลาย
หินหยกสีน้ำเงินค่อยๆเปล่งแสงประกายอีกครั้ง แสงนั้นสว่างเจิดจ้าก่อนจะกลืนร่างของผู้เป็เ้าของกลับเข้าไปภายในมิติทิ้งไว้เพียงสร้อยเส้นเล็กและหินสีหม่นเหลือไว้ในโลงเปล่า
มิติภายในจี้หยก
กว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบปีมานี้หลงลี่ฟางจำศีลตนเองอยู่กับความโศกศัลย์ เร้นกายซ่อนอยู่ใต้ทะเลสาบลึกัหิมะที่หลับใหลอยู่ จู่ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลันดวงตาสีฟ้าสุกสกาวเปล่งประกายระยับ ดังพบแสงสว่างยังปลายอุโมงค์
‘คุณหนูคุณหนูอยู่ที่นี่ คุณหนู คุณหนู’ ัหิมะคิดพลางทะยานขึ้นผิวน้ำก่อนจะแปลงกายเป็มนุษย์ หลงลี่ฟางเริ่มออกวิ่งไปทั่วด้วยความตื่นเต้นยินดี
‘คุณหนูอยู่ที่ใดกันหรือคุณหนูยังไม่เข้ามาที่นี่’ หลงลี่ฟางครุ่นคิดนางรู้สึกถึงการคงอยู่ของคุณหนู นางอยู่ที่นี่มานานกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบปีแล้วจากการออกตามหาคุณหนูของนาง หลงลี่ฟางรับรู้แล้วว่าที่นี่คือโลกมิติของฮูหยินที่ได้เตรียมไว้เพื่อมอบให้คุณหนูเยว่ช่างม่าน
ลี่ฟางหยุดวิ่งครู่หนึ่งนางตั้งจิตสมาธิตรวจหาสัญญาณพันธะ 'ในเรือนไม้' ลี่ฟางไม่รอช้านางรีบออกวิ่งไปยังเรือนไม้หลังใหญ่ ที่เยว่ฮูหยินได้สร้างไว้ให้กับคุณหนูเมื่อมาถึง หลงลี่ฟางถึงกับต้องประหลาดใจตะลึงลาน
หญิงสาวใบหน้างดงามหมดจดแม้ยังหลับใหลอยู่ก็ตาม ทว่าสามารถจินตนาการได้ถึงดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้เปลือกตาสีไข่มุกอมชมพูนั้น ผิวพรรณที่เคยเหี่ยวย่นได้ผลัดเปลี่ยนไปจนสิ้นคงเหลือไว้เพียงผิวนวลเนียนกระจ่างใสดุจไข่มุกล้ำค่าในทะเลลึกเปล่งประกายเจิดจรัสส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกเถาฮวาอันเป็เอกลักษณ์ของเยว่ช่างม่าน
หลงลี่ฟางจดจำกลิ่นกายของคุณหนูได้ดีดวงตาของบ่าวผู้สัตย์ซื่อไหวสั่น เกิดหยาดน้ำใสเอ่อคลอไหลอาบแก้มนวลหญิงสาวที่นอนอยู่นี้ คือคุณหนูของนางไม่ผิดแน่
หลงลี่ฟางก้าวย่างช้าๆค่อยๆ เดินเข้าไปหาร่างสูงศักดิ์ ที่บัดนี้ยังคงหลับใหลไร้สติอยู่ในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบไร้ลวดลายใด พลันสองขาราวกับไร้เรี่ยวแรงในบัดดลจิตใจยามนี้สับสนมิน้อย หลงลี่ฟางทั้งรู้สึกผิด รู้สึกดีใจ รู้สึกละอายใจ ผสมปนเปกันไปหมดพานพาให้จิตใจว้าวุ่นสับสนมิน้อย
หลงลี่ฟางจดจ้องมองหญิงสาวนางเฝ้ารอคอยเยว่ช่างม่านมานานกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบปี ในที่สุดการรอคอยที่ยาวนานนี้ถึงคราวสิ้นสุดลงเสียที หยาดน้ำตาเริ่มท้นเอ่อไหลรินออกมาเป็สองสาย ลี่ฟางคุกเข่าแล้วโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างขออภัย
"คุณหนู บ่าวอยู่ตรงนี้แล้วเ้าค่ะ บ่าวอยู่ตรงนี้แล้ว"ลี่ฟางเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ
นางค่อยๆดึงมือนุ่มของหญิงสาว มากุมไว้อย่างหวงแหน เด็กทารกน้อยผู้นั้นยามนี้เติบใหญ่เป็หญิงสาวงดงามหมดจดดุจภาพวาดหลงลี่ฟางได้พลาด่เวลาที่เฝ้ามองคุณหนูเติบโต ช่างน่าเสียดายจริงๆนางได้แต่เสียใจ
เยว่ช่างม่านนอนหลับสนิทหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ นางยังคงตกอยู่ในห้วงความฝัน ภายในความฝันนั้นเกิดภาพต่างๆไหลเวียนเข้ามาในห้วงคำนึงของนางไม่หยุด
เยว่ช่างม่านคล้ายถูกดึงเข้ามาในห้วงฝันร่างกายของนางโปร่งแสง นางมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัยนางกำลังเห็นสตรีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดาบนแดนสรวง ดวงตากลมโตสีดำสนิทวาวสะท้อนหยาดน้ำตา หญิงผู้นี้ช่างงดงามมากจริงๆ ราวกับมิใช่มนุษย์นางดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอมยิ่ง
'ลูกรักแม่และท่านยายจะอยู่กับเ้าตลอดไป' หญิงนางนั้นกล่าว
เยว่ช่างม่านที่หลับใหลอยู่จมตัวเองอยู่กับความฝัน ร่างิญญาถูกดึงมายังเหตุการณ์ต่างๆ ในอาณาจักรม่านดารา
‘ลูกเ้าเป็หงส์ดาราามากำเนิดนับเป็วาสนาของสกุลเยว่แล้ว'
เสียงของผู้ใดกันเยว่ช่างม่านมองไปรอบๆ ทว่าไม่พบใคร ได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น ‘สกุลเยว่อย่างนั้นหรือ’เยว่ช่างม่านได้แต่คิด
ภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนอีกครั้งเยว่ช่างม่านมองเห็นหญิงสาวงดงามผู้นั้นอีกครั้ง นางกำลังเดินเข้าไปยังห้องๆ หนึ่ง
เยว่ช่างม่านยังคงเดินตามหญิงนางนั้นไปตรงไปยังรังไหมรูปร่างคล้ายไข่สีน้ำเงิน รังไหมมีลวดลายสีทองสลักไว้อย่างงดงามเด็กทารกน้อยหลับใหลอย่างเป็สุข อยู่ภายในรังไข่นั้น
คราวนี้มีหญิงนางหนึ่งสวมใส่ชุดสีส้มอ่อน สตรีที่นางเห็นคนแรก กำลังเอ่ยกับหญิงที่สวมใส่ชุดสีส้มอ่อนว่า
'ลี่ฟางเ้าทำพันธะกับลูกข้าเร็วเข้า'
'ฮูหยินเหตุใดต้องทำถึงเพียงนั้นเ้าคะ โธ่ คุณหนูของบ่าว'
'ลูกแม่เ้าจะปลอดภัย อย่าได้กลับมาที่นี่อีก'
‘ทำไมล่ะทำไมถึงมิให้กลับไปล่ะ’ เยว่ช่างม่านได้แต่คิดในใจร่างโปร่งแสงของนางกำลังมองดูภาพเหตุการณ์ต่างๆ ประหลาดใจเป็อย่างยิ่งที่นางคล้ายจะคุ้นเคยกับเหตุการณ์เหล่านี้
เพียงครู่เกิดสายลมรุนแรงสายหนึ่ง หอบเอาร่างโปร่งแสงของเยว่ช่างม่าน นำนางไปยังห้วงฝันอีกแห่งบริเวณรอบๆ งดงามราวกับอยู่ในเกาะเผิงไหลเซียง[7]ทิวทัศน์ที่รายล้อม อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ มีเมฆเคลื่อนตัวไปมาอาคารสร้างจากหยกขาวประดับหรูหราตั้งอยู่บนเมฆ
นางยังคงชื่นชมกับบรรยากาศโดยรอบเหม่อมองเหล่าผู้คนหน้าตาหล่อเหลางดงาม แต่งกายด้วยชุดแพรพรรณราคาสูงพวกเขาเหาะเหินเดินบนอากาศได้
‘สวยจังน่าอัศจรรย์นัก ราวกับดินแดน์ในนิทานเลย’เยว่ช่างม่านได้แต่คิดในใจ
7. เกาะเผิงไหลเซียง ดินแดนในตำนานงดงามดุจแดน์ที่อยู่ของเหล่าเทพเซียน